Share

บทที่ 3

Author: พีชชี่
ในช่วงหลายวันต่อมา ฉันค่อย ๆ ทยอยขายของมีค่าของตัวเองอย่างเงียบๆ

กระเป๋ารุ่นพิเศษที่ผลิตเพียงไม่กี่ใบ สร้อยเพชรที่ส่องประกายราวหยาดดาว

ภาพวาดล้ำค่าที่ประเมินราคาไม่ได้ ทุกชิ้นคือสิ่งที่แม่เลือกให้ด้วยความรัก

และตอนนี้ มันกลายเป็นบันไดขั้นแรกสู่เส้นทางหลบหนีของฉัน

ฉันเคลื่อนย้ายเงินผ่านบัญชีธนาคารนอกประเทศ ก่อนจะฝากมันไว้ในบัญชีธนาคารที่สวิตเซอร์แลนด์อย่างรอบคอบ

มาร์โกไม่ระแคะระคายเลย เขากำลังวุ่นวายกับการจัดทริป “ฮันนีมูน” ให้ผู้หญิงอีกคน

เช้าวันที่สาม เขามาเคาะประตูห้องฉัน

“ซามารา ฉันอยากคุยด้วย” น้ำเสียงเขาอ่อนลงเล็กน้อย

แต่ดวงตาของเขายังคงว่างเปล่า ไร้แววความรู้สึกใดๆ

เมื่อฉันเปิดประตู เขายื่นเช็คมาให้

“นี่สำหรับเธอ” เขาเอ่ยพลางยื่นมันมาให้

“แม้กองทุนจะถูกนำไปใช้แล้ว… แต่ฉันก็ไม่ได้ตั้งใจจะปล่อยให้เธอไม่เหลืออะไรเลย”

ฉันมองตัวเลขเงียบ ๆ หนึ่งล้านดอลลาร์ ค่าปลอบใจเล็กน้อย

สำหรับมรดกห้าสิบล้านที่แม่ฝากไว้ด้วยชีวิต

หากเป็นเมื่อก่อน ฉันคงซาบซึ้งจนใจอ่อน

แต่ตอนนี้ ฉันเพียงยิ้มบาง “ขอบคุณนะคะ มาร์โก”

ความนิ่งของฉันทำให้เขาดูไม่สบายใจ

“ฉันจะพาอิซาเบลลาไปลาสเวกัส มีธุระของครอบครัวต้องจัดการ”

“ดีจังค่ะ” ฉันตอบเรียบ ๆ “ขอให้ทุกอย่างราบรื่นนะคะ”

ความว่าง่ายของฉัน กลับทำให้เขาไม่สบายใจ

ในชีวิตก่อน เสียงโกรธเกรี้ยวและน้ำตาของฉันคือเกราะป้องกันเพียงอย่างเดียว เขารู้ว่าหากฉันถูกต้อนจนมุม ฉันจะเรียกคนเก่าของพ่อกลับมา และทำให้จักรวรรดิใหม่ของเขาสั่นคลอน ความหวาดระแวงนั้น… คือสิ่งที่ทำให้ฉันยังมีที่ยืน

แต่ครั้งนี้ ฉันไม่ตะโกน ไม่โวยวาย ความเงียบของฉันต่างหาก คืออาวุธที่เขาไม่อาจมองเห็น

“เธอ… ไม่รู้สึกอะไรเลยหรือ”

“จะรู้สึกอะไรล่ะคะ” ฉันยิ้มอย่างว่างเปล่า “เรื่องงานก็คือเรื่องงาน”

มาร์โกจ้องมองฉันอยู่นาน สายตาเขาเต็มไปด้วยความสับสนและความไม่สบายใจ

“งั้นเราควรถ่ายภาพทายาทตระกูลอย่างเป็นทางการก่อน” เขาพูดขึ้น

“มันสำคัญต่อภาพลักษณ์ของเรา” ฉันรู้ว่าเขากำลังหยั่งเชิง พยายามใช้พิธีการอันเป็นทางการ

เหมือนเป็นตราประทับยืนยันว่า ฉันยังอยู่ใต้การควบคุมของเขา

“แน่นอนค่ะ” ฉันตอบอย่างว่าง่ายเช่นเดิม “เมื่อไหร่คะ?”

“บ่ายนี้” แววภูมิใจวาบผ่านใบหน้าเขา “ฉันจองช่างภาพที่ดีที่สุดในชิคาโกไว้แล้ว”

ระหว่างที่เรากำลังคุยกัน อิซาเบลลาก็ลอยตัวลงมาจากบันไดอย่างแผ่วเบา

เธอสวมชุดสูทชาเนลสีชมพู ดูหวานละมุน ไร้เดียงสาราวกับลูกแกะ

“ที่รัก คุยอะไรกันอยู่เหรอคะ?” เธอคล้องแขนมาร์โกอย่างแนบชิด

“เราจะไปถ่ายภาพครอบครัวกัน” มาร์โกตอบ น้ำเสียงอ่อนลงทันทีเมื่อพูดกับเธอ

ดวงตาอิซาเบลลาเป็นประกาย “จริงเหรอคะ? ฉันไปด้วยได้ไหม?”

เธอหันมาทางฉัน ทำท่าราวกับขออนุญาต“ถ้าซามาราไม่ขัดข้อง…”

ถ้าเป็นฉันคนเดิม คงปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด

เพราะภาพถ่ายครอบครัวคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สงวนไว้สำหรับสมาชิกที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการเท่านั้น

แต่ตอนนี้น่ะหรือ? ฉันแทบจะรอให้เธอไปด้วยไม่ไหว

“แน่นอนค่ะ” ฉันเอ่ยเรียบ ๆ “ในฐานะพันธมิตรที่สำคัญที่สุดของเรา มิสฟัลโคเนก็ควรอยู่ในภาพนั้น”

สายตาของมาร์โกยิ่งซับซ้อนขึ้นไปอีกเขาเริ่มตระหนักแล้วว่าฉันเปลี่ยนไป

แต่เขาไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นหมายถึงอะไร

บ่ายวันนั้น เรามาถึงสตูดิโอถ่ายภาพที่หรูหราที่สุดบนถนนมิชิแกนอเวนิว

ช่างภาพเป็นชายชาวเยอรมันชื่ออันเดรียส เขารับถ่ายภาพให้เฉพาะชนชั้นสูงเท่านั้น

“คุณคอร์วินี ยินดีอย่างยิ่งครับ” อันเดรียสทักทาย

“วันนี้เราจะถ่ายภาพทางการของทายาทตระกูล ใช่ไหมครับ?”

“ใช่” มาร์โกพยักหน้า

“นี่คือคู่หมั้นของผม ซามารา โรมาโน” คำเรียกนั้นเหมือนหนามแหลมทิ่มแทง

แม้ตอนนี้ เขาก็ยังมองฉันเป็นเพียงสิ่งของของเขา

“แล้วสุภาพสตรีท่านนี้ล่ะครับ?” อันเดรียสผายมือไปทางอิซาเบลลา

“อิซาเบลลา ฟัลโคเน” น้ำเสียงของมาร์โกอ่อนลง

“เป็น… เพื่อนของครอบครัว”

เพื่อนของครอบครัว ในอดีต เขาก็เรียกเธอแบบนี้เช่นกัน

จนถึงวันที่ฉันตาย ฉันคือ “ภรรยา” และเธอก็ยังคงเป็นเพียง “เพื่อน”

แต่ทุกคนรู้ดีว่า คนที่เขารักจริง ๆ คือใคร

“ก่อนเริ่ม ผมต้องการพร็อพชิ้นหนึ่ง””มาร์โกพูด พลางเดินไปยังกล่องเครื่องประดับโบราณ

ข้างในคือแหวนทับทิมประจำตระกูลคอร์วินี มรดกตกทอดมาห้าชั่วอายุคน

มันคือสัญลักษณ์แห่งอำนาจของสตรีผู้เป็นใหญ่ของตระกูล

ครั้งก่อน ฉันไม่ได้สวมแหวนวงนี้จนกว่าจะหลังแต่งงาน

และถึงอย่างนั้น ฉันก็ไม่เคยได้ครอบครองอำนาจที่มันเป็นตัวแทน

มาร์โกหยิบแหวนขึ้นมา แล้วเดินตรงมาหาฉัน

“ซามารา นี่คือ—"

“ว้าว!” อิซาเบลลากรีดร้องขึ้นมาอย่างตื่นเต้น

“แหวนวงนี้สวยมาก!” โดยไม่ขออนุญาต เธอคว้ามันออกจากมือมาร์โกทันที

“ขอลองใส่หน่อยได้ไหมคะ?” เธอถาม พลางกระพริบตาใสซื่อ

สัญชาตญาณแรกของมาร์โกคือจะห้ามเธอ แต่สายตาออดอ้อนของเธอทำให้เขาใจอ่อน

“ก็ได้… แต่แค่ลองนะ”

ความตามใจของเขา ทำให้หัวใจฉันปวดร้าวขึ้นไปอีก

แหวนของสตรีผู้เป็นใหญ่แห่งตระกูลคอร์วินี กลับเลื่อนไปอยู่บนนิ้วของผู้หญิงอีกคนได้อย่างง่ายดาย

อิซาเบลลามองมันบนมือของตัวเองอย่างพึงพอใจ

“เหมือนมันถูกสร้างมาเพื่อฉันเลย!” อันเดรียสเริ่มจัดไฟและฉากถ่ายภาพ

“เริ่มจากคุณคอร์วินีกับมิสฟัลโคเนก่อนนะครับ” เขาเสนอ

“ในเมื่อแหวนยังอยู่ที่มือเธอ”

ฉันยืนมองมาร์โกกับอิซาเบลลาโพสท่า

พวกเขาโอบกอด จูบกัน และแนบชิดอย่างเป็นธรรมชาติราวกับคู่รักที่เปิดเผยได้เต็มที่

เสียงชัตเตอร์ดังต่อเนื่องนับครั้งไม่ถ้วน

และในทุกภาพ สายตาของมาร์โกเต็มไปด้วยความอ่อนโยน

ความอ่อนโยนที่ฉันไม่เคยได้รับเลย

“ต่อไป เชิญคุณคอร์วินีกับมิสโรมาโนครับ”

ในที่สุดอันเดรียสก็เรียกฉัน แต่มาร์โกเพิ่งก้าวมาทางฉันได้ไม่กี่ก้าว

อิซาเบลลาก็ “เผลอ” ไปชนอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งเข้า

เสียงแตกดังสะท้อนในห้อง การถ่ายภาพต้องยุติลง

มาร์โกรีบปลอบเธออย่างห่วงใย และฉันก็กลายเป็นเพียงเงาอีกครั้ง

กล้องฮัสเซลบลัดราคาสูงร่วงกระแทกพื้นอย่างแรง เลนส์แตกกระจาย

“โอ๊ย พระเจ้า! ฉันซุ่มซ่ามจริง ๆ!” อิซาเบลลาอุทาน สีหน้าตื่นตระหนก

ใบหน้าของอันเดรียสซีดเผือด

“กล้อง… วันนี้คงถ่ายต่อไม่ได้แล้วครับ”

มาร์โกขมวดคิ้ว แต่ทันทีที่เห็นน้ำตาคลอในดวงตาของอิซาเบลลา ใจเขาก็อ่อนลง

“ไม่เป็นไร เราเลื่อนวันก็ได้” เขาปลอบเธอเสียงนุ่ม

“อย่าโทษตัวเองเลย” ฉันมองภาพทั้งหมดนั้นอย่างเย็นชา

“อุบัติเหตุ”” ของอิซาเบลลา ความตามใจของมาร์โก

และการที่ฉันถูกลืม… อีกครั้ง ทุกอย่างเหมือนเดิมไม่มีผิด

เหมือนเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ในชีวิตก่อนของฉัน

เมื่อกลับถึงคฤหาสน์ มาร์โกเรียกฉันเข้าไปในห้องทำงาน

“ฉันมีบางอย่างให้เธอ” เขาหยิบตั๋วเครื่องบินออกมาจากลิ้นชัก

เที่ยวเดียว ปลายทาง: ซิซิลี

“นี่คืออะไร?” ฉันถาม

“ฉันคิดว่าเธอควรได้พักผ่อนบ้าง” มาร์โกตอบ โดยไม่สบตาฉัน

“เรามีวิลล่าของครอบครัวที่ซิซิลี เธอไปพักที่นั่นสักระยะก็ได้”

ฉันก้มมองวันที่บนตั๋ว อีกสามวันข้างหน้า

“นี่คือการเนรเทศ” ฉันพูดเรียบ ๆ ไม่ได้ถาม สีหน้าของมาร์โกหม่นลงทันที

“มันไม่ใช่การเนรเทศ แต่เพื่อความปลอดภัยของเธอ” เขาพูดเสียงเย็น

“ตอนนี้ชิคาโกไม่ปลอดภัยสำหรับเธอ”

“แล้วคุณจะมารับฉันเมื่อไหร่?” มาร์โกเงียบไปครู่ใหญ่

“หลังจากที่ฉันทำให้พันธมิตรกับตระกูลฟัลโคเนที่นี่มั่นคงก่อน”

คำตอบนั้นชัดเจนพอแล้ว เขากำลังส่งฉันออกไปไกล เพื่อให้เขากับอิซาเบลลาอยู่ด้วยกันได้อย่างไร้สิ่งรบกวน

“เข้าใจค่ะ” ฉันรับตั๋วมา “ขอบคุณสำหรับการจัดการ”

ความว่าง่ายของฉันทำให้เขาดูไม่สบายใจอีกครั้ง

“ซามารา เธอ…”

เสียงยางรถเสียดพื้นดังแหลมกรีดอากาศจากด้านนอก

เราพร้อมกันเดินไปที่หน้าต่าง รถลินคอล์นสีดำคันหนึ่งเบรกกระทันหันหน้าประตูคฤหาสน์

ไม่กี่วินาทีต่อมา กระจกค่อย ๆ เลื่อนลง ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทโผล่ออกมา

สีหน้าของมาร์โกเปลี่ยนไปทันที

“หมอบลง!”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ในวันที่ฉันเซ็นชื่อแทนเธอ   บทที่ 9

    เช้าวันคริสต์มาส ฉันตื่นขึ้นมาพร้อมเสียงคลื่นซัดฝั่งแผ่วเบาแสงอาทิตย์ส่องผ่านกระจกเข้ามา อบอุ่นและอ่อนโยนมันเป็นคริสต์มาสที่เงียบสงบที่สุดในรอบหลายปีของฉันไม่มีการเมืองในครอบครัว ไม่มีรอยยิ้มเสแสร้ง มีเพียงความสงบแท้จริงฉันเดินออกไปที่ระเบียง และพบว่าอาหารเช้าถูกจัดเตรียมไว้อย่างงดงามบนโต๊ะสตรอว์เบอร์รีสด ครัวซองต์อุ่น ๆ และกาแฟบลูเมาน์เทนหอมกรุ่นหนึ่งกา“อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณโรมาโน”แม่บ้านชื่อเอลีนา หญิงชาวอิตาเลียนวัยราวห้าสิบ ผู้สง่างาม เดินเข้ามาหา“คุณดันเต้สั่งให้เราเตรียมอาหารเช้าให้คุณค่ะ”“แล้วเขาอยู่ไหนคะ?” ฉันถาม“กำลังจัดการธุระด่วนบางอย่างค่ะ” เอลีนายิ้ม “เขาบอกว่าไม่อยากรบกวนคุณ อยากให้คุณได้นอนพักเต็มที่”ความอบอุ่นแผ่ซ่านขึ้นกลางอกของฉันมาร์โคในชีวิตก่อนของฉันไม่เคยนึกถึงความรู้สึกของฉันเลย เขามักปลุกฉันกลางดึกด้วยข้ออ้างว่าเป็น “ธุระของครอบครัว” แต่ดันเต้…เขาปกป้องแม้กระทั่งเวลานอนของฉันช่วงบ่าย รถมาเซราตีสีดำคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์ดันเต้ก้าวลงจากรถ มือถือกล่องของขวัญหลายใบ“เมอร์รี่คริสต์มาส ซามารา” เขาพูด พลางยื่นของขวัญให้ฉันฉันเปิด

  • ในวันที่ฉันเซ็นชื่อแทนเธอ   บทที่ 8

    หลังจากมาร์โกออกไป ฉันพิงประตูไว้ รู้สึกอ่อนล้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนชั่วขณะหนึ่ง ตอนที่เขาคุกเข่าอยู่ตรงหน้า ใจฉันเกือบจะอ่อนลงแต่แล้วฉันก็นึกถึงความเจ็บปวดในชีวิตก่อน สายตาเย็นชาของเขาในตอนที่ยื่นยาพิษให้ฉัน และความสงสารที่หลงเหลืออยู่ก็สลายหายไปทันที บาดแผลบางอย่าง ไม่มีวันให้อภัยได้เช้าวันต่อมา ฉันตัดสินใจบางอย่าง“ซาราห์ จองตั๋วไปปารีสให้ฉันที” ฉันบอกผู้ช่วย “ฉันต้องการวันหยุด”“ได้เลยค่ะบอส จะออกเดินทางเมื่อไหร่ดีคะ?”“เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”ฉันต้องออกจากแอลเอสักพักการมีอยู่ของมาร์โกทำให้อากาศเหมือนถูกวางยาพิษฉันอยากปล่อยตัวเองให้หลงไปในโถงทางเดินของพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ อยากยืนอยู่ต่อหน้างานศิลปะที่เคยช่วยชีวิตฉันไว้ครั้งหนึ่ง อยากสูดอากาศที่ไม่ปนเปื้อนด้วยความทรงจำของเขาสองชั่วโมงต่อมา ซาราห์กลับมาพร้อมข่าวร้าย“บอสคะ เรื่องนี้แปลกมาก” เธอขมวดคิ้ว “เที่ยวบินส่วนตัวทั้งหมดไปยุโรปถูกยกเลิกค่ะ บอกว่า ‘มีปัญหาทางเทคนิค’”ท้องของฉันเหมือนร่วงวูบลงทันที“แล้วเที่ยวบินชั้นประหยัดละ?”“เหมือนกันค่ะ สนามบินแจ้งว่าระบบควบคุมการจราจรทางอากาศขัดข้อง” ซาราห์ส่ายหน้า

  • ในวันที่ฉันเซ็นชื่อแทนเธอ   บทที่ 7

    “คุณโรมาโนคะ นิตยสาร นิตยสารศิลปะรายสัปดาห์ อยากทำบทความพิเศษเกี่ยวกับคุณค่ะ”สัปดาห์ก่อนคริสต์มาส แกลเลอรีของฉันกลายเป็นศูนย์กลางของวงการศิลปะในแอลเอภายในเวลาเพียงสี่เดือน ‘Rebirth’ ทำยอดขายทะลุยี่สิบล้านดอลลาร์ในที่สุดฉันก็พิสูจน์ได้แล้วว่า ฉันไม่ได้แค่เอาชีวิตรอดโดยไม่มีมาร์โก คอร์วินีฉันสามารถเติบโตและประสบความสำเร็จได้“บอกพวกเขาว่าฉันว่างสัปดาห์หน้า” ฉันบอกซาราห์ขณะที่กำลังจัดตกแต่งสำหรับนิทรรศการคริสต์มาส ซาราห์ก็รีบวิ่งมาหาฉัน สีหน้าซีดเผือด“บอสคะ ข่าวร้ายค่ะ” เธอพูด “มาร์โก คอร์วินี มาถึงแอลเอเมื่อวานนี้”เครื่องประดับคริสตัลในมือฉันแทบจะหล่น“อะไรนะ?”“เขามากับภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ และเช็กอินเข้าพักที่โรงแรมเบเวอร์ลีฮิลส์” ซาราห์พูดต่อ “ได้ข่าวว่าตระกูลคอร์วินีกำลังมีปัญหาอย่างหนักที่ชิคาโก” หัวใจฉันเริ่มเต้นแรงมาร์โกอยู่ที่แอลเอ กับอิซาเบลลา“ปัญหาอะไร?” ฉันถามซาราห์เปิดหน้าฟีดข่าวบนแท็บเล็ตให้ดู“เอฟบีไอบุกตรวจค้นทรัพย์สินสำคัญหลายแห่งของตระกูลคอร์วินีค่ะ ได้ข่าวว่ามีคนในหักหลัง”ฉันมองภาพใบหน้าตึงเครียดของมาร์โกบนหน้าจอ ความรู้สึกหนักอึ้งก่อตัวในท้อง

  • ในวันที่ฉันเซ็นชื่อแทนเธอ   บทที่ 6

    "สุภาพบุรุษและภาพสตรี การประมูลค่ำคืนนี้กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วครับ”ฉันอยู่ในงานประมูลศิลปะแบบแบล็กไทภายในห้องบอลรูมโอ่อ่าที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในลอสแอนเจลิสแชนเดอเลียร์คริสตัลส่องประกายเหนือศีรษะ เสียงสนทนาแผ่วเบาผสานกับเสียงแก้วแชมเปญกระทบกันอย่างนุ่มนวลฉันยกแก้วขึ้นจิบเบา ๆ พลางทักทายแขกเหรื่ออย่างเป็นกันเองในฐานะเจ้าของแกลเลอรีหน้าใหม่ ฉันจำเป็นต้องสร้างเครือข่าย สร้างความไว้วางใจ และทำให้ชื่อของฉันถูกจดจำ“มิสโรมาโน คุณคิดเห็นอย่างไรกับปิกัสโซ่คืนนี้” วิลเลียม มอร์แกน นักสะสมรายใหญ่เอ่ยถาม“เป็นผลงานชิ้นเอกอย่างไม่ต้องสงสัยค่ะ” ฉันตอบ พลางพินิจภาพวาดตรงหน้าอย่างละเอียด “แต่ฉันสนใจชิ้นนั้นมากกว่า…”“โอ้พระเจ้า นั่นซามารา โรมาโนใช่ไหม”เสียงแหลมคมตัดผ่านบทสนทนาของพวกเรา ฉันหันไปมองอิซาเบลลา ฟัลโคเนกำลังเดินตรงเข้ามาในชุดราตรีสีทองเปิดแผ่นหลัง ผ้าไหมแนบลำตัวสะท้อนแสงไฟระยิบระยับส่วนโค้งของหน้าท้องเธอเด่นชัดใต้เนื้อผ้า อย่างน้อยก็สี่เดือนแล้วบรรดาสาวสังคมจากชิคาโกสองสามคนเดินตามหลังมา ดวงตาเป็นประกายราวกับกำลังรอชมละครฉากสำคัญ“อิซาเบลลา” ฉันพยักหน้าให้เล็กน้อย น้ำเ

  • ในวันที่ฉันเซ็นชื่อแทนเธอ   บทที่ 5

    ฉันก้าวออกจากคฤหาสน์โดยไม่หันกลับไปมองอีกเลยที่นั่นจบลงแล้ว สำหรับฉัน ทั้งความทรงจำ ทั้งความเจ็บปวดหกชั่วโมงต่อมา ฉันยืนอยู่ที่ทางออกสนามบินเมืองลอสแอนเจลิสแสงแดดแห่งแคลิฟอร์เนียส่องสว่าง อบอุ่น และอิสระต่างจากสีเทาเย็นชาของชิคาโก ราวกับเป็นคนละโลกฉันลากกระเป๋าเดินทางฝ่าฝูงชน แล้วปล่อยให้ตัวเองค่อย ๆ จางหายไปกับผู้คนรอบตัวครั้งนี้…คงไม่มีใครออกตามหาฉันอีกแล้วในความคิดของมาร์โก ฉันคงสิ้นลมหายใจไปนานแล้วสามเดือนแห่งความมุ่งมั่นและความพยายามอย่างไม่ลดละและในที่สุด หอศิลป์ของฉันก็เปิดต้อนรับแขกอย่างเป็นทางการ“สุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ ดิฉันขอต้อนรับทุกท่านสู่ค่ำคืนเปิดตัว ‘แกลเลอรี รีเบิร์ธ ค่ะ”ฉันยืนอยู่ท่ามกลางพื้นที่จัดแสดงงานศิลป์อันหรูหราในย่านเบเวอร์ลีฮิลส์ สายตามองทอดไปยังแขกระดับแนวหน้าของลอสแอนเจลิสที่มาร่วมงานผลงานทุกชิ้นบนผนังผ่านการคัดเลือกด้วยตัวฉันเองตั้งแต่งานร่วมสมัยที่ท้าทายกรอบเดิมของศิลปินหน้าใหม่ไปจนถึงผลงานชิ้นเอกทรงคุณค่าที่หาชมได้ยาก“ซามารา ที่นี่งดงามมากจริง ๆ” เจนนิเฟอร์ วอลช์ โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์กล่าวพร้อมรอยยิ้ม ถือแก้วแชมเปญอย่างสง่

  • ในวันที่ฉันเซ็นชื่อแทนเธอ   บทที่ 4

    ทันทีที่เสียงปืนดังขึ้น ฉันก็ได้เห็นสัญชาตญาณที่แท้จริงของมาร์โกเขาไม่ได้พุ่งมาทางฉัน เขาทิ้งตัวเข้าปกป้องอิซาเบลลา ใช้ร่างกายของตัวเองกำบังเธอราวกับพร้อมจะรับกระสุนทุกนัดแทนเธอ เขาไม่ลังเลเลยแม้แต่วินาทีเดียวและในจังหวะเดียวกันนั้น เขาผลักฉันกระแทกเข้ากับชั้นหนังสือไม้โอ๊กหนักอึ้งแผ่นหลังฉันกระแทกกับไม้แข็งอย่างแรง หนังสือร่วงกราวลงมาทับร่างฉันราวกับสายฝนมุมแหลมของเล่มหนึ่งบาดแขนฉันจนเปิดเป็นแผลยาวเลือดซึมกระจายบนแขนเสื้อไหมสีขาวของฉันเหมือนดอกไม้สีคล้ำที่บานอย่างน่าเกลียดความเจ็บแล่นพล่านไปทั่วร่าง แต่ยังเทียบไม่ได้กับความรู้สึกที่หัวใจถูกฉีกเป็นชิ้น ๆเมื่อเสียงปืนสงบลง มาร์โกไม่ได้หันมามองฉัน เขาก้มดูอิซาเบลลา ที่กำลังสั่นเทาอยู่ในอ้อมแขนของเขา“ที่รัก คุณโอเคไหม เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” น้ำเสียงเขาสั่นปนความตื่นตระหนกและความห่วงใยอย่างสุดหัวใจ“มะ… ไม่” อิซาเบลลาสะอื้น “มาร์โก ฉันกลัวมาก”“ไม่ต้องกลัว ฉันอยู่นี่แล้ว” เขาจูบหน้าผากเธอเบา ๆ“ผมจะไม่มีวันยอมให้ใครทำร้ายคุณ” ผมจะไม่มีวันยอมให้ใครทำร้ายคุณคำนั้นคือแรงกระแทกสุดท้าย เศษเสี้ยวความหวังที่ฉันเคยมีต่อเขา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status