เข้าสู่ระบบ‘คนพี่งามเท่าไร ผีเสื้อน้องเล็กในเรือนใต้เป็นที่หนึ่งในใจข้า ข้าจะแต่งงานกับนางผู้เดียว...’
บุตรชายคนโตของตระกูลจิ้งจอกขัดความประสงค์ของบรรดาผู้อาวุโสซึ่งอยากให้ผีเสื้อคนโตสุดออกเรือนก่อน แต่ในเมื่อเขายืนกรานหนักแน่นว่าปรารถนาเพียงถิงถิง เผ่าพันธุ์จิ้งจอกใจร้อนดื้อดึง ไม่มีใครอยากให้เกิดการต่อสู้ระหว่างพันธมิตร
ร่างบางในอาภรณ์เนื้อผ้าเบาบางทับซ้อนกันหลายชั้น ปักทอด้วยด้ายทองลวดลายผีเสื้อแวววาว ราวแสงของหิ่งห้อย นางหยุดยืนข้างบุรุษปีศาจในอาภรณ์สง่า เรือนผมสีเงินพลิ้วไหวตามสายลมเยียบเย็น
เป็นเรื่องยากเกินห้ามใจ โดยเฉพาะจิ้งจอกตนอื่นซึ่งติดตามมาด้วยถึงเจ็ด แววตาดำขลับเมื่อครู่นี้กลับกลายเป็นแววตาหิวกระหายตามสัญชาตญาณ นับตั้งแต่เจ้าสาวในอาภรณ์สีชาดเข้ามาในห้องโถงกว้าง
“อันที่จริงข้าควรได้ออกเรือนก่อนเจ้าเสียอีกฮู่โหมว ก็น่าเสียดาย”
“ใช่แล้วล่ะ เป็นเรื่องน่าเสียดายสำหรับเจ้า ข้าดันแข็งแกร่งที่สุดตระกูล...”
ฮู่โหมวชำเลืองมองจิ้งจอกเงินที่มีอายุมากกว่าถึงสองพันปี รังสีเข่นฆ่าแผ่อยู่รอบกาย จนอีกฝ่ายหลบเลี่ยงสายตา มีท่าทีอ่อนน้อมลงเหมือนสุนัขที่เชื่อฟังจ่าฝูง
ธรรมดาเขาย่อมรู้ดีว่าเผ่าจิ้งจอกเงินนั้นเหี้ยมโหด ไม่ยอมรับคนนอกตระกูลง่ายดาย หลังผ่านพ้นการส่งตัวแล้วเจ้าสาวมักถูกสูบพลังวิญญาณจนหมด ถูกเขี้ยวเล็บจิ้งจอกฉีกทึ้งเป็นชิ้นในสภาพปางตาย นั่นเป็นเหตุให้จิ้งจอกเงินไม่ค่อยมีภรรยา ถ้ามีก็น้อยนัก สตรีมักอยู่เป็นโสด เปลี่ยนคู่นอนแลกเปลี่ยนพลังวิญญาณไปเรื่อย บ้างก็ออกไปหาดื่มกลืนพลังวิญญาณบนโลกมนุษย์ ใช้ความงามล่อลวงบุรุษ
“ข้ากลัวใครจะมาแย่งนางไป ไม่ใช่แค่หวงนางจากพวกเจ้าหรอก พิธีมงคลวันนี้ หวังว่าบรรดาพี่น้องจะใจดีกับว่าที่ภรรยาข้า รับรองว่าข้าจะใจดีกับพวกเจ้า” พูดจบ ฮู่โหมวสะบัดมือเบา ๆ ปรากฏเป็นทองคำ อาวุธวิเศษของเทพที่ช่วงชิงมา ผ้าพับนับสิบหีบ เขาส่งมอบสมบัติล้ำค่าของตระกูลจิ้งจอกให้กับทางฝ่ายหญิง มารดาของนางเป็นผู้รับไป ก่อนจะก้มมองใบหน้างามที่แลดูเยือกเย็นในระดับบ่าอย่างเอ็นดู
“บุรุษทั่วทั้งเมืองปีศาจราตรีคลั่งไคล้หลงใหลเจ้านัก หากไม่มีข้าคอยขัดแข้งขา ไม่ให้ใครลักลอบมาหาเจ้า ครองโสดต่อไปก็ยิ่งจะอันตราย”
“จะแต่งก็แต่ง ข้าขัดใจพวกท่านได้ที่ไหน” นางหน้าตาบึ้งตึง ท่ามกลางสายตาของบุรุษจิ้งจอก ดูราวกับว่าจะทำมิดีมิร้ายนางระหว่างทาง พวกเขาจ้องมองไปยังใบหน้างามหมดจด หว่างกลางคิ้วของนางวาดด้วยลวดลายปีกผีเสื้อ ตราสัญลักษณ์นี้นางจะได้ใช้มันเป็นวาระสุดท้าย
ปีกสีม่วงทั้งสามคู่สะท้อนแสงจันทราทอประกายอร่ามงาม นัยน์ตาสีอำพันแลดูไร้เดียงสา กลิ่นดอกเหมยฮวา[1]อันเป็นเอกลักษณ์ของนางหอมอบอวลกว่าผีเสื้อตนไหนในเรือนใต้
ถิงถิงมั่นใจในความเพียบพร้อมของนาง ไม่แปลกที่บุรุษทั้งหลายจะอยากได้นางไปประดับบารมี ขณะที่ปลายเท้าเปลือยเปล่าสะกิดแววตาดุดันของมารดาเข้า
“ท่านฮู่โหมวไม่เคยทำตัวเหลวไหล สมเป็นบุตรชายของเผ่าจิ้งจอกเงิน ว่าที่ประมุขคนต่อไป แต่ดูสภาพของเจ้าสิ ยังกับเด็กไม่รู้จักโต เจ้ากลับไปแต่งตัวให้เรียบร้อยเสีย จบพิธีแล้วก็รีบ ๆ ไป”
“ข้าต้องรับบททดสอบก่อนเข้าตระกูลมิใช่หรือ? รองเท้าสวยงามของข้าคงไม่เหมาะสมกับงานวิ่งหนีสุนัขบ้ากระมัง”
“ถิงถิง...” มารดาดุว่านางด้วยท่าทีก้าวร้าว นางว่าพวกเขาเป็นสุนัขบ้า!
ก็เป็นสุนัขจริง ๆ ส่วนนางน่ะใช่สุนัขที่ไหนเล่า นางเป็นผีเสื้อ ทำไมฮู่โหมวไม่เข้าใจข้อนี้ ไยต้องมาคะยั้นคะยอขอนางไปเป็นคู่ครอง...
“มารดาเช่นข้าอบรมนางไม่ดีเอง ขอพวกท่านอย่าได้ถือสา”
“ช่างเถิด นางก็เป็นนาง ข้าถึงได้รักใคร่นางนัก ถิงถิง...” ฮู่โหมวเรียกนาง สะบัดอาภรณ์สีชาดเบา ๆ เหนือลำคอเพรียวระหงปรากฏเชือกถักร้อยเป็นสร้อยเส้นหนึ่ง “เขี้ยวแรกของข้าอาบพลังหยินของข้า มันจะคอยปกป้องเจ้า ข้าจะรอรับเจ้าอยู่อีกฟากหนึ่งของแม่น้ำแดนจิ้งจอกเงิน เจ้าจะได้ยินเสียงเรียกของข้า”
‘ท่านบ้าไปแล้ว! เสียงสุนัขหอนเรียกคู่น่ะหรือ แล้วข้าจะต้องหอนตอบด้วยไหม?’
ถิงถิงกัดฟันก้มหน้ามองเขี้ยวสุนัขจิ้งจอกตัวกระจ้อยร่อยที่กลายมาเป็นสร้อยคอ ส่วนน้องชายและมิตรสหายของเขาเอาแต่จ้องหน้านาง
“ขี้โกงนี่นาพี่ใหญ่ ทีภรรยาข้ายังไม่เคยได้รับการปกป้อง รอยแผลกลางแผ่นหลังของนางก็เป็นฝีมือของท่าน จำได้หรือไม่?”
“เช่นนั้นข้าคงรับเขี้ยวของท่านเอาไว้ไม่ได้ จะมาหาว่าข้าเป็นผีเสื้อขี้โกง ข้าเป็นพวกรักศักดิ์ศรีซะด้วย”
“ถิงถิง!”
ฮู่โหมวว่านางไม่ทันไร มือเรียวปัดเขี้ยวเงินส่งคืนกลับเจ้าของที่กำมันไว้ในมือ เขามีสีหน้าเป็นกังวล นึกเสียใจที่ตนเคยรังแกน้องชาย หาเรื่องวิวาทกับบรรดาพี่น้อง
นั่นเป็นเรื่องยากกับทั้งสองฝ่าย ผู้อาวุโสส่ายหน้ามองฝั่งเดียวกัน
เผ่าพันธุ์ผีเสื้อราตรีมีข้อตกลงเรื่องการแบ่งดินแดนปีศาจ การส่งมอบตัวเจ้าสาวต้องเสร็จสิ้นเท่านั้น ปีศาจส่วนหนึ่งย่อมอยากให้นางรอดชีวิต
“ข้าไม่ตายง่าย ๆ หรอกน่ะ ใช่ไหมพี่รอง พี่ใหญ่?” นางโอ้อวด หันไปปลอบว่าที่สามีให้ใจเย็นลงสักหน่อย พี่ใหญ่ยกอาภรณ์สีชาดป้องปากหัวเราะนาง ส่วนพี่รองน่ะเข้าข้างนาง
“แม้นางอายุขัยเพียงห้าพันปี นางเป็นปีศาจราตรีที่แข็งแกร่งมาก ข้าเคยได้ยินว่า... ครั้งหนึ่งนางเผชิญหน้ากับปีศาจเฟยอี๋”
“ข้าเผ่นอย่างรวดเร็วทีเดียว ปานสายฟ้าฟาด”
“หมายความว่าเจ้าเก่งเรื่องหนี”
“นั่นงานถนัดข้า” นางหัวเราะร่าเริง เจ้าบ่าวเอ่ยชมว่านางมีสติปัญญาฉลาดหลักแหลม พลังเวทเป็นเลิศ นางเรียนรู้วิชาหลายแขนง แถมยังมีความเป็นกุลสตรี เขายกมือเกือบจะลูบแก้มนาง ทว่ารั้งกลับอย่างยับยั้งชั่งใจ
สองสายตาสบประสานกันด้วยความรู้สึกแตกต่าง เมื่อยังไม่ผ่านพ้นการส่งตัวเจ้าสาวอย่างแท้จริง ฉับพลันนั้นเอง กลุ่มเมฆาลูกใหญ่ก่อตัวขึ้นกลางเรือน บอกถึงการมาเยือนของแขกไม่รับเชิญ
หลายคนได้แต่สงสัยว่าเป็นศัตรูกลุ่มไหน เมื่อทั้งสองตระกูลสร้างศัตรูเอาไว้มาก พวกเขาไม่เคยนับหรอกว่าทะเลาะกับเทพหรือปีศาจที่ไหนระหว่างทาง ใครพูดจาไม่เข้าหูก็กางเล็บปีศาจเข้าสู้! ไม่พูดถามให้เสียเวลา
ท่านปู่ผู้นำตระกูลเหมยเตี๋ยตระหนักได้ว่ากลุ่มเมฆาสีดำสนิทควรเป็นพลังหยินของปีศาจ กลับมีแสงแห่งหยางพุ่งพวยในกลุ่มควันนั้น มีเพียงเผ่าพันธุ์เดียวที่ใช้ทั้งหยินและหยางร่วมกัน
“ยมทูต!”
ความโกลาหลเกิดขึ้นหลังจากนั้น ต่างฝ่ายคว้าอาวุธ ฝูงจิ้งจอกเงินกลับคืนร่างสุนัขกางกรงเล็บและเขี้ยวคม ทันทีที่พลังหยินหยางรวมตัวกัน ปรากฏบุรุษในอาภรณ์ลวดลายเมฆา ท่าทางน่าเกรงขามยิ่งนัก
“จิตวิญญาณที่เสียสละ[2] สิ้นหนึ่งก้านธูปนี้ เป็นเวลาตายของเจ้า...”
--------
[1] เหมยฮวา Méihuā 梅花 ดอกพลัม ดอกบ๊วย
[2] 鬯 Chàng จิตวิญญาณที่เสียสละ , เหล้าที่เซ่นไหว้คนตายในสมัยโบราณ
สองวันถัดมา บาดแผลบนร่างกายนางหายสนิทดีด้วยพลังสีชาด สามีเป็นผู้รักษานางอย่างระวัง พร้อมกำชับนางว่าเรื่องนี้สำคัญเป็นอย่างมากบททดสอบในตำราสีชาดเปรียบเปรยถึงโลกปีศาจ ในเมื่อนางเป็นปีศาจ อาจหมายถึงการใช้ชีวิตร่วมกันของสามีภรรยา จะต้องเข้าใจกันในโลกของปีศาจ ทั้งเผ่าพันธุ์ผีเสื้อและจิ้งจอกนิล ในร่างจางหลิงนี้เขาสามารถใช้ได้ทั้งเวทหยินหยาง เวทสีชาดของตำรา เช่นเดียวกับนางที่เรียนรู้มันได้อย่างรวดเร็ว“จางหลิงผู้นี้ปรารถนาในสิ่งของหายาก เป็นนักสะสมเหมือนท่านปู่เจ้า วันหนึ่งเขาดันได้ยินเรื่องประหลาดจากทาสในเรือน ปีศาจน้อยตระกูลเหมยเตี๋ยมีปีกสีชาดงามนัก จึงยื่นข้อเสนอให้มารดาผีเสื้อส่งตัวนางมา”“หมายความว่าเรื่องราวในตำราสีชาดเชื่อมโยงกับโลกความจริงบางส่วนหรือเจ้าคะ?”สามีพยักหน้า “ใช่แล้ว เจ้าฉลาดมาก” เขาจิ้มหน้าผากนางอย่างหยอกล้อบนฟูกในห้องกว้างขวาง ปีศาจน้อยสวมชุดสีขาวเนื้อผ้าเบาบาง เฝ้ามองเขี้ยวตรงมุมปากของสามีด้วยแววตาหลงใหล บุรุษจิ้งจอกมีหางทั้งเก้าพลิ้วไหวอยู่เบื้องหลัง ไอปีศาจห้อมล้อมรอบกาย แลดูน่าเกรงขามเฉกเช่นเทพมรณา แม้ในรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง เขาตั้งคำถามนางพร้อมให้คำอธิบา
บุรุษผู้ไม่เคยมีรัก จะเข้าใจความรักก็หาไม่ นีเทียนต้าเซินมีเลือดปีศาจมากกว่าเจ็ดส่วน บิดากล่าวว่าเขาเหมาะสมกับการเป็นเทพผู้ลงทัณฑ์ความชั่วร้ายยิ่งกว่าผู้ใดในเทวโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขามิใช่เทพสวรรค์ผู้มีเมตตาและให้อภัย การถือกำเนิดของเขาเป็นเรื่องเหมาะควร เป็นสมดุลนรกสวรรค์ทว่าการบำเพ็ญเพียรเพื่อสำเร็จเป็นเทพผู้พิพากษาไม่ต่างจากการเสียสละตน ในที่สุดเขาก็กลายเตาดูดพลังแห่งความเคียดแค้นชิงชัง ตำราซึ่งคาดหวังให้ผู้ถือครองพลังสีชาดเปี่ยมด้วยความรักอันบริสุทธิ์ ไม่มีทางเป็นไปได้!“เจ้าปีศาจชั่ว ข้าจะโยนเจ้าลงกระทะทองแดงหมื่น ๆ ครั้ง ข้าจะใช้เกวียนนรกบดร่างเจ้า… ทั้งสองคน” ร่างกระดูกขบเขี้ยวฟัน กอดร่างงามในอาภรณ์สีชาดที่หลับใหล ยกมือทุบอกร่ำไห้ เขาบังคับพานางกลับเมืองมรณาจำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยกล่าวกับนางว่ายมทูตไร้หัวใจ เขากลืนคำพูดตนเมื่อพบบ่าวสาวจับมือเคียงคู่ เขาตัดพ้อไยนางทำเช่นนี้ หากนางรักฮู่โหมว ก็ควรฆ่าเขาให้ตายไปกับนาง เขาพร้อมจะตายเพราะพิษรัก ปีศาจทุกตนในงานวิวาห์ของนางก็ต้องตาย!หลังชิงตัวนางมาจากวิวาห์โลหิต เขาตัดสินใจว่าจะละสังขารตามนางไป เขาทนเห็นนางมีความสุขกับชายอื่นไม่ได
ทั้งสองมีปากเสียงกันในสถานที่อีกแห่งหนึ่งจนโดนไล่ออกจากร้าน นีเทียนต้าเซินถูกเรียกว่าปีศาจมรณาในเมืองนี้ เหล่าปีศาจได้ยินข่าวลือแว่ว ๆ ว่าเขาเป็นผู้เดียวที่กล้ามีเรื่องกับตระกูลจิ้งจอกเงินและปีศาจราตรีถิงถิงไม่เข้าใจสามี นึกย้อนไปตอนเขาสวมชุดเจ้าสาวให้นาง ส่งร่างที่หลับใหลสู่งานวิวาห์ในอาภรณ์สง่างาม เขาควรบอกลานาง ให้นางไปพบชะตากรรมของตน ไยเขากลับทำให้นางและบุตรชายคนโตของจิ้งจอกเงินไร้วาสนาเป็นสามีภรรยาถึงสองคราตอนนี้เขารังแกศัตรูหัวใจด้วยวาจาเหยียดหยันดูแคลน ใช้ดวงตาพิพากษามองบาปทั้งปวงของปีศาจ ใช้กรงเล็บมัจจุราชดึงวิญญาณ พาไปดูนรกลงทัณฑ์ ดวงจิตสีดำอยู่ในกำมือเขา ได้ยินเสียงตะโกนกร้าว ‘เหยียนโหลวหวัง!’[1]ไม่มีใครเรียกเทพมรณาเช่นนั้นมานานแล้ว เสียงหัวเราะชั่วร้ายดังจากเทพผู้พิพากษา ก่อนที่เขาจะนำฮู่โหมวไปส่งถึงเรือนจิ้งจอก จับหลังคอแข็งแกร่งด้วยกรงเล็บปีศาจ จ้องมองอีกฝ่ายนัยน์ตาสีชาดน่าสะพรึงกลัว“เจ้ายังไม่ได้กินอะไร” สามีนั่งลงข้างนางบนฟูก ภรรยาสวมอาภรณ์เนื้อผ้าเบาบางสำหรับใส่นอน กลิ่นกายนางหอมอบอวลเย้ายั่วบุรุษ ทว่านางไม่สนใจไยดี“ข้าไม่หิว ข้าจะนอน”“เจ้าควรรับพลังใหม่วันละน้อย
ยิ่งดึกเท่าไร ตลาดก็ยิ่งคึกคัก นัยน์ตาสีชาดซุกซนสองคู่ทอประกาย สบมองกันอย่างรักใคร่หวงแหน สามีเดินรั้งท้ายมองตามอาภรณ์สีนิลที่แกว่งไปมาของภรรยา เห็นปีศาจออกมาเล่นตลกเพื่อแลกเงิน อวดความสามารถของเผ่าพันธุ์พวกเขา ท้ายตลาดมีโรงเตี๊ยมของนักพนันและหอนางโลมในเมืองปีศาจมิได้มีเพียงปีศาจ ยังมีกลิ่นอายของครึ่งปีศาจและเทพ พวกเขาแอบแฝงตนมาแลกเปลี่ยนของวิเศษ ด้านหน้าตลาดมีป้ายอักษรใหญ่โตว่า ‘พวกคนแปลกหน้า ห้ามทะเลาะวิวาท ซื้อของแล้วรีบไป’“ข้าพึ่งนึกขึ้นได้ว่าเคยมาเดินตลาดในเมืองปีศาจตอนยังเล็กนัก เหมือนกับว่าท่านแม่จะพาข้ามา ภาพเหล่านี้คลับคล้ายคลับคลาในห้วงนิทราเจ้า”“ข้านึกออกแล้ว ไปซื้อของฝากท่านแม่ดีกว่า!” นางโวยวาย มุ่งตรงไปหาของฝาก สามีเบิกตากว้างมองตามผีเสื้อสีชาด ว้าวุ่นใจเรื่องของขวัญ ไม่รู้จะนำไปให้มารดาอย่างไร ก่อนหน้านี้มารดาเป็นธุระให้เขาเรื่องปีศาจในเรือนใต้ นางว่ามีของขวัญให้ลูกสะใภ้ด้วย เขาคงหาทางหลีกเลี่ยงมารดา ของขวัญของนางอาจเป็นคำสาปหรืออะไรบางอย่างที่น่ากลัวมากกว่า“ถิงถิง... เจ้า” เขาเรียกนางแล้ววิ่งตามไป ประจวบเหมาะพอดี ได้ยินเสียงจากที่อื่น ‘ถิงถิง ไม่พบกันนาน เจ้าเป็นยั
นัยน์ตาสีชาดจ้องมองชายอาภรณ์สีนิลพลิ้วไหวใต้สายลมเยียบเย็น ผีเสื้อตัวน้อยรอบกายนางราวจะเต้นระบำท่ามกลางตลาดร้านค้าที่เต็มไปด้วยพ่อค้าแม่ค้า ปีศาจสัญจรใต้หน้ากากรูปสัตว์ต่าง ๆ พวกเขาไม่เปิดเผยตัวตนเพื่องดการทะเลาะวิวาท ในมือของนางมีถุงกำมะหยี่แดง“ข้าจะซื้ออันนี้นะ อันนี้ด้วย”‘ข้าผิดต่อเจ้า ถิงถิง ข้าไม่ควรพาเจ้ามานครมรณา ทำให้เจ้าตกหลุมรักข้า ยิ่งไม่ควรกักขังเจ้า ผีเสื้อคู่ควรกับอิสรภาพ จะไปที่ใดก็ได้กับมิตรสหายของเจ้า...’เสียงในใจมิอาจสื่อถึงภรรยา บุรุษในอาภรณ์สง่างามเยี่ยงปีศาจเดินรั้งท้ายตามนาง หยุดปลายเท้าใต้ต้นไม้สูงตระหง่านด้านหลังตลาด นางยื่นมือไปข้างหน้าด้วยท่าทางตื่นเต้นดีใจ แสงจันทราสีชาดกระทบลงบนฝ่ามือ เหมันต์โปรยปรายไม่ทำให้นางรู้สึกหนาวเย็นอีกต่อไป“ข้าจะออกนครมรณาไปกับสามีในทุกรุ่งอรุณได้หรือไม่ เป็นไปได้ไหมว่าข้า... อาจพบปะมิตรสหาย ญาติสนิทของข้านาน ๆ ครั้ง...”“เจ้าออกมาเที่ยวเล่นไม่ได้ นครมรณาไม่ติดต่อกับผู้ใดทั้งสิ้น หากไม่ใช่กรณีจำเป็นเช่นครั้งนี้ การรับภรรยาจำต้องปฏิบัติตามกฎของตำรา”“เช่นนั้นข้าตามใจสามี แต่ปีกของข้าปรารถนาแสงอรุณ แสงจันทราในบางโอกาส เมืองมรณามื
บัดนี้เจ้าสาวปีศาจยืนเคียงข้างเจ้าบ่าว อาภรณ์งดงามถักทอด้วยด้ายสีนิลลวดลายเมฆาทั่วทั้งแผ่นหลัง ชุดสีชาดตัดสีนิลมีผ้าคาดเอวปักด้วยอักษร 白色 และ 黑色 งานฝีมือจากเมืองยมทูต ชายผ้าสองผืนกองอยู่บนพื้นหญ้าเขียวชอุ่ม แลดูสง่างาม ดวงไฟหยินหยางมารอแสดงความยินดีกับพวกเขา“ธรรมเนียมผีเสื้อที่ท่านปู่เจ้าว่าคืออะไร? ข้าไม่ทันฟัง ท่านแม่อารมณ์ไม่ดีเสียก่อน”“ห้วงนิทราแห่งฝันร้าย ท่านจะติดอยู่ในความหวาดกลัวนับร้อยปี เว้นเสียแต่ว่าท่านสามารถทำลายห้วงนิทราของภรรยา นั่นหมายถึงการทำร้ายนาง ถ้าท่านฆ่าภรรยาได้ จะได้รับป้ายอาญาสิทธิ์ของตระกูล อภัยโทษทั้งปวงหมื่นปี”“งั้นหรือ? ธรรมเนียมวิปริตเช่นนี้ มิน่าเล่า… ท่านปู่เจ้าหาว่าข้ากลัวจนหัวหด”อาวุโสกล่าวว่าปีศาจที่แข็งแกร่งไม่ควรมีจุดอ่อนเป็นคู่ครองของตน เผ่าพันธุ์ผีเสื้อตั้งธรรมเนียมประหลาดให้สามีภรรยาเข่นฆ่ากันโดยไม่ลังเลใจ การแต่งงานมีขึ้นเพื่อประโยชน์และการสืบเผ่าพันธุ์ พวกเขามีบุตรก่อนแต่งงาน ชิงสุกก่อนห่ามเป็นเรื่องธรรมดา“เจ้าคงไม่รู้แน่ ๆ ว่าข้าภูมิใจในตัวเจ้า ภรรยา เจ้าเป็นปีศาจพรหมจรรย์ผู้เดียวในเรือนใต้ เจ้ารักนวลสงวนตัวประหนึ่งเทพธิดาสวรรค์ ถือศีลเ







