Share

2 ส่งมอบตัวเจ้าสาว

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-30 15:20:37

‘คนพี่งามเท่าไร ผีเสื้อน้องเล็กในเรือนใต้เป็นที่หนึ่งในใจข้า ข้าจะแต่งงานกับนางผู้เดียว...

จิ้งจอกผู้นี้ประกาศความรักที่มีต่อนาง ขัดความประสงค์ของบรรดาผู้อาวุโสซึ่งอยากให้ผีเสื้อคนโตสุดออกเรือนก่อน แต่ในเมื่อเขายืนกรานหนักแน่นว่าปรารถนาเพียงถิงถิง จึงไม่มีใครอยากให้เกิดการต่อสู้ระหว่างเผ่าพันธุ์พันธมิตร

ร่างบางในอาภรณ์เนื้อผ้าเบาบางทับซ้อนกันหลายชั้นประดับด้วยลวดลายปักษิณราวกับว่านางเป็นแสงแวววาวของหิ่งห้อย นางหยุดยืนข้างบุรุษปีศาจในอาภรณ์งามสง่า เรือนผมสีเงินพลิ้วไหวตามสายลมเยียบเย็น

เป็นเรื่องยากเกินห้ามใจสำหรับบรรดาจิ้งจอกตนอื่นซึ่งติดตามมาด้วยถึงเจ็ด กระทั่งว่าแววตาดำขลับเมื่อครู่นี้กลับกลายเป็นแววตาหิวกระหายตามสัญชาตญาณนักล่า นับตั้งแต่เจ้าสาวในอาภรณ์สีชาดเข้ามาในห้องโถงกว้าง บ่าวสาวสบมองกันอย่างสนิทสนม ทั้งสองมีมิตรภาพที่ดีต่อกัน

“อันที่จริงข้าควรได้ออกเรือนก่อนเจ้าเสียอีกฮู่โหมว ก็น่าเสียดาย”

“ใช่แล้วล่ะ เป็นเรื่องน่าเสียดายสำหรับเจ้า ข้าดันแข็งแกร่งที่สุดตระกูล...”

ฮู่โหมวชายตามองจิ้งจอกเงินที่มีอายุมากกว่าถึงสองพันปีด้วยแววตาเข่นฆ่าจนอีกฝ่ายหลบเลี่ยงไป

ในความสัมพันธ์แก่งแย่งชิงดี หากเอื้อเฟื้อผลประโยชน์ต่อกัน แม้แต่คำว่าครอบครัวหรือมิตรสหาย หาได้เป็นเช่นเหล่าเทพที่มีไมตรีจิตต่อกันไม่

หลังผ่านพ้นการส่งตัวแล้วเจ้าสาวมักถูกสูบพลังวิญญาณจนหมด ถูกเขี้ยวเล็บจิ้งจอกฉีกทึ้งเป็นชิ้นในสภาพปางตาย นั่นเป็นเหตุให้เผ่าพันธุ์พวกเขาไม่ค่อยมีภรรยา ถ้ามีก็น้อยนัก สตรีมักอยู่เป็นโสด เปลี่ยนคู่นอนแลกเปลี่ยนพลังวิญญาณไปเรื่อย บ้างออกจากเรือนไปหาดื่มกลืนพลังวิญญาณบนโลกมนุษย์ ใช้ความงามล่อลวงบุรุษ

“ข้ากลัวใครจะมาแย่งนางไป ไม่ใช่แค่หวงนางจากพวกเจ้าหรอก” ฮู่โหมวสารภาพ หลังส่งมอบสินสอดส่วนหนึ่งซึ่งเป็นสมบัติของตระกูลจิ้งจอกให้กับทางฝ่ายหญิง เขาก้มมองใบหน้างามในระดับบ่าด้วยท่าทางเอ็นดู

ดอกเหมยฮวา[1]เป็นเอกลักษณ์ของถิงถิง หากนางปรากฏตัวที่ใด กลิ่นกายหอมอบอวลมักล่วงหน้ามาก่อน

ทั้งปีกสีม่วงทั้งสามคู่สะท้อนแสงจันทราทอประกายอร่ามงาม นัยน์ตาสีอำพันแลดูไร้เดียงสา ทำให้บุรุษคลั่งไคล้หลงใหล พยายามลักลอบหานางก็หลายครา ผู้อาวุโสลงความเห็นว่านางควรออกเรือนไปเสีย

ถิงถิงมั่นใจในความงามของนาง ในขณะที่ปลายเท้าเปลือยเปล่าสะกิดแววตาดุดันของมารดาเข้า

“ท่านฮู่โหมวไม่เคยทำตัวเหลวไหล สมเป็นบุตรชายคนโตของเผ่าจิ้งจอกเงิน แต่ดูสภาพของเจ้าสิ ยังกับเด็กไม่รู้จักโต เจ้ากลับไปแต่งตัวให้เรียบร้อยเสีย จบพิธีแล้วก็รีบ ๆ ไป”

“ข้าต้องรับบททดสอบก่อนเข้าตระกูลมิใช่หรือ? รองเท้าสวยงามของข้าคงไม่เหมาะสมกับงานวิ่งหนีสุนัขบ้ากระมัง”

“ถิงถิง...” มารดาดุว่านางด้วยท่าทีก้าวร้าว นางว่าพวกเขาเป็นสุนัขบ้า!

ก็เป็นสุนัขจริง ๆ ส่วนนางน่ะใช่สุนัขที่ไหนเล่า นางเป็นผีเสื้อ ทำไมฮู่โหมวจึงไม่เข้าใจข้อนี้ ไยต้องมาคะยั้นคะยอขอนางไปเป็นคู่ครอง...

ฮู่โหมวไม่สนใจสายตารังเกียจดูแคลนของญาตินาง เขาเพียงริษยาสายตาปีศาจหนุ่ม ดูราวกับว่าจะทำมิดีมิร้ายนางระหว่างทาง ต่างล้วนจ้องมองไปยังใบหน้างามหมดจด หว่างกลางคิ้วของนางวาดด้วยลวดลายปีกผีเสื้อ ตราสัญลักษณ์นี้นางจะได้ใช้มันเป็นวาระสุดท้าย

“ช่างเถิด นางก็เป็นนาง ข้าถึงได้รักใคร่นางนัก ถิงถิง...” ฮู่โหมวเรียกนาง เอาแต่ทำหน้าตาบึ้งตึง เขาสะบัดอาภรณ์สีชาดเบา ๆ เหนือลำคอเพรียวระหงปรากฏเชือกถักร้อยเป็นสร้อยเส้นหนึ่ง “เขี้ยวแรกของข้าอาบพลังหยินของข้า มันจะคอยปกป้องเจ้า ข้าจะรอรับเจ้าอยู่อีกฟากหนึ่งของแม่น้ำแดนจิ้งจอกเงิน เจ้าจะได้ยินเสียงเรียกของข้า”

‘ท่านบ้าไปแล้ว! เสียงสุนัขหอนเรียกคู่น่ะหรือ แล้วข้าจะต้องหอนตอบด้วยไหม?’

ถิงถิงกัดฟันก้มหน้ามองเขี้ยวสุนัขจิ้งจอกตัวกระจ้อยร่อยที่กลายมาเป็นสร้อยคอ ส่วนน้องชายและมิตรสหายของเขาเอาแต่จ้องหน้านาง

“ขี้โกงนี่นาพี่ใหญ่ ทีภรรยาข้ายังไม่เคยได้รับการปกป้อง ขนาดรอยแผลกลางแผ่นหลังของนางก็เป็นฝีมือของท่าน จำได้หรือไม่?”

“เช่นนั้นข้าคงรับเขี้ยวของท่านเอาไว้ไม่ได้ จะมาหาว่าข้าเป็นผีเสื้อขี้โกง ข้าเป็นพวกรักศักดิ์ศรีซะด้วย”

“ถิงถิง!”

ฮู่โหมวว่านางไม่ทันไร มือเรียวปัดเขี้ยวเงินส่งคืนกลับเจ้าของที่กำมันไว้ในมือ เขามีสีหน้าเป็นกังวล นึกเสียใจที่ตนเคยรังแกน้องชาย หาเรื่องวิวาทกับบรรดาพี่น้อง

นั่นเป็นเรื่องยากกับทั้งสองฝ่าย ผู้อาวุโสส่ายหน้ามองฝั่งเดียวกัน

เผ่าพันธุ์ผีเสื้อราตรีมีข้อตกลงเรื่องการแบ่งดินแดนปีศาจ การส่งมอบตัวเจ้าสาวต้องเสร็จสิ้นเท่านั้น ปีศาจส่วนหนึ่งย่อมอยากให้นางรอดชีวิต

“ข้าไม่ตายง่าย ๆ หรอกน่ะ ใช่ไหมพี่รอง พี่ใหญ่?” นางโอ้อวด หันไปปลอบว่าที่สามีให้ใจเย็นลงสักหน่อย พี่ใหญ่ยกอาภรณ์สีชาดป้องปากหัวเราะนาง ส่วนพี่รองน่ะเข้าข้างนาง

“แม้นางอายุขัยเพียงห้าพันปี นางเป็นปีศาจราตรีที่แข็งแกร่ง ข้าเคยได้ยินว่า... ครั้งหนึ่งนางเผชิญหน้ากับปีศาจเฟยอี๋”

“ข้าเผ่นอย่างรวดเร็วทีเดียว ปานสายฟ้าฟาด”

“หมายความว่าเจ้าเก่งเรื่องหนี”

“นั่นงานถนัดข้า” นางหัวเราะร่าเริง เจ้าบ่าวเอ่ยชมว่านางมีสติปัญญาฉลาดหลักแหลม พลังเวทเป็นเลิศ นางเรียนรู้วิชาหลายแขนง แถมยังมีความเป็นกุลสตรี เขายกมือเกือบจะลูบแก้มนาง ทว่ารั้งกลับอย่างยับยั้งชั่งใจ

สองสายตาสบประสานกันด้วยความรู้สึกแตกต่าง เมื่อยังไม่ผ่านพ้นการส่งตัวเจ้าสาวอย่างแท้จริง ฉับพลันนั้นเอง กลุ่มเมฆาลูกใหญ่ก่อตัวขึ้นกลางเรือน บอกถึงการมาเยือนของแขกไม่รับเชิญ

ท่านผู้นี้แลดูไม่เกรงใจผู้ใดเสียด้วย จึงปรากฏกายท่ามกลางงานวิวาห์ที่มีปีศาจอยู่มากมาย ผู้คนในงานล้วนมีสีหน้าสงสัยว่าเป็นศัตรูกลุ่มไหน เมื่อทั้งสองตระกูลสร้างศัตรูเอาไว้มาก เกือบครึ่งกองทัพสวรรค์! ก่อนที่จะตระหนักได้ว่ากลุ่มเมฆาสีดำสนิทควรเป็นพลังหยินของปีศาจ กลับมีแสงแห่งหยางพุ่งพวยในกลุ่มควันนั้น มีเพียงเผ่าพันธุ์เดียวที่ใช้ทั้งหยินและหยางร่วมกัน

“ยมทูต!”

มารดาตะโกนเรียกปีศาจให้คว้าอาวุธ ฝูงจิ้งจอกเงินกลับคืนร่างสุนัขกางกรงเล็บและเขี้ยวคม ตั้งท่าต่อสู้ เมื่อพลังหยินหยางรวมตัวกัน ปรากฏบุรุษในอาภรณ์เมฆาถักทอด้วยลวดลายสง่างามอย่างผู้สูงศักดิ์

“จิตวิญญาณที่เสียสละ[2] สิ้นหนึ่งก้านธูปนี้ เป็นเวลาตายของเจ้า...”

--------

[1] เหมยฮวา Méihuā 梅花 ดอกพลัม ดอกบ๊วย

[2] 鬯 Chàng จิตวิญญาณที่เสียสละ , เหล้าที่เซ่นไหว้คนตายในสมัยโบราณ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ไฉนข้ามาอยู่ในเมืองยมทูต   21 ปีศาจทรยศ

    กระดิ่งลางร้ายในเรือนใต้ที่สั่นดังทำให้มิอาจชะล่าใจ หลี่หวังหยางนัดแนะบรรดาปีศาจให้เล่นละครไปตามน้ำ ตบตากลุ่มควันหยินหยางซึ่งอาจปรากฏตัวอีกเมื่อใดก็ได้ ตามคาดการณ์ว่ายมทูตอาจกลับมา เมื่อศัตรูตายใจ จะได้ไม่เสียการใหญ่ ค่อยส่งสารแจ้งฝั่งจิ้งจอกเงินให้สลักอักษรไว้บนฝ่ามือว่า ‘忘’ ลืม หมายถึงเวทลบเลือนความจำของยมทูต“ที่ใดมีความตาย ที่นั่นมียมทูต พวกนั้นรวบรวมดวงวิญญาณมากมายไปเพื่ออะไร?”สีหน้าสงสัยแกมเจ้าเล่ห์ของปีศาจเฒ่าในร่างบุรุษรูปงามซักไซ้เอาความจริงจากร่างไร้สติสตรีในอาภรณ์สีชาดอยู่ในเงื้อมมือ เวทหยินห้อมล้อมรอบลำคอ ยามนี้จะบีบคั้นนางก็ตายเปล่า นางสูญสลายเป็นเถ้าควันได้ในพริบตาข้างกันนั้นเป็นพี่สาวทั้งสองนอนฟุบบนพื้นหญ้า ญาติผู้พี่อีกสาม บุรุษจิ้งจอกผู้ติดตามฮู่โหมวยังคงไม่ฟื้นจากแรงปะทะของเวทปีศาจราตรี การสะบัดพิษจากปีกของหลี่หวังหยางทำลายเวทหยินหยางใต้อักษร 忘 กลางหน้าผากจนแตกเป็นเสี่ยง ดวงตาสีอำพันเปิดเผยบนปีกสีนิลทั้งแปดคู่ หลังจากนั้นเรือนไม้ในงานวิวาห์กลายเป็นพื้นที่โล่งเปล่าเยียบเย็น“พวกมันใช้เวทลบเลือนความทรงจำ ส่งตัวเจ้าสาวกลับคืนสู่งานวิวาห์เช่นคืนที่ลักพาตัวเจ้าไป อื้ม.

  • ไฉนข้ามาอยู่ในเมืองยมทูต   20 จากลา

    ถิงถิงพร่ำพรอดกอดเทพมรณาหลังจากที่เขาไม่ขัดขืนนางอีก ฝ่ามือเย็นเฉียบของนางลูบไล้ผิวกายอุ่น ได้ยินเสียงผ่อนลมหายใจครืดคราดผ่านใบหูไปไว ๆ เขาปิดตาลงบ่อยครั้งจนนางขมวดคิ้วสงสัย กว่าที่นางจะรับรู้ได้อีกคราจากสัมผัสของมืออุ่นร้อน กำลังลูบผ่านแผ่นหลังบางเนื้อกายของนางและเขาแนบชิดสนิทสนม ไอปีศาจห้อมล้อมทั้งสองเรือนกาย นางสารภาพต่อเขาว่านางมีความสุขมากมายเท่าไร“ความสุขอะไรของเจ้า ร่วมแรมปีในนครมรณา ใต้ต้นไม้วิญญาณ ในเรือนไม้ที่ข้ามานั่งทำงานเคียงข้างเจ้า ข้าเฝ้ามองเจ้า วัน ๆ เจ้าเอาแต่นอนเกียจคร้าน”“นานขนาดนั้นเชียวหรือ?”“อื้ม... ตอนข้าไม่อยู่ เจ้าไปเที่ยวเล่น ข้ามเทือกเขาไปก่อกวนยมทูตในหลายเขตแดน เจ้าทักทายพวกเขาทุกรุ่งอรุณ ยมทูตกลับมาจากการรวบรวมดวงวิญญาณ ไยเจ้ายืนกรานว่ามีความมืดมิดเป็นสหาย?”ปีศาจน้อยคลี่ยิ้ม กลอกแววตาซุกซน ยามหวนคิดถึงท่านลุงทั้งหลายท่ามกลางราตรีมืดมิดของเมืองมรณา กลุ่มเมฆาสีขาวสลับดำเป็นดวงกลมนับหลายหมื่นลอยละล่องในเวหา ไม่ไกลจากตัวนางซึ่งเป็นผีเสื้อตัวน้อยในวงยมทูตยมทูตมักปิดวาจา ไม่ใคร่สนทนา นอกเสียจากกับยมทูตด้วยกัน ท่านลุงค่อนข้างรำคาญนางเอามาก ๆ หากเห็นนางเดิ

  • ไฉนข้ามาอยู่ในเมืองยมทูต   19 บุรุษในใจ

    “ว่าง… อย่าเสียเวลาข้า ดวงวิญญาณมากมายเฝ้ารอเทพมรณา ข้าจำต้องออกไปรับดวงวิญญาณ นำทัพยมทูต…” นางพูดแทนเขา ขยับปลายนิ้วเรียวยาวหยิกจมูกโด่งเป็นสันคม เขาย่นจมูก พ่นลมหายใจสีชาดแลดูน่าสะพรึงกลัว นางมิได้หวั่นเกรงแม้แต่น้อย แถมยังต่อว่า “ข้าได้ยินจนเบื่อ เชื่อข้าเถอะ ถึงท่านไม่ทำงาน ยังมีเทพมรณาอีกตั้งสอง”“ทำงานได้เรื่องที่ไหน...”“ท่านไม่ควรดูแคลนผู้ใดในแดนมรณา แดนปีศาจ แดนเทพ แม้แต่มนุษย์ผู้ไร้ซึ่งพลัง พวกเขามีความคิดยิ่งใหญ่เกรียงไกร มีหัวใจกล้าหาญเสียสละ นีเทียนต้าเซิน ท่านรู้ไหม? ราชาแห่งสวรรค์ปกครองแดนเทพด้วยเมตตาธรรม ท่านอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ดูแคลนแม้กระทั่งปีศาจ”“เจ้าเคยพบเขาผู้นั้นหรือ? ข้าว่าเจ้าเพียงได้ยินมา ส่งสารผ่านปากต่อปาก เจ้ารู้จักคน แต่หารู้จักใจเขาไม่”ถิงถิงส่ายหน้า ค่อนขอดเทพผู้ผยองตน เขาหลุบตามองนาง หัวเราะชั่วร้าย นางกล่าวว่าแม่เฒ่าเล่าให้นางฟัง นางอดไม่ไหวต้องสั่งสอนเทพซะบ้าง“ท่านเงียบเสีย... จูบข้า”“เจ้า... อยากตายรึ?” เขาเข่นเขี้ยวขู่นาง ออกแรงขัดขืนการบังคับจากลมพัดไหวข้างใบหู ทว่าในห้วงนิทรานี้ไม่ว่านางสั่งอะไรก็จำต้องทำตาม“จูบข้า ที่หน้าผาก แก้ม ริมฝีปาก”นี

  • ไฉนข้ามาอยู่ในเมืองยมทูต   18 บุรุษในใจ

    นัยน์ตาเยียบเย็นสีชาดไม่ไหวติง แม้ปีศาจสาวจะพลิกฝ่ามือดึงเทพมรณาให้มานั่งจิบชาในฝั่งตรงกันข้าม บังคับเขาไปเสียทุกอย่างดั่งใจนาง เสกถ้วยชาและขนมหน้าตาน่ารับประทาน แป้งปั้นเป็นรูปดอกไม้ รูปภูตแมลงผีเสื้อ เต่าทอง วางเรียงรายในจานดินเผาบนโต๊ะเตี้ย ๆเมื่อตรึกตรองดูแล้วนีเทียนต้าเซินใช้พลังมากมหาศาลในการผนึกตำราสีชาด มันเป็นเรื่องเปล่าประโยชน์ตามคำตักเตือนของยมทูตอาวุโส ตอนนี้เขาไม่น่ามีพลังมากพอทำลายห้วงนิทราผีเสื้อใช่แล้วล่ะ... นอกเสียจากผนึกตำราไม่ได้ ร่างปลอมมาพบนางอย่างลับ ๆ ชั่วพริบตาเดียวก็หายไป กระจกเวทแปดเหลี่ยมนี้นางได้มาจากเขา เรียกของวิเศษมาให้นางเหมือนกระบี่ปีศาจเพียงนางเอ่ยขอ“ข้าเดาว่าท่านกำลังใช้ความคิด ไม่รู้ว่าในนิทราผีเสื้อสามารถทำงานของท่านได้หรือไม่?”“...”นีเทียนต้าเซินนั่งนิ่งขรึม มองนางรินชาอย่างกุลสตรีก่อนหน้านี้นางเปลี่ยนอาภรณ์เทพมรณาเป็นสีฟ้าคราม สีเขียวมรกต ปักปิ่นงดงามอย่างคุณชายในเมืองมนุษย์ เป็นสีขาวอย่างบุรุษเทพในเทวโลก เป็นสีนิลสนิทมีกรงเล็บปีศาจประหนึ่งจอมมาร นางเรียกเขาท่านจอมมารแล้วหัวเราะ นางเล่นสนุกกับการเปลี่ยนอาภรณ์ของเขาไปมาจนพลังหยินลอยละล่องเต็

  • ไฉนข้ามาอยู่ในเมืองยมทูต   17 กับดักปีศาจ

    ฝันไปเถอะ!นีเทียนต้าเซินหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน แทนที่จะลั่นวาจาเด็ดขาด ไม่มีทางรับดวงวิญญาณนางมาเป็นยมทูต ในเมื่อมันเป็นไปไม่ได้ลิขิตชะตา เป็นเรื่องเหนืออำนาจการควบคุม ภพชาติหน้าของนางจะเกิดเป็นอะไรก็หาได้รู้ไม่ขณะนัยน์ตาสีชาดยังคงเพ่งมองท่าทีโอหัง หวังให้นางศิโรราบ เขายืนเอามือไพล่หลังข้างฟูกนาง“ลุกขึ้นมาทำงานของเจ้า ไหวหรือไม่?”“ข้าไม่ทำงานให้ท่านแล้ว ข้าจะไป... จากที่นี่”“เจ้าแน่ใจ?”“เจ้าค่ะ ท่านและข้า ขออย่าได้พบกันอีกเลย หากมิใช่ในปรภูมิ หวังว่าท่านจะไม่ลืมที่ลั่นวาจาเอาไว้ว่าข้าเปลี่ยนใจได้ทุกเมื่อ”สีหน้าของผู้ขลาดกลัวบัดนี้เป็นคนละคน นางไม่อ่อนน้อมยอมตามอีกต่อไปนีเทียนต้าเซินเบิกเนตรสีชาด ด้วยความรู้สึกเจ็บปวดประหลาดในอก ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร เมื่อยมทูตตัดขาดจากห้วงความรู้สึกสิ้น อีกใจหนึ่งก็หวังให้นางเปลี่ยนคำพูดของนาง กลับพบเพียงลูกแก้วอำพันเปี่ยมล้นหยดน้ำตา นางยืนกรานว่าจะกลับเรือนใต้ เขากลั้นใจตอบนาง“ได้ ในเมื่อเจ้าตัดสินใจดีแล้ว ข้าจะไปส่งเจ้า”-----------หัวใจปีศาจเคยสงบราวสายน้ำนิ่ง บัดนี้ไม่ต่างจากกระแสน้ำวน นางทั้งสับสน เสียใจ ไยเทพมรณาช่างไร้เย

  • ไฉนข้ามาอยู่ในเมืองยมทูต   16 โทษหนึ่งประการ

    ระหว่างที่นางลุกขึ้นไปเปลี่ยนอาภรณ์ใหม่ เจ้าร่างปลอมไม่เลิกตามนาง แถมทำหน้าตาขึงขังเจ้าเล่ห์ นางเกือบจะควักกระบี่ปีศาจออกมาฟาดฟันการต่อสู้อันไร้ประโยชน์หยุดลงในหัว เมื่อสิ่งของสำคัญอยู่ในเรือนใต้ทั้งหมด นางนั่งถอนหายใจบนฟูก ก่อนจะเบิกตากว้างมองกระบี่สีนิลปรากฏในมือเทพ ไม่รู้ว่าร่างปลอมเสกมันขึ้นมาได้อย่างไร เขาขยับฝีเท้าเข้ามาหานาง ส่งกระบี่สลักลายบุปผาให้นางกับมือ นางลุกขึ้นยิ้มดีใจ“กระบี่ปีศาจข้า... ท่านได้มายังไง?”ร่างปลอมยิ้มให้นางแทนคำตอบ นางพยายามถามเขาเท่าไรก็ยอมบอกนาง“ก็ได้ ข้าจะยอมตามใจท่านสักวัน ท่านตัวปลอม ขอโทษที่ข้าเสียมารยาท”ใบหน้าหล่อเหลาแลดูอ่อนโยนแม้กระทั่งในแววตา เขาชื่นชมนางพลางว่า ‘ดีแล้ว ดีมาก’ โน้มลงแตะริมฝีปากลงบนหน้าผากเนียน นางสะดุ้ง ยกมือแปะหน้าผากเหมือนถูกของร้อน แก้มแดงระเรื่อไปถึงใบหู“ท่านทำอะไรน่ะ!?”“เจ้าชอบ”“ทะ... ท่านเป็นเพียงภาพลวงตา”“เหลวไหล เบื้องหน้าสายตาเจ้าเป็นเรื่องจริง มีอยู่จริง เจ้าเชื่อข้า”“ท่าน... เหมือนเขามาก ทั้งกายทิพย์... วิญญาณ ทั้งกลิ่นดอกปี่อั้น...”“เมื่อคืนข้านอนข้างหลังเจ้า... ใส่ยาบนปีกเจ้า...”ถิงถิงกลอกตาใช้ความคิด ตั้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status