Home / รักโบราณ / ไป๋ฟางหรง / ตอนที่ 6 หนีจากคนใจร้าย

Share

ตอนที่ 6 หนีจากคนใจร้าย

last update publish date: 2026-04-08 21:41:39

ตอนที่ 6 หนีจากคนใจร้าย

ฟางหรงเดินกลับเข้ามาในจวนด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก มือข้างหนึ่งยังคงมีสาวใช้ประคองนาง ระหว่างที่เดินทางกลับมา อากาศข้างนอกก็หนาวเหน็บ ร่างกายของฮูหยินก็เจ็บป่วยอยู่บ่อยครั้ง ต้องทำมาทำงานหนัก ๆ เช่นนี้อีก สาวใช้ของนางคืออาชุน ติดตามดูแลนางตั้งตระกูลไป๋ จวบจนย้ายมาอยู่ที่จวนตระกูลจ้าว

“ฮูหยิน อย่าว่าข้าสอนเลยนะเจ้าคะ อยู่ไปก็รังแต่จะเจ็บปวด” อาชุนไม่พอใจนัก สีหน้าของนางหาได้ยิ้มแย้มไม่ มีเพียงแต่ความไม่พอใจอยู่มากโข

“ข้ารู้ดีเจ้าค่ะ” เพียงแค่พูดก็เหมือนจะหมดแรงลงได้ทุกเมื่อ “เดี๋ยวเช่นนั้นก็คงจะต้องเก็บของเตรียมตัวย้ายแล้ว” นางคิดดีแล้ว และคิดมาตลอดทั้งคืนแล้ว

“อีกหน่อยท่านแม่ทัพแต่งงานก็ย่อมมีลูกของตนเอง” ฟางหรงกล่าวขึ้น ลูก ๆ ของนางก็คงจะยินดีหากว่าย้ายไปอยู่ที่อื่น จะได้ไม่ต้องทนเห็นบิดามารดาทะเลาะเบาะแว้งกันเช่นนี้

“ที่จวนทุกอย่าง ข้าจัดการเอาไว้แล้ว” ฟางหรงรูปร่างผ่ายผอมนัก เพียงแค่แรงลมปะทะนางก็อาจจะล้มลงได้ทุกเมื่อ นางกินน้อย นอนน้อย หน้าหนาวทีไรนางก็จะป่วยอยู่เสมอ หลังจากคลอดลูกทั้งสอง สุขภาพของนางก็ไม่แข็งแรงนับจากนั้นเป็นต้นมา

นางไม่เคยใส่ใจดูแลบำรุงร่างกายของตนเองสักนิด ใช้เวลาดูแลลูก ๆ สองคน เด็กแฝดคู่นี้นอนยาก และไม่กินนมแม่นมอีกด้วย นางดูแลตั้งแต่คลอดเอง ทำเองทุกอย่าง จะเอาเวลาไหนมาดูแลตนเอง พ่อแม่สามีก็ชรามากแล้ว พวกท่านช่วยดูแลได้เพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้น

เด็กน้อยทั้งสองไม่เคยต้อนรับใครก็ว่าได้ หากมีใครที่ไม่คุ้นหน้าเข้ามาอุ้มก็มักจะส่งเสียงร้องไห้เสมอ เวลานอนแขนทั้งสองข้าก็มักจะมีเด็ก ๆ อยู่ข้าง ๆ นางก็หวังเพียงแค่สามีได้รับรู้ จดหมายที่ส่งไปก็ไร้ซึ่งการตอบกลับมา

ระหว่างที่ฟางหรงกำลังจะเข้าเรือนนอน เป็นถังม่านชิงยืนขวางทาง คล้ายว่ารอมานานแล้ว สีหน้าบึ้งตึงและยังกล่าวขึ้นมาว่า “เมื่อไหร่พี่สาวจะหยุดดื้อดึงเสียที หย่ากับท่านแม่ทัพเสีย อย่ารั้งตำแหน่งที่ไม่ใช่ของท่านอีกต่อไปเลย”

“เจ้านี่ช่างใจร้อนจริง ๆ” ฟางหรงแสยะยิ้มขึ้นมา เหยียดมองอีกฝ่ายเข้าให้ “ใช่ว่าใครจะเป็นก็เป็นได้ เด็กอย่างเจ้าจะดูแลจวนที่ใหญ่โตเช่นนี้ได้อย่างไรกัน” นางกล่าวขึ้นมา สีหน้าเรียบเฉย แววตาว่างเปล่า แต่มุมปากกลับบิดขึ้นมาเล็กน้อย

“อีกอย่างสตรีเช่นเจ้าวัน ๆ เอาแต่นั่ง ๆ นอน ๆ รักสบายเกรงว่าเป็นนายของจวนบ่าวไพร่คงจะไม่เคารพเป็นแน่ พ่อแม่สามีชังหน้า เจ้าก็จะยิ่งกว่าข้าเสียอีก ผู้หญิงดี ๆ ที่ไหนวิ่งตามผู้ชายจากแดนเหนือมาถึงเมืองหลวง หากไม่ใช่นางโลมชั้นต่ำ!”

“มันจะมากเกินไปแล้วนะ” ม่านชิงคิดจะตบตีอีกฝ่าย นางจึงได้ปรี่เข้าไป

ฟางหรงยิ้มเหี้ยมขึ้นมา ยกเท้าฟาดเข้าให้ที่ใบหน้าของถังม่านชิง และเห็นนางเสียหลักหงายท้องไป จากนั้นนางก็ไปรับอีกฝ่าย ลากสตรีหน้าด้านไร้ยางอายนั่นเข้าไปในเรือนของนาง หากมีใครเห็นเข้าทุกคนจะคิดว่านางรังแกอีกฝ่าย เช่นนั้นก่อนไปก็ขอจัดการสตรีหน้าด้านคนนี้เสียหน่อย

“ปล่อยข้านะ ปล่อยสิ ท่านแม่ทัพกลับมาข้าจะฟ้องเขา!” ม่านชิงดิ้นหนีแต่ก็ไม่เป็นผล และยังถูกสาวใช้ของฮูหยินเอก ช่วยลากนางเข้าไปข้างในอีกด้วย

อาชุนยึดตรึงร่างของถังม่านชิงเอาไว้แน่น ฟางหรงยิ้มเหี้ยมขึ้นมา แววตาเป็นประกายวาวโรจน์อัดแน่นไปด้วยความชิงชัง “ข้าจะบอกเจ้าให้นะ คำพูดที่น่าฟังมันเป็นเช่นไร คำพูดที่ทิ่มแทงใจคนเป็นเช่นไร สตรีเช่นเจ้าหากไม่ใช่นางโลมชั้นต่ำแล้วจะเป็นคุณหนูได้อย่างไรกัน”

ฟางหรงบีบปากของถังม่านชิงเอาไว้แน่น “กินมันเข้าไป” น้ำเสียงเหี้ยมแฝงด้วยกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัว ถังม่านชิงนึกไม่ถึงว่าฟางหรงจะโหดเหี้ยมเช่นนี้

“ข้าจะบอกเจ้าให้นะ ถึงข้าจะอ่อนแอขี้โรคเช่นนี้ แต่ข้าใช้สมองไม่ใช่ปาก อย่างเจ้า คิดจะช่วงชิงตำแหน่งฮูหยินเอกของข้า มันไม่ง่าย หากอยากได้เจ้าก็ต้องแลกมันมา” สิ่งที่ถังม่านชิงกินเข้าไปนั้นไม่มีพิษสักนิด

จากนั้นฟางหรงจึงให้อาชุนปล่อยตัวของถังม่านชิง ฝ่ามือฟาดเข้าให้ที่แก้มของนางทั้งซ้ายและขวา ก่อนสุดท้ายนางจะจากลา จึงได้มอบรอยส้นเท้าของนางบนหน้าของอีกฝ่าย เสียงหวีดร้องนั่นดังออกมาถึงข้างนอกห้อง

เดือดร้อนไปถึงสองผู้เฒ่าจะต้องมาห้ามปรามเข้าให้ เมื่อคนชราทั้งสองคล้ายว่าจับจูงกึ่งวิ่งกึ่งเดินนั่น มายังเรือนของลูกสะใภ้ไม่ห่างไกลสักเท่าไหร่แต่เข้ามาพบ มีแม่นางถังนอนอยู่กับพื้น ใบหน้าของนางปูดบวมและยังมองเห็นเส้นผมเป็นกระจุกหล่นอยู่บนพื้นอีกด้วย

“ลูกสะใภ้ที่แสนดีของข้า ถูกนังผู้หญิงบ้าคนนี้กลั่นแกล้งเข้าให้แล้ว ดูสิทำให้เด็กดีเรียบร้อย กลายเป็นแบบนี้ไปได้ เพราะไอ้ลูกชั่วคนนั้นแท้ ๆ” หลิวซื่อร่ำไห้ อดสงสารสะใภ้ไม่ได้ นางตีโพยตีพายกล่าวโทษลูกชายตัวเอง ฟางหรงยืนเรียบร้อยกลายเป็นเด็กดีน่ารักอีกครั้ง หลังจากเมื่อครู่ถูกปีศาจร้ายเข้าสิง

ไม่มีใครสนใจคนที่นอนกองอยู่บนพื้นสักคน มีแต่คนเมินเฉยนางคล้ายกับว่าเป็นเพียงสิ่งไร้ค่า ไร้ตัวตนให้ผู้คนเหลียวแล “นังผู้หญิงคนนี้ ข้าว่าน่าจะลากนางออกไปประจาน ผิดคิดแย่งสามีชาวบ้าน” ชายชรากล่าวขึ้นมาทันใด สีหน้านั้นบึ้งตึงเคร่งเครียดนัก

“ท่านพ่อ ท่านแม่ ไหนเลยจะเป็นเช่นนั้น ในเมื่อท่านแม่ทัพมีใจให้นาง สิสู้ให้สมหวัง ลูกสะใภ้คนนี้ทำให้ท่านพ่อ ท่านแม่อับอาย มีจิตริษยาจึงคิดจะขอหย่าเจ้าค่ะ” ฟางหรงสีหน้านั่นดูแน่วแน่นัก สาวใช้ลากสตรีคนไร้ค่าออกไปมิให้เป็นอัปมงคลเรือนของเจ้านาย

สองผู้เฒ่ากุมขมับทันใด หลิวซื่อจับมือลูกสะใภ้เอาไว้ มิคิดเอ่ยปากห้าม “แม่เข้าใจเจ้า แต่ว่าแม่มีเรื่องขอร้องได้หรือไม่”

“หากลูกสะใภ้ทำได้ ขอให้ท่านแม่บอกมาเจ้าค่ะ” ฟางหรงยินดี ถือว่าตอบแทนที่ดูแลนางระยะเวลาที่อยู่ที่นี่ พวกท่านทั้งสองมิเคยเจ้ากี้เจ้าการอันใดกับนาง ยังเอ็นดูนางเป็นอย่างดีอีก

“เจ้าเห็นจวนข้าง ๆ หรือไม่ พ่อซื้อเอาไว้ให้เล่อเอ๋อร์ แต่เจ้าคิดหย่าร้าง พ่อกับแม่มิขัดขวาง ขอเพียงแค่เป็นความสุขของเจ้า พวกเราแก่แล้วจะอยู่ได้อีกไม่นาน ขอร้องสะใภ้เห็นใจพ่อกับแม่ด้วย ช่วยอยู่ที่จวนหลังนั้นจะได้หรือไม่” ชายชรากล่าวขึ้นมา ระยะเวลาร่วมหกปี สะใภ้คนนี้เป็นที่น่าภาคภูมิใจ เดินทางไปไหนมีแต่คนยกย่องว่าได้สะใภ้ดี

เพียงแค่ได้ยินพวกท่านทั้งสองมิขัดขวาง ฟางหรงคุกเข่าลงก้มหน้าแนบพื้น ใบหน้าของนางเปี่ยมไปด้วยความสุขและรอยยิ้มยังมีม่านน้ำตาเจือจางคลออยู่กระบอกตาของนางอีกด้วย “ลูกขอบคุณท่านพ่อ ท่านแม่ที่เมตตาเจ้าค่ะ”

“หนังสือหย่าให้เจ้าเขียนมันเองเถอะนะ แม่ตามใจเจ้าขอเพียงแค่ย้ายไปอยู่ที่จวนข้าง ๆ ก็พอ แม่สัญญาว่าจะไม่ให้ใครไปรบกวนเจ้าอีก” หลิวซื่อใจหายนัก ลูกสะใภ้ที่เอ็นดูมาหลายปี จู่ ๆ ก็จะกลายเป็นเพียงแค่อดีตสะใภ้แล้ว

“เหตุใดลูกชายข้ามันจึงโง่นัก สู้หลานข้าก็ไม่ได้” ชายชราสบถด่าอย่างหัวเสีย หลานชาย หลานสาวทั้งสองมีหัวคิดมิใช่หูตามืดบอดจิตใจคับแคบ ถือตนเองเป็นที่ตั้งเช่นนี้

“คอยดูเถอะข้าจะให้หลินเอ๋อร์ จัดการกำราบพ่อชั่ว ๆ ให้อยู่หมัด” ชายชรายังรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้ง

“เอ้า พวกเจ้ายืนงงอยู่ทำไมกัน ช่วยฮูหยินจัดการย้ายเรือน” น้ำเสียงเหี้ยมของหลิวซื่อกล่าวขึ้นมา นางคือฮูหยินผู้เฒ่าที่มัดใจสามี เพราะชายชราผู้นี้รักเดียวใจเดียวคงมั่น ผิดก็แค่ลูกชายเท่านั้น เหตุใดกันจึงได้โง่เง่าถึงเพียงนี้

“ข้าให้เวลาพวกเจ้าย้ายของเพียงแค่ครึ่งชั่วยาม เร็ว ๆ ลงมือเข้า” ชายชราออกคำสั่ง บ่าวไพร่วิ่งวุ่นวายไปทั่ว พากันหยิบจับอลหม่านน่าดู เด็ก ๆ ทั้งสองยังไม่รู้เรื่องเดินมาก็พบว่าเหตุใดห้องท่านแม่จึงวุ่นวายถึงเพียงนี้

แฝดผู้พี่ขมวดคิ้วกล่าวถามขึ้นมา “ท่านแม่เราจะย้ายแล้วหรือขอรับ” เขาพอเดาออก ในสิ่งที่เขาคิดการณ์เอาไว้ ว่าคงจะต้องมาถึงแน่ ๆ

“ย้าย เราจะไปไหนกันหรือเจ้าคะ” ฟางหลินในมือยังคงมีตำราฝึกฝนวรยุทธ์ขั้นกลางอยู่ในมือ ใครคิดว่านางเป็นเด็กและยังเป็นสตรีคิดผิดแล้ว

นางเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ ที่แสนน่ารักและน่าชัง แต่แสนร้ายกาจด้วยนะสิ นางร่ำเรียนเขียนอ่านอันใดล้วนแตกฉาน ท่านอาจารย์ยังออกปากชมเชยนางกับพี่ใหญ่เสมอ จนทำให้เหล่าสหายต่างก็ไม่ชอบหน้า ก็ใครใช้ให้นางเกิดมาเป็นลูกท่านแม่เล่า รับรองนางจะไม่ทำให้ผิดหวัง

“เราจะย้ายไปอยู่จวนข้าง ๆ หนีจากคนใจร้ายเช่นพ่อของเจ้าอย่างไรเล่า” ท่านย่ากล่าวขึ้นมา ยังโชคดีสะใภ้หัวอ่อน นางจึงคล้อยตาม

“แม่มีของจะมอบให้เจ้ามากมาย สตรีนางนั้นอย่าหวังจะได้ครอบครองมัน สักครึ่งข้าก็ไม่ให้” นางลูบไล้ดวงหน้าของลูกสะใภ้ด้วยความสงสารจับใจ สายตาของนางรักและเอ็นดูสะใภ้คนนี้นัก ผูกพันราวกับเป็นสายเลือดเดียว

เด็ก ๆ สองคนต่างก็ดีใจจนเนื้อเต้น “ในที่สุดข้าจะได้ไม่ต้องทนเหม็นหน้าใครบางคนแล้ว”

“จริงด้วยพี่ใหญ่ อย่าคิดจะไปเหยียบจวนข้านะ เช่นนั้นจะหาว่าไม่เกรงใจ”

ชายชราร้อนตัวกล่าวถามขึ้น เกรงว่าหลานจะไม่รัก “แล้วย่ากับปู่เล่าไปหาได้หรือไม่”

หย่งเล่อแย้มยิ้มยืดอกขึ้นมา กล่าวน้ำเสียงใสดังขึ้นมาว่า “แน่นอน ว่าย่อมได้เสมอขอรับ”

ฟางหรงร่างหนังสือหย่าเรียบร้อย มีให้เขาหนึ่งแผ่น และต่อหน้าศาลบรรพชนอีกหนึ่งแผ่น ไม่ถึงครึ่งชั่วยามจวนข้าง ๆ ก็จัดการดูแลเก็บกวาดเช็ดถูจนสะอาดเอี่ยม

สามแม่ลูกไปอยู่ที่เรือนใหม่ ขนของทั้งหมดออกทางด้านหลัง ไม่มีผู้คนรับรู้ ไม่ให้ใครกล้าปริปากพูดมาก ทุกคนถูกกำชับอย่างดีจากพ่อบ้านฝู และยิ่งสตรีนางนั้นจะพูดได้ก็คงจะเป็นอีกวันแน่ ๆ เพราะถูกเล่นงานปางตาย

ท่านแม่ทัพกลับมาจากการรายงานแล้ว ใจจริงคิดว่าจะขอแต่งงาน แต่เขานึกถึงดวงหน้าของฮูหยิน จิตกระสับกระส่ายนัก ยิ่งเห็นสายตาคู่นั้นที่ไม่มีเขาแล้ว มันรู้สึกหนาวเหน็บจนสะท้านและหวาดกลัว เขาควบอาชาตัวเดิมกลับมา ยังคงไม่รู้ว่าภรรยาได้หายไปแล้ว

เขามายังห้องหนังสือของตนเอง ก็พบว่ามีบางอย่างวางอยู่บนโต๊ะ เขาเปิดมันออกมาในใจความนั้นเขียนว่า

“วันนี้ข้าไป๋ฟางหรง ขอหย่าขาดจากตระกูลจ้าว ด้วยความผิดอิจฉาริษยา อับอายต่อบรรพชนตระกูลจ้าว จึงขอหย่าร้างด้วยตนเอง หลังจากนี้จะเป็นตายร้ายดีอย่างไร ไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลจ้าวอีก” ในจดหมายนั่นมีปอยผมอยู่ด้วย และยังมีผ้าเช็ดหน้าที่เขาเคยมอบให้นางอีกหนึ่งผืน

ความรู้สึกตอนนี้คล้ายกับว่าเขาควบคุมอาการไม่ไหว ตัวเขาเย็นไปหมด ทำอะไรไม่ถูกมือที่ถือกระดาษอยู่นั่นมันกำลังสั่น จู่ ๆ กระบอกตาก็ร้อนผ่าวขึ้นมา เขารีบร้อนเดินคล้ายราวกับว่าคนหลงทิศ ไปยังห้องของนาง ก็พบว่ามันว่างเปล่าเข้าให้

เดินออกมาไปยังเรือนลูกชาย เพียงแค่เปิดประตูเข้าไปก็นึกว่าจะได้พบ ก็ไร้ซึ่งเงาของเขา พลันความรู้สึกปวดหนึบขึ้นมายังหน้าอกซีกซ้าย เขาขบกรามเป็นสัน คำรามเสียงดังลั่น

“ไป๋ฟางหรง เจ้าคิดจะหย่ากับข้ารึ! เจ้ากล้าดีอย่างไรกัน หลอกลวงให้ข้ารักและทอดทิ้งข้าไปเช่นนี้!”

“ไอ้ลูกชั่วมันเป็นเพราะเจ้าต่างหาก อย่ามาร้องฟูมฟายให้ข้าได้เห็น เมียคนเดียวลูกอีกสองคนยังทอดทิ้งได้” หลิวซื่อแทบอยากจะเอาไว้เท้าแพ่งกระบาลลูกชาย

ชายชราได้ทีรีบสมทบเติมเชื้อถ่านเข้าสุมไฟใส่เข้าไปให้เยอะ ๆ “ไอ้ลูกเลว ทำสะใภ้ข้าหาย เจ้าต้องรับผิดชอบ นางตัวคนเดียวลูกอีกสองคน เดินทางระหกระเหินข้างนอกจะปลอดภัยหรือไม่ ตระกูลไป๋ก็ประกาศไม่รับสตรีหม้าย ทุกอย่างมันเป็นเพราะเจ้าทำทั้งนั้น สะใภ้ข้า เล่อเอ๋อร์ หลินเอ๋อร์ จะเป็นอย่างไรบ้าง”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ไป๋ฟางหรง   ตอนพิเศษ ท่านอ๋องและมู่หลัน

    ตอนพิเศษ ท่านอ๋องและมู่หลันอู๋เมิ่งซาน ท่านอ๋องรูปงาม นามก็เพราะวันนี้เป็นวันมงคล ดังนั้นในพระตำหนักจึงได้ครึกครื้นนัก ปกติแล้ว ท่านอ๋องมิชอบความครื้นเครงเช่นนี้ หากแต่ว่าวันนี้กำลังจะมีภรรยาเสียที เมื่อเช้าขบวนรับเจ้าสาว มีสินสมรสมอบให้นางยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตารถม้าคันใหญ่โตโอ่อ่า งดงามและหรูหราอย่างไม่เคยมีมาก่อน เรื่องสมรสครั้งนี้เล่าลือว่า เดิมทีนั้นเป็นคุณหนูหลิวเดินหน้าไปขอหมั้นหมาย หากแต่วันแต่งงานกลับเป็นท่านอ๋องส่งขบวนสินสมรสมากมาย เหล่าชาวบ้านพากันยืนดูสองข้างทาง มองตั้งนานก็ยังไม่เห็นปลายขบวนเสียทีสตรีนางหนึ่งเห็นขบวนยาวเหยียดเช่นนี้ นึกอิจฉายิ่งนัก สตรีนางหนึ่งก็หน้าตาบูดบึ้ง เกิดมาก็เพิ่งจะรู้ว่า ท่านอ๋องเป็นคนแสนดีเช่นนี้ เหล่าหญิงสาวพากันเสียดายนักหนา บางคนก็อยากจะเป็นสตรีผู้โชคดี แต่ทว่าท่านอ๋องประกาศกร้าวก่อนแต่งงาน ตำหนักของเขาจะไม่มีสตรีอื่นใดนอกจากหลิวมู่หลันเท่านั้นพิธีในช่วงเช้าเป็นไปอย่างเรียบร้อย ก็เหลือเพียงแค่พิธีเข้าหอของเขาเท่านั้น ตัวของท่านอ๋องปกติมักเย็นชา สีหน้าเรียบเฉย ไม่เคยแย้มยิ้มพูดคุยกับผู้ใดมากความ หากแต่วันนี้เป็นวันมงคลทำให้อู๋เมิ่งซานแย้ม

  • ไป๋ฟางหรง   ตอนพิเศษ

    ตอนพิเศษ ห้องนอนของแม่ทัพจ้าวแสงเทียนสว่างไสววูบวาบอยู่ไม่น้อยนัก หน้าต่างถูกเปิดเอาไว้เพื่อรับสายลมที่พัดผ่านเข้ามา บรรยากาศในห้องนอน ช่างดูอบอวลไปด้วยความรัก เมื่อแม่ทัพจ้าว ค่อย ๆ บรรจงจุมพิตภรรยาที่หน้าผากมน ก่อนจะเลื่อนมาจุมพิตเป็นดวงตาทั้งสองข้างอย่างเท่าเทียมกัน จากนั้นก็ทาบทับลงริมฝีปากนุ่มนิ่มของนางฝ่ามือหนาคลึงเคล้าซาลาเปานุ่มมือ ช่างทำให้ฟางหรงเริ่มไม่เป็นตัวของตนเอง ใบหน้าของนางเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมา เมื่อถูกปลายลิ้นอุ่นร้อนหยอกเย้านางเข้าให้ นางรู้สึกราวกับจะขาดใจ เมื่อปลายลิ้นร้ายกาจหยอกเย้า กระหวัดรัดรึงร้อนแรงสลับกับอ่อนโยนหวานหอมฝ่ามือหนายังคงหยอกเย้าเต้างาม ก่อนจะค่อย ๆ แบะสาบเสื้อของนางออก เผยให้เห็นเนินอวบอิ่ม เสียงหวานของภรรยาเริ่มร้องครางแว่วหวานออกมาเบา ๆ ก็ยิ่งกระตุ้นให้ผู้เป็นสามีเร่งปรนเปรอดึดดูดลิ้นร้อนเล็ก ๆ ของนางอื้อ เสียงหวานร้องอื้ออ้าไม่เป็นภาษา ฝ่ามือเรียวของนางสวมกอดเข้าที่ต้นคอของสามี ยอดถันงดงามเผยต่อสายตาของชายหนุ่ม เขาปลดสายคาดเอวและเสื้อของนางออกทีละชิ้น ทีละชิ้น จนเรือนร่างเปลือยเปล่าปรากฏต่อสายตาของเขาฝ่ามือหนาลูบไล้เรียวขาของนาง สัมผัสตรงไ

  • ไป๋ฟางหรง   ตอนที่ 55 สำนึกผิด

    ตอนที่ 55 สำนึกผิดองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ไม่ได้มีจิตใจโหดเหี้ยมตั้งแต่กำเนิด องค์ชายรองผู้นี้ทำทุกอย่างลงไปก็เพราะเรียกร้องให้บิดา หรือฮ่องเต้แคว้นเฉิงสนพระทัยเขาบ้าง นั่นเพราะกำเนิดจากพระสนมขั้นผิน ชีวิตในวังล้วนแล้วแต่ต้องแย่งชิงอำนาจมีท่านอาชินอ๋องเป็นที่พึ่ง คล้ายกับว่าเป็นบิดาอีกคน ความคิดอันตื้นเขินจึงทำให้องค์ชายรอง ทำเรื่องชั่วช้าไม่อาจให้อภัย เมื่อถูกจ้าวฟางหลินสอนสั่ง ใบหน้านั้นมีบาดแผล แต่แววตาของเขากำลังสำนึกผิดหาได้แค้นเคืองนางไม่เขาเข้ามาในห้องนี้อีกครั้ง เห็นเด็กชายคนที่ถูกพิษเล่นงานฟื้นขึ้นมา พลันใบหน้าที่ห่อเหี่ยว แต่ทว่าหล่อเหลาแย้มยิ้มขึ้นอย่างดีใจ เขาคุกเข่าโขกศีรษะลงกับพื้น ทำให้เหล่าผู้คนมากมายที่อยู่ในห้อง ต่างหันมองเป็นตาเดียวกัน“คุณชายจ้าว ในที่สุดก็ฟื้นแล้ว ข้าเฉิงจิ่งเจี้ยน ทำผิดคิดร้าย หวังลอบสังหารท่านแม่ทัพจ้าว ชาตินี้มีความผิดติดตัว ขอคำนับคุณชายจ้าวเป็นการขอโทษ”“สายเลือดมังกรสูงส่งถึงขั้นโขกหัวให้หลานชายข้า น่าหัวเราะสิ้นดี” เจียงจินจู นั่งจิบชาอย่างสบายใจ เหยียดยิ้มอีกฝ่ายเข้าให้ “โชคดีที่หลานข้าไม่ถึงแก่ชีวิต หากเขาเป็นอะไรขึ้นมา ชีวิตเจ้าย่อมส

  • ไป๋ฟางหรง   ตอนที่ 54 ถอนพิษ

    ตอนที่ 54 ถอนพิษในที่สุดจ้าวหย่งเล่อก็ได้รับยาถอนพิษ แต่ก็ต้องแลกกับตัวประกัน นั่นก็คือองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ทว่าผู้ที่นำยารักษามาให้นั้นเป็นท่านอาของเขา เป็นท่านอ๋องแคว้นเฉิง รูปงามไม่เบา อายุเพิ่งจะยี่สิบแปดใบหน้าของเขาดูหล่อเหลานัก และยังเป็นคนจิตใจดีมีเมตตาอีกด้วย ผิดกับองค์ชายรองอย่างลิบลับท่านอ๋องผู้นี้มิได้รู้มาก่อนว่าหลานชายของเขาได้แอบขโมยยาพิษมา แต่ทว่าเพื่อรักษาอาการต้องพิษร้ายแรงนี้ เขาจึงได้เดินทางมาด้วยตนเอง เมื่อเห็นว่าเป็นใครที่ถูกพิษของแมงมุมดำเป็นเพียงแค่เด็กน้อยใบหน้าน่ารักคนหนึ่งท่านอ๋องถึงกับโมโหเป็นฟืนเป็นไฟ “รู้หรือไม่ที่เจ้าทำมันหมายถึงอันใด มันจะกลายเป็นสงครามระหว่างแคว้น ช่างไม่มีหัวคิด คอยดูกลับไปข้าจะรายงานเรื่องทั้งหมดเอง” ท่านอ๋องผู้นี้ค่อนข้างรักความสงบ แต่ทว่าเขาชื่นชอบการรักษาและยังเป็นผู้คิดค้นพิษร้ายแรงเอาไว้อีกด้วยนั่นก็เพราะเกรงว่าสักวันหนึ่ง ฮ่องเต้ซึ่งเป็นพี่ชายอาจจะได้รับพิษร้าย และไม่มีหนทางการรักษา ด้วยเพราะแคว้นเฉิงไม่ค่อยสงบ คลื่นลมในราชสำนักก่อตัวขึ้นไม่เว้นวัน คาดว่าองค์ชายรองที่มาสร้างเรื่องที่แคว้นอู๋จะต้องมีขุนนางบางคนหนุนหลังเป็

  • ไป๋ฟางหรง   ตอนที่ 53 ฟางหลินปากหวาน

    ตอนที่ 53 ฟางหลินปากหวานองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ยกมือกอบกุมลำคอที่ร้อนผ่าว ราวกับถูกเพลิงแผดเผาเข้าให้ ดวงตาของเขาเถลือกถลนและท่าทางลนลานนัก เขานั่งลงบนพื้น เกาะปลายเท้าของหญิงสูงวัย ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำราวกับมีโลหิตอยู่ในกระบอกตาทั้งสองข้าง“ข้าบอกแล้ว บอกแล้ว” น้ำเสียงกล่าวขึ้นปนความหวาดกลัวจับใจ ใบหน้าขององค์รองช่างดูตื่นตระหนกกับเรื่องที่ตนเองประสบพบเจอ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครกล้าทำร้ายเขาเช่นนี้มาก่อน “ข้าขโมยมาจากท่านอาของข้า”“ยาถอนพิษอยู่ไหน อยู่กับใคร” เจียงจินจูตวาดเสียงดังกล่าวถาม นางยกมือขึ้นเท้าเอวทั้งสองข้าง คล้ายดั่งแจกันหยกมีหู สีหน้าของนางบิดเบี้ยวไม่พอใจมากโข พร้อมจะลงมือสังหารองค์ชายรองคนนี้ให้สิ้นชีวิตภายในพริบตา หากเขาเล่นตุกติก นางไม่ปล่อยให้มีชีวิตรอดกลับไปแน่“อยู่กับท่านอา ข้าไม่ได้เอามาด้วย ข้าก็แค่ขโมยมาเท่านั้น ไม่คิดว่ามันจะร้ายแรงขนาดนี้” จิ่งเจี้ยนรีบร้อนกล่าวขึ้นมา ใบหน้าปูดบวมแดงช้ำอยู่ไม่น้อย อีกทั้งเมื่อครู่ยังถูกสตรีผู้นี้นำยาพิษให้เขากินอีกด้วย “ข้าไม่ได้โกหกแน่นอน” เขากล่าวหนักแน่น แววตาอ้อนวอนอย่างสุดซึ้ง“ถอนพิษให้ข้าก่อน ข้ายังไม่อยากตาย”

  • ไป๋ฟางหรง   ตอนที่ 52 ท่านยายเล่นงาน

    ตอนที่ 52 ท่านยายเล่นงานแม่ทัพจ้าวนำทหารกลุ่มหนึ่งไปล้อมที่จวนตระกูลถังเอาไว้ เขาส่งรายงานเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านทางม้าเร็วไปก่อนหน้านี้ก็หลายวันแล้ว คิดเสียว่าจะเดินทางกลับเมืองหลวงหลังจากสะสางภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่งยวดนั้นจบลง แต่เรื่องราวมิได้ง่ายปานนั้นเมื่อแม่ทัพจ้าวมาถึงจวนตระกูลถัง ก็ไม่พบชายชราคนนั้นแล้ว เห็นทีว่าเขาคงหนีไปได้ไม่ไกลนัก ยังมีอีกกลุ่มที่กำลังซุ่มโจมตีแม่ทัพจ้าวอยู่ในจวนตระกูลถัง ยังไม่ทันไร ชายชุดดำราวสักยี่สิบคนก็ทะยานลงมา ในมือพวกเขาถืออาวุธไว้ทุกคนแม่ทัพจ้าว สวมชุดดำหน้ากากสีดำอำพรางใบหน้าของตนเองเอาไว้ มีสายคาดหน้าผากเป็นสีขาว พวกพ้องของแม่ทัพจ้าว แต่งกายเช่นเดียวกัน ไม่ถึงอึดใจ จวนตระกูลถังก็เจิ่งนองไปด้วยโลหิตไหลเป็นทางเปรอะเปื้อนไม่น้อยนักส่วนลานกว้างกลางเมืองนั้น ผู้ที่ปลอมตัวเป็นแม่ทัพจ้าว เขาถูกปลดออกจากการพันธนาการแล้ว เขายืนเต็มความสูง บิดกายไปมาคล้ายว่ายืดเส้นยืดสายเสีย แววตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นมาทันใด กระบี่คมกริบมันวาววับ ยามสะท้อนกับแสงของพระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้วอยู่ในมือของตนหลิวมู่ฉวนดึงหน้ากากเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง “ยินดีด้วย พวกเจ้าถูกหล

  • ไป๋ฟางหรง   ตอนที่ 35 ข่มขู่

    ตอนที่ 35 ข่มขู่แม่ทัพจ้าวออกเดินทางเสียเดี๋ยวนั้น ไป๋ฟางหรงกับลูก ๆ รวมถึงคนอื่น ๆ ร่วมด้วยแม่ยายและท่านลุงภรรยา บิดาและมารดาของแม่ทัพจ้าว ออกมาส่งเขาที่ประตู ร่ำลากันอีกครั้งด้วยหัวใจที่ห่อเหี่ยวนัก เขาหันหลังกลับมามองหน้าภรรยา และลูก ๆ หลายครั้ง จนกว่าจะไม่เห็นพวกเขาแล้วฟางหรงจับจูงลูก ๆ ทั้งส

  • ไป๋ฟางหรง   ตอนที่ 34 ร่ำลา

    ตอนที่ 34 ร่ำลาท่านลุงประมุขแห่งหุบเขาไป๋หรง แอบไปสำรวจเส้นทางของการล่าสัตว์ในวันพรุ่งนี้ เขาจับกระต่ายป่ามาได้ด้วยมือเปล่า เห็นว่ามันน่ารักดี เหมาะกับหลานสาวของตนยิ่งนัก สีหน้าเบิกบานขึ้นมาทันใด รีบทะยานกายมาในจวนของหลานสาวอย่างว่องไว ใช้เวลาจากป่าใหญ่นั่นไม่นานก็มาถึงเขากระโดดลงมาพรึ่บเดียวเท่า

  • ไป๋ฟางหรง   ตอนที่ 33 ฟางหลินบีบน้ำตา

    ตอนที่ 33 ฟางหลินบีบน้ำตาจ้าวหย่งคัง นำตัวคนร้ายกลับมาด้วย ส่วนท่านลุงประมุขนั้นก็กลับไปที่จวนของฟางหรง จ้าวหย่งคังจัดการธุระ และกราบทูลรายงาน จากนั้นก็ได้พบใบหน้าของถังม่านชิงอีกครั้งและคราวนี้ถังม่านชิงเปลี่ยนไปเช่นเดิม นางปรี่เข้ามาหาแม่ทัพจ้าว กอดขาร้องขอความเป็นธรรม ด้วยเพราะถูกสตรีนางหนึ่งเ

  • ไป๋ฟางหรง   ตอนที่ 32 คู่กัด

    ตอนที่ 32 คู่กัดคนร้ายสวมชุดดำอำพรางใบหน้าเอาไว้ครึ่งล่าง ชิงลงมือกัดยาพิษจบชีวิตลงไปในที่สุด ด้วยเพราะแม่ทัพจ้าว ตามชายคนนี้ได้ทัน และมีท่านลุงเจ้าสำนักมาร่วมด้วยอีกคน เขาสำรวจเสื้อผ้าของชายคนนี้ และหาหลักฐานในตัวของผู้ก่อเหตุ แต่ก็ไม่พบอันใดเห็นพิรุธเพียงแค่ รอยถูกนาบด้วยแผ่นเหล็ก เป็นสัญญาลักษ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status