Beranda / รักโบราณ / ไป๋ฟางหรง / ตอนที่ 5 สุดท้ายแล้ว

Share

ตอนที่ 5 สุดท้ายแล้ว

last update Tanggal publikasi: 2026-04-08 21:41:29

ตอนที่ 5 สุดท้ายแล้ว

จ้าวหย่งคังหน้าชาทั้งตัวแข็งทื่อ เมื่อเพิ่งจะพบว่าเขามีลูกสาวอีกคน ถังม่านชิงร้อนใจนัก นางดึงท่านแม่ทัพที่เห็นว่าชะงักงัน “ท่านแม่ทัพ นั่งลงกินข้าวต่อเถิดเจ้าคะ”

เขาไม่สนใจคำพูดของถังม่านชิง แต่มองตามแผ่นหลังของลูกสาว เห็นแผ่นหลังเหยียดตรง มือป้อม ๆ นั่นถูกหย่งเล่อกอบกุมมือ เขาหันเหลือมองมายังบิดาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า มุมปากเขาบิดขึ้นมาเล็กน้อย

หย่งคังหย่อนก้นนั่งลงอีกครั้ง ในมือไม่มีตะเกียบแล้ว เห็นสีหน้าของบิดาและมารดาดูอย่างไรก็เฉยชาอยู่ดี เขาจึงได้กล่าวถามขึ้นมา “ท่านแม่ ลูกของข้าอีกคนรึ คือ...พวกเขาเป็นแฝดกัน” คำพูดตะกุกตะกักนั่นก็ยิ่งสร้างความปั่นป่วนให้กับสตรีข้างกายนัก

“ท่านแม่ทัพอย่าสนใจเลยเจ้าค่ะ” ด้วยเพราะริษยาจึงได้กล่าวขึ้นมาอย่างจงใจ

“หุบปาก ข้าไม่ได้ถามเจ้า” หย่งคังดุนางเข้าให้ด้วยความไม่พอใจ ยังพูดแทรกขึ้นมาอีก

“จะอยากรู้ไปทำไมกัน เป็นเจ้าที่ไม่สนใจลูกเมีย ทีอย่างนี้จะมาถาม คนเป็นพ่อก็ต้องสนอกสนใจลูกของตัว มีอย่างที่ไหนกลับมาทั้งทีก็ไปคว้าเอาผู้หญิงชั้นต่ำเข้าบ้าน บอกไว้ก่อนเลยว่า หากยืนกรานจะแต่งนางเข้ามา เจ้าจะได้เห็นดีกัน” มารดานึกกรุ่นโกรธ เห็นสตรีนางนี้ปั้นหน้ายิ้มก็ทำให้กินข้าวไม่ลง

สองผู้เฒ่าเดินออกจากห้องไปโดยไม่สนใจลูกชายสักนิด “อีกไม่กี่วันจะถึงวันชิวอิกแล้ว ข้าละกลัวเหลือเกินหากหรงเอ๋อร์คิดจะขอหย่ากับเจ้าบ้านั่นจะทำอย่างไร” หลิวซื่อกล่าวขึ้นมา นางร้อนใจนักใครอยากจะอยู่ร่วมเรือนกับคนใจคอคับแคบตีบตันเช่นนี้

“ไม่ต้องห่วงหรอก ข้าจัดการเอาไว้แล้ว ข้าง ๆ จวนของเรามีจวนของท่านเฉาที่เพิ่งจะย้ายไป ข้าน่ะได้ซื้อเอาไว้ คิดว่าจะเอาไว้ให้หย่งเล่อตอนเขามีภรรยา เอาเป็นว่าหากลูกสะใภ้ของพวกเราหย่าจริง ๆ ละก็ ข้าจะยกที่ดินผืนนั้นให้นาง” ชายชรากอบกุมมือภรรยาไป สองผู้เฒ่าต่างก็หวั่นวิตกนัก

ฟางหรงแต่งตัวเดินออกจากห้อง นางก็รีบร้อนแจกจ่ายงานที่คั่งค้างเอาไว้ให้กับพ่อบ้านฝูให้ช่วยอีกแรง อากาศก็หนาวเหน็บ ร่างกายก็บอบบาง ยังจะเร่งทำงานและตรวจตราสิ่งของอีก มิหนำซ้ำยังต้องเข้าครัวเอง เตรียมอาหารให้แก่เหล่านายทหารที่พักอยู่นอกจวนอีกราวร้อยกว่าคน

“ท่านแม่ลูกกลับมาแล้วเจ้าค่ะ” ฟางหลินกระโดดเข้ามาสวมกอดมารดาด้วยวิชาตัวเบาอันเป็นหนึ่งในสำนักศึกษาหลวง

ฟางหรงอ้าแขนออกอุ้มเด็กน้อยเข้ามาแนบอก “มาถึงทั้งที ไปพบท่านปู่ท่านย่าหรือยัง”

“พบแล้วเจ้าค่ะ ยังได้พบหน้าท่านแม่ทัพอีกด้วย” ฟางหลินกล่าวขึ้นมา ยังคงซุกใบหน้าเข้าหามารดาด้วยความรัก ภาพนี้ทำให้ใครคนหนึ่งอิจฉาเป็นที่สุด เขามองเห็นสามแม่ลูกในนั้นไม่เขาเคียงกายลูก ๆ ทั้งสองก็ว่าได้

ฟางหรงเหลือบเห็นสามีของนาง ข้างกายของเขายังคงมีสตรีน้อยนางนั้น นางเพียงแค่เลือกที่จะไม่สนใจเขาและท่าทางของเขาอีกแล้ว “อืม เดี๋ยวแม่ไปจัดทำธุระเสียก่อน หิวหรือไม่เล่าในห้องของพี่ชายยังมีสำหรับอยู่อีกนะ”

“หิวเจ้าค่ะ ว่าแต่วันนี้ท่านแม่ดูรีบร้อนนัก” ฟางหลินขมวดคิ้วนักเห็นท่านแม่ดูรีบร้อนผิดปกติ

“แม่จะเอาของหนังสือไปให้ลุงฝู แล้วก็จะไปเข้าครัวด้วย” สีหน้าของนางก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมคือใบหน้านั้นดูซีดเซียวไร้สีเลือด แม้จะแย้มยิ้มให้ลูกสาว แต่นางก็มีเรื่องให้ครุ่นคิดอยู่อีกมาก

“งั้นให้ลูกช่วยนะขอรับ” หย่งเล่อเสนอตัวทันใด

“ไม่ได้เจ้าต้องไปสำนักศึกษามิใช่รึ” ฟางหรงให้ลูกสาวยืนบนพื้นแล้ว นางย่อตัวลงกล่าวถามลูกชาย

“ท่านแม่ลืมไปหรือไม่อีกสองวันจะวันชิวอิกแล้ว ท่านอาจารย์ใหญ่ให้พวกข้าหยุดเรียนเพื่อร่วมสังสรรค์กับครอบครัว ท่านอาจารย์ใหญ่ยังฝากความคิดถึงมาให้ท่านแม่อีกด้วย” หย่งเล่อเพิ่งนึกได้ เขาไม่เกรงกลัวว่าใครจะได้ยิน หรือจะทำให้มารดาเสียหาย

หย่งคังได้ยินชายคนอื่นบอกคิดถึงภรรยาก็นึกโมโหเข้าให้ “ดีจริง ๆ มีลูกตั้งสองคนยังมีเวลาสวมหมวกเขียวให้ข้าอีก”

“ท่านแม่ทัพจะกรุ่นโกรธไปไย ในเมื่อท่านแม่ของข้าหาใช่เป็นภรรยาของท่าน จงเก็บคำพูดนี้เอาไว้ ย้ำเตือนสตรีข้างกายของท่านเถิดเจ้าค่ะ” ฝีปากของดรุณีน้อยใช่ใครจะทัดเทียมได้ บอกแล้วว่าอย่าให้นางไม่พอใจ และต่อแต่นี้หากบิดายังไม่ยอมรามืออีก นางจะจัดการไล่ตะเพิดสตรีคนนี้ออกจากจวนทันที

“ชักจะก้าวร้าวนัก” หย่งคังหลงลืมตัว ตวาดเสียงใส่ลูกสาว เห็นนางสะดุ้งเฮือกตกใจจึงได้หยุดพูดทันที

“ท่านแม่ ฮือ ๆ ๆ” จู่ ๆ ฟางหลินก็ร้องไห้ขึ้นมา เพียงแค่เพราะบิดาตวาดเสียงใส่ นางสวมกอดเข้าให้กับพี่ชาย น้ำตานั้นหาได้มีไม่ นางกระซิบเบา ๆ ข้างหูว่า “พี่ใหญ่จัดการเร็ว ๆ เข้า” ใครกล้าล่วงเกินมารดาก็ย่อมต้องเจอนางจัดการ

“เห็นหรือไม่ ว่าคำพูดของท่านแม่ทัพ ทำให้น้องสาวของข้าเสียใจ ตั้งแต่เล็กจนเติบโตเข้าห้าหนาว นางภาวนาอยากเห็นหน้าท่านพ่อ นางบอกว่ารักท่านพ่อสุดดวงใจ เป็นวีรบุรุษของแคว้นอู๋ แต่บัดนี้ดูท่านสิ กำลังทำร้ายน้ำใจลูกสาวตนเองชัด ๆ หลินเอ๋อร์ อย่าสนใจเขาเลย ในไม่ช้าเขาก็คงไม่ใช่ท่านพ่อของเราอีกต่อไป”

จ้าวหย่งคังไปไม่เป็นทันที เห็นลูกสาวร้องไห้สะอึกสะอื้น อยากโอบกอดตระกองนางปลอบใจเหลือเกิน ใบหน้าพริ้มเพรานั่นยามร้องไห้แล้วน่าสงสารเป็นที่สุด หัวใจของเขาเจ็บแปลบขึ้นมาทันใด

“ดีนักมาอยู่ที่จวนเพียงแค่สองวัน วันแรกตีลูกชายข้า วันที่สองทำให้ลูกสาวข้าร้องไห้ ช่างเป็นพ่อที่ดีเหลือเกิน” ฟางหรงอะไรนางก็ยอมและใจอ่อน หากแต่เป็นลูกทั้งสองแน่นอนว่านางไม่ยอมอย่างเด็ดขาด

นางยกมือขึ้นชี้หน้าอีกฝ่าย “อย่าได้ริอ่านมาอุ้มลูกของข้า อย่าได้ริอ่านมากอดลูกของข้า พวกเขาสองคนไม่มีพ่ออย่างท่านแม่ทัพ”

พลันหัวใจของจ้าวหย่งคังแตกสลายเป็นเสี่ยง ๆ เมื่อถูกฟางหรงประกาศกร้าวออกมา เขาอยากจะอุ้มนางขึ้นมาเช็ดคราบน้ำตานั่น แต่ทว่าหย่งเล่อจับจูงนางออกไปไกลสายตาเขาแล้ว เขาโมโหกรุ่นโกรธเข้าให้ แต่ก็ถูกถังม่านชิงดึงเอาไว้

“พี่สาวใยจะตัดขาดกันเช่นนี้เจ้าคะ แค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้นเอง” ม่านชิงเสนอตัวปกป้องท่านแม่ทัพที่เห็นว่าจู่ ๆ เขาก็ถูกครอบงำจากลูกสาวถึงขั้นพูดจาไม่ออก

“อย่าแส่เรื่องของข้า เพราะเจ้ายังไม่ได้เป็นภรรยาของเขา เพราะฉะนั้นจงหุบปากเน่า ๆ ของเจ้าเสียไม่อย่างนั้นจะหาว่าข้าไม่เตือน!” ฟางหรงสิ้นสุดความอดทน การเป็นภรรยาที่ดีไม่ช่วยอะไรจริง ๆ

“ท่านแม่ทัพดูพี่สาวสิ นางกล้าข่มขู่ข้าอีกด้วย นางช่าง...” ม่านชิงไม่ยอมให้อีกฝ่ายโต้ตอบนางเช่นนี้ นึกไม่ถึงว่านางจะกล้าตีปากตอกหน้ากลับมา จึงทำให้นางเต้นเร่า ๆ ด้วยความกรุ่นโกรธ

“เอาน่า เจ้ากลับไปห้องก่อน เดี๋ยวข้าจะเข้าวัง” ด้วยเพราะเห็นแล้วว่านางกำลังเปลี่ยนไป เด็กน้อยคนนั้นของเขาได้หายไปแล้ว ยามนี้มีเพียงแค่ความแข็งกร้าวและเย็นชา

ฟางหรง เดินออกมาพร้อมกับหนังสือและยังมีสมุดอีกหลายเล่มถูกเย็บเข้าด้วยเชือก แต่ละเล่มนั้นหนามาก ๆ ก็ว่าได้ เมื่อเห็นแผ่นหลังของนางคล้ายว่ารีบเร่ง ตัวเขาเองก็ไม่อยากพูดให้มากความ จึงได้เดินไปยังคอกม้าเสีย คิดจะไปยังวังหลวงกราบทูลรายงานและขอพักผ่อนอยู่ที่เมืองหลวง จากนั้นก็จะแต่งงานถังม่านชิง

จู่ ๆ ในหน้าอกของเขาก็รู้สึกวูบไหวแปลก ๆ เหมือนมีบางอย่างกำลังจะเปลี่ยนไปในไม่ช้า นึกถึงถ้อยคำของนางที่กล่าวว่า หลังจากเดือนเอ้อร์เยว่ไปแล้ว ทุกอย่างจะดีขึ้นมาเอง

เขานึกถึงใบหน้าของลูกสาวยามควบม้าออกมาจากจวนยิ่งนัก ดวงหน้านั่นน่ารักเป็นไหน ๆ แก้มของนางแดงระเรื่อ แต่งตัวก็ดูน่ารักรัดผมเป็นก้อนสองข้างทำให้เขาอยากปกป้องนางใจจะขาด ติดแต่ปากมันดีนี่สิทำให้ลูกสาวต้องเสียใจ

ฟางหรงเดินออกมาจากห้องครัว แม้อากาศจะหนาว นางก็ช่วยเหล่าแม่ครัว ลงมือปรุงอาหารให้เหล่านักรบแดนเหนือให้กินอย่างอิ่มหนำสำราญใจ ทั้งอาหารผลไม้และขนม ถูกจัดเรียงไว้เป็นระเบียบเรียบร้อย นางไปช่วยแม่ครัวตักอาหารให้ชายหนุ่มกลัดมันทั้งหลายถึงที่

แม่ทัพจ้าวนึกขึ้นได้ว่าจะต้องลากตัวของรองแม่ทัพไปด้วย จึงได้ควบม้ากลับไปยังที่พักผ่อนของเหล่าพี่น้องที่ร่วมรบกันมาหลายปี ในนั้นมีแต่เหล่าคนสนิทชิดเชื้อ แต่ทว่าทันทีที่เขาลงจากอาชาแล้ว ก็พบว่าเหล่าพี่น้องยืนรุมสตรีนางหนึ่งที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตาดี

เขาเดินเข้าไปกลางวง มองนางด้วยความไม่พอใจ นางยืนอยู่ท่ามกลางเหล่าผู้ชายไม่เขินอายกระมิดกระเมี้ยนสักนิด แต่กลับกันยังหัวเราะอีกด้วย จะไม่ให้เขาโกรธได้อย่างไรกันเล่า “มาทำอะไรตรงนี้ กลับไปที่เรือนเสีย”

“ก็ไม่เห็นรึไง รึว่าท่านตาบอดกันแน่ ข้ามาดูแลเหล่าพี่น้องของท่าน นำอาหารมามอบให้ ดูแลพวกเขาดั่งเครือญาติเช่นนี้ ยังจะมาต่อว่าข้าอีกนะ ช่างไม่มีหัวคิด! สมองของท่านคิดอ่านอันใดอยู่ รึคิดเพียงแค่ว่าจะแต่งแม่นางถังม่านชิงเมื่อไหร่ดี”

ฟางหรงเชิดหน้าน้อย ๆ ของนาง วางอุปกรณ์ลงแล้วถลึงตาใส่เขา แววตาของนางหาได้หวาดกลัวและตระหนกตกใจไม่ มีแต่ความห่างเหินและเย็นชาใส่เขาเข้ามาอีก แววตานี่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน กลับทำให้เขาร้อนรุ่มทุกข์ใจนัก

“ออกไป อย่าเข้ามาในนี้อีกไสหัวเจ้าออกไป!” ท่านแม่ทัพตะคอกเสียงใส่นาง จนทำให้เหล่าพี่น้องทหารทั้งหลายไม่พอใจนัก แต่เห็นว่าเป็นเรื่องของผัวเมีย พวกเขาจึงเก็บปากเงียบเอาไว้

ฟางหรงถอนหายใจ แย้มยิ้มขึ้นมา นางกล่าวน้ำเสียงหวาน ดวงตาคู่งามสั่นระริกเต็มไปด้วยความเสียใจ นางระบายยิ้มอ่อนหวานให้เขาเป็นครั้งสุดท้าย ฟางเส้นสุดท้ายได้ขาดลงแล้ว

นางมองใบหน้าของชายที่นางรักยิ่งกว่าชีวิตเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่นางจะตัดสินใจบางอย่าง ครั้งนี้นางพูดกับเขาดี ๆ หวังว่าเขาจะอ่อนลงให้นางบาง “ท่านแม่ทัพกลับเรือนกับข้าสักครู่ได้หรือไม่”

“ยังจะใช้ลูกไม่อะไรอีก สตรีอย่างเจ้าช่างเจ้าเล่ห์มารยานัก”

สุดท้ายแล้วเขาก็เลือกจะดูแคลนนางเช่นนั้น ทนต่อไปก็ไม่มีความหมายอันใดสำคัญอีกแล้ว ฟางเส้นสุดท้ายได้ขาดสะบั้น นับแต่นี้ต่อครึ่งชีวิตของนางก็เลือกเดินที่จะไม่มีเขาตลอดกาล

“สุดท้ายแล้วเป็นข้าที่ดื้อดึง ขอบคุณท่านแม่ทัพที่รักและเอ็นดูข้า นับแต่นี้ข้าจะดูแลตนเองมิให้ท่านต้องเดือดร้อนขุ่นมัวเพราะข้าอีก เชิญท่านไปทำธุระเถิดเจ้าค่ะ ข้าเองก็จะกลับเรือนแล้ว”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ไป๋ฟางหรง   ตอนพิเศษ ท่านอ๋องและมู่หลัน

    ตอนพิเศษ ท่านอ๋องและมู่หลันอู๋เมิ่งซาน ท่านอ๋องรูปงาม นามก็เพราะวันนี้เป็นวันมงคล ดังนั้นในพระตำหนักจึงได้ครึกครื้นนัก ปกติแล้ว ท่านอ๋องมิชอบความครื้นเครงเช่นนี้ หากแต่ว่าวันนี้กำลังจะมีภรรยาเสียที เมื่อเช้าขบวนรับเจ้าสาว มีสินสมรสมอบให้นางยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตารถม้าคันใหญ่โตโอ่อ่า งดงามและหรูหราอย่างไม่เคยมีมาก่อน เรื่องสมรสครั้งนี้เล่าลือว่า เดิมทีนั้นเป็นคุณหนูหลิวเดินหน้าไปขอหมั้นหมาย หากแต่วันแต่งงานกลับเป็นท่านอ๋องส่งขบวนสินสมรสมากมาย เหล่าชาวบ้านพากันยืนดูสองข้างทาง มองตั้งนานก็ยังไม่เห็นปลายขบวนเสียทีสตรีนางหนึ่งเห็นขบวนยาวเหยียดเช่นนี้ นึกอิจฉายิ่งนัก สตรีนางหนึ่งก็หน้าตาบูดบึ้ง เกิดมาก็เพิ่งจะรู้ว่า ท่านอ๋องเป็นคนแสนดีเช่นนี้ เหล่าหญิงสาวพากันเสียดายนักหนา บางคนก็อยากจะเป็นสตรีผู้โชคดี แต่ทว่าท่านอ๋องประกาศกร้าวก่อนแต่งงาน ตำหนักของเขาจะไม่มีสตรีอื่นใดนอกจากหลิวมู่หลันเท่านั้นพิธีในช่วงเช้าเป็นไปอย่างเรียบร้อย ก็เหลือเพียงแค่พิธีเข้าหอของเขาเท่านั้น ตัวของท่านอ๋องปกติมักเย็นชา สีหน้าเรียบเฉย ไม่เคยแย้มยิ้มพูดคุยกับผู้ใดมากความ หากแต่วันนี้เป็นวันมงคลทำให้อู๋เมิ่งซานแย้ม

  • ไป๋ฟางหรง   ตอนพิเศษ

    ตอนพิเศษ ห้องนอนของแม่ทัพจ้าวแสงเทียนสว่างไสววูบวาบอยู่ไม่น้อยนัก หน้าต่างถูกเปิดเอาไว้เพื่อรับสายลมที่พัดผ่านเข้ามา บรรยากาศในห้องนอน ช่างดูอบอวลไปด้วยความรัก เมื่อแม่ทัพจ้าว ค่อย ๆ บรรจงจุมพิตภรรยาที่หน้าผากมน ก่อนจะเลื่อนมาจุมพิตเป็นดวงตาทั้งสองข้างอย่างเท่าเทียมกัน จากนั้นก็ทาบทับลงริมฝีปากนุ่มนิ่มของนางฝ่ามือหนาคลึงเคล้าซาลาเปานุ่มมือ ช่างทำให้ฟางหรงเริ่มไม่เป็นตัวของตนเอง ใบหน้าของนางเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมา เมื่อถูกปลายลิ้นอุ่นร้อนหยอกเย้านางเข้าให้ นางรู้สึกราวกับจะขาดใจ เมื่อปลายลิ้นร้ายกาจหยอกเย้า กระหวัดรัดรึงร้อนแรงสลับกับอ่อนโยนหวานหอมฝ่ามือหนายังคงหยอกเย้าเต้างาม ก่อนจะค่อย ๆ แบะสาบเสื้อของนางออก เผยให้เห็นเนินอวบอิ่ม เสียงหวานของภรรยาเริ่มร้องครางแว่วหวานออกมาเบา ๆ ก็ยิ่งกระตุ้นให้ผู้เป็นสามีเร่งปรนเปรอดึดดูดลิ้นร้อนเล็ก ๆ ของนางอื้อ เสียงหวานร้องอื้ออ้าไม่เป็นภาษา ฝ่ามือเรียวของนางสวมกอดเข้าที่ต้นคอของสามี ยอดถันงดงามเผยต่อสายตาของชายหนุ่ม เขาปลดสายคาดเอวและเสื้อของนางออกทีละชิ้น ทีละชิ้น จนเรือนร่างเปลือยเปล่าปรากฏต่อสายตาของเขาฝ่ามือหนาลูบไล้เรียวขาของนาง สัมผัสตรงไ

  • ไป๋ฟางหรง   ตอนที่ 55 สำนึกผิด

    ตอนที่ 55 สำนึกผิดองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ไม่ได้มีจิตใจโหดเหี้ยมตั้งแต่กำเนิด องค์ชายรองผู้นี้ทำทุกอย่างลงไปก็เพราะเรียกร้องให้บิดา หรือฮ่องเต้แคว้นเฉิงสนพระทัยเขาบ้าง นั่นเพราะกำเนิดจากพระสนมขั้นผิน ชีวิตในวังล้วนแล้วแต่ต้องแย่งชิงอำนาจมีท่านอาชินอ๋องเป็นที่พึ่ง คล้ายกับว่าเป็นบิดาอีกคน ความคิดอันตื้นเขินจึงทำให้องค์ชายรอง ทำเรื่องชั่วช้าไม่อาจให้อภัย เมื่อถูกจ้าวฟางหลินสอนสั่ง ใบหน้านั้นมีบาดแผล แต่แววตาของเขากำลังสำนึกผิดหาได้แค้นเคืองนางไม่เขาเข้ามาในห้องนี้อีกครั้ง เห็นเด็กชายคนที่ถูกพิษเล่นงานฟื้นขึ้นมา พลันใบหน้าที่ห่อเหี่ยว แต่ทว่าหล่อเหลาแย้มยิ้มขึ้นอย่างดีใจ เขาคุกเข่าโขกศีรษะลงกับพื้น ทำให้เหล่าผู้คนมากมายที่อยู่ในห้อง ต่างหันมองเป็นตาเดียวกัน“คุณชายจ้าว ในที่สุดก็ฟื้นแล้ว ข้าเฉิงจิ่งเจี้ยน ทำผิดคิดร้าย หวังลอบสังหารท่านแม่ทัพจ้าว ชาตินี้มีความผิดติดตัว ขอคำนับคุณชายจ้าวเป็นการขอโทษ”“สายเลือดมังกรสูงส่งถึงขั้นโขกหัวให้หลานชายข้า น่าหัวเราะสิ้นดี” เจียงจินจู นั่งจิบชาอย่างสบายใจ เหยียดยิ้มอีกฝ่ายเข้าให้ “โชคดีที่หลานข้าไม่ถึงแก่ชีวิต หากเขาเป็นอะไรขึ้นมา ชีวิตเจ้าย่อมส

  • ไป๋ฟางหรง   ตอนที่ 54 ถอนพิษ

    ตอนที่ 54 ถอนพิษในที่สุดจ้าวหย่งเล่อก็ได้รับยาถอนพิษ แต่ก็ต้องแลกกับตัวประกัน นั่นก็คือองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ทว่าผู้ที่นำยารักษามาให้นั้นเป็นท่านอาของเขา เป็นท่านอ๋องแคว้นเฉิง รูปงามไม่เบา อายุเพิ่งจะยี่สิบแปดใบหน้าของเขาดูหล่อเหลานัก และยังเป็นคนจิตใจดีมีเมตตาอีกด้วย ผิดกับองค์ชายรองอย่างลิบลับท่านอ๋องผู้นี้มิได้รู้มาก่อนว่าหลานชายของเขาได้แอบขโมยยาพิษมา แต่ทว่าเพื่อรักษาอาการต้องพิษร้ายแรงนี้ เขาจึงได้เดินทางมาด้วยตนเอง เมื่อเห็นว่าเป็นใครที่ถูกพิษของแมงมุมดำเป็นเพียงแค่เด็กน้อยใบหน้าน่ารักคนหนึ่งท่านอ๋องถึงกับโมโหเป็นฟืนเป็นไฟ “รู้หรือไม่ที่เจ้าทำมันหมายถึงอันใด มันจะกลายเป็นสงครามระหว่างแคว้น ช่างไม่มีหัวคิด คอยดูกลับไปข้าจะรายงานเรื่องทั้งหมดเอง” ท่านอ๋องผู้นี้ค่อนข้างรักความสงบ แต่ทว่าเขาชื่นชอบการรักษาและยังเป็นผู้คิดค้นพิษร้ายแรงเอาไว้อีกด้วยนั่นก็เพราะเกรงว่าสักวันหนึ่ง ฮ่องเต้ซึ่งเป็นพี่ชายอาจจะได้รับพิษร้าย และไม่มีหนทางการรักษา ด้วยเพราะแคว้นเฉิงไม่ค่อยสงบ คลื่นลมในราชสำนักก่อตัวขึ้นไม่เว้นวัน คาดว่าองค์ชายรองที่มาสร้างเรื่องที่แคว้นอู๋จะต้องมีขุนนางบางคนหนุนหลังเป็

  • ไป๋ฟางหรง   ตอนที่ 53 ฟางหลินปากหวาน

    ตอนที่ 53 ฟางหลินปากหวานองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ยกมือกอบกุมลำคอที่ร้อนผ่าว ราวกับถูกเพลิงแผดเผาเข้าให้ ดวงตาของเขาเถลือกถลนและท่าทางลนลานนัก เขานั่งลงบนพื้น เกาะปลายเท้าของหญิงสูงวัย ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำราวกับมีโลหิตอยู่ในกระบอกตาทั้งสองข้าง“ข้าบอกแล้ว บอกแล้ว” น้ำเสียงกล่าวขึ้นปนความหวาดกลัวจับใจ ใบหน้าขององค์รองช่างดูตื่นตระหนกกับเรื่องที่ตนเองประสบพบเจอ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครกล้าทำร้ายเขาเช่นนี้มาก่อน “ข้าขโมยมาจากท่านอาของข้า”“ยาถอนพิษอยู่ไหน อยู่กับใคร” เจียงจินจูตวาดเสียงดังกล่าวถาม นางยกมือขึ้นเท้าเอวทั้งสองข้าง คล้ายดั่งแจกันหยกมีหู สีหน้าของนางบิดเบี้ยวไม่พอใจมากโข พร้อมจะลงมือสังหารองค์ชายรองคนนี้ให้สิ้นชีวิตภายในพริบตา หากเขาเล่นตุกติก นางไม่ปล่อยให้มีชีวิตรอดกลับไปแน่“อยู่กับท่านอา ข้าไม่ได้เอามาด้วย ข้าก็แค่ขโมยมาเท่านั้น ไม่คิดว่ามันจะร้ายแรงขนาดนี้” จิ่งเจี้ยนรีบร้อนกล่าวขึ้นมา ใบหน้าปูดบวมแดงช้ำอยู่ไม่น้อย อีกทั้งเมื่อครู่ยังถูกสตรีผู้นี้นำยาพิษให้เขากินอีกด้วย “ข้าไม่ได้โกหกแน่นอน” เขากล่าวหนักแน่น แววตาอ้อนวอนอย่างสุดซึ้ง“ถอนพิษให้ข้าก่อน ข้ายังไม่อยากตาย”

  • ไป๋ฟางหรง   ตอนที่ 52 ท่านยายเล่นงาน

    ตอนที่ 52 ท่านยายเล่นงานแม่ทัพจ้าวนำทหารกลุ่มหนึ่งไปล้อมที่จวนตระกูลถังเอาไว้ เขาส่งรายงานเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านทางม้าเร็วไปก่อนหน้านี้ก็หลายวันแล้ว คิดเสียว่าจะเดินทางกลับเมืองหลวงหลังจากสะสางภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่งยวดนั้นจบลง แต่เรื่องราวมิได้ง่ายปานนั้นเมื่อแม่ทัพจ้าวมาถึงจวนตระกูลถัง ก็ไม่พบชายชราคนนั้นแล้ว เห็นทีว่าเขาคงหนีไปได้ไม่ไกลนัก ยังมีอีกกลุ่มที่กำลังซุ่มโจมตีแม่ทัพจ้าวอยู่ในจวนตระกูลถัง ยังไม่ทันไร ชายชุดดำราวสักยี่สิบคนก็ทะยานลงมา ในมือพวกเขาถืออาวุธไว้ทุกคนแม่ทัพจ้าว สวมชุดดำหน้ากากสีดำอำพรางใบหน้าของตนเองเอาไว้ มีสายคาดหน้าผากเป็นสีขาว พวกพ้องของแม่ทัพจ้าว แต่งกายเช่นเดียวกัน ไม่ถึงอึดใจ จวนตระกูลถังก็เจิ่งนองไปด้วยโลหิตไหลเป็นทางเปรอะเปื้อนไม่น้อยนักส่วนลานกว้างกลางเมืองนั้น ผู้ที่ปลอมตัวเป็นแม่ทัพจ้าว เขาถูกปลดออกจากการพันธนาการแล้ว เขายืนเต็มความสูง บิดกายไปมาคล้ายว่ายืดเส้นยืดสายเสีย แววตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นมาทันใด กระบี่คมกริบมันวาววับ ยามสะท้อนกับแสงของพระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้วอยู่ในมือของตนหลิวมู่ฉวนดึงหน้ากากเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง “ยินดีด้วย พวกเจ้าถูกหล

  • ไป๋ฟางหรง   ตอนที่ 35 ข่มขู่

    ตอนที่ 35 ข่มขู่แม่ทัพจ้าวออกเดินทางเสียเดี๋ยวนั้น ไป๋ฟางหรงกับลูก ๆ รวมถึงคนอื่น ๆ ร่วมด้วยแม่ยายและท่านลุงภรรยา บิดาและมารดาของแม่ทัพจ้าว ออกมาส่งเขาที่ประตู ร่ำลากันอีกครั้งด้วยหัวใจที่ห่อเหี่ยวนัก เขาหันหลังกลับมามองหน้าภรรยา และลูก ๆ หลายครั้ง จนกว่าจะไม่เห็นพวกเขาแล้วฟางหรงจับจูงลูก ๆ ทั้งส

  • ไป๋ฟางหรง   ตอนที่ 34 ร่ำลา

    ตอนที่ 34 ร่ำลาท่านลุงประมุขแห่งหุบเขาไป๋หรง แอบไปสำรวจเส้นทางของการล่าสัตว์ในวันพรุ่งนี้ เขาจับกระต่ายป่ามาได้ด้วยมือเปล่า เห็นว่ามันน่ารักดี เหมาะกับหลานสาวของตนยิ่งนัก สีหน้าเบิกบานขึ้นมาทันใด รีบทะยานกายมาในจวนของหลานสาวอย่างว่องไว ใช้เวลาจากป่าใหญ่นั่นไม่นานก็มาถึงเขากระโดดลงมาพรึ่บเดียวเท่า

  • ไป๋ฟางหรง   ตอนที่ 33 ฟางหลินบีบน้ำตา

    ตอนที่ 33 ฟางหลินบีบน้ำตาจ้าวหย่งคัง นำตัวคนร้ายกลับมาด้วย ส่วนท่านลุงประมุขนั้นก็กลับไปที่จวนของฟางหรง จ้าวหย่งคังจัดการธุระ และกราบทูลรายงาน จากนั้นก็ได้พบใบหน้าของถังม่านชิงอีกครั้งและคราวนี้ถังม่านชิงเปลี่ยนไปเช่นเดิม นางปรี่เข้ามาหาแม่ทัพจ้าว กอดขาร้องขอความเป็นธรรม ด้วยเพราะถูกสตรีนางหนึ่งเ

  • ไป๋ฟางหรง   ตอนที่ 32 คู่กัด

    ตอนที่ 32 คู่กัดคนร้ายสวมชุดดำอำพรางใบหน้าเอาไว้ครึ่งล่าง ชิงลงมือกัดยาพิษจบชีวิตลงไปในที่สุด ด้วยเพราะแม่ทัพจ้าว ตามชายคนนี้ได้ทัน และมีท่านลุงเจ้าสำนักมาร่วมด้วยอีกคน เขาสำรวจเสื้อผ้าของชายคนนี้ และหาหลักฐานในตัวของผู้ก่อเหตุ แต่ก็ไม่พบอันใดเห็นพิรุธเพียงแค่ รอยถูกนาบด้วยแผ่นเหล็ก เป็นสัญญาลักษ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status