แชร์

เอาคืนสหายชั่ว 1.1

ผู้เขียน: sanvittayam
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-18 11:34:36

บทที่ 6 เอาคืนสหายชั่ว

ไป๋หนิงเฟิ่งปรายตามองสหายเล็กน้อย ทว่าไม่ให้ฝ่ายนั้นรู้ตัว เนื่องจากนางต้องการเล่นงานสหายคนนี้ ถึงแม้ว่าบ้านของหลี่ชุยผิงมีฐานะร่ำรวยและเป็นจวนเสนาบดี แต่ทุกครั้งที่ออกมาเดินเล่นหรือซื้อของด้วยกัน กลับกลายเป็นให้นางจ่ายทั้งนั้น

คราวนี้มาดูกันเถิดว่า ต่อจากนี้ใครกันแน่เป็นฝ่ายเสียหน้า!

หลี่ชุยผิงยิ้มก่อนจะเดินเข้ามาคล้องแขนสหาย แล้วเอ่ยอย่างดีใจ “ถ้าเช่นนั้นเราสองคนไม่ต้องคิดมากแล้ว ไปร้านขายเครื่องประดับกันดีกว่า ข้าอยากซื้อเครื่องประดับสักชุดสองชุด”

“อืม ถ้าเจ้าอยากซื้อ ข้าจะไปกับเจ้า” ไป๋หนิงเฟิ่งตอบกลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ทว่าเน้นคำว่าอยากซื้อ สายตาหันไปสบกับสาวใช้คนสนิทเพื่อส่งสัญญาณบางอย่างให้

จากนั้นพวกนางจึงพากันเดินไปทางร้านขายเครื่องประดับทันที

ร้านเครื่องประดับซินหรง

ภายในร้านมีลูกค้ามากมายที่เข้ามาดูสินค้าและเลือกซื้ออย่างที่ต้องการ เมื่อลูกจ้างสาวในร้านเห็นว่าไป๋หนิงเฟิ่งเดินเข้ามาพร้อมกับคุณหนูหลี่ จึงได้รีบเดินมาทักทายอย่างนอบน้อม

“คุณหนูไป๋ คุณหนูหลี่ เชิญเจ้าค่ะ วันนี้ทั้งสองต้องการสิ่งใดเจ้าคะ” ใบหน้าของนางยิ้มแย้ม ไม่คิดดูหมิ่นไป๋หนิงเฟิ่งตามข่าวลือ

“วันนี้ข้ามาเป็นเพื่อนกับคุณหนูหลี่เพียงเท่านั้น นางอยากได้เครื่องประดับศีรษะสักสองสามชุดน่ะ เจ้ามีชิ้นใดมาแนะนำนางหรือไม่เล่า”

ไป๋หนิงเฟิ่งเอ่ยอย่างออกตัว ก่อนจะบอกความต้องการของสหาย สายตาก็มองไปรอบ ๆ เพื่อหาดูว่า จะมีสิ่งใดเหมาะกับสหายตนเองหรือไม่

“ดียิ่งนัก วันนี้คุณหนูทั้งสองเหมือนรู้ว่า ทางร้านมีสินค้าเข้ามาใหม่ เช่นนั้นข้าจะพาไปดูนะเจ้าคะ”

“เช่นนั้นหรือ ถ้าเช่นนั้นก็ดีเลย พาข้าไปดูหน่อย หากเครื่องประดับเหมาะสมกับข้า ข้าจะซื้อ มีกี่ชิ้นก็ซื้อทุกชิ้น”

หลี่ชุยผิงกล่าวด้วยรอยยิ้มอย่างดีใจ นางไม่ได้กังวลเรื่องเงินเลยแม้แต่น้อย นั่นก็เป็นเพราะว่าต่อให้นางจะซื้อเครื่องประดับกี่ชิ้น และแพงสักเพียงใด สหายหน้าโง่อย่างไป๋หนิงเฟิ่ง ย่อมเป็นคนจ่ายเงินพวกนี้อยู่แล้ว

“หากถูกใจข้าจริง ข้าจะให้เงินพิเศษเจ้าด้วย”

นางยังคงเอ่ยอย่างยินดี

“เช่นนั้นหรือเจ้าคะคุณหนูหลี่ ท่านมีใบหน้างดงามและยังใจดียิ่งนัก มาทางนี้เจ้าค่ะ” คนขายเครื่องประดับยินดีมากที่รู้ว่าตนเองนั้นจะได้เงินพิเศษ จึงพูดชมเชยและรีบเดินนำพวกนางไปดูสินค้ามาใหม่

และเมื่อมาเห็นเครื่องประดับที่คนขายเอาออกมาให้ดู ก็ถูกใจหลี่ชุยผิงมาก นางแทบไม่ต้องเอามาเทียบกับศีรษะ ก็รีบบอกว่าต้องการเครื่องประดับพวกนี้ทั้งหมด

นั่นทำให้คนขายและหลงจู๊ของร้านยิ้มกว้าง และรู้สึกพึงพอใจที่สินค้าขายออก เนื่องจากว่าเครื่องประดับที่มาใหม่ชุดนี้ล้วนมีราคาแพง หากไม่ใช่คุณหนูลูกหลานคนมีเงิน ย่อมไม่สามารถเอื้อมถึงกับราคาที่นายท่านตั้งไว้

“ข้าอยากได้ปิ่นปักผมอีกสักสามสี่อัน เจ้าลองเอามาให้ข้าดูหน่อยซิ หากถูกใจข้าก็จะซื้อเช่นกัน” หลี่ชุยผิงมองเครื่องประดับที่ละลานตาไปหมดด้วยความรู้สึกพึงพอใจ ไป๋หนิงเฟิ่งยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างพึงพอใจเช่นกัน นางอยากรู้เหลือเกินว่า หากนางไม่หยิบยื่นเงินให้ และไม่ยินดีที่จะจ่ายเงินค่าเครื่องประดับเหล่านี้ สหายชั่วคนนี้จะทำอย่างเช่นไร นี่ไม่เท่ากับเป็นการสร้างความอับอายยิ่งกว่านางหรอกหรือ

“หนิงเฟิ่ง เจ้าลองดูสิว่า ปิ่นอันนี้เหมาะกับข้าหรือไม่” หลี่ชุยผิงหันมาถามสหายขณะที่เอาปิ่นมาปักไว้ที่ผมของตนเอง ด้านหน้าก็มีกระจกทองเหลืองให้มอง แต่ถึงอย่างไรก็อยากถามสหายโง่คนนี้

“เจ้าเป็นสตรีที่งดงาม ไม่มีเครื่องประดับชิ้นไหนไม่เหมาะกับเจ้าหรอก หากเจ้าต้องการชิ้นไหน เจ้าก็ซื้อได้เลย ตระกูลหลี่ของเจ้าก็ร่ำรวยมาก”

ไป๋หนิงเฟิ่งเยินยอกล่าวอีกฝ่ายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แล้วยังกล่าวย้ำเรื่องที่ให้ซื้อเครื่องประดับและความร่ำรวยของตระกูลหลี่ หากอีกฝ่ายหยุดคิดสักนิดก็จะรู้ว่านางไม่ได้เป็นคนจ่ายให้

“เจ้านี่ช่างเป็นสหายรักที่รู้ใจของข้าเสียเหลือเกิน แต่อย่าชมกันไปมากกว่านี้เลย ข้าก็อายเป็นนะ” นางมีท่าที่เขินอายเล็กน้อยที่ถูกชม ไม่มีสตรีนางใดหรอกรู้สึกแย่ หากมีคนมากล่าวเยินยอตัวเองต่อหน้าผู้คนเช่นนี้

หลี่ชุยผิงเลือกปิ่นปักผมได้สามชิ้น และยังมีเครื่องประดับอย่างอื่นอีกสองสามอย่าง ก่อนจะบอกให้คนขายห่อให้

“คุณหนูหลี่จะรับกลับไปเอง หรือว่าจะให้ทางร้านส่งไปที่จวนตระกูลหลี่เจ้าคะ” หญิงที่เป็นคนขายของร้านถามอย่างยิ้มแย้ม เนื่องจากที่ผ่านมาคุณหนูสกุลหลี่ผู้นี้ มีทั้งรับของกลับเองและบางครั้งก็ให้ร้านไปส่งที่จวน

“ประเดี๋ยวข้ารับกลับไปเองดีกว่า เจ้ารีบไปห่อให้ข้าเถิด” หลี่ชุยผิงบอกด้วยใบหน้าที่ยังคงมีรอยยิ้ม เพราะพอใจที่วันนี้ได้เครื่องประดับไปหลายชิ้น

“เจ้าค่ะคุณหนู โปรดรอสักครู่นะเจ้าคะ”

หญิงคนขายรีบตอบรับ ก่อนจะรีบเดินไปจัดการห่อเครื่องประดับทั้งหมด ไม่นานนางเดินกลับมาพร้อมกับกล่องใส่เครื่องประดับทั้งหมด แล้วยื่นให้หลี่ชุยผิง

“นี่ค่ะเครื่องประดับทั้งหมด คุณหนูจะจ่ายเงินเลย หรือจะให้ส่งรายการไปเก็บที่จวนเจ้าคะ” นางเอ่ยถามอย่างอ่อนน้อม สายตาจับจ้องไปที่หลี่ชุยผิง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ไป๋หนิงเฟิ่งสตรีผู้ไม่ยอมแพ้ต่อชะตา   ตอนพิเศษ ฮองเฮาเพียงหนึ่งเดียว 1.2

    “หม่อมฉันก็ดีใจเช่นกันเพคะ ตาแก่พวกนั้นที่ทำให้ท่านพี่ต้องปวดหัว และพยายามยัดเยียดสตรีเข้าวังหลัง หากรู้ว่าท่านกำลังมีบุตรและหม่อมฉันไม่ใช่แม่ไก่ที่ออกไข่ไม่ได้ จะทำสีหน้าอย่างไร” ไป๋หนิงเฟิ่งกล่าวพร้อมกับยิ้มออกมา นางไม่อยากสร้างศัตรู แต่ไม่ลืมคนที่ทำให้พระสวามีของนางปวดหัว“เจ้าคิดเจ้าแค้นเสียจริง เอาล่ะ ข้าจะสั่งเปิดโรงทานสักเจ็ดวัน ทุกหัวเมือง ฮองเฮาของข้า เจ้าคิดว่าดีหรือไม่ จริงสิ ต้องส่งข่าวบอกพ่อตากับเสด็จพ่อด้วย” เขาพูดอย่างหลอกล้อนาง และบอกสิ่งที่อยากจะทำ โดยไม่ลืมส่งข่าวเรื่องนี้ให้กับบิดาและพ่อตาของตนได้รับรู้“ดีเลยเพคะ แม้ว่าบ้านเมืองของเราจะอยู่ในภาวะที่สงบ แต่การเปิดโรงทานให้ชาวบ้าน จะแบ่งเบาค่าใช้จ่ายพวกเขาไปไม่น้อยเลยเพคะ” นางกล่าวอย่างยินดีและเห็นด้วยที่สามีจะเปิดโรงทาน“เช่นนั้นก็เอาตามนี้”จากนั้นฮ่องเต้จึงหันมาสั่งการคนสนิท เพื่อเปิดโรงทานทุกหัวเมืองข่าวเรื่องที่ฮองเฮาทรงพระครรภ์ได้กระจายไปทั่วทั้งวังหลวงและนอกวัง ราษฎรต่างแสดงความยินดีอย่างยิ่ง เพราะตั้งแต่ฮ่องเต้เซียวเฟยหลงขึ้นครองราชย์ ทุกอย่างก็ยิ่งดีขึ้น พระองค์ทรงลดภาษีให้กับชาวบ้านสามปี ทำให้ชาวบ้านต่างก

  • ไป๋หนิงเฟิ่งสตรีผู้ไม่ยอมแพ้ต่อชะตา   ตอนพิเศษ ฮองเฮาเพียงหนึ่งเดียว 1.1

    ตอนพิเศษ ฮองเฮาเพียงหนึ่งเดียวครึ่งปีผ่านไปเวลานี้เซียวเฟยหลงได้ขึ้นครองราชย์แล้ว ส่วนอดีตฮ่องเต้เหมือนได้พัก แต่ก็พยายามเร่งให้บุตรชายรีบทำให้พระชายาตั้งครรภ์ อีกทั้งพวกขุนนางเฒ่าทั้งหลาย ต่างก็พยายามถวายฎีกา เพื่อให้ฮ่องเต้พระองค์เฟยหลงรับนางกำนัลและพระสนมเข้าวัง นี่จึงทำให้ฮ่องเต้โกรธมาก พระองค์ได้ส่งองครักษ์ข้างกายไปตรวจสอบเรื่องราวของขุนนางพวกนั้น ทำให้แต่ตระกูลอลหม่านวุ่นวายไม่จบสิ้น จนต้องเงียบปากและกล้าไม่เข้ามาวุ่นวายเรื่องนี้อีกส่วนตระกูลหลี่ได้ส่งหลี่ชุยผิงแต่งเข้าตระกูลพ่อค้า เนื่องจากนางเลยวัยแต่งงานมาหลายปีแล้ว ที่สำคัญแม้ว่านางจะแต่งเข้าไปเป็นภรรยาเอก แต่ฝ่ายชายกลับมีอนุที่รักมากอยู่แล้วนั่นจึงทำให้หลี่ชุยผิงแต่งเข้าไป ก็ไม่ต่างกับตายทั้งเป็น นางพยายามเขียนจดหมายหาต้วนอ๋อง เพื่อให้เขาเห็นใจและมาพานางออกไปจากขุมนรกแห่งนี้ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงความว่างเปล่าเท่านั้นแม้ว่าไป๋หนิงเฟิ่งจะอยู่วังหลัง ทว่านางยังคงได้ข่าวของหลี่ชุยผิงอยู่ตลอด โดยรับรู้จากนางกำนัลคนสนิทอย่างเสี่ยวหลัน‘ไม่คิดว่าเจ้าจะมีชะตากรรมที่เลวร้าย ไม่ต่างจากข้าเมื่อชาติก่อน’นางคิดในใจถึงชะตาก

  • ไป๋หนิงเฟิ่งสตรีผู้ไม่ยอมแพ้ต่อชะตา   บทส่งท้าย ชะตาชีวิตที่เปลี่ยนไปแล้ว1.2

    รองแม่ทัพชิงกล่าวตามที่เขาคิด จากนั้นก็ยกเหล้าขึ้นมาดื่ม เขาพอจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นในเมืองหลวง และรู้ว่าเพราะเหตุใดที่ต้วนอ๋อง แม่ทัพหนุ่มอนาคตไกล จึงกลับมาประจำการอยู่ที่นี่ แทนที่จะพักในเมืองหลวงนาน ๆ“คงเป็นจริงอย่างที่เจ้าว่ามา” ต้วนอ๋องได้แต่ยิ้มออกมาอย่างฝืน ๆ ก่อนจะนั่งดื่มเหล้าชมจันทร์กับรองแม่ทัพคู่กายเงียบ ๆ‘หวังว่าสักวัน ข้าจะพบรักแท้อีกครั้ง’ เวลาผ่านไปอีกหลายเดือน ตอนนี้ฮ่องเต้ตัดสินใจสละราชบัลลังก์อย่างที่เคยบอกไว้ เลยเรียกองค์รัชทายาทและพระชายามาพบที่ตำหนัก“วันนี้เราเรียกพวกเจ้าทั้งสองคนมาเพื่อแจ้งข่าว เราเหนื่อยแล้วจึงอยากจะพักผ่อน”ได้ยินเพียงเท่านี้ ไป๋หนิงเฟิ่งจึงเข้าใจได้ทันทีว่า งานหนักคงตกมาที่นางอีกแล้ว ‘ต่อไปข้าคงได้รับหนังสือร้องเรียนจำนวนมากแน่’ นางถอนหายใจออกมาเล็กน้อย“หากเสด็จพ่อเหนื่อย กระหม่อมยินดีที่จะสะสางราชกิจต่อเอง ถึงอย่างไรขุนนางเฒ่าพวกนั้น ก็ไม่สามารถเล่นงานกระหม่อมได้อยู่แล้ว”เซียวเฟยหลงกล่าวอย่างจริงจัง เขาไม่ได้มีท่าทีร้อนใจในเรื่องนี้ เพราะเตรียมใจไว้แล้วกับเรื่องที่ต้องขึ้นครองราชย์แทนบิดา อีกทั้งตั้งแต่มาอยู่ในตำแหน่งองค์รัชทายาท รา

  • ไป๋หนิงเฟิ่งสตรีผู้ไม่ยอมแพ้ต่อชะตา   บทส่งท้าย ชะตาชีวิตที่เปลี่ยนไปแล้ว1.1

    บทส่งท้าย ชะตาชีวิตที่เปลี่ยนไปแล้วหลายเดือนผ่านไป...ไป๋หนิงเฟิ่งได้เข้ามาอยู่ในตำหนักบูรพาแล้ว ทว่านางยังคงทำหน้าที่ของตนไม่บกพร่อง เนื่องจากเซียวเฟยหลงส่งกุญแจคลังและสมุดรายการทรัพย์สินให้ นางจึงรู้ได้ว่าพระสวามีนั้นร่ำรวยกว่าผู้ใด ทรัพย์สินและเงินที่เขามี น่าจะมากกว่าคลังหลวงหลายเท่าซึ่งไม่ต่างจากเซียวเฟยหลง หลังจากเป็นองค์รัชทายาทแล้ว พระองค์ยังทรงงานหนักมากกว่าเดิมจนแทบมีเวลาพัก แต่ถึงอย่างนั้นพระองค์ก็ยังเติมความหวานให้กับพระชายาอยู่เสมอหากจะไม่เอ่ยถึงคนตระกูลไป๋สายรองก็คงไม่ได้ เนื่องจากอารองและอาสามของนาง วางแผนเข้าร่วมกับองค์ชายสามเพื่อก่อการกบฏ ทำให้คนพวกนั้นต้องโทษทั้งหมด ทั้งถูกยึดทรัพย์และถูกส่งไปยังถิ่นทุรกันดาร รวมถึงฮูหยินผู้เฒ่าไป๋ก็ต้องรับโทษด้วย หลายเดือนมานี้ จวนสกุลไป๋จึงกลับมาสงบลงอีกครั้ง“กำลังนั่งคิดสิ่งใดอยู่หรือ” องค์รัชทายาทเดินเข้ามา แล้วโอบอุ้มภรรยาขึ้นมานั่งบนตักพร้อมกับกอดนางเอาไว้แน่น“ท่านพี่ อายบ่าวเสียบ้างเถิด ดูสิ ข้าไม่รู้จะเอาหน้าไว้ที่ใดแล้ว” นางกล่าวอย่างเขินอายและทุบอกเขาเล็กน้อย เนื่องจากนางกำนัลยังอยู่บริเวณนี้หลายคน“จะอายทำไมกัน เจ้ากั

  • ไป๋หนิงเฟิ่งสตรีผู้ไม่ยอมแพ้ต่อชะตา   กวาดล้างตระกูลเสิ่น1.2

    ชายชราตรงหน้ามองคนรุ่นหลานด้วยสายตาตื่นตระหนก เงาของดาบวาววับเข้าตา ก่อนที่ทุกอย่างจะหยุดลง พร้อมกับลมหายใจของเสนาบดีเสิ่นผู้ยิ่งใหญ่จวนตระกูลเสิ่นเวลานี้นองไปด้วยเลือด หากใครจะกล่าวว่าองค์ชายรองเซียวเฟยหลงคือทรราช องค์ชายผู้นี้รองเหี้ยมโหดเกินไป เขาคงไม่ใส่ใจ เนื่องจากเหตุการณ์ในวันนี้ เขาทำเพื่อคนที่รัก หาไม่แล้วหากปล่อยให้ผู้ใดหลุดรอดไปได้ วันหนึ่งพวกมันคงหาวิธีกลับมาล้างแค้นอย่างแน่นอนสตรีและคนที่ยอมศิโรราบ ถูกส่งตัวเข้าคุกหลวง แล้วรอคำตัดสินเนรเทศไปอยู่ชายแดนเพื่อเป็นทาสเมื่อองค์ชายใหญ่รู้ข่าวของมารดาและตระกูลเสิ่น เขาแทบสิ้นสติ เนื่องจากเขาหมดสิ้นทุกอย่างแล้ว ใจคิดว่าเรื่องนี้ต้องมีฮ่องเต้อยู่เบื้องหลังเป็นแน่ หาไม่แล้วเซียวเฟยหลงคงไม่กล้าทำเรื่องใหญ่โตกับตระกูลเสิ่นเข่นนี้เช้าวันต่อมาข่าวเรื่องการทำผิดและถูกกวาดล้างตระกูลเสิ่น แพร่กระจายดังไปทั่วเมืองหลวง และยังมีข่าวอีกว่าเสนาบดีเสิ่นและบุตรชายต่อต้าน ไม่ยอมถูกจับ เลยถูกองค์ชายรองสังหารส่วนฮองเฮายังมีข่าวเล็ดลอดออกมาจากวังหลวงว่าพระนางคบชู้ ซึ่งฮ่องเต้จับได้คาหนังคาเขา พระองค์จึงประทานยาพิษทันทีไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าฮ่องเต

  • ไป๋หนิงเฟิ่งสตรีผู้ไม่ยอมแพ้ต่อชะตา   กวาดล้างตระกูลเสิ่น1.1

    กวาดล้างตระกูลเสิ่นเมื่อเห็นท่าทีของมารดาเป็นเช่นนี้ เซียวอี้เฉิงจึงขมวดคิ้วเป็นปม ‘ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเสด็จแม่ ถึงได้ไม่ทราบเรื่องนี้ เพราะท่านตาน่าจะส่งข่าวมาแล้วมิใช่หรือ ทว่าเรื่องนี้เจ้าสามไม่รู้เรื่อง ข้าจึงนิ่งเงียบไว้ก่อน’ เขาครุ่นคิดอยู่ในใจ“เหตุใดเสด็จแม่จึงดูเหมือนไม่รู้เรื่อง หรือว่าเสด็จพ่อไม่ได้บอกกล่าวเสด็จแม่ถึงเรื่องนี้ จริงสิ เหมือนพี่รองจะจับกุมพวกนักฆ่าไว้ได้เกินครึ่ง เวลานี้น่าจะสอบสวนอยู่” องค์ชายสามเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้งยิ่งได้ยินเช่นนี้ เสิ่นฮองเฮายิ่งกำมือแน่นด้วยความหวาดหวั่น เรื่องนี้นางไม่รู้เลย ใบหน้าจึงซีดเผือดโดยไม่รู้ตัว ‘เหตุใดข้าไม่ว่าว่าฮ่องเต้ไปงานมงคลของมัน แล้วเหตุใดท่านพ่อยังลงมือต่อหน้าฝ่าบาทอีก เรื่องที่ฝ่าบาทต้องการแต่งตั้งองค์รัชทายาทต้องมีเงื่อนงำ และไม่เป็นผลดีกับโอรสของข้าแน่’ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว อีกทั้งเรื่องทั้งหมดโอรสอีกคนของนางไม่รู้เรื่องด้วย เช่นนั้นจึงคิดว่าควรให้เขากลับไปก่อน “เจ้าสาม เจ้ากลับไปก่อนเถิด ข้ามีเรื่องสนทนากับพี่เจ้าสักหน่อย”องค์ชายสามได้ยินเช่นนั้น ก็รู้ทันทีว่าเสด็จแม่ของเขา คงต้องปรึกษาเรื่องนี้กับองค์ชายใหญ่ จึง

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status