Share

ท่าทีสนิทสนม

last update publish date: 2026-05-24 17:31:26

          เนื่องจากเธอไม่ได้ทำงานนอกบ้านทำให้มีเวลาว่างมากพอควร จึงได้ตัดสินใจจ้างเชฟมาสอนทำอาหารที่บ้าน โดยมีเหตุผลสำคัญคือพี่สวี่หยาง รสชาติอาหารฝีมือเธอคงไม่ค่อยถูกปากเขานักถึงได้ไม่เคยชมเธอเลยสักครั้ง เอาไงเอากันเธอจะต้องฝึกทำอาหารให้ถูกปากเขาให้ได้จนกว่าจะได้รับคำชมจากปากชายหนุ่ม คิดอย่างขมักเขม่นพร้อมกับสวมผ้ากันเปื้อนเตรียมลงมือทำอาหาร จนกระทั่งเวลาสิบเอ็ดโมงอาหารที่ทำเสร็จพอดีเลยคิดอยากไปหาสามีที่บริษัทเสียหน่อย เธอแทบไม่เคยไปเหยียบที่นั่นเลยหากไม่จำเป็นเพราะไม่อยากรบกวนเขา

          สองมือเล็กถือกล่องใส่อาหารกลางวันมาให้สามีอย่างอารมณ์ดี ก่อนที่เท้าของเธอจะหยุดชะงักลงเมื่อถึงที่หมาย ลี่จวินยังไม่ทันจะได้เปิดประตู้เข้าไปด้านใน ทว่ากลับได้ยินเสียงหัวเราะขบขันของสามีกับผู้หญิงคนหนึ่ง เธอถึงได้ถือวิสาสะแง้มประตูเปิดออกดูถึงได้เห็นว่าบนบ่าแกร่งกำลังถูกมือของผู้หญิงแปลกหน้าคนหนึ่งนวดไหล่ให้ ท่าทีเช่นนี้แม้แต่เธอที่เป็นภรรยายังไม่เคยได้รับอนุญาตให้แตะต้องตัวเขา อย่าว่าแต่นวดไหล่เลย แม้แต่จะเข้าใกล้เขายังไม่ยินยอม

          ร่างบางมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าเจ็บปวดใจ ก่อนปิดประตูลงตามเดิม อีกใจหนึ่งคิดแค่ว่าเขาคงสนิทสนมกับผู้หญิงคนนั้นมากถึงได้สนิทใจที่จะให้นวดไหล่ให้

          “คุณนาย มาทำอะไรที่นี่หรือครับ” ซูฉีมาเห็นเข้าจึงได้เอ่ยถามภรรยาเจ้านายด้วยท่าทีนอบน้อมอยู่ในที

          “พอดีว่าฉันทำอาหารมาให้พี่สวี่หยางน่ะค่ะ”

          “ทำไมไม่เข้าไปข้างในล่ะครับ ตอนนี้ท่านประธานอยู่ด้านใน”

          “เอาไว้วันหลังก็แล้วกัน ตอนนี้ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีธุระด่วน ยังไงฉันรบกวนฝากเลขาซูเอาอาหารไปให้เขาด้วยนะคะ” ว่าพลางยื่นกล่องอาหารกลางวันให้ชายหนุ่ม

          “ได้ครับ” เขาตอบ ก่อนรับเอากล่องอาหารมาถือไว้

          “ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ” พูดจบก็เดินออกไปทันที ทิ้งให้ซูฉียืนงงตามลำพัง

          สวี่หยางที่กำลังพูดคุยอยู่กับผู้ช่วยเลขาอย่าง         เหม่ยซินกลับถูกเสียงเคาประตูดังรบกวน ทำให้ทั้งคู่ต่างหันไปมองที่ประตู

          “เข้ามาได้”

          สิ้นคำอนุญาตจากข้างในห้อง ทำให้ร่างสูงโปร่งของซูฉีเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับกล่องอาหารกลางวัน

          “มีอะไร”

          “คุณนายฝากให้ผมเอาอาหารกลางวันมาให้ครับ” ต่อหน้าคนอื่นเขาจะให้เกียรติเจ้านายเสมอถึงแม้ว่าทั้งคู่จะเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาตรีที่อังกฤษ ซูฉีเป็นเด็กทุนถึงได้มีโอกาสได้รู้จักและสนิทกันกับลูกชายของ     มหาเศรษฐีอย่างสวี่หยาง

          “ลี่จวินมาที่นี่งั้นเหรอ”

          “ใช่ครับ”

          “แล้วตอนนี้ไปไหนซะล่ะ ถึงได้ให้นายเอาอาหารมาให้ฉันแทน”

          “คุณนายบอกว่ามีธุระด่วนเลยกลับไปก่อน”

          “งั้นเหรอ”

          “ไม่ยักรู้ ว่าภรรยาของพี่สวี่หยางจะรักสามีมากถึงขนาดเอาอาหารกลางวันมาให้ถึงที่ทำงานแบบนี้” เหม่ย       ซินแทรกขึ้น

          “เธอน่ะเหรอรักฉัน เป็นเพราะจุ้นจ้านต่างหาก” เขาปฏิเสธทันควัน จะเป็นไปได้อย่างไรที่ลี่จวินจะรักเขา ทั้งคู่เคยเจอกันแค่ครั้งเดียวช่วงปิดเทอมที่เขาบินกลับมาเยี่ยมมารดาตอนที่เขากำลังเรียนต่อปริญญาโทปีสุดท้ายที่อังกฤษ แล้วหนึ่งปีต่อมาเขาก็ถูกมารดาคลุมถุงชนให้แต่งงานกับเธอ

          “แต่เพราะต้องแต่งงาน พี่ถึงกับบอกเลิกฉันเลยนี่คะ” แม้เหม่ยซินจะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ทว่านัยน์ตากลับแฝงไปด้วยความโศกเศร้า เธอกับพี่สวี่หยางคบกันเกือบสี่ปี น่าเสียดายที่ต้องเลิกกันเพียงเพราะว่าชายหนุ่มจะแต่งงานกับผู้หญิงที่แม่ของเขาเป็นคนเลือกให้ แทนที่จะเลือกคนรักอย่างเธอ

           “ตอนบ่ายท่านประธานมีประชุม เหลือเวลาอีกสี่สิบห้านาที” เลขาซูพูดแทรกกลางบทสนทนาที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของทั้งคู่

          “พี่ซูฉีก็ยังทำตัวเสียมารยาทเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะคะ” เหม่ยซินแว้งกัดชายหนุ่ม หากไม่ใช่เพราะคนตรงหน้าเป็นเพื่อนสนิทแฟนเก่าเธอ มีหรือที่คนอย่างเธอจะอยากเฉียดเข้าไปใกล้เขา นอกจากความเฉลียวฉลาดและหน้าตาที่พอดูไปวัดไปวาได้ เธอก็ไม่เห็นว่าเขาจะมีอะไรดี

          “ตอนนี้เป็นเวลางาน ถึงแม้พวกเราจะรู้จักกัน แต่ไม่ควรมาล้ำเส้น อีกอย่างที่นี่ฉันเป็นหัวหน้า ส่วนเธอเป็นลูกน้อง คงรู้ใช่ไหมว่าต้องทำตัวยังไง”

         “ฉันแค่พูดเล่นนิดหน่อยเอง ไม่เห็นต้องโกรธเลยนี่ ว่าไหมคะพี่สวี่หยาง” ท้ายประโยคหันไปหาพรรคพวก

          “อย่างที่ซูฉีพูด ตอนอยู่ที่บริษัทต้องทำตามกฎ พี่หวังว่าเธอจะเข้าใจ”

          เหม่ยซินเสียหน้าเล็กน้อย เมื่อคนที่ตัวเองคิดว่าเขาอยู่ข้างเธอกลับไม่ได้เข้าข้างตามที่คิดไว้

“ขอโทษค่ะ หัวหน้า ต่อไปฉันจะระวังคำพูด”

          “เชิญคุณออกไปเถอะ ผมมีเรื่องสำคัญที่ต้องรายงานท่านประธาน”

          แม้จะรู้สึกไม่พอใจ แต่เหม่ยซินจำต้องเก็บอาการเอาไว้ เพราะไม่อยากเสียภาพลักษณ์ต่อหน้าแฟนเก่า ที่เธอยอมลดตัวมาเป็นผู้ช่วยเลขาให้ซูฉีโขกสับก็เพื่อที่จะมารื้อฟื้นความรักครั้งเก่า โดยมีความหวังว่าความรู้สึกของชายหนุ่มยังไม่เปลี่ยนใจจากเธอแน่นอน เธอจะทวงคืนเอาเขากลับมาให้ได้แล้วเฉดหัวไล่ภรรยาของพี่สวี่หยางออกจากตระกูลสวี่ซะ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   ตอนจบ

    ฤดูใบไม้ผลิย่างเข้ามาพร้อมกับดอกไม้ที่เริ่มออกดอกบานสะพรั่งไปทั่วทั้งสวน สวี่อี้เหรินที่กำลังยืนรอลูกชายอยู่ที่หน้าเรือนคนเดียวเหม่อมองทิวทัศน์โดยไม่รู้ตัวว่าแม่ทัพหนุ่มได้แอบมองนางอยู่ก่อนแล้ว “รองเท้าของเจ้าเริ่มเก่าแล้ว ข้าให้หลี่จื้อไปซื้อรองเท้าคู่ใหม่ให้เจ้า” “ท่านมาตั้งแต่เมื่อใด” เอ่ยด้วยเสียงตกใจ “ถ้าเจ้าไม่เอาแต่เหม่อคิดถึงผู้ใดอยู่คงเห็นข้านานแล้ว” บอกพร้อมกับเดินจับมือร่างบางไปนั่งที่ศาลาริมน้ำ แล้วบรรจงถอดรองเท้าคู่เก่าออกจากนั้นใส่คู่ใหม่ให้นาง “ท่านแม่ทัพรู้จักอ่อนโยนด้วยหรือเจ้าคะ” “แค่กับเจ้าและลูกเท่านั้น ส่วนคนอื่นก็ตามที่เจ้าเห็น” “ข้าแค่ยังไม่ชินเท่านั้นเอง” เอ่บอกไปตามตรง สองสามเดือนผ่านมานี้การกระทำของเขาต่างจากเมื่อก่อนสิ้นเชิงจนนางเองก็ตกใจจนบางครั้งอดคิดไม่ได้ว่าตนกำลังนอนฝันอยู่ “อีกหน่อยก็ชิน” “ท่านพ่อ ท่านแม่” “ลูกแม่ เจ้ามาแล้วหรือ” “ทำไมทำหน้าแบบนั้น เกิดอันใดขึ้นรึ” เฉียนหยางถามบุตรชาย เมื่อเห็นเขาเอาแต่ทำหน้าเศร้า “ท่านพ่อจำคนแซ่ตู้ได

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   หน้าที่ภรรยา

    “คงจะเป็นอย่างนั้น ข้าคิดว่าข้ากำลังเปิดใจ” หลังจากคิดถี่ถ้วนอยู่นานถึงได้เอ่ยขึ้น แม้ในอดีตเขากับนางไม่ค่อยลงรอยกันสักเท่าใดนัก ครั้นมองหน้าลูกชายที่ตั้งแต่มารดาแท้ ๆ ของตัวเองฟื้นคืนสติกับมา พ่ออย่างเขาค่อย ๆ เห็นรอยยิ้มที่ผุดขึ้นมาบนใบหน้าเล็ก เขาอยากเห็นลูกมีความสุขอีกอย่างสตรีตรงหน้านี้ได้เปลี่ยนไปจากในอดีตพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เขาเองก็ควรให้โอกาสนางเช่นกัน เขาไม่รู้ว่าตัวเองเริ่มหวั่นไหวกับฮูหยินอย่างนางตั้งแต่เมื่อใด บางทีอาจเป็นตอนที่ไปงานเลี้ยงสกุลเจิ้งกระมัง “แล้วมาบอกเรื่องนี้กับข้าทำไม ข้าไม่ได้อยากรู้เสียหน่อย” แม้ปากจะพูดเช่นนี้ ทว่ากลับหน้าแดงสวนกับคำพูด “ไม่ให้บอกเจ้า แล้วจะให้ข้าบอกผู้ใด เจ้าเป็นมารดาของลูกชายข้า มิหนำซ้ำยังเป็นภรรยาของข้าด้วย” “ข้าขอตัวกลับก่อนนะเจ้าคะ” ในขณะทำกำลังเอี้ยวตัวกลับ ร่างของนางได้ลอยขึ้นจากพื้นเข้าสู่อ้อมอกของผู้เป็นสามี เฉียนหยางอุ้มภรรยามายังห้องอาบน้ำพร้อมกับวางตัวนางลงในอ่างทำให้ตัวเปียกด้วยกันทั้งคู่ “ช่วยอาบน้ำให้ข้าหน่อยได้หรือไม่” เอ่ยด้วยน้ำเสียงมีเลสนัยอย่างไม่ปิดบั

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   วางแผนเลื่อนฐานะ

    “ท่านแม่ทัพ” “มีอะไร” “คุณชายตัวร้อนเจ้าค่ะ” “เจ้าเรียกท่านหมอมาแล้วรึยัง” ร่างสูงหรี่ตามองผู้มาใหม่ นี่ก็เริ่มดึกแล้วเหตุใดแต่สตรีตรงหน้ายังไม่เข้านอน อีกอย่างเขารู้อยู่ก่อนแล้วว่าเฉียนอี้ไปนอนที่เรือนฝั่งตะวันออก “ยังเจ้าค่ะ ข้าเห็นว่าดึกแล้วเลยไม่อยากรบกวนคนอื่น” “แต่กลับมารบกวนข้า” ลี่อิ่นก้มหน้ามองพื้นอย่างไม่รู้ว่าควรตอบอันใดกลับไป จนเขาพูดขึ้นอีกครั้งถึงทำให้นางยิ้มออกได้บ้าง “เดินนำทางสิ” ว่าพร้อมลุกขึ้นยืน ตอนนี้เขากับนางอยู่ด้วยกันตามลำพัง ส่วนหลี่จื้อเขาได้ให้กลับไปพักผ่อนแล้ว เมื่อเดินมาถึงนางรีบเปิดประตูห้องนอนของเฉียนอี้ทันทีประหนึ่งกลัวถูกคนจับได้ แม่ทัพหนุ่มเดินเข้ามาภายในห้องที่มืดสนิทขณะจมูกสูดกลิ่นกำยานเข้าเต็มปอด ที่เขายอมตามมาแต่โดยดีเหตุผลหนึ่งก็เพราะอยากรู้ว่านางคิดจะทำอะไรกันแน่ “ท่านแม่ทัพ” ลี่อิ่นเข้าสวมกอดบุรุษที่ตนรักจากด้านหลัง “เจ้าคิดว่าตัวเองกำลังทำอันใดอยู่” เขาถามด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “ลี่อิ่นรักท่าน รักมานานแล้ว ท่านเองก็คิดเช่

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   คนรักเก่า

    นับว่าเป็นครั้งแรกที่ได้พบเจิ้งเผิงโหวตั้งแต่ที่นางมาอยู่ในร่างของสวี่อี้เหริน นางมองบุรุษตรงหน้าด้วยแววตาเรียบเฉยไร้ซึ่งความรู้สึกทำให้ฮูหยินที่ยืนอยู่ข้างชายหนุ่มอดรู้สึกแปลกใจไม่น้อย มีผู้ใดในเมืองไม่รู้บ้างว่าสวี่อี้เหรินชอบพอสามีนางมากเพียงไร แม้ตัวเองจะออกเรือนไปแล้วแต่ยังไม่วายมายุ่งวุ่นวายกับเขาจนตระกูลเจิ้งต้องรีบให้ท่านโหวแต่งงานกับนางเมื่อครึ่งปีก่อน “ยินดีกับท่านโหวและฮูหยิน” นางยิ้มบอก งานเลี้ยงวันนี้นางเดินทางมาพร้อมสามีที่ตอนนี้เอาแต่นิ่งเงียบไม่ยอมพูดจาสักคำ “ขอบคุณที่พวกท่านทั้งสองที่อุตส่าห์เดินทางมาร่วมงาน” “ข้าต้องมาอยู่แล้ว ฝ่าบาทพระราชทานจวนใหม่ให้พวกท่าน เรื่องน่ายินดีเช่นนี้มีหรือข้าจะพลาดโอกาส” “เชิญฮูหยินกับท่านแม่ทัพด้านใน ข้าจะให้สาวใช้นำทางพวกท่านไป” สิ้นคำพูดของฮูหยินเจิ้งทั้งคู่เดินตามหลังสาวใช้มาเงียบ ๆ จนกระทั่งได้อยู่ด้วยกันตามลำพังเขาถึงได้ปิดปากพูด “เจอคนรักเก่าทั้งที ทำไมไม่อยู่พูดจากับเขาให้นานขึ้นอีกหน่อย” “ท่านพูดถึงผู้ใดกัน” “หึ จะเป็นใครได้เล่าถ้าไม่ใช้เจ

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   ไม่ได้พิศวาส

    ลี่อิ่นหน้าเจื่อนลงถนัดตา ขณะในใจกำลังคิดยกเหตุผลขึ้นมาอ้าง “อีกอย่างงานในจวนข้าคุ้นชินกับมันแล้ว และยังมีพ่อบ้านเหมากับท่านป้าหลายคนคอยช่วย ตอนนี้ฮูหยินอย่างข้าก็แค่อยากทำหน้าที่มารดาดูบ้าง ข้าคิดว่าเจ้าที่เป็นแม่นมคงเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่อยู่บ้าง จริงหรือไม่” เอ่ยเสียงเศร้าเรียกร้องความเห็นใจจากลูกชาย “แม่นม เรื่องนี้ท่านไม่ต้องกังวล ข้ากับท่านพ่อพูดคุยกันแล้ว อีกอย่างนางเป็นแม่ของข้า” “นั่นสินะเจ้าคะ ข้าเป็นแค่แม่นมมีหรือจะกล้าคิดเทียบเคียงฮูหยิน” สาวใช้ในเรือนของบุตรชายคาบข่าวไปบอกแม่ทัพหนุ่มถึงที่ ทำให้คิ้วหนาขมวดเข้าหากัยยุ่งเมื่อคิดว่าแม่นมของลูกชายจุ้นจ้านไม่เข้าเรื่อง เห็นทีตำแหน่งแม่นมนี้คงต้องจบลงเพียงเท่านี้ หากปล่อยให้ลี่อิ่นทำแบบนี้ต่อไปแทนที่ครอบครัวจะกลับมาปรองดองกัน มีหวังจวนของเขาคงได้วุ่นวายไม่จบไม่สิ้น “ท่านแม่ทัพเรียกข้ามามีเรื่องใดหรือเจ้าคะ” “ตอนนี้เฉียนอี้โตพอที่จะไม่ต้องการแม่นม ข้าเห็นว่าตำแหน่งนี้คงต้องจบลงเพียงเท่านี้ เจ้าอยู่ที่นี่มาหลายปีแล้วถึงเวลาที่ต้องให้อิสระแก่เจ้า ข้าจะให้เงินเจ้าต

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   เกินหน้าที่

    ทันที่ได้ยินคำพูดเมื่อครู่ของนาง เฉียนหยางรีบสาวเท้าเดินไปยังอีกห้องซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก จนกระทั่งสวี่อี้เหรินกลับเรือนไปเขาถึงได้โผล่หน้าเข้าไปหาลูกชาย “ทำอะไรอยู่รึ” “ข้ากำลังจะพาคุณชายไปอาบน้ำเจ้าค่ะ” “ไม่จำเป็น วันนี้ข้ากับเขาจะอาบน้ำด้วยกันระหว่างนี้เจ้าก็ไปพักผ่อนเถิด” “แล้วมื้อเย็นล่ะเจ้าคะ” “ข้าสั่งให้พ่อครัวเตรียมไว้แล้ว เฉียนอี้ เจ้าอยากแช่น้ำกับพ่อหรือไม่” เขาถามบุตรชาย “ขอรับ” “ถ้าเช่นนั้นพวกเราไปกันเถอะ” ว่าพลางจูงมือลูกชายไป สองพ่อลูกแช่น้ำด้วยกันราวหนึ่งเค่อ พอเห็นสายตาของบิดาเอาแต่เพ่งเล็งมาที่เขา แต่กลับไม่ยอมพูดจาสักนิดทำให้อดถามมิได้ “ท่านพ่อ จ้องหน้าลูกทำไมหรือขอรับ” “เจ้าน่ะ ยอมให้โอกาสนางแล้วอย่างนั้นหรือ” “หมายถึงใครหรือขอรับ” “ก็...สตรีจากเรือนฝั่งตะวันออกอย่างไรเล่า” “เป็นเพราะท่านอาจารย์สอนไว้ว่าต้องกตัญญูต่อบิดามารดา อีกทั้งท่านอาจารย์ยังบอกว่าโจรชั่วยังสามารถกลับใจกลายเป็นคนดีได้ ลูกเลยคิดว่ากับนางก็เช่นกัน ควรให้โอกาสนางส

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   ไม่ได้เจอกันนาน

    สองมือเล็กชูขึ้นเหนือหัวแล้วบิดขี้เกียจ วันนี้เป็นวันที่สามที่เธอไม่ต้องตั้งนาฬิกาปลุกตั้งแต่ตีห้าเพื่อลงไปทำอาหารให้สามี ลี่จวินตื่นนอนตอนหกโมงเช้าและลงมาข้างล่างตอนเจ็ดโมงเพื่อลงมากินแซนวิชกับกาแฟที่แม่บ้านเป็นคนเตรียมไว้ให้ “หน้าตาคุณนายดูสดใสขึ้นนะคะ” ป้าซือเอ่ยทั้งรอยยิ้ม เ

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   หลบหน้า

    “ก๊อก ก๊อก ก๊อก” ลี่จวินเคาะประตูเบา ๆ สามครั้ง ทว่ายังไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากคนที่อยู่ข้างใน เธอจึงถือวิสาสะเดินเข้าไป “พรุ่งนี้เช้าพี่สวี่หยางจะกินอะไรดีคะ ฉันจะได้ให้แม่บ้านเตรียมไว้ให้” เหม่ยซินถามขึ้น ขณะกำลังนวดไหล่ให้ชายหนุ่ม โดยที่ทั้งคู่ไม่รู้ว่าประตูห้องได้เปิดออกแล้ว

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   คำพูดแสนเย็นชา

    ร่างสูงตื่นขึ้นมาในช่วงสายของอีกวันพร้อมกับอาการปวดหัว ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นหยดเสือดสีแดงสดบนเตียงนอนทำให้ความทรงจำเมื่อคืนผุดขึ้นมา เขาแทบจะตะโกนออกมาเพราะสิ่งที่ตัวเองตั้งใจเอาไว้ว่าจะไม่แตะต้องเธอแม้แต่ปลายนิ้วได้มลายหายไปในชั่วพริบตาเดียวเพียงเพราะน้ำเมา ลี่จวินที่ตื่นเช้าเหมือนท

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   ทำไม่ถูก

    หลังจากทั้งคู่กินข้าวเสร็จได้กลับมาที่บริษัทเหมือนปกติ แต่วันนี้พิเศษตรงที่เขามีนัดไปดื่มฉลองกับหุ้นส่วนหลังเลิกงาน “ได้เวลาแล้วครับ” เลขาซูเดินเข้ามาพร้อมกับยกมือขวาขึ้นมาดูเวลา เหม่ยซินที่อยู่ในห้องด้วยถามขึ้นด้วยความอยากรู้ว่าทั้งคู่จะไปที่ไหน “จะไปไหนกันเหรอคะ”

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status