ปกติจันทร์นิลเป็นคนหลับง่ายทว่าวันนี้เธอกลับนอนกระสับกระส่ายมาเป็นชั่วโมงแล้ว ส่วนหูก็เอาแต่คอยฟังว่าเมื่อไหร่ประตูห้องจะมีความเคลื่อนไหว
เธอหวัง... หวังว่าคืนนี้จอมพลจะเข้ามานอนกับเธอเหมือนอย่างทุกวัน อยากถามทุกสิ่งที่เธอกำลังข้องใจให้กระจ่างแจ้ง
แม้จะเฝ้าสะกดจิตให้เชื่อใจในตัวเขา แต่คำพูดของสาวใช้พวกนั้นมันมีอิทธิพลต่อเธอมากจริงๆ
ระหว่างที่จันทร์นิลกำลังหวั่นวิตก ประตูห้องก็ถูกคนนอกไขกุญแจเข้ามา ร่างเล็กลุกขึ้นนั่งดวงตากลมโตเพ่งมองเงาตะคุ่มที่เดินฝ่าความมืดมายังเตียงนอน
“ยังไม่นอนอีกเหรอ” ร่างสูงทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ เธอ
เขาโอบกอดคนตัวเล็กไว้แนบแน่น จนได้กลิ่นหอมละมุนประจำกายสาวที่เขาคุ้นชิน ก่อนจอมพลจะอดใจไม่ไหวระดมจูบกระหม่อมบางอย่างหลงใหล
“นิลรอคุณอยู่ค่ะ” เจ้าของแก้มเนียนซุกหน้าเข้าหาอกแกร่ง เธอโผเข้ากอดเขาเหมือนเด็กน้อยที่ต้องการหาไออุ่นและความปลอดภัย
“หือ รอพี่?” จอมพลครางรับอย่างแปลกใจ ทุกคืนที่เขาแอบย่องเข้าห้องเธอ ไม่มีครั้งไหนที่จันทร์นิลจะไม่หลับไปก่อน
ลูกแกะตัวน้อยของเขาขี้เซาจะตายไป
“นิลคิดถึงคุณ เลยนอนไม่หลับ” ใจจริงอยากจะถามเรื่องที่ค้างคาใจออกไปโต้งๆ แต่ไม่กล้าพอและไม่รู้ว่าควรจะเริ่มจากจุดไหนดี บอกตรงๆ ว่าเธอกำลังแอบกลัวคำตอบ
“ปากหวานแบบนี้ต้องให้รางวัล” ไม่ใช่แค่พูด
จอมพลจับร่างเล็กลงนอนแล้วขึ้นค่อมทาบทับเธอเดี๋ยวนั้น เสี้ยววินาทีมือหนาก็ล้วงเข้าไปภายใต้เสื้อนอนตัวบาง ลูบไล้สัดส่วนเว้าโค้งนุ่มมือก่อนวกกลับมาบีบคั้นเต้างาม
เขาชอบที่จันทร์นิลไม่สวมชุดชั้นในนอน จอมพลเห็นว่ามันเป็นข้อดี เพราะง่ายต่อการปลดเปลืองและเข้าถึงร่างนุ่มนิ่ม
เพียงพริบตาชายหญิงทั้งสองก็สลัดเสื้อผ้าอาภรณ์ออกจากร่างจนหมด เหลือไว้แต่ร่างเปลือยเปล่าที่กอดรัดฟัดเหวียงกันนัวเนียบนเตียงขนาดสามจุดห้าฟุต
“ตรงนี้ของนิลอร่อย”
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นจากยอดทรวง แล้วเอ่ยชมสิ่งในที่ตนเองกำลังดื่มด่ำราวกับมันเป็นขนมหวานแสนอร่อย ก่อนโน้มลงไปดูดกลืนสิ่งนั้นต่อ
“อื้อ” ริมฝีปากจิ้มลิ้มเม้นเข้าหากัน พยายามปิดกลั้นเสียงครางนั่นเอาไว้ ที่นี่ไม่ใช่ห้องของจอมพล ที่เธอจะกล้าปลดปล่อยทุกอย่างออกมาได้ โดยไม่เกรงกลัวว่าใครหน้าไหนจะผ่านมาได้ยิน
“อึดอัดใช่ไหม คราวหลังเราไปทำที่ห้องพี่นะ”
นั่นไม่ใช่ข้อเสนอที่ดีสักนิด! เพราะห้องของจอมพลไม่ต่างอะไรกับห้องเชือด... สำหรับเธอ
หากเธอหลวมตัวหลุดเข้าไปในห้องเขาเมื่อไหร่ อย่าหวังว่าจอมพลจะปล่อยเธอกลับออกมาได้ง่ายๆ ยิ่งสถานที่เอื้ออำนวย เสือเจ้าเล่ห์อย่างเขาก็จะจับเธอกินจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก
“เบาๆ ค่ะ”
แต่ยิ่งถูกเรียวลิ้นร้อนชื้นดุนดันปลายถันสีหวานมากเท่าไหร่ ความเสียดเสียวก็ยิ่งเพิ่มพูลมากขึ้นเท่านั้น
“ตรงนี้มันเสียวใช่ไหมนิล”
ที่ถามไม่ได้หมายความว่าจะหยุด แต่จอมพลจะย้ายตำแหน่ง
ใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆ เคลื่อนลงต่ำ ลากไล้เรียวลิ้นร้อนชื้นไปตามทรวดทรงอรชร ไม่ลืมแวะหยอกเย้ารอยบุ๋มเล็กจิ๋วตรงหน้าทองแบนราบ
ก่อนหยุดนิ่งที่เนินเนื้ออิ่มอูม ซึ่งจอมพลเห็นกี่ครั้งก็ยังรู้สึกฝืดเคืองไปทั่วทั้งลำคอ ราวกับคนขาดน้ำมานานแรมปี
“คุณจอมพล!” ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ถดถอยสะโพกงอนงามหนี เมื่อรับรู้ได้ถึงลมหายใจร้อนระอุที่กำลังเป่ารดรินอยู่ตรงส่วนนั้นกลางหว่างขา
ทว่าขยับได้แค่คืบเดียวคนร้ายกาจก็เอื้อมมือมาคว้าเอวเธอเอาไว้ แล้วกดลงเพื่อไม่ให้จันทร์นิลขยับหนีไปไหน
“จะหนีทำไม พี่คอแห้ง ขอแวะกินน้ำแป๊บนึ่ง”
หิวน้ำ? แล้วทำไมไม่ไปหากินในตู้เย็นเล่า! มาหากินอะไรแถวๆ พื้นที่สงวนของเธอ!
“แต่นิล อื้อ...” ประโยคปฏิเสธที่กำลังจะเอื้อนเอ่ยออกมา ถูกกลืนกลับเข้าไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวจูบซับเบาๆ ลงบนเนินเนื้ออิ่มอูมของเธอ
“ยังไม่ชินอีกเหรอเด็กดี พี่ใช้ปากกิน ‘นิลน้อย’ มาหลายครั้งแล้วนะ”
จอมพลทำให้ ‘นิลน้อย’ เห็น โดยการสอดใส่นิ้วเรียวหยาบกร้านเข้าไปในโพรงถ้ำฉ่ำชื้น ซึ่งขณะนี้ปากทางของมันวาววับไปด้วยหยดน้ำหวานสีใส ที่กลั่นออกมาไม่ขาดสาย ยามเขาขยับเขยื้อนปลายนิ้ว พร้อมๆ กับบดขยี้ติ่งเนื้อนูนเด่น
“อ๊ะ!” มือเล็กตะครุบปิดปากไว้แทบไม่ทัน เนื้อตัวจันทร์นิลสั่นระริกเหมือนใกล้จะหลุดลอยเต็มที จนเธอต้องไขว้คว้าขยำขยี้ผ้าปูที่นอนเพื่อเหนี่ยวรั้งตัวเองเอาไว้
“ดูสิ! นิลน้อยของพี่ ทั้งฉ่ำ...”
จอมพลถอนปลายนิ้วเรียวยาวออกมา แล้วชี้ชวนให้เธอดูการกระทำของเขาต่อจากนี้
“แล้วก็หวานมาก...”
นั่นคือการเลียนิ้วมือของตัวเอง! ที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำรักจากเธอ!
ภาพตรงหน้าทำจันทร์เกือบจะร้องไห้ด้วยความเขิน สองแก้มเนียนพลันร้อนซู่ขึ้นทันตา อยากมุดหน้าหนีแล้วหายตัวไปในวินาทีนั้น แค่เขาก้มลงไปกินด้วย ‘ปาก’ เธอก็กระดากอายจะแย่แล้ว
แต่ไอ้คนสัปดนนี่ชอบทำให้เธอคาดไม่ถึงอยู่เรื่อยเลย...
“คะ คุณจอมพล! ไอ้คนหน้าด้าน!”
“เดี๋ยวนี้ด่าผัวเก่งนะ” มุมริมฝีปากหยักของจอมพลกดลึก นัยน์ตาคมเข้มกวาดมองเรือนร่างอรชรด้วยความปรารถนาที่อัดแน่นอยู่เต็มลำกาย
“นิลไม่ได้ด่า! นิลพูดความจริง!” เสียงเข็งยืนยันหนักแน่น
แม้ในห้องจะมืดสลัวทำให้จอมพลมองเห็นหน้าเธอไม่ชัด แต่เขาก็จินตนาการได้ถึงสีหน้าขัดเขินของคนตัวเล็ก ว่ามันทั้งน่าเอ็นดูและน่ามันเขี้ยวขนาดไหน
จนเขาอยากกัดเธอย้ำๆ อยากกินเนื้อหวานของเธออยู่บ่อยๆ
“งั้นพี่จะหน้าด้านกว่านี้ให้นิลดู”
สิ้นคำใบหน้าหล่อเหลาก็โน้มลงเข้าหาดอกไม้งาม โฉบปลายลิ้นร้อนชื้นไล้เลียและดูดกลืนน้ำหวานจากเกสรดอกไม้ราวกับคนหิวโหย
“มะ.. ไม่ อื้ออออ”
คำว่า ‘ไม่อยากดู’ ของจันทร์นิลถูกกลืนหายกลับไป เหลือไว้เพียงเสียงครางที่เธอพยายามยับยั้งไว้เต็มที่ ภาวนาขอในใจไม่ให้ใครนึกครึ้มอยากเดินผ่านไป ผ่านมามาแถวนี้
หากเป็นเช่นนั้น พรุ่งนี้เช้าคงมีคนหน้าเธอไม่ติด!
เสียงหอบหายใจของคนสองคนบนเตียงขนาดสามจุดห้าฟุตยังดังสอดประสาน แม้พายุรักจะพัดผ่านไปแล้วนานหลายนาที ทว่าเรี่ยวแรงของจันทร์นิลยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับคืนมา
“หัวใจนิลเต้นแรงมาก”
จอมพลทาบมือลงเหนือหน้าอกด้านซ้ายของคนในอ้อมกอด ขนาดเพลงรักของเราจบลงไปแล้ว แต่เสียงหัวใจของเธอยังไม่มีท่าว่าจะเบาลง
“ก็เพราะคุณนั่นแหละ!” จันทร์นิลต่อว่า
ที่เธอตกอยู่ในสภาพนี้จะให้โทษใครได้เล่า ถ้าไม่ใช่เสือจอมหื่นตัวนี้
“โทษพี่คนเดียวได้ที่ไหน ก็นิลอยากทำตัว ‘น่าเอา’ ทำไมละ”
คนถูกกล่าวหาแถมยังโดนโยนความผิดให้หน้าด้านๆ เบิกตากว้าง เธอ... ไปทำตัวอย่างที่เขาว่าตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!
“นี่แนะ!” เลยอดลงไม้ลงมือไม่ได้ จันทร์นิลฟาดมือลงบนแผงอกกำยำไปหนึ่งที แต่แทนที่คนหน้าด้านจะสำนึก จอมพลกลับหัวเราะร่ากับการกระทำประหนึ่งเด็กน้อยของเธอ
ก่อนจะคว้ามือที่ประทุษร้ายเขาไปจรดริมฝีปากหยัก จุมพิตผ่าวเบาหลายๆ ที เหมือนต้องการจะขอโทษที่ทำให้เธอโกรธ
“ไม่หงุดหงิดนะเด็กดี พี่ชอบตอนนิลยิ้มมากกว่า”
เสียงนุ่มทุ้มทำเอาหัวใจดวงน้อยอ่อนยวบ จันทร์นิลเติบโตมาอย่างดี ถูกยายกับตาเลี้ยงมาไม่ต่างอะไรจากไข่ในหิน หัวใจของเธอมีเกาะป้องกันหนาแน่นมาโดยตลอด กระทั่งมาเจอเขา...
จอมพลไม่ใช่แค่กะเทาะเกาะป้องของเธอแตก แต่เขายังขโมยหัวใจของเธอไปทั้งดวงอีกด้วย
“นิลรักคุณจัง” หญิงสาวบดเบียดร่างกายเปลือยเปล่าเข้าหาความอบอุ่น เธอกอดเกยคนตัวโตไว้ไม่รู้เบื่อ ซบหน้าแนบลงบนอกกว้างด้านซ้าย แล้วฟังเสียงหัวใจของเขาที่เต้นเป็นจังหวะถี่เร็วขึ้น
ยามได้ยินเธอบอกรัก...
“พี่ก็ชอบนิล ชอบมาก” จอมพลกระชับร่างเล็กเข้าหา แล้วประทับริมฝีปากลงบนกระหม่อมบางเพื่อตอบแทนคำว่ารักจากเธอ
“นิลขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ” เธอรวบรวมความกล้าแล้วเอ่ยถาม แม้จะใจชื้นขึ้นมานิดหน่อยที่จอมพลยังแสดงออกว่าชอบเธอเหมือนเดิม แต่นั่นยังไม่มากพอที่จะลบล้างความกังวลใจกับสิ่งที่ได้ยินมา
“นิลอยากรู้อะไรครับ”
“เมื่อตอนเย็นนิลได้ยินคนในบ้านเขาพูดกันถึงเรื่อง... คู่หมั้นของคุณ”
จันทร์นิลกลั้นใจถาม ทว่าท้ายในประโยคน้ำเสียงของเธอกลับแผ่วเบาลง และสั่นสะท้านจนคนฟังรับรู้ได้
“ใคร? ใครมันกล้าเอาไปพูด!”
พอสิ้นคำเสียงเข้มก็กระด่างขึ้นทันควัน จันทร์นิลเองยังสะดุ้งตกใจ เธอไม่เคยเห็นจอมพลในมุมนี้มาก่อน ที่เขาแสดงออกว่าโกรธเพราะสิ่งที่เธอถามมันไม่ใช่ความจริง อย่างนั้นใช่ไหม?
คิดได้แบบนั้นจันทร์นิลก็ถอนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“ยะ อย่าเพิ่งโกรธไปเลยค่ะ คนพวกนั้นอาจจะเข้าใจผิดไปเองก็ได้”
ถ้าหากจอมพลมีคู่หมั้นคู่หมายอยู่แล้ว เขาจะมายุ่งกับผู้หญิงธรรมดาๆ อย่างเธอตั้งแต่แรกทำไม
“...” จอมพลไม่ตอบโต้ใดๆ มีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกหนักๆ ที่บ่งบอกให้เธอรู้ว่าเขายังไม่หายหงุดหงิด
“นิลเชื่อใจคุณนะคะ” เธอพร้อมจะปลดปล่อยให้ความเชื่อใจได้ทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นิลจะอยู่กับพี่ตลอดไปใช่ไหม” หลายอึดใจกว่าเขาจะหาเสียงของตัวเองเจอ และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอไป...
จอมพลโอบกระชับคนในอ้อมกอดแน่นขึ้น โชคดีที่ภายในห้องนั้นอับแสง จึงไม่มีใครเห็นสังเกตเห็น ว่าดวงตาคมเข้มคู่นี้ทั้งดำมืดและฉายชัดถึงความกังวลมากแค่ไหน
“นิลจะอยู่กับคุณจอมพลตลอดไปค่ะ” จันทร์นิลให้สัญญาพร้อมหลับตาลงแล้วปล่อยวางสิ่งที่หนักอึ้งอยู่ในอก เธอจะเชื่อใจเขาให้ถึงที่สุด
“พรุ่งนี้วันหยุด นิลได้ไปไหนหรือเปล่า”
“เปล่าค่ะ” ทุกๆ อาทิตย์ จันทร์นิลจะมีวันหยุดหนึ่งวัน
นานทีจะออกไปเที่ยวเล่นหรือซื้อของใช้ข้างนอก แต่ส่วนมากเธอจะใช้เวลาไปกับการนอนดูซีรีส์ แล้วก็ฟังกิรณาพร่ำเพ้อถึงหนุ่มน้อยแดนกิมจิ
“งั้นพี่จะพานิลไปเที่ยว นิลลางานวันมะรืนไว้เลยนะ”
“เราจะค้างกันเหรอคะ คุณจะพานิลไปไหน” จันทร์นิลไม่มีความแปลกใจ เนื่องจากเธอกับจอมพลเคยทำแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง นับตั้งแต่ตกลงปลงใจคบหากับเขา
“ความลับ”
“บอกหน่อยก็ไม่ได้ ไปถึงนิลก็ต้องรู้อยู่ดี” คนตัวเล็กกระเง้ากระงอด
แต่ถึงกระนั้นก็ยังเรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากเขาได้อยู่ดี ที่บอกว่าหลง... จอมพลไม่ได้พูดเล่นๆ เขาหลงเธออย่างจริงๆ จังๆ หลงแบบหัวปักหัวปำ หลงจนไม่รู้จะหาวิธีถอนตัวขึ้นไปได้อย่างไร
“นอนได้แล้วเด็กดื้อ พรุ่งนี้เราต้องตื่นแต่เช้า”
จอมพลลูบไล้แผ่นหลังเนียนนุ่มไปตามสัดส่วนเว้าโค้ง ขับกล่อมคนในอ้อมกอดด้วยสัมผัสแผ่วเบา กระทั่งได้ยินเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอเขาจึงหยุดมือ
ดวงตาคมเข้มยังคงเบิกโพรงในความมืด ส่วนในหัวเอาแต่ครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่กำลังจะเกิด แล้วแอบทอดถอนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ด้วยรู้ตัวดีว่าคงอีกนานกว่าจะข่มตาหลับลงได้
‘อะไร! จู่ๆ มาลางานไปกะทันหันแบบนี้เลยเนี่นนะ แล้วแบบนี้ฉันจะเม้าท์มอยผู้ชายในซีรีส์กับใครอะ’
กิรณาทำหน้างอ เมื่อตื่นเช้ามาแล้วพบว่าเพื่อนสนิทจะไม่อยู่ แถมยังลางานพรุ่งนี้เพิ่มอีกหนึ่งวัน แล้วแบบนี้เธอจะไม่เฉาปากตายหรอกหรือ ก็นอกจากจันทร์นิลกับแม่แท้ๆ คนในบ้านหลังนี้มีใครอยากคุยกับเธอที่ไหน
‘เดี๋ยวซื้อขนมมาฝาก’ จันทร์นิลรู้ดีว่าท่าทีของกิรณาไม่ได้จริงจัง นั่นเป็นนิสัยปกติของเพื่อน
‘แบบนี้ค่อยน่าฟังขึ้นหน่อย เที่ยวให้สนุกนะเพื่อนรัก’
จันทร์นิลหัวเราะกับตัวเองยามหวนถึงเหตุการณ์เมื่อเช้า ขณะรอใครบางคนมารับยังจุดนัดหมาย เธอถูกจอมพลปลุกตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเพื่อลุกขึ้นเตรียมตัว จากนั้นหญิงสาวก็ไปลางานกับป้าแขไข พร้อมทั้งบอกกล่าวให้เพื่อนสนิทรับรู้ด้วย
จังหวะที่จันทร์นิลกำลังดำดิ่งอยู่ในภวังค์ คนที่เธอรอคอยก็ขับรถเข้ามาจอดเทียบตรงหน้า ทว่าเหมือนหญิงสาวจะยังไม่รู้สึกตัว
“นิล!” จอมพลจึงต้องลดกระจกลงเพื่อเรียกเธอ เท่านั้นแหละร่างเล็กถึงได้มีท่าทีตอบสนอง
“ขอโทษค่ะ นิลมัวแต่ยืนคิดอะไรเรื่อยเปื่อย”
พอขึ้นรถมาได้หญิงสาวก็ขอโทษ ขอโพยใหญ่โต ไม่รู้สติสตังของเธอหายไปไหน น่าจะหายไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วเย็น ตอนที่ได้ยินเรื่องน่าสะเทือนใจนั่น
“คราวหน้า คราวหลังยืนอยู่คนเดียวห้ามเหม่อ มีสติให้มากๆ ถ้าเกิดถูกดักปล้นขึ้นมาจะทำยังไง”
ประโยคเตือนเมื่อครู่มีน้ำเสียงหงุดหงิดติดมาเล็กน้อย เธอรู้ว่าที่เขาบ่นก็เพราะเป็นห่วง แต่มันอดน้อยใจไม่ได้
“ค่ะ คราวหลังนิลจะระวังตัว” ถ้าจอมพลห่วงใยเธอจริงๆ ทำไมเขาถึงปล่อยให้เธอออกมายืนรอข้างนอกคนเดียวละ แถมยังห่างจากคฤหาสน์มาไกลตั้งหลายซอย ทั้งที่เราอยู่บ้านเดียวกันแท้ๆ
‘เรื่องเปิดตัว’ ใช่ว่าจันทร์นิลจะไม่แอบหวัง... แต่ในเมื่อเขายกเรื่องงานมายันไว้แบบนั้น เธอก็งี่เง่าต่อไม่ลง
แล้วที่ผ่านมาท่าทีของเขาก็ไม่ได้เปลี่ยนไป จอมพลยังคงเสมอต้นเสมอปลายกับเธอมาตลอด นับวันยิ่งดีกับเธอมากขึ้นด้วยซ้ำ เขาทำเหมือนกับเธอเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไปไม่ได้
คงไม่แปลกอะไรหากจันทร์นิลยังเลือกที่จะรักและเชื่อใจเขา