تسجيل الدخول“ถ้านายดื้อฉันจะลงโทษนาย”“...” ความเงียบกลับมากลืนกินอากาศอีกครั้งก่อนเสียงหนึ่งจะดังขึ้น ชิออนยอมอีกฝ่ายแต่โดยดี“บ๊อก!” เสียงนั้นเบาเกินกว่าจะเรียกว่าเห่า แต่ก็เพียงพอที่ทำให้เจย์มีความสุขขึ้นมา“คิก น่ารักจังแฮะ” เขาเอื้อมมือมาลูบผมเบา ๆ ปลายนิ้วสัมผัสผ่านเส้นผมอย่างพอใจ“...” ชิออนหลบตา รู้สึกได้เพียงความร้อนผ่าวที่แล่นขึ้นหน้า“ต่อไปนี้นายต้องนอนห้องเดียวกับฉัน และห้ามไปทำงานด้วย” คำพูดเรียบง่ายแต่ชัดเจนว่าไม่ใช่คำขอ มันคือคำสั่ง“ทำไม”“มันอันตราย”“...”“ถ้านายเชื่อฟังฉัน ฉันจะไม่ปฏิบัติกับนายเหมือนหมาอีก นายทำงานที่นั่นได้เท่าไร ฉันจะให้นายสิบเท่า” เจย์ยื่นเงื่อนไขที่ทำเอาชิออนตาลุกวาว รีบพยักหน้าตอบตกลงโดยพลัน ได้ทั้งเงิน ได้ทั้งความปลอดภัย ใครจะไม่เอาRrrrrrrrrเสียงโทรศัพท์ของเจย์ดังขึ้น ทำให้ผละออกจากคนตรงหน้าเขาเดินออกไปคุยโทรศัพท์โดยพลัน ทันทีที่อีกฝ่ายออกไป ชิออนก็ขึ้นไปนอนบนโซฟา โดยไม่ได้ถอดปลอกคอออกเพราะกลัวจะโดนทำโทษ เขาหลับไปเพราะอย่างนั้นทั้งความเหนื่อยล้าและความกลัวหลายวันสะสมกันเจย์กลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง เงาในแสงไฟอุ่นทอดลงบนร่างที่หลับสนิทบนโซฟา เขาเดินเข้
ภายในเพนต์เฮาส์ของเจย์โฬมทั่วทั้งห้องถูกตกแต่งด้วยกระเบื้องและผืนลายหินอ่อนตัดกับผนังกระจก แสงไฟอุ่นสะท้อนพื้นทำให้ดูแวววาว เฟอร์นิเจอร์เรียบหรูสีดำทองถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ ผนังกระจกใสเผยให้เห็นแสงเมืองยามค่ำที่พร่างพรายชิออนมองบ้านอีกฝ่ายตาลุกวาว ข้างนอกว่าสวยแล้ว ข้างในยิ่งงดงามจนแทบลืมหายใจ ความหรูหรานี้เหนือจินตนาการของคนธรรมดาอย่างเขาเสียจนความกลัวเมื่อครู่พลันจางไปชั่วขณะเขามองสำรวจไปรอบ ๆ เพนต์เฮาส์พลางยกมือปิดปาก‘ชาตินี้ทั้งชาติเขาคงไม่มีปัญญามีบ้านแบบนี้แน่ ๆ’“ชอบเหรอ” เสียงทุ้มเรียบของเจย์ดังขึ้นจากด้านหลังพร้อมสายตาที่มองตรงมาอย่างคาดเดาไม่ได้“ครับ?” ชิออนสะดุ้งเฮือกหันไปตอบอย่างไม่แน่ใจว่าควรตอบอะไร“บ้านน่ะ นายชอบหรือไง” เขาเดินเข้ามาใกล้อีกก้าว จ้องมองคนตัวเล็กด้วยแววตาที่ยากจะอ่านออก“ครับ สวยดี” คำตอบเบา ๆ หลุดออกมาพร้อมสายตาหลบหนีไม่กล้าสบตรง ๆ ในใจยังรู้สึกปลามปลื้มกับวิวบ้านของอีกฝ่ายไม่หาย ถ้าเขารวยจนสร้างบ้านได้ขนาดนี้ ชีวิตก็คงไม่ต้องลำบากแบบนี้เจย์มองแผ่นหลังอีกฝ่ายด้วยแววตาวูบไหว เขาไม่รู้ว่าชิออนกำลังคิดอะไรอยู่“งั้นฉันยกให้เอาไหม” ริมฝีปากเจย์ยกยิ้
“ชิออน”“ชิออน”เสียงเรียกชื่อสองครั้งติดเรียกให้ชิออนหลุดออกจากภวังค์กลับเข้าสู่โลกของความเป็นจริง โลกที่พร่ามัวเริ่มชัดเจนขึ้นทีละน้อย คนเบื้องหน้าเป็นเจย์ อีกฝ่ายกำลังยืนโบกมือให้เขา“ถึงเพนต์เฮาส์ของฉันแล้ว” เสียงทุ้มนุ่มนั้นดังขึ้นอีกครั้งใกล้มากจนเขาได้ยินลมหายใจของอีกฝ่าย“ถะถึงแล้วเหรอครับ”“อืม ถึงแล้ว”ชิออนกะพริบตา เขาพบว่าตัวเองนั่งอยู่บนเรือยอช์ตคันเดิมที่ตอนนี้จอดสนิทอยู่ข้างชายฝั่ง จนได้ยินเสียงคลื่นพัดเข้าหาโขดผา สายตาคมมองไปยังแสงสีตรงหน้า เป็นอาคารขนาดสูง ตั้งอยู่บนโขดผาใหญ่ ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเงาไฟในค่ำคืนตกสะท้อนบนกระจกอาคารประกอบกับแสงสีส้มราวกับภาพในความฝัน เขาหันไปมองข้าง ๆ เห็นเจย์กำลังยื่นมือมาทางเขา หมายให้จับแล้วลงจากเรือ“ขอบคุณครับ” เสียงของชิออนเบาจนแทบกลืนหายกับเสียงน้ำทะเล เขาเอื้อมมือไปคว้ามืออีกฝ่ายเอาไว้ ก่อนจะลงเรือนมาด้วยท่าทีประหม่านี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขามาบ้านคนที่รวยขนาดนี้ ชิออนแหงนหน้ามองตึกสูงเบื้องหน้า เพนต์เฮาส์สามชั้นตั้งตระหง่าน ทั้งหลังถูกตกแต่งด้วยกระจก แม้จะมองไม่เห็นข้างในตัวบ้าน แต่กระจกกลับสะท้อนวิวยามค่ำคืนของทะเล ดูส
เวลาสี่ทุ่ม ชิออนกลับมาจากร้านอาหารหลังเลิกงาน เขาเดินฝ่าซอยเปียกชื้นที่น้ำขังระหว่างทาง เสียงรองเท้ากระทบน้ำดังแฉะ ๆ ก้องไปทั่ว ความมืดกลืนทุกอย่างไว้จนเหลือเพียงแสงไฟถนนที่กะพริบอ่อนแรงซอยนี้ไม่มีใครเลือกใช้ในเวลานี้นอกจากเขา เพราะมันใกล้ห้องพักมากที่สุด ถึงจะอยู่ในย่านที่ไม่ค่อยปลอดภัย แต่ค่าเช่าถูกพอให้เขาอยู่รอดได้ ความลำบากกลายเป็นเรื่องชินชาในชีวิตประจำวันของชิออนแต่คืนนี้กลับมีบางอย่างไม่เหมือนทุกคืนสวบ สวบเสียงฝีเท้าเดินตามกันมาอย่างใกล้ตัวชวนให้รู้สึกหวาดหวั่น ชิออนกำกระเป๋าสะพายแน่น ความกลัวถาโถมจนไหล่ห่อสั้นความรู้สึกนี้มันกลับมาอีกแล้ว ความรู้สึกที่โดนคุกคาม‘ขอร้องล่ะ ขอให้ไม่ใช่แบบที่คิดเลยนะ’ ตลอดทางที่เดินมา ชิออนรับรู้ได้ถึงฝีเท้าที่ดังขึ้นมาตามหลัง อยู่ไม่ไกลนัก เสียงนั้นหายไปเมื่อเขาหยุด และกลับมาอีกครั้งเมื่อเขาเริ่มเดินต่อตึก ตึก ตึกหัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ลมหายใจเริ่มหนัก เขาไม่กล้าเหลียวหลัง เพราะหวาดกลัวจนสมองคิดไม่ตก คิดไปเรื่อยว่าอีกฝ่ายจะทำร้ายเขาหรือเปล่า“ผู้ชายเหรอ หรือว่าเป็นโจร?” ชิออนพึมพำกับตัวเอง เสียงเขาเบาจนแทบกลืนหายไปกับเสียง
“ผมรู้สึกเหมือนมีคนตาม”“ใคร”“ไม่รู้ แต่ผมเคยเจอแบบนี้มาก่อน สมัยที่ยังอยู่โกเรีย เขาตามผมไปทุกที่ มันเหมือนฝันร้ายที่ไม่มีวันจบ”ท้ายที่สุด ด้วยความอึดอัดที่อัดแน่นอยู่ในอก ชิออนก็ยอมเอ่ยออกมา เพราะอย่างน้อย ตอนนี้อีกฝ่ายคือคนเดียวที่เขารู้สึกพอจะพึ่งพาได้แม้ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาจะเริ่มต้นได้ไม่สวยนัก แต่ถึงอย่างไร ตอนนี้มันก็ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าคนรู้จักไปมากแล้วตอนที่ยังอยู่ที่โกเรีย เขาเคยถูกซาแซงตามอยู่บ่อยครั้ง ทั้งที่สนามบิน ร้านกาแฟ หรือแม้แต่หน้าหอพัก จนสุดท้ายวันหนึ่ง พวกนั้นกล้าบุกเข้ามาถึงในอาคาร การ์ดของบริษัทต้องช่วยกันควบคุมสถานการณ์และแจ้งความ มันคือเรื่องน่ากลัวที่สุดสำหรับคนเป็นไอดอล เพราะไม่มีใครรู้ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรได้บ้างแม้ตอนนี้เขาจะไม่ได้เป็นไอดอลอีกแล้ว แต่ความกลัวแบบนั้นยังติดอยู่ในใจไม่จาง เขาไม่อยากถูกคุกคามแบบนั้นอีก ไม่ว่าจะในฐานะใด มันน่ากลัวเกินกว่าที่หัวใจจะรับได้อีกครั้งมีครั้งหนึ่ง ชิออนกลับถึงห้องในเวลาดึก ห้องทั้งห้องมืดสนิทเพราะเมมเบอร์คนอื่นยังไม่กลับมา เขาคิดว่าตัวเองอยู่ลำพัง แต่ทันทีที่เอื้อมมือไปเปิดไฟ ผู้หญิงคนหนึ่งกลับพุ่งเข้ามากอดเ
หลังจากวันนั้น ชิออนกลับมาทำงานที่ร้านอาหารตามปกติทุกอย่างเหมือนจะกลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง แต่ความสงบที่ว่า มันกลับเงียบเกินไปจนน่ากลัวตั้งแต่วันที่กลับจากเรือยอช์ต เขารู้สึกเหมือนมีสายตาบางคู่คอยมองจากที่ไกล ๆ ตอนแรกเขาคิดว่าแค่คิดไปเอง แต่พอเกิดขึ้นซ้ำหลายวันเข้า ความเย็นวาบที่สันหลังมันเริ่มชัดเจนจนไม่อาจปฏิเสธได้บางครั้งตอนปิดร้าน เขาเห็นเงาใครบางคนยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามถนนบางคืน เขาได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่ว ๆ ตามหลังตลอดทางกลับหอ แม้พยายามมองย้อนกลับไป ก็ไม่เคยเห็นหน้าได้ชัดเจนเลยสักครั้งเขารู้ดีว่าแบบนี้มันคืออะไร ซาแซง คนที่เคยหลงไหลในตัวเขาอย่างบ้าคลั่งตอนยังเป็นไอดอล คนที่ครั้งหนึ่งเคยตามมาถึงหน้าหอพัก แค่คิดถึงเรื่องนั้น ใจของชิออนก็สั่นสะท้านขึ้นมาคืนนั้น หลังปิดร้าน เขานั่งกอดตัวเองอยู่หลังร้าน ริมฝีปากคาบบุหรี่ มือเสยผมสีแดงไปยังด้านหลังเผยใบหน้าเหนื่อยล้า ดวงตาแดงเพราะอดนอนติดต่อกันหลายคืน“ทำไมถึงยังตามมาได้ ทั้งที่หนีมาถึงนี่แล้ว” ชิออนพูดตัดพ้อกับชีวิต สายตามองไปยังท้องฟ้าที่ตอนนี้มืดครึ้มจนเห็นดวงดาว‘ชีวิตไอดอลก็จบไปแล้ว ทำไมถึงยังโดนตาม ไม่เข้าใจเลยจริง ๆ’ทว่าไม่นา







