LOGINถ้อยคำที่ฟังดูจริงใจและเต็มไปด้วยแง่คิด ทำเอาศรัญพัชญ์รู้สึกเหมือนถูกมนต์สะกด ความคิดที่เฉียบคม มันช่างแตกต่างจากพีรดนย์แฟนหนุ่มที่เธอพยายามยึดเหนี่ยวเอาไว้
“ผมเสียดายตรงที่... ผมเจอคุณช้าไป” เสียงทุ้มพร่าของเขากระซิบชิดริมฝีปาก
“ถ้าผมเจอคุณเร็วกว่านี้ คุณคงไม่ต้องแบกความทุกข์พวกนี้เอาไว้หรอก และผมคงไม่ต้องมานั่งอิจฉาใครหน้าไหนทั้งนั้น” เขานิ่งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะเลื่อนปลายนิ้วไล้ไปตามแนวกรามมนอย่างแผ่วเบา
“แล้วผู้ชายคนที่พ่อคุณจะให้แต่งงานด้วยล่ะ... เขาเพียบพร้อมกว่าแฟนของคุณใช่มั้ยครับ?” ศรัญพัชญ์หลับตาลงอย่างอ่อนใจ เมื่อนึกถึงอนาคตที่ถูกขีดเขียนไว้โดยปราศจากความรัก
“ค่ะ... คุณพ่อต้องการให้ธุรกิจของเราอยู่รอด การดองกับครอบครัวที่มีหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทคือทางเลือกที่ท่านมองว่าดีที่สุดแล้วสำหรับศรัญ กรุ๊ป”
“เรือล่มในหนองงั้นเหรอ...” บัณฑูรย์เอ่ยสำนวนเปรียบเทียบพลางยกยิ้ม
“ไม่ใช่หรอกค่ะ คุณพ่อไม่อยากเสียหุ้นส่วนไปต่างหาก”
“ฉันอยากให้คุณพ่อ คิดได้เหมือนคุณจังเลยค่ะ” เธอเอ่ยออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ น้ำเสียงสั่นพร่าด้วยความอัดอั้น
“คนเรามองค่าของความสำเร็จต่างกันครับ...คุณรัญ” บัณฑูรย์พยายามขยับเข้าไปใกล้เธอทีละนิด
“คุณพ่อคุณเค้ามองการณ์ไกลครับ แต่ผมก็เข้าใจหัวอกของคนเป็นพ่อนะ...เค้าอยากให้คุณสบายไม่ลำบาก แต่ผมมองคุณในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง ที่คุณก็ควรจะมีสิทธิ์เลือกคู่ครองด้วยตนเอง”
ถ้อยคำที่เปี่ยมไปด้วยความจริงใจของเขา ทำเอาศรัญพัชญ์รู้สึกซาบซึ้งกินใจ เธอหลงใหลในความทะนงตนของเขาอย่างเต็มเปี่ยม บัณฑูรย์ไม่ปล่อยให้ความเงียบทำงานนานนัก
“เอาสัญญามาสิครับ ผมจะเซ็นให้ คุณจะได้คบหากับแฟนได้อย่างเปิดเผย” พูดจบมือหนาก็เอื้อมไปหยิบซองเอกสารสัญญาที่เธอถือไว้แน่นราวกับเป็นที่พึ่งสุดท้าย ศรัญพัชญ์เบิกตากว้าง ความประหลาดใจพุ่งขึ้นมาแทนที่ความเศร้า
“คุณจะเซ็นมันจริง ๆ เหรอคะ?” เธอถามย้ำ เสียงสั่นเครือเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความกังวล พลางมองแผ่นกระดาษตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นรัวระคนไม่อยากเชื่อสายตา
“แต่คุณยังไม่ได้ตรวจทานเลยนะคะ!” บัณฑูรย์หยุดมือชั่วครู่ เขาเงยหน้าขึ้นสบตาหญิงสาวที่กำลังตื่นตระหนก แววตาของเขานิ่งสงบแต่กลับเปี่ยมไปด้วยพลังบางอย่างที่ทำให้ความว้าวุ่นในใจเธอเริ่มสงบลง
“ผมทำตามสัญญาครับ... ก็คุณเล่าทุกอย่างให้ผมฟังหมดแล้วนี่” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มที่ฟังดูอบอุ่นและมั่นคงอย่างที่สุด
“แต่นั่นมันเรื่องส่วนตัวของฉันนี่คะ ไม่เกี่ยวกับสัญญาพวกนี้เลย” มือบางรีบเอื้อมไปแตะข้อมือเขาไว้คล้ายจะทัดทาน
“เกี่ยวสิครับ” บัณฑูรย์วางปากกาลงชั่วคราวแล้วกุมมือเธอไว้อย่างแผ่วเบา
“คนที่มีความซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเอง และกล้าเปิดเผยให้คนอื่นฟังอย่างตรงไปตรงมา มันทำให้ผมเชื่อใจคุณ... แล้วผมก็ไม่จำเป็นต้องอ่านรายละเอียดสัญญาพวกนั้นเลย เพราะผมเชื่อใจคุณ”
คำว่าเชื่อใจคำเดียวที่หลุดจากปากของเขา มันทำให้ศรัญพัชญ์รู้สึกตื้นตันจนจุกอยู่ที่ลำคอ น้ำตาที่เคยกักเก็บไว้รื้นขึ้นมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ความเสียใจ แต่มันคือความซาบซึ้งที่มีใครสักคนมองเห็นเนื้อแท้ของเธอภายใต้หน้ากากของทายาทศรัญ กรุ๊ป
“ขอบคุณนะคะ...” เธอพึมพำเสียงแผ่ว
“ขอบคุณที่เข้าใจฉัน” บัณฑูรย์ยิ้มละมุนก่อนจะจรดปากกาลงลายเซ็นอย่างหนักแน่น
สิ้นเสียงปลายปากกาที่ตวัดลงบนกระดาษ ชี้ชะตาโครงการพันล้านและผูกมัดหัวใจของคนตรงหน้าไว้ในคราเดียวกัน บัณฑูรย์วางปากกาลงอย่างไม่ไยดีต่อลายเซ็นต์เพราะรู้ว่ามันสามารถซื้อใจเธอได้ เขาขยับกายเข้าหาศรัญพัชญ์ที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ของความตื้นตัน
“ขอบคุณมากนะคะ...คุณบัณฑูรย์ ฉันไม่รู้จะตอบแทนคุณยังไงดี” หญิงสาวเอ่ยเสียงพร่า แก้มเนียนแดงปลั่งด้วยฤทธิ์ไวน์ชั้นเลิศ แต่สิ่งที่ร้อนรุ่มยิ่งกว่าคือสายตาคมกริบของเขาที่แทบจะหลอมละลายตัวเธอ
“คุณตอบแทนผมได้ คุณรู้อยู่แล้วว่าผมต้องการอะไร” ปลายนิ้วโป้งของเขาไล้ไปตามแก้มเนียนใสอย่างแผ่วเบา กระตุ้นกระแสแห่งไฟราคะให้แล่นผ่านไปทั่วร่างของเธอ
“คืนนี้ผมอยากให้คุณลืมเรื่องเศร้า ๆ และเรื่องวุ่นวายในใจออกไปก่อน” น้ำเสียงของเขาต่ำพร่า แฝงไปด้วยอำนาจสั่งการที่ศรัญพัชญ์ไม่อาจปฏิเสธ
“ให้คิดเสียว่าในโลกนี้... เหลือเพียงแค่เราสองคนก็พอ” มือหนากระชับมือเรียวเล็กของเธอขึ้นมากอบกุมเอาไว้ สัมผัสที่ร้อนแรงและมั่นคงทำให้ศรัญพัชญ์รู้สึกเหมือนกำลังจมดิ่งในภวังค์หวานที่เขาสร้างขึ้น
ความเข้มงวดของบิดาและภาระหน้าที่ที่ทับถมมานานแรมปี กำลังจะมลายหายไป เหลือเพียงความโหยหาทางร่างกายที่ถูกเก็บกดเอาไว้ลึกสุดใจ ซึ่งบัดนี้มันกำลังปะทุขึ้นมาจากการสัมผัสและบุคลิกภาพอันน่าดึงดูดของคนตรงหน้า ซึ่งทำให้ศรัญพัชญ์รู้สึกมีความสุขไปพร้อม ๆ กับความต้องการทางร่างกายอย่างเต็มเปี่ยม
เมื่อกำแพงแห่งความถูกต้องพังทลายลงด้วยแรงดึงดูดที่เหนือกว่า ศรัญพัชญ์จึงปล่อยให้ร่างกายและหัวใจตกอยู่ภายใต้อาณัติของชายหนุ่ม บัณฑูรย์ไม่รอช้าที่จะตักตวงความหวาน เขาโน้มใบหน้าลงฝังจมูกโด่งสันกับซอกคอหอมกรุ่น ปล่อยให้กลิ่นกายสาวที่อบอวลไปด้วยกรุ่นกลิ่นไวน์จางๆ มอมเมาสติสัมปชัญญะของเขาจนหมดสิ้น
ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้าไปสำรวจความหวานในโพรงปากนุ่มอย่างจาบจ้วง ฝ่ามือหนาทั้งสองข้างเลื่อนขึ้นประคองศีรษะของอย่างมั่นคง บังคับให้เธอรับจุมพิตที่แสนเร่าร้อน ศรัญพัชญ์วาดวงแขนเรียวโอบรอบลำคอแกร่งเอาไว้
ร่างระหงแนบสนิทไปกับแผ่นอกกว้างจนความร้อนจากผิวกายของเขาซึมลึกเข้าสู่ผิวเนื้อของเธอ ก่อนจะสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวแรง และชัดเจนว่าเขาเองก็กำลังตกอยู่ในห้วงเสน่หาของเธอไม่ต่างกัน
บัณฑูรย์ถอนริมฝีปากออกมา ก่อนจะเคลื่อนต่ำลงไปพรมจูบตามลาดไหล่มนที่นวลเนียน ปลายลิ้นลากผ่านร่องไหปลาร้า กระตุ้นความรัญจวนให้พุ่งสูงขึ้นจนหญิงสาวต้องแอ่นกายรับสัมผัสอย่างลืมตัว ก่อนที่เขาจะหยุดชะงักที่ผิวเนื้ออ่อนละมุนบริเวณซอกคอ แล้วกดริมฝีปากขบเม้มอย่างแผ่วเบา ทำให้ศรัญพัชญ์หลุดเสียงครางกระเส่า
“อื้อ!!...” หญิงสาวครางแผ่วในลำคอ เสียงของเธอกระเส่าด้วยความรัญจวนที่ไม่อาจกักเก็บไว้ได้อีกต่อไป ในนาทีนี้ความผิดชอบชั่วดีที่เคยยึดถือ ความกตัญญูต่อครอบครัว หรือแม้แต่เงาของพีรดนย์ที่เคยแจ่มชัด กลับถูกแผดเผาด้วยไฟด้วยพิศวาสที่บัณฑูรย์เป็นผู้ริเริ่ม
เธอยินยอมพร้อมใจให้เขาจาบจ้วง ในห้วงลึกของอารมณ์ที่แสนรัญจวนศรัญพัชปล่อยให้สัญชาตญาณนำพาเธอล่องลอยไปตามความต้องการที่เธอโหยหามานานแรมปี บัณฑูรย์คือผู้ชายในแบบที่เธอใฝ่ฝัน และเธอก็พร้อมที่จะสูญเสียทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเกียรติยศหรือคำสัญญา เพียงเพื่อตอบแทนผู้ชายคนนี้สักครั้ง
บัณฑูรย์ยังคงแช่ค้างตัวตนที่ใหญ่โตไว้ในกายสาวอย่างใจเย็น เขาจ้องมองใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหล ก่อนจะค่อยๆ สอดมือเข้าไปใต้ข้อพับขาเรียวสวยแล้วรั้งขึ้นมาพาดบ่าแกร่งเพื่อเปิดทางให้การรุกล้ำนั้นลึกซึ้งยิ่งขึ้น“อย่าเกร็งนะ ยิ่งคุณเกร็งคุณจะยิ่งเจ็บ” เขาปลอบประโลมเสียงพร่าพลางก้มลงจูบซับที่หน้าผากมนอย่างทะนุถนอม ศรัญพัชญ์พยายามผ่อนคลายลมหายใจตามที่เขาบอก แม้จะยังรู้สึกถึงความอึดอัดคับแน่นที่ขยายช่องทางรักของเธอจนตึงเปรี๊ยะไปหมด บัณฑูรย์เริ่มขยับกายเข้าออกในจังหวะที่เนิบนาบที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ เพื่อให้ผนังนุ่มหยุ่นได้คุ้นชินกับผิวสัมผัสอันร้อนผ่าวของเขา“ผมจะขยับให้เบาที่สุดเลยที่รัก... สัญญาว่าจะไม่รุนแรง”ชายหนุ่มสวนสะโพกสอบเข้าหาอย่างแช่มช้า บดเบียดเน้นย้ำตรงส่วนปลายที่บานหยักให้ครูดผ่านจุดกระสันด้านในอย่างจงใจ ความนุ่มนวลที่เขาหยิบยื่นให้เริ่มทำหน้าที่ของมันได้ดีกว่าความรุนแรง เพราะมันทำให้ความแสบระบมในคราแรกค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความซ่านสยิวที่แล่นพล่านไปตามแนวกระดูกสันหลัง“แบบนี้เป็นไงที่รัก... คุญยังเจ็บอยู่ไหม” บัณฑูรย์ถามพลางก้มลงมองใบห
บรรยากาศภายในห้องนอนร้อนระอุขึ้นจนถึงขีดสุด เมื่อความใคร่และความปรารถนาถูกจุดติดจนยากจะดับทอด บัณฑูรย์ไม่รอช้า เขาประกบฝ่ามือลงบนเนินเนื้ออวบอูมที่บัดนี้ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำหวานแห่งความต้องการ ก่อนจะออกแรงนวดเคล้นเบาๆ จนศรัญพัชญ์บิดกายดิ้นเร่าด้วยความซ่านสยิว“อื้อ!! คุณบัณฑูรย์ขา...” เสียงหวานครางกระเส่าอย่างลืมตัว ความวาบหวิวแล่นพล่านไปทั่วกายสาวเมื่อปลายนิ้วร้ายกาจกรีดกรายลงบนรอยแยกที่อุ่นชื้น“แฉะไปหมดแล้วรัญ... ให้ผมมอบความสุขให้คุณเถอะนะ...ที่รัก” บัณฑูรย์กระซิบเสียงพร่า แววตาคมกริบจ้องมองปฏิกิริยาของเหยื่อสาวอย่างผู้ชนะ“ถ้าจะทำจริงๆ... คุณต้องใส่ถุงยางนะคะ” เธอพยายามดึงสติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดบอกเขา เพราะเกรงถึงผลที่จะตามมา“ได้... แต่คุณต้องโมคให้ผมก่อนนะ เหมือนครั้งที่แล้ว”ไม่พูดเปล่า บัณฑูรย์รั้งแขนเรียวงามให้เธอลุกขึ้นมานั่ง ก่อนที่เขาจะยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าพร้อมกับความยิ่งใหญ่ที่พุ่งทะยานออกมาทักทาย ศรัญพัชญ์หน้าร้อนผ่าวเมื่อสบเข้ากับท่อนเอ็นร้อนผ่าวที่ปูดโปนด้วยเส้นเลือด มันดูน่าเกรงขามและใหญ่โตเสียจนเธอนึกหวั่นใจ“สัญญาก่อนนะคะ ว่าคุณจะไม่เx็ดสด...” หญิงสาวบอกด้วยห
เขาวางเธอลงอย่างเบามือบนผ้าปูที่นอนเนื้อละเอียด ก่อนจะตามลงไปทาบทับ ร่างกายแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเบียดเสียดกับความนุ่มนิ่มของเธออย่างแผ่วเบา บัณฑูรย์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาหวานฉ่ำที่เต็มไปด้วยความเสน่หาภายในห้องนอนที่อบอวลด้วยกลิ่นอายความปรารถนา บัณฑูรย์ไม่ได้เพียงแค่พาศรัญพัชญ์มาส่งที่เตียง แต่เขาตั้งใจจะหลอมละลายความดื้อรั้นของเธอให้หมดสิ้นไปในค่ำคืนนี้ มือหนาเอื้อมไปทางด้านหลัง ลากปลายนิ้วผ่านแนวกระดูกสันหลังจนหญิงสาวขนลุกซู่ ก่อนจะรูดซิบชุดเดรสสีสวยลงอย่างเชี่ยวชาญ“คุณมีถุงหรือเปล่าคะ...” เธอถามเสียงสั่นพร่าขณะที่อาภรณ์ชิ้นงามร่วงหล่นลงไปกองอยู่ที่ปลายเตียง เหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่าที่ประดับด้วยบราเซียลูกไม้สีหวาน และจีสตริงตัวจิ๋ว สองมือเรียวโอบรอบลำคอหนาเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว“ไม่ครับ... คืนนี้ผมอยากสัมผัสคุณตรงๆ” เขาตอบเสียงทุ้มต่ำพร้อมกับถอดเสื้อเชิ้ตของตัวเองออก เผยให้เห็นแผงอกกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยขีดข่วนจางๆ จากฝีมือของเธอในครั้งก่อน“อย่าพูดแบบนี้สิคะ... รัญรู้สึกเหมือนโดนเอาเปรียบยังไงก็ไม่รู้” เธอพยายามประท้วงพลางเบนหน้าหนีสายตาคมกริบที่กำลังสำรวจเรือนร่างเธ
ท่ามกลางบรรยากาศสลัวริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพลิงโทสะที่เคยร้อนระอุพลันแปรเปลี่ยนเป็นความหวามไหวจนน่าใจหาย เมื่อพยัคฆ์ร้ายจอมบงการยอมถอดเล็บแล้วกลายร่างเป็นชายหนุ่มขี้อ้อนที่ดูอันตรายต่อหัวใจยิ่งกว่าเดิม มือหนาวางลงบนเอวคอดกิ่วอย่างถือสิทธิ์ ศรัญพัชญ์สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวหนักหน่วงของเขา บ่งบอกว่าอารมณ์หึงหวงเมื่อครู่กำลังเปลี่ยนรูปเป็นเปลวไฟแห่งปรารถนาที่พร้อมจะแผดเผาเธอให้มอดไหม้ไปทั้งตัว“สั่งอาหารเถอะค่ะ... รัญว่าคุณน่าจะหิวแล้ว” เธอพยายามเปลี่ยนเรื่องเพื่อซ่อนอาการประหม่าและเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ในอก“สั่งอาหารน่ะเรื่องรอง แต่สั่งสอนเด็กดื้อนี่สิเรื่องใหญ่...” เสียงทุ้มต่ำพร่ามัวนั้นจงใจลากผ่านชิดซอกหูขาวสะอาด“อีกอย่างตอนนี้ผมก็ไม่ได้หิวข้าว... แต่ผมหิวคุณมากกว่า”“แล้วไม่ทานอะไรเลย คุณจะมีแรงเหรอคะ?” ศรัญพัชญ์แกล้งเอ่ยถามกลับอย่างท้าทาย แววตาคู่สวยเป็นประกายวิบวับอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า ทว่าความใจกล้านั้นกลับยิ่งโหมไฟรักในอกของชายหนุ่มให้ลุกโชน“ขอบคุณที่เตือน... ก็ดีเหมือนกัน คืนนี้ผมจะได้มีแรงลงโทษเด็กดื้ออย่างคุณให้หนักๆ” บัณฑูรย์ไม่ได้พูดเปล่า แต่กลับโน้มใบหน้าล
ความร้อนรุ่มแล่นพล่านไปทั่วกายหนา เมื่อเห็นท่าทางที่ดูชิดเชื้อสนิทสนมจนน่ารำคาญใจ บัณฑูรย์ขบกรามแน่น มือหนากำหมัดเข้าหากันเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์เขายืนนิ่งอยู่ใต้เงาสลัวของแมกไม้บริเวณทางเข้าร้านอาหาร แววตาคมกริบดุจพยัคฆ์ร้ายจ้องมองภาพหญิงสาวที่เขาเพิ่งจะฝากฝังรอยรักเอาไว้บนผิวกายเมื่อครั้งก่อน กำลังมอบรอยยิ้มแสนหวานนั้นให้ชายคนอื่นอย่างไม่วางตา แสงไฟสลัวที่ตกกระทบใบหน้าหวานยิ่งทำให้เธอดูงดงามและเย้ายวนใจ จนเขาอยากจะเข้าไปกระชากเธอเข้าออกมาซ่อนไว้ในอ้อมกอดที่มีเพียงเขาคนเดียวที่มีสิทธิ์ได้ครอบครอง“รำลึกความหลังกันเสร็จหรือยัง!” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังก้องมาจากทางด้านหลัง ปลุกให้ศรัญพัชญ์ที่กำลังสวมบทบาทแกล้งอ่อยเหยื่อถึงกับสะดุ้งสุดตัว หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างตื่นตระหนกจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก เมื่อเธอหันไปสบเข้ากับดวงตาคมของบัณฑูรย์ที่บัดนี้เต็มไปด้วยความหึงหวงอย่างปิดไม่มิดร่างสูงใหญ่ในชุดสูทที่ดูภูมิฐานก้าวประชิดโต๊ะอาหารอย่างรวดเร็ว รังสีอำนาจที่แผ่ออกมาทำให้บรรยากาศรอบข้างเย็นเฉียบลงทันตา บัณฑูรย์จ้องมองหญิงสาวราวกับจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว“คุณบัณฑูรย์!” ศรัญพัชญ์อุทานลั่น ควา
ช่วงเย็นพระอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้า บรรยากาศภายในห้องพักบนโรงแรมหรู พีรดนย์ลอบมองสุธิดาแฟนสาวที่กำลังรื้อเช็กเอกสารการออกแบบด้วยท่าทางลนลาน เสียงโทรศัพท์จากลูกค้าที่โทรมาเร่งรัด จึงทำให้ทริปนี้กลายเป็นเรื่องด่วนที่ไม่อาจเลี่ยงได้“พี่ดนย์คะ ลูกค้าโทรมาเร่งงาน สุว่าเราคงต้องกลับกันเย็นนี้แล้วล่ะ” สุธิดาเงยหน้าขึ้นเอ่ยน้ำเสียงร้อนรน พีรดนย์ขมวดคิ้วแน่น พลางมองดูนาฬิกาข้อมือด้วยความลำบากใจ“พี่นัดรัญเอาไว้ตอนหนึ่งทุ่มด้วยสิ เอาไงดี นี่มันยังไม่ถึงห้าโมงเย็นเลย โต๊ะอาหารก็จองเอาไว้แล้วด้วย” พีรดนย์บอกอย่างเป็นกังวล“เราเลื่อนเวลาให้เร็วขึ้นได้ไหมคะ? พี่ลองโทรไปคุยกับคุณรัญดู สักห้าโมงครึ่งพอได้ไหม” สุธิดาเสนอทางออกสุดท้ายพีรดนย์ก็จำใจโทรไปขอเลื่อนเวลากับทางร้านอาหาร ซึ่งก็ได้การตอบรับเป็นอย่างดี“ตอนนี้ทางร้านอาหารโอเคแล้วนะครับ”“งั้นพี่รีบโทรบอกคุณรัญเลยค่ะ สุจะรีบไปจัดกระเป๋า เสร็จแล้วเดี๋ยวเราออกไปหาคุณรัญที่บ้านเลย พี่จะได้เคลียร์ใจกับเธอ เผื่อว่าเธอไม่สะดวกไปที่ร้านอาหารกับเรา” พีรดนย์นิ่งคิดเพียงครู่เดียว ก่อนจะพยักหน้ายอมรับในเหตุผลของแฟนสาวพีรดนย์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาได้ก็รีบโทรไ







