مشاركة

บทที่ 2

مؤلف: เจ้าตัวแสบ
เขาทำนายว่านางเป็นดาวหายนะ เพื่อช่วยล้างมลทินให้หลินชิงหลาน

ที่เขาพยากรณ์ว่านางคือดาวหายนะ เพื่อช่วยล้างมลทินให้หลินชิงหลาน

ที่เขากรีดเลือดนางเดือนละสามจอก ก็เพื่อส่งไปเป็นยารักษาโรคหัวใจให้แก่หลินชิงหลาน

ที่เขาจับนางมัดไว้บนหอดูดาวเพื่อรับโทษทรมานจากเปลวไฟถึงเจ็ดวัน ก็เพื่อชำระล้างไออัปมงคลแทนหลินชิงหลาน

ยามที่เซียวจิ่งเหยียนก้าวเท้าเข้ามาในเรือนเล็กแห่งนี้ ก็เป็นเวลาใกล้จุดตะเกียงแล้ว

เขายืนอยู่หลังประตู มองสำรวจนางท่ามกลางแสงย้อน

ตลอดสามวันที่ผ่านมาเขาเอาแต่คลุกตัวอยู่ที่สำนักโหราศาสตร์หลวง เพื่อคำนวณตำแหน่งดวงดาวสำหรับพิธีบวงสรวงฟ้าในเดือนหน้า คืนนี้เดิมทีเขาควรจะพักค้างคืนที่สำนัก แต่กลับราวกับมีผีผลักให้ก้าวขึ้นหลังม้าเพื่อเดินทางกลับจวน

เขาเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าตนเองมาที่นี่ด้วยเหตุใด

อาจเป็นเพราะเมื่อตอนกลางวันยามที่พ่อบ้านมารายงานว่า นางถูกกักตัวไว้ที่ประตูชั้นในแล้วยอมเดินหันหลังกลับไปโดยไม่เอ่ยปากประท้วงสักคำ ในตอนนั้นหัวใจของเขากลับเกิดความรู้สึกเหม่อลอยปนวูบโหว่ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

เมื่อก่อนนางไม่ได้เป็นเช่นนี้

เมื่อก่อนนางมักจะขอบตาแดงก่ำยืนประจันหน้ากับเขาหลังจากทำแจกันหล่นแตก มักจะฝืนกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ยอมไห้ยามที่เขาหันหลังให้อย่างเย็นชา และมักจะวิ่งตามเขามาจนถึงหน้าห้องหนังสือ ยามที่ประตูบานนั้นปิดสนิท นางจะเอ่ยถามแผ่วเบาผ่านบานประตูว่า "จิ่งเหยียน ท่านหันมามองข้าสักนิดได้หรือไม่"

"อีกหนึ่งเดือนให้หลัง เจ้าจงเข้าวังไปแทนชิงหลานเสีย"

ปลายนิ้วของอวิ๋นเจาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพลิกหน้าตำราต่อไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เซียวจิ่งเหยียนมองท่าทางของนางเช่นนั้น ในความหงุดหงิดแปลกประหลาดที่ไม่คุ้นเคยพลันแวบผ่านในใจ

"ข้ารับรู้แล้ว"

คำพูดสี่คำหลุดออกจากปาก แผ่วเบาราวกับปุยนุ่น

เขาคิดว่านางจะซักถามอะไรบางอย่าง เขาเฝ้ารออยู่หนึ่งอึดใจ สองอึดใจ สามอึดใจ

ทว่าแต่นางเพียงก้มตาลง ความหงุดหงิดนั้นพลันพุ่งขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ

เซียวจิ่งเหยียนก้าวเข้าไปอย่างรวดเร็ว คว้าข้อมือของนางไว้แล้วดึงนางให้ลุกขึ้นจากข้างเตียง

"เจ้าทำท่าทางเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?"

น้ำเสียงของเขาถูกกดให้ต่ำ ทว่ากลับแฝงไปด้วยเพลิงโทสะ

อวิ๋นเจาถูกเขาฉุดดึงจนร่างเซเล็กลงน้อย นางเพียงเงยหน้าขึ้น แล้วมองเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างเงียบงัน

"ทำไมเจ้าไม่ขัดขืน?"

"ข้าส่งเจ้าไปขึ้นเตียงของบุรุษอื่น คือวังต้องห้ามของทรราช เป็นหนทางที่แทบไม่มีโอกาสรอด และไปแล้วไม่มีวันกลับมา” เขาเอ่ยเน้นทีละคำพลันขยับกายเข้าใกล้นาง "เจ้าไม่ถามข้าสักคำรึว่าเพราะกระไร? ไม่ขอความเมตตาจากข้ารึ? ไม่คิดจะอาละวาดหน่อยหรือไร?"

พอคำพูดประโยคสุดท้ายหลุดจากปาก ตัวเขาเองกลับเป็นฝ่ายชะงักงันไปก่อน

อาละวาดงั้นรึ

นั่นคือสิ่งที่นางเคยทำในอดีต

นางเคยขอบตาแดงก่ำคาดคั้นเขาว่า "เซียวจิ่งเหยียน ท่านยังมีหัวใจอยู่บ้างหรือไม่" นางจะเปาถ้วยชาแต่กลับไม่อาจตัดใจทำลายแผนผังดวงดาวที่วางอยู่บนโต๊ะหนังสือของเขา และในยามดึกสงัด นางจะนั่งรอเขาเพียงลำพังใต้ชายระเบียง รอคอยจนหยาดน้ำค้างซึมเปียกเสื้อผ้าทั้งตัว

เมื่อก่อนนางเคยมีชีวิตชีวาถึงเพียงนั้น

ทว่ายามนี้นางทำเพียงก้มหน้าก้มตา "นี่ไม่ใช่สิ่งที่ท่านต้องการหรอกรึ?"

นางเงยหน้าขึ้น ประสานสายตากับเขา

"ท่านแต่งข้าเข้าจวนมา ก็เพื่อรับเคราะห์แทนนาง ท่านเก็บข้าไว้ในจวน ก็เพื่อกรีดเลือดให้นาง ท่านส่งข้าขึ้นไปบนหอดูดาว ก็เพื่อล้างมลทินดาวหายนะให้นาง และยามนี้ท่านกำลังจะส่งข้าเข้าวังหลวง ยังคงเพื่อนาง" นางเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสมเพชตนเองหรือเพราะเหตุใด "ตั้งแต่ต้นจนจบ ทั้งหมดก็แค่ทำเพื่อนาง"

เซียวจิ่งเหยียนไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา

มือของเขาที่บีบรัดข้อมือของนางไว้ ไม่รู้ว่าคลายออกตั้งแต่เมื่อไหร่

ข้อมือขาวผ่องเรียวนั้นห้อยลงข้างลำตัว ผ้าป่านผืนใหม่ที่เปรอะเปื้อนเลือดสาดแสงสะท้อนท่ามกลางความสลัวของยามเย็นจนดูน่ากลัวจับใจ

เขาจ้องมองรอยเลือดสีแดงฉานนั้นด้วยอย่างเหม่อลอย พลันนึกถึงคืนวันแต่งงานเมื่อสามปีก่อนขึ้นมา ในคืนนั้นนางก็ยืนทอดมือลงข้างกายอยู่หน้าเทียนมงคลเช่นนี้ แล้วเอ่ยถามเขาว่า "ท่านราชครู วันหน้าข้าขอเรียกท่านว่าจิ่งเหยียนได้หรือไม่"

เซียวจิ่งเหยียนอ้าปาก

เขาอยากจะเอ่ยบางสิ่งออกมา ทว่ากลับพบว่าตนเองไม่มีคำพูดใดที่จะกล่าวออกมาได้เลย

สุดท้ายเขาก็ทำเพียงสะบัดแขนเสื้อ หันหลัง แล้วก้าวยาว ๆ ออกไปนอกประตู

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ไห่ถังโรยรา สามปีที่สาย   บทที่ 27

    มันเป็นเพียงโต๊ะสี่เหลี่ยมธรรมดาๆ ตัวหนึ่ง กับข้าวสี่จาน และเหล้าอุ่นอีกหนึ่งกาเซียวจิ่งเหยียนนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของนางโดยมีระยะห่างคั่นกลางอยู่สามฉื่ออวิ๋นเจาหยิบกาสุราขึ้นมานางรินเหล้าให้เขาจนเต็มจอกเซียวจิ่งเหยียนมองดูเหล้าจอกนั้นเขายกจอกเหล้าขึ้นมาแล้วมองดูนาง "องค์หญิง สามปีมานี้เป็นกระหม่อมที่ทำผิดต่อองค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ"เขาหยุดเว้นจังหวะไปเล็กน้อย"หากชาติหน้ามีจริง"เขามองดูนางหยาดน้ำตาหยดหนึ่งที่หางตา ในที่สุดก็ร่วงหล่นลงมา"กระหม่อมยินดีจะเกิดเป็นวัวเป็นควายให้องค์หญิง เพื่อชดใช้หนี้ที่ติดค้างในชาตินี้เพียงเศษเสี้ยวหนึ่งก็ยังดี"อวิ๋นเจาก็จ้องมองเขา มองดูหยาดน้ำตาที่หางตาของเขาคู่นั้นนี่เป็นครั้งแรกในรอบสามปีที่นางรู้จักเขา ที่ได้เห็นเขาร้องไห้ที่แท้คนเช่นเขาก็ร้องไห้เป็นเหมือนกันที่แท้ยามที่เขาร้องไห้ ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากคนธรรมดาทั่วไปเลยนางค่อยๆ ยกจอกสุราตรงหน้าตนเองขึ้นเบาๆ"ท่านไม่ต้องรอถึงชาติหน้าหรอก" นางเอ่ยเซียวจิ่งเหยียนมองดูนาง"เมื่อไม่กี่วันก่อน ฝ่าบาททรงบอกข้า" นางเอ่ย "ว่าความดีความชอบของท่านสูงส่งจนสั่นคลอนราชบัลลังก์"รูม่านตาของเ

  • ไห่ถังโรยรา สามปีที่สาย   บทที่ 26

    "ท่านไม่เห็น"อวิ๋นเจาเอ่ยทวนคำพูดของเขาเบา ๆนางยิ้มบาง "ใช่ ท่านมักจะมองไม่เห็นอยู่เสมอ"เซียวจิ่งเหยียนมองดูนางทันใดนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืนท่าทางรีบร้อนเกินไป หัวเข่าจึงกระแทกเข้ากับมุมโต๊ะไม้พะยูง ส่งเสียงทึบหนักดังอึดอัดขึ้นมาคำหนึ่งเขาหยิบสิ่งหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อสิ่งนั้นคือมีดสั้นเล่มหนึ่งเซียวจิ่งเหยียนคุกเข่าลงตรงหน้านางเขาหลุบตาลงนิ้วมือที่กำด้ามมีดแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว"วันที่แปดเดือนสิบสอง ปีหย่งเหอที่สอง""คืนวันแต่งงาน""กระหม่อมมิได้เปิดผ้าคลุมหน้าขององค์หญิง กระหม่อมวาจาสามหาว กระหม่อม"เขายกมือขึ้นคมมีดกกรีดผ่านกลางฝ่ามือรอยเลือดค่อยๆ แผ่กว้าง เลือดไหลตามรอยฝ่ามือ แล้วหยดลงบนชุดคลุมน้ำเงินเข้มของเขาอวิ๋นเจามองดูรอยเลือดแดงฉานนั้น ขนตาของนางสั่นไหวไปเบาๆ"ตั้งแต่เดือนแรกของปีหย่งเหอที่สามเป็นต้นมา ทุกวันที่ลงท้ายด้วยเลขสามและเลขเจ็ดของทุกเดือน กระหม่อมสั่งให้คนมากรีดเลือดขององค์หญิง"คมมีดกกรีดลงไปอีกครั้งเกิดเป็นรอยแผลเลือดหลั่งรอยที่สอง..."เดือนหก ปีหย่งเหอที่สาม วันคล้ายวันเกิดขององค์หญิง กระหม่อมมิได้อยู่ร่วมโต๊ะเสวยกับองค์หญิง""เดือนเ

  • ไห่ถังโรยรา สามปีที่สาย   บทที่ 25

    เซียวจิ่งเหยียนยืนอยู่ด้านนอกสวนซวงหัวเป็นเวลาเจ็ดวันวันแรก เขายืนอยู่ใต้ต้นหลิว ตั้งแต่ยามเช้าตรู่จนถึงยามเที่ยงวันนางไม่ได้ออกมาให้อาหารปลาวันที่สอง เขายืนอยู่ด้านนอกประตูวงเดือน ตั้งแต่ยามยามเช้าจนถึงยามบ่ายแก่ๆ ตะเกียงตรงหน้าต่างของนางไม่เคยจุดขึ้นเลยวันที่สาม หิมะตกแล้ว เขายืนอยู่ท่ามกลางหิมะ บนหัวไหล่มีหิมะทับถมหนาราวหนึ่งนิ้ว ขันทีเข้ามาเกลี้ยกล่อม ทว่าเขาไม่ขานรับวันที่สี่ วันที่ห้า วันที่หกวันที่เจ็ด ในที่สุดนางก็ยอมพบเขาภายในห้องอบอุ่นของสวนซวงหัว ถ่านเงินกำลังลุกไหม้ ไออุ่นอันอบอวลช่วยขับไล่ความหนาวเหน็บของฤดูหนาวให้สิ้นไปอวิ๋นเจานั่งอยู่ริมหน้าต่าง ในมือถือม้วนตำราเล่มหนึ่ง ชุดวังหลวงสีเหลืองอ่อนถูกคลุมทับด้วยเสื้อคลุมขนสุนัขจิ้งจอกเงิน ยิ่งขับให้ใบหน้าของนางขาวผ่องและสงบนิ่งนางได้ยินเสียงฝีเท้า แต่ไม่ได้เงยหน้าเซียวจิ่งเหยียนยืนอยู่ด้านในประตูเขาซูบผอมลงไปมาก"กระหม่อมกราบทูลบังคมพระองค์พ่ะย่ะค่ะ"เขาคุกเข่าลงอวิ๋นเจาพลิกตำราไปอีกหน้าหนึ่ง"ท่านราชครูมีธุระอันใด"เซียวจิ่งเหยียนคุกเข่าอยู่ตรงนั้น ทอดสายตามองชายเสื้อพระองค์ที่ทิ้งตัวลงมาเขามีคำพ

  • ไห่ถังโรยรา สามปีที่สาย   บทที่ 24

    หลังจากคืนนั้น บางสิ่งบางอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างเงียบเชียบยามที่เสิ่นเจามาหา นางไม่ได้เพียงแค่นั่งให้อาหารปลาอยู่ข้างสระน้ำอีกต่อไปนางเริ่มเอ่ยถามเขาถึงตำราโบราณเหล่านั้นที่เรียบเรียงในสำนักจี๋เสียน ถามว่าตำราเล่มใดน่าสนใจ เล่มใดเข้าใจยาก และเล่มใดที่อ่านแล้วชวนให้วางตำราลงพร้อมกับถอนหายใจยาวเขาจึงเริ่มนำตำรามาให้นางวันแรกเป็นม้วนตำรา 《คัมภีร์ขุนเขาและมหาสมุทร》ในวัยเยาว์นางเคยฟังแม่บุญธรรมเล่าเรื่องนกจิงเว่ยถมทะเลและควาฟู่ไล่ตามดวงอาทิตย์ ทว่าไม่เคยได้อ่านจากต้นฉบับเลยสักครั้ง เขาช่วยวงรูปภาพพวกภูตผีปีศาจและอสุรกายในนั้นไว้ให้ ทั้งยังใช้พู่กันตัวอักษรเล็กจดบันทึกที่มาที่ไปอย่างละเอียดไว้ที่ขอบหน้ากระดาษวันที่สองเป็นตำรา 《คัมภีร์กวีนิพนธ์》 ซึ่งเย็บเล่มแยกตามหมวดหมู่ ทั้งบทเพลงพื้นบ้าน บทเพลงราชสำนัก และบทสรรเสริญ โดยเขาแนะนำให้นางเริ่มต้นอ่านจากหมวดกวีนิพนธ์พื้นบ้านก่อน นางบอกว่าตอนเด็ก ๆ ท่านแม่เคยสอนบทกวีร้องเรียกคู่กวนกวนจวีจิว เขาจึงเปิดไปที่หน้านั้น ปลายนิ้วแตะลงบนตัวอักษรทั้งแปดคำที่ว่า "ยอดหญิงงามละมุน สุภาพชนล้วนปรารถนาคู่เคียง" แล้วเอ่ยเสียงเบาว่า ประโยคนี้ไม่ใคร่ด

  • ไห่ถังโรยรา สามปีที่สาย   บทที่ 23

    ครั้งแรกที่อวิ๋นเจาได้พบกับเสิ่นเจา คือริมสระบัวเรือนซวงหัวยามนั้นเป็นปลายเดือนเจ็ด ไอแดดฤดูร้อนกำลังแผ่ซ่าน ดอกบัวในสระไท่เย่บานสะพรั่งจนถึงช่วงสุดท้ายแล้วนางมาให้อาหารปลาในยามเช้าตรู่และกลับในยามเช้าของทุกวัน จนกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่คนทั่วทั้งวังต่างรู้ดีวันนั้นนางยังคงยืนอยู่ข้างสระน้ำตามปกติ ค่อย ๆ โปรยอาหารปลาในถ้วยกระเบื้องเคลือบสีเขียวลงไปทีละกำมือผิวน้ำจากการแย่งอาหารของฝูงปลาหลีฮื้อทำให้เงาบัวทั่วทั้งสระแตกกระจาย นางเหม่อมองวงคลื่นที่แผ่ขยายออกไปเป็นวง ๆ จนตกอยู่ในภวังค์ไปชั่วครู่จากนั้นนางก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลังนางหันหน้ากลับไปใต้เงาต้นหลิว มีชายหนุ่มผู้หนึ่งยืนอยู่เขาสวมชุดลำลองสีขาวนวลราวแสงจันทร์ ที่เอวห้อยจี้หยกสีเขียวเอาไว้ แสงแดดส่องลอดผ่านช่องว่างของกิ่งต้นหลิว ทอดเงาสว่างมืดสลับกันลงบนใบหน้า เผยให้เห็นดวงตาคู่หนึ่งที่งดงามยิ่งนักเมื่อเขาเห็นนางหันกลับมา เขาก็ดูจะประหลาดใจอยู่บ้างเช่นกันจากนั้นเขาจึงน้อมกายลงเล็กน้อย ประสานมือทำความเคารพ“กระหม่อมรบกวนองค์หญิงแล้ว”น้ำเสียงของเขาเป็นไปเช่นเดียวกับย่างก้าว ไม่เร่งไม่รีบ ทว่านุ่มนวล

  • ไห่ถังโรยรา สามปีที่สาย   บทที่ 22

    ในวันที่เซียวจิ่งเหยียนเดินทางกลับมาจากชายแดนเหนือ เมืองหลวงมีหิมะแรกของฤดูหนาวนี้โปรยปรายลงมาเขาฝ่ากองหิมะที่ทับถมกันบางๆ เข้าเมือง ยามที่กีบเท้าม้าย่ำผ่านประตูจูเชว่ หิมะก็ยังคงร่วงหล่นลงมาอย่างไม่ขาดสายมันตกลงบนหัวไหล่ชุดเกราะเหล็กทมิฬ ตกลงบนรอยแผลเป็นจากคมลูกธนูที่เพิ่งผ่านตรงคิ้ว และตกลงบนเส้นผมจอนข้างขมับที่ไม่ได้รับการตัดมานานถึงสามเดือนเต็มก่อนจะละลายด้วยไออุ่นจากร่างกาย กลายเป็นหยดน้ำเล็กๆ ไหลลงมาตามปลายคางทีละหยดเขาไม่รู้เลยว่าตนเองในเวลานี้ดูอิดโรยเพียงใดเขารู้เพียงแค่ว่าตนเองยังคงมีชีวิตอยู่เขายังกลับมาได้และเขายังมีโอกาสได้พบนางอีกครั้งศึกสงครามที่ภูเขาหลังจวีซวี่ ยามที่เขาเป็นผู้นำทัพบุกตะลุยเข้าสู่ค่ายกลของศัตรู ดาบโค้งของพวกซงหนูได้ฟันกระแทกจนเกราะไหล่ของเขาแตกกระจายลูกธนูเฉียดผ่านขั้วหัวใจของเขาไปเพียงนิด ทิ้งรอยแผลฉีกขาดลึกจนมองเห็นกระดูกไว้ตรงแขนยามที่หมอหลวงในกองทัพคุกเข่าลงภายในกระโจมเพื่อเย็บปากแผลให้เขา เลือดซึมทะลุผ้าป่านถึงสามชั้นก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดไหล เหล่าแม่ทัพนายกองทั้งหลายในกระโจมต่างพากันคิดว่าเขาคงไม่อาจผ่านพ้นค่ำคืนนั้นไปได้แล้ว

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status