LOGINพลังของการทำอะไรคนเดียวถูกคนตัดสินว่าไม่ยิ่งใหญ่
ความจริงแล้วคนผู้หนึ่งมีพลังมากเกินกว่าจะรู้ได้ เมื่อเราถูกบีบคั้น เมื่อถึงขีดจำกัดและทะลุขีดจำกัดนั้นออกไป เราจะพบว่าเรายังมีความสามารถอื่นอีก
ทุกอุปสรรคที่เข้ามาเราจะค้นพบตัวเอง ตัวตนที่แท้จริง!
อย่ายอมแพ้ และอย่าได้หมดหวังในตัวเอง เราทุกคนมีพลังเสมอ
อวิ๋นเยว่เล่อออกเดินทางกลับเมืองถงหว่านตอนกลางดึก ตอนนี้แคว้นอื่นเข้ามายึดเมืองแล้ว ไม่รู้ว่าชาวบ้านจะเป็นเช่นไรบ้าง
นางไม่อยากยุ่งกับสงคราม แต่ชาวบ้านที่ต้องรับกรรมคือสิ่งที่นางจะไม่สนใจได้หรือ?
การเคลื่อนไหวของอวิ๋นเยว่เล่อประหลาดมาก รวดเร็วและกลบกลิ่นอายจนหมด เคลื่อนไหวตามความมืดมิดจนมาถึงจุดหนึ่งของกำแพงเมือง
ทหารเปลี่ยนเวรแล้ว จังหวะนี้แหละ!
หมับ!
ยังไม่ทันที่อวิ๋นเยว่เล่อจะออกตัวเข้าไปใกล้กำแพง มือของนางก็ถูกจับเอาไว้เสียก่อน มืออุ่นร้อนจับนางเอาไว้ไม่ปล่อยจนนางหันหน้ามา!
“ปล่อยข้า” อวิ๋นเยว่เล่อมองมือที่จับตนเองอยู่ สีหน้าไม่แปลกใจสักนิด
หลี่เทียนเหยาขมวดคิ้ว “เจ้ารู้ว่าข้าตามเจ้ามา?”
“ใช่สิ ท่านหล่อเพียงนี้ข้าจะไม่รู้ได้อย่างไร” อวิ๋นเยว่เล่อยื่นหน้าเข้าไปใกล้หลี่เทียนเหยา แต่สุดท้ายนางก็พบว่า นางไม่ควรทำ!
ใบหน้าของเขามีพลังทำลายล้างสูงมาก!
อวิ๋นเยว่เล่อหลุบตาลง ค่อยๆ ถอยใบหน้าออกมา หันไปมองที่กำแพงเมืองอีกรอบ ทหารเปลี่ยนเวรกลับมาแล้ว “ดูสิ จะต้องรออีกนานกว่าจะเปลี่ยนเวรอีกครั้ง”
หลี่เทียนเหยามองคงมองคนที่เขาจับมืออยู่ “เจ้าจะเข้าไปในเมือง? เข้าไปทำไม? เมืองถงหว่านถูกยึดแล้วนะ”
“ข้าจะไปปล้นเสบียง” ไม่หลบซ่อน บอกออกไปตามตรงจนหลี่เทียนเหยาชะงักไป
“ปล้นเสบียง? เจ้าต้องการให้พวกเขาตามฆ่าเรา?” หลี่เทียนเหยาส่ายหน้า หากว่าเสบียงหายไป ทหารเหล่านั้นจะต้องตามล่าพวกเขาแน่
“หากตายหมดก็ไม่มีใครตามมาแล้ว” น้ำเสียงของอวิ๋นเยว่เล่อเอ่ยราวกับเป็นเรื่องธรรมดา
หลี่เทียนเหยาคิดก่อนจะเอ่ย “เจ้าจะเผาเมือง?”
“ไม่อย่างนั้นละ? มีวิธีอื่นอีก?” เอวิ๋นเยว่เล่อเอ่ยพลางหันไปมองที่กำแพง แต่แล้วนางก็ตาวาวขึ้นกลางความมืด เอียงคอมองที่หลี่เทียนเหยา “แต่ก็ไม่แน่”
“.....”
อวิ๋นเยว่เล่อและหลี่เทียนเหยาเคลื่อนไหวอีกครั้งเมื่อทหารเปลี่ยนเวรอีกรอบ ทั้งสองคนมุ่งไปที่กำแพงเมืองก่อนจะกระโดดครั้งหนึ่งก็ข้ามมาได้!
มีจังหวะหนึ่งที่อวิ๋นเยว่เล่อสะดุดกลางทาง นางกำลังจะตกลงไปกลางอากาศ แต่มีมือคู่หนึ่งโอบเอวนางเอาไว้เสียก่อน แขนคู่นั้นพานางลงมาบนพื้นอย่างปลอดภัย!
อวิ๋นเยว่เล่อเงยหน้าขึ้น “คุณชาย แต่งกันข้าไหม?”
หลี่เทียนเหยาปล่อยมือออกทันที เดินนำหน้าไปยังที่เก็บเสบียงของทหาร
อวิ๋นเยว่เล่อกระตุกยิ้มมุมปากเบาๆ เดินตามหลังไป
ทั้งสองคนเข้าขากันมาก คนหนึ่งฆ่าคนหนึ่งปล่อยชาวบ้านที่ถูกขังเอาไว้ออกมา จนเมื่อบุกเข้าไปเอาเสบียงแล้วนำไปให้ชาวบ้าน จากนั้นก็เริ่มต้นการสังหารเต็มรูปแบบ!
หลี่เทียนเหยายิ้มมุมปากโหดร้ายเมื่ออวิ๋นเยว่เล่อหายลับไปพร้อมชาวบ้าน เขาลงมือสังหารอย่างโหดเหี้ยม กระบี่ที่ปรากฏในมือราวกับจะดื่มเลือดของคนทั้งหมด!
ยาพิษถูกวางเอาไว้แล้ว ทหารมากว่าครึ่งที่ดื่มน้ำเข้าไปล้วนสิ้นใจเมื่อเวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป
นอกนั้นที่ยังมีชีวิตอยู่เพราะไม่ได้ดื่มน้ำล้วนตายลงเพราะฝีมือของเทพสงครามในคราบเด็กต้มยา!
จนเมื่อเขาสังหารคนสุดท้ายเสร็จ ใบหน้าของผู้นำทัพในครั้งนี้ก็รีบวิ่งออกมา เขาคุกเข่าตรงหน้าของหลี่เทียนเหยา!
“ท่านเทพสงคราม”
“ข้าไม่ได้สั่งให้ยึดเมืองและทำร้ายชาวบ้าน” หลี่เทียนเหยาไม่มองคนที่คุกเข่าอยู่ “ผู้ที่ขัดคำสั่ง ตาย!”
การนำทัพล้วนโหดเหี้ยม!
อวิ๋นเยว่เล่อมองการสังหารตรงหน้านิ่งเฉย นางรู้อยู่แล้วว่าเขาไม่ธรรมดา ตั้งแต่รู้ชื่อของเขานางก็พอจะเดาได้ว่าเขาคือใคร! เพราะแบบนี้นางจึงรั้งเขาให้อยู่ในขบวนตลอด!
ขบวนของนางจึงจะปลอดภัย!
ตอนนี้สี่แคว้นต่างแย่งชิงชิ้นเนื้อหวานมันอย่างแคว้นต้าเฉิน ศึกครั้งนี้ไม่ว่าจะหลบอยู่ที่ใดของแคว้นต้าเฉินก็ไม่ปลอดภัยทั้งนั้น
นางจำเป็นที่จะต้องเกาะขาชายหล่อเหลาผู้นี้เอาไว้!
อวิ๋นเยว่เล่อปล่อยเวลาสักพักนางค่อยเดินออกไป เมื่อมองไปเห็นทหารที่ตายลงก็ตกใจเล็กน้อย แต่เมื่อมองไปที่ชายหนุ่มที่กำลังเดินมาหานางก็ยกยิ้มให้เขา
“ฝีมือท่านไม่ธรรมดา ต้มยาเก่ง ต่อสู้ก็ไม่ด้อย” อวิ๋นเยว่เล่อเอียงคอ หยุดมองเขาอย่างพินิจ
“ข้าไม่แต่ง” เอ่ยพลางเดินผ่านตัวอวิ๋นเยว่เล่อไป มุ่งหน้าออกจากเมืองทันที
“......” อวิ๋นเยว่เล่อชะงัก
นางยังไม่ทันถามเลย!
ชาวบ้านที่ถูกช่วยออกมาล้วนจำได้ว่ามีคนช่วยพวกเขา แต่ละคนแบ่งเสบียงออกไปและเก็บอีกครึ่งหนึ่งไว้ให้คนช่วยชีวิตพวกตน
อวิ๋นเยว่เล่อไม่ปฏิเสธ นางรับเอาเสบียงมาและจูงม้าที่แบกเสบียงตามหลังไปที่ขบวนอพยพ หาที่เหมาะแคว้นเชือกม้าไว้ใกล้ๆ กับที่พักนางแล้วเข้านอน
เช้าวันต่อมา
ชาวบ้านต่างมุงดูเสบียงบนหลังม้า ตื่นเต้นแต่ก็ไม่กล้าทำอะไรวู่วาม
ตั้งแต่เดินทางมาอวิ๋นเยว่เล่อก็สอนทุกคนเก็บผักป่า ล่าสัตว์ และหลี่เทียนเหยายังสอนสมุนไพรเล็กๆ น้อยๆ อีก ตอนนี้ขบวนอพยพนี้แทบจะสบายกว่าขบวนอื่น
อวิ๋นเยว่เล่อเดินออกมาจากที่พัก นางเดินวนรอบๆ ม้าราวกับไม่เคยเห็นมาก่อน
“เอ๋? ม้ามาจากไหน?” ว่าแล้วนางก็ตบเขาที่เสบียงด้านหลังม้า “นี่คืออะไร?”
ยายจี้ชี้มือไปที่เสบียง “มันคือข้าว และอาหารแห้ง!”
“สวรรค์เมตตาเราแล้ว มีเรื่องดีเช่นนี้ด้วยหรือ?” ว่าแล้วอวิ๋นเยว่เล่อก็ปลดเสบียงลงจากหลังม้า
ตอนนี้นางคล้ายจะเป็นผู้นำขบวนไปเสียแล้ว ตั้งแต่เมื่อวานที่นางเอ่ยปลุกใจทุกคน ตอนนี้ไม่ว่านางจะทำอะไรล้วนมีแต่คนเชื่อฟังและนับถือ!
“ในเมื่อสวรรค์มอบให้ เช่นนั้นข้าจะแบ่งให้กับทุกคนเท่าๆ กันนะเจ้าคะ”
อวิ๋นเยว่เล่อยิ้มแย้ม เรื่องดียิ่งนัก ใบหน้ายิ้มแย้มของนางทำให้หลี่เทียนเหยาส่ายหน้า
นางแสดงได้เก่งนัก จนเขาสงสัยว่าที่นางแสดงออกกับเขา ที่แท้แล้วจริงหรือหลอก!
แต่ที่แน่ๆ นางไม่ธรรมดาอย่างที่เห็นแน่!
ตำนานเล่าขานกันต่อมาถึงหนึ่งพันปี! เจ้าสมุทรแห่งท้องทะเลคือผู้พิชิตฉลามดุร้ายได้จนได้รับการยอมรับจากสัตว์น้ำในทะเล จิตวิญญาณแห่งท้องทะเลมักเลือกคนที่มีชะตายิ่งใหญ่เสมอ ผู้มีความกล้า ผู้ไม่เกรงกลัวท้องทะเลและอันตราย อาวุธยืนยันตัวตนคือ ตรีศูลเพชรทมิฬ! ทั้งด้ามของตรีศูลเพชรทมิฬคือเพชรที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า มันรวบรวมพลังของท้องทะเลเอาไว้ ควบคุมสัตว์น้ำ คลื่นทะเล และพลังอันมหาศาล! แต่... ตำนานนี้ลือกันมาถึงหนึ่งพันปี จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ว่า เจ้าสมุทรมีจริงหรือไม่? อาวุธอย่างตรีศูลเพชรทมิฬก็ไม่เคยปรากฏมาก่อน ไม่เคยมีใครเป็นเจ้าสมุทรมาก่อน 
การจากลาคือสิ่งเรียบง่ายมากที่สุดในใต้หล้านี้! เราทุกคนต่างรู้ว่าเมื่อถึงเวลา จะต้องจากกันในสักวันหนึ่ง แต่สิ่งที่ซับซ้อนอย่างจิตใจของมนุษย์กลับไม่ยอมรับว่ามันคือสิ่งเรียบง่าย ก็เพราะว่ามันนำพาความเจ็บปวดมาอย่างไรเล่า เจิ้งหรานมองใบหน้างดงามของอวิ๋นเยว่เล่อที่มองหลี่เทียนเหยาไม่ละสายตา แม่ทัพชั้นผู้น้อยทั้งหลายเมื่อรู้ว่า กุนซือชั่วคราวอย่างอวิ๋นเยว่เล่อจะออกเดินทางไปที่กลางทะเลเพื่อหาสมุนไพร พวกเขารวมตัวกันมาปลุกเขาถึงเตียงนอน ลากเขามาเฝ้าแม่ทัพใหญ่ไม่ให้ตามนางไปบนท้องทะเล เขาอยากจะถามเหลือเกิน! หากว่าเทพสงครามอยากจะไป เขาคนเดียวกับร่างกายอ่อนแออย่างนี้จะห้ามได้หรือ?!&
เมืองหลวงต้ามั่ว! ภายในพระราชวังแคว้นต้ามั่วในวันนี้บรรยากาศร้อนระอุ การรบที่แคว้นต้าเฉินก็ยังไม่สามารถยึดเมืองหลวงได้ ยังไม่พอ! กองทัพต้าห่านยังต้องการเมืองท่าเรือของพวกเขา! เมืองท่าเรือไม่สำคัญเท่าศักดิ์ศรี จะเสียเมืองท่าเรือไปไม่ได้ แคว้นต้าห่านคิดว่าพวกเขาชาวต้ามั่วรังแกกันง่ายหรือ? “บัดซบ!” จักรพรรดิต้ามั่วตบลงที่โต๊ะเสียงดัง เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างตัวสั่นก่อนจะล้มลงคุกเข่า แม่ทัพใหญ่อู๋เหลียงเฟิ่งคุกเข่าลงบนพื้น ใบหน้าและเสื้อผ้ามีแต่เขม่าดำ เห็นได้ชัดว่าเขายังไม่ทันเปลี่ยนเสื้อผ้าก็มาเข้าเฝ้าที่ท้องพระโรงเสียก่อน “ฝ่าบาทได้โปรดลงพระอาญาพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมประ
อู๋เหลียงเฟิ่งยอมรับว่าหลี่เทียนเหยาคือคนที่บัญชาการรบเฉียบขาดมาก มองสถานการณ์ออกแน่ว่า... พวกเขาจะต้องถอยลงไปที่ท่าเรือ แต่พวกเขาจะต้องภาคภูมิใจที่ตีจนต้ามั่วถอยได้จนไม่ระแวงว่าพวกเขาจะวางแผนอย่างอื่นไว้! จนเมื่อทหารของต้ามั่วค่อยๆ ล้มตายลง แม่ทัพใหญ่ต้ามั่วจึงตะโกนลั่น “ถอย! ถอยไปที่ท่าเรือ!” เสียงดังตะโกนขึ้น มุ่งหน้าถอยไปที่ท่าเรือ ทหารปฏิบัติตามคำสั่งทันที ตะโกนต่อกันเป็นทอดๆ “ถอยไปท่าเรือ!” ทหารต้ามั่วถอยไปที่ท่าเรือ การรบทางเรือคือสิ่งที่พวกเขาถนัด จนเมื่อทหารต้ามั่วถอยไปที่ท่าเรือจนหมด หลี่เทียนเหยาที่แสร้งภาคภูมิใจกับชัยชนะอยู่ในสายตาของหลิวจางพอดี เขาใช้กล้องส่องทางไกลอันหนึ่งมองสถานการณ์รบอยู่บนเรือใหญ่&nb
กองทัพของต้าห่านเร่งฝึกทหาร แม่ทัพชั้นผู้น้อยหลายคนร่วมกันวางแผนการรบอยู่ในกระโจมแม่ทัพใหญ่ เทพสงครามหลี่เทียนเหยา! ด้านนอกแม้จะสงบเพราะยังไม่เปิดศึก แต่มันกลับเป็นคลื่นสงบนิ่งก่อนที่พายุใหญ่จะมาถึง หลี่เทียนเหยากลับมาใส่ชุดแม่ทัพ ข้างกายเพิ่มมาคนหนึ่ง ใบหน้างดงามของหญิงสาวข้างกายของท่านแม่ทัพใหญ่ทำให้แม่ทัพชั้นผู้น้อยตกใจ ด้านเจิ้งหรานที่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าก็ถึงกลับรีบวิ่งเข้ากระโจมแม่ทัพใหญ่เพื่อดูให้แน่ชัด สุดท้ายเขาก็พบว่าตนเองไม่ได้ฝันไป! อวิ๋นเยว่เล่อนั่งอยู่ข้างๆ มองทุกคนวางแผนการรบกัน ด้านแม่ทัพคนอื่นๆ ก็เหลือบมองนางเป็นบางครั้ง จนแม่ทัพคนหนึ่งทนไม่ไหว เอ่ยขึ้น&
กองทัพต้าห่านในตอนนี้ยังไม่เดินหน้าเคลื่อนทัพไปที่ใด ยังคงปักหลักอยู่ในเมืองไห่หวาราวกับรอบางสิ่ง แม่ทัพแต่ละคนล้วนเตรียมการบางอย่าง ทหารคนอื่นๆ ต่างกระตือรือร้นไปกับแม่ทัพของตนเอง บรรยากาศแตกต่างสุดๆ กับเมืองรั่วไห่ ตอนนี้ชาวบ้านที่อยู่รอบๆ โรงเตี้ยมแห่งหนึ่งกำลังชื่นชมภาพงดงามอย่างไม่ละสายตา เหมาะสม! เก่งกาจ! เยี่ยมยอด! ชาวบ้านไม่พอใจอู๋เหลียงหย่งมานานมากแล้ว บ้านใดมีบุตรสาวจะต้องหลบซ่อนเอาไว้ ไม่ให้คนชั่วอย่างเขาพบบุตรสาวของตนเอง สภาพถูกจัดการอย่างอนาถของอู๋เหลียงหย่งอยู่ในใจของทุกคน สะใจจนตบเข่าฉาดใหญ่ นักเล่าเรื่องหยิบยกขึ้นมาเล่าจนได้เงินมาไม่น้อย แม้แต่โรงง







