All Chapters of โศลกเพลิงผลาญใจ: Chapter 11 - Chapter 20

140 Chapters

 ตอนที่11 ของไม่สำคัญ

“แม่นางหลิน เจ้าคิดดีแล้วรึ” “แน่นอน ของพวกนี้ไม่มีประโยชน์กับข้าแล้ว ขอจูซินช่วยเอาเสื้อผ้าเหล่านี้เปลี่ยนเป็นข้าวและแป้งรวมทั้งเมล็ดพันธุ์ที่ข้าเขียนไว้ตามนี้” ขันทีจูซินรับกระดาษยับๆ คลี่ออกอ่านแล้วเงยหน้ามองหญิงสาวตรงหน้าที่ยิ้มหน้าเจือนอยู่ หลินอวี่เหยาเข้าใจสายตานั้นดี แต่จะทำอย่างไรได้นางไม่ได้จับพู่กันมานานมากแล้ว เรียนและทำวิจัยมักใช้ภาษาอังกฤษ เมื่อจำเป็นต้องกลับมาใช้พู่กันจุ่มหมึกก็ไม่คล่องนัก ลายมือจึงอัปลักษณ์น่าเวทนาเช่นนี้ “ได้ ตามใจเจ้า แต่ข้าไม่รู้ว่าจะขายได้เท่าไร” “ได้ๆ ท่านกงกงจัดการได้เลย” “อย่าได้พูดให้ผู้ได้ยินเชียว” จูซินส่ายหน้าระอาใจ นางชอบยกยอเขาเช่นนี้เสมอเพราะเกรงจะไม่ได้สิ่งของตามที่นางขอ เขาเป็นเพียงขันทีขั้นต่ำแต่นางกลับพูดจาให้เกียรติและยังไม่เคยโวยวายอาระวาดใส่ ทั้งให้คำแนะนำเล็กๆน้อยๆ เสมอ รวมทั้งแผลในที่ร่มของเขา “ข้าอยู่ที่นี่ไม่จำเป็นต้องมีเสื้อผ้าหรูหราเหล่านี้”เจ้าของร่างคงมีความหวังที่จะได้พบฮ่องเต้ หรือได้กลับคืนสู่ตำแหน่งจึงยังเก็บชุดผ้าไหมไว้หลายชุด แต่สำหรับนางในเวลาน
Read more

ตอนที่12 เยี่ยหรง 1

“บาดแผลนี้ผู้ใดรักษาท่านแม่ทัพรึ” ชายหนุ่มที่ถูกถามเพียงแค่ปรายตามองหมอทหารที่กำลังทำแผลที่อกซ้ายค่อนมาทางหัวไหล่ บนร่างกายกำยำมีรอยแผลนับไม่ถ้วน บาดแผลที่เคยเกือบคร่าชีวิตไปแล้วก็ทิ้งแผลเป็นไว้ให้ดูต่างหน้า ทว่าแผลนี้ไม่นับว่าใหญ่นัก แต่กลายเป็นแผลเรื้อรังมาแรมเดือน ซ้ำยังทำให้พิษไข้ขึ้นมาเสียเฉยๆ “ทำไมรึ” หานเหยียนคือทหารข้างกายแม่ทัพใหญ่ ปีนี้เขาอายุยี่สิบแต่เพราะรูปร่างสูงใหญ่และหน้าตาดุดันจึงเหมือนคนวัยสามสิบเข้าไปแล้ว ก่อนหน้าที่จะเป็นทหารนั้นเคยเป็นโจรภูเขาที่แม่ทัพเยี่ยหรงยกทัพปราบเมื่อราวเจ็ดปีก่อน เขาเป็นเด็กกำพร้าที่เติบโตในรังโจร แม่ทัพเยี่ยหรงให้ความเมตตารับอุปการะ และเมื่อถึงวัยเขาก็เข้าสู่กองทัพ ไต่เต้าจนเป็นนายกอง แม้ตำแหน่งไม่สูงแต่ได้รับใช้ใกล้ชิดแม่ทัพใหญ่ ผู้อื่นต่างพากันริษยาในวาสนานี้ หลูจิ่งเซวียน-เป็นหมอประจำค่ายทหารและรับใช้ขึ้นตรงกับแม่ทัพใหญ่ผู้ได้ฉายาว่าแม่ทัพใบ้ ทั้งที่เขาไม่ได้เป็นใบ้แต่เพราะพูดน้อยจนผู้อื่นเข้าใจคิดว่าเป็นใบ้ เขาส่งสายตาตำหนิไปทางหานเหยียนซึ่งเป็นตัวต้นเหตุให้คิดว่าแม่ทัพหนุ่มผู้องอาจเ
Read more

 ตอนที่13 เยี่ยหรง 2

“ท่านพ่อ ลูกกลับมาแล้วขอรับ” เยี่ยหรงประสานมือคารวะ แต่ท่านโหวมุมปากกระตุก คิดรึว่าเขาไม่รู้ว่าลูกชายกลับมาถึงเมืองหลวงหลายวันแล้ว แต่คิดไปว่าคงเหนื่อยล้าจากการปราบโจรและเดินทางกลับจึงคร้านจะใส่ใจ ทว่าผ่านมาหลายวันจนรู้ว่าเยี่ยหรงออกไปนอกจวน เขาจึงโมโหแทบควันออกหู รอให้มาหาไม่มา จึงต้องให้คนไปตามตัวเช่นนี้ เยี่ยเฟยฮุ่ยแต่งงานกับเย่าเฉิน เขามีภรรยาเดียวไม่รับอนุมีบุตรชายสามคน คือ เยี่ยเฉิงหลิงซึ่งจากไปในวัยแค่ยี่สิบ เยี่ยเฉิงอี้ และเยี่ยจิ่งอวี่ ทั้งสองเป็นทหารประจำชายแดนตะวันออกและตะวันตก แต่ทั้งสองแต่งภรรยามีทายาทตัวน้อย ทว่าเพราะประจำอยู่แดนไกล ภรรยาและลูกจึงอยู่เคียงข้างสามีที่นั้น ในเมืองหลวงนี้เยี่ยเฟยฮุ่ยกับเย่าเฉินอยู่กับสองคนปู่ย่า วาดหวังให้เยี่ยหรงบุตรชายคนเล็กแม้เป็นบุตรบุญธรรมแต่รักดุจลูกในไส้ได้แต่งงานกับสตรีที่คู่ควรเพื่อมีหลานให้ปู่ย่าได้อุ้มชู แรกทีเดียวก็อ้างเรื่องบ้านเมืองยังไม่สงบสุข แต่ตอนนี้หัวเมืองน้อยใหญ่ต่างเงียบสงบนานๆ จึงจะมีเรื่องให้ต้องยกทัพกันสักคราว แต่บุตรชายคนเล็กกลับยังไม่แต่งภรรยา แล้วเช่นนี้เมื่อไหร่จะ
Read more

 ตอนที่14  เครียดคือสิ่งใด

“กล้วยไม้ใบเหลืองมีจุดดำ ใบแฉะ หรือเน่าที่ขอบใบ วิธีรักษาให้ตัดใบที่ติดเชื้อออกใช้ผงกำมะถันหรือน้ำปูนใสป้ายบริเวณที่ตัด กรรไกรที่ใช้ ใช้แล้วล้างเช็ดทำความสะอาดให้ดี เชื้อราติดที่คมกรรไกรได้ ช่วงนี้เปลี่ยนฤดูแล้ว เอากล้วยไม้ออกมาโดนแสงบ้าง กล้วยไม้ใบเหลือเพราะความเครียดก็มี” “เครียด? เครียดคือสิ่งใด” หลินอวี่เหยาหลุดปากไปแล้วก็นึกได้ว่าตอนนี้นางไม่ได้อยู่ในสถาบันวิจัยพันธุ์พืช นางกลอกตามองท้องฟ้าแต่เห็นแค่คานไม้เก่าคร่ำครึ หากคิดจะขึ้นไปแขวนคอก็เกรงว่าคานน่าจะหักลงมาก่อน “ข้าหมายถึงมีเรื่องวิตกกังวลมากเกินไป” “กล้วยไม้ก็มีเรื่องวิตกกังวลรึ” ซูจินทำหน้างุนงง “ข้าเห็นกล้วยไม้ของกุ้ยเฟยอยู่ดีมีสุขกว่าขันทีอย่างข้าเสียอีก” หญิงสาวยิ้มขำ นานวันเข้าขันทีน้อยก็เลิกวางตัวหยิ่งยโสใส่นาง หลินอวี่เหยาเข้าใจดี คนเราก็มักเป็นเช่นนี้เหยียบย่ำคนที่ต่ำกว่าเพื่อให้ตนเองรู้สึกสูงส่งขึ้น แต่ซูจินมีพื้นฐานจิตใจดีนางเองก็ไม่อยากเอาเปรียบความใจดีของเขา ทุกครั้งที่ไหว้วานสิ่งใด นางจะตอบแทนเขาเสมอ แม้เล็กน้อยก็หยิบยื่นให้ ครั้งก่อนฝากชุดผ้
Read more

ตอนที่15 เลิกพูดเรื่องตายเสียทีเถิด

“ท่านน้า กินแป้งย่างก่อนยังร้อนๆอยู่” หลินอวี่เหยาเปลี่ยนเรื่องแล้วหยิบแป้งย่างออกมาจากตะกร้า นางหันซ้ายหันขวาเห็นกาน้ำชาจึงเดินไปรินใส่ถ้วย ทว่ามันเป็นเพียงน้ำเปล่า “ข้าไม่รู้ว่าที่นี่ไม่มีน้ำชา ท่านน้าดื่มน้ำเย็นเช่นนี้หรือ?” นางรินน้ำแล้วประคองถ้วยน้ำกลับมาให้จื่อหนิง “ข้าจำไม่ได้แล้วว่าดื่มน้ำชาครั้งสุดท้ายเมื่อใดกัน” จื่อหนิงยิ้มบางเบา กลิ่นอาหารเย้ายวนทำให้นางยื่นมือไปหยิบแป้งย่างขึ้นมาบิเป็นคำเล็กๆ แล้วส่งเข้าปาก ค่อยๆ เคี้ยวและซึมซับรสชาติของอาหารแสนเรียบง่ายตรงหน้า แต่อยู่ในสถานที่นี้กลับกลายเป็นอาหารเลิศรส “พอกินได้ไหมเจ้าคะ” หลินอวี่เหยารู้ว่ารสมือของตนไม่ได้แย่นัก แต่ในโลกที่มีวัตถุดิบจำกัดนี้ ความมั่นใจจึงหดหายไปกว่าครึ่ง “ก็พอกินได้” จื่อหนิงพยักหน้ารับ แม้ตอนนี้ตกอับอยู่ตำหนักเย็นมานาน ตั้งแต่ฮ่องเต้พระองค์ก่อนจนมาถึงตอนนี้ แต่เมื่อรื้อฟื้นกิริยามารยาทขึ้นมาอีกครั้ง นางก็นั่งหลังเหยียดตรงและกินอาหารคำน้อยๆ แลดูเป็นหญิงสาวตระกูลสูงส่ง หลินอวี่เหยาเห็นแล้วก็อดจินตนาการไม่ได้ว่า จื่อหนิงในวัยสา
Read more

 ตอนที่16 ข้าเป็นคนรับใช้เจ้ารึ

จูซินกะพริบตาปริบๆ ไม่อยากจะเชื่อว่าเจ้ากิ่งไม้แห้งๆ เอ่อ ไม่สิ นั้นเคยเป็นซากกล้วยไม้มาก่อน แต่ยามนี้กลับฟื้นมีชีวิตอีกครั้ง “เจ้านี่คือซากกล้วยไม้ที่ข้าเคยเอามาหรือ?” จูซินยังไม่อยากเชื่อนัก “ใช่” หลินอวี่เหยายกน้ำแกงหัวไชเท้าออกมาวางบนโต๊ะที่ตั้งอยู่หน้าเรือน ซึ่งหญิงสาวสถาปนาให้มันเป็นโต๊ะรับแขกเพื่อไม่ให้ผู้อื่นเข้าไปยุ่งย่ามด้านเรือน “นี่อะไร” “น้ำแกงหัวไชเท้า ไม่มีเนื้อสัตว์ก็กินผักไปก่อน” นางยิ้มทะเล้นแล้วนั่งลง “กินกับหมั่นโถวได้ชุ่มคอดี” ขันทีน้อยมองอาหารบนโต๊ะ นอกจากน้ำข้าวกับผักดองที่เขายกมาให้นางทุกวัน มาบัดนี้มีหมั่วโถวก้อนอวบๆ กับน้ำแกงเพิ่มขึ้น อาหารการกินมิได้เลิศรสหรูหราแต่นับว่าดีกว่าแต่ก่อนมากนัก “หัวผักที่เจ้าให้ข้าเก็บมาก็ปลูกขึ้นด้วยหรือนี่” จูซินนั่งกินอาหารกับหลินอวี่เหยาด้วยความคุ้นชินแล้ว “ข้าต้องไปแย่งอาหารหมูมาเลยทีเดียว” หญิงสาวหัวเราะเสียงใสแล้วปรายตามองไปรอบกาย ความเพียรพยายามไม่สูญเปล่า รอบๆ เรือนมีพืชผักที่เพาะปลูกไว้พอได้เก็บกินบ้างแล้ว ด้านหนึ่งมีแปลง
Read more

 ตอนที่17 ความหวาดกลัวที่กัดกินหัวใจ

หลินอวี่เหยายุ่งกับการทำความสะอาดบ่อน้ำด้านหลังเรือน นางไม่มีปัญหากับการลงมือทำอะไรเองเช่นนี้ แต่ติดที่ร่างกายนี้พละกำลังยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่นัก มื้อกลางวันนำอาหารที่เตรียมไว้ไปกินพร้อมกับสนมจื่อหนิง การผูกมิตรด้วยอาหารเป็นเรื่องพื้นฐานมาแต่ไหนแต่ไร นอกจากเรียนรู้มารยาทต่างๆแล้ว ยังได้ฟังเรื่องเล่ามากมาย สะสมข้อมูลให้สมองน้อยๆ ของนางอีกด้วย “ข้าตากดอกมะลิไว้ แต่ยังไม่พร้อมเป็นชามะลิ อาจารย์รอข้าหน่อยนะเจ้าค่ะ” หลินอวี่เหยาประจบด้วยแววตาวิบวับ จื่อหนิงเห็นแล้วก็เอ็นดู ในวัยนี้ของสตรีคืองดงามบานสะพรั่งแต่ต้องมาอยู่ในสถานที่เช่นนี้ช่างน่าเสียดายนัก “มีต้นมะลิด้วยรึ” “เจ้าค่ะ มีกุหลาบด้วย แล้วด้านหลังเรือนของข้ามีบ่อน้ำ ข้าลงไปทำความสะอาดลอกบ่อแล้ว ไหว้วานให้จูซินช่วยหาบัวมาลงที่บ่อ” “เจ้าจะทำสระบัวรึ” หญิงสาวโบกมือไปมา “เรียกสระบัวไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ แต่ก็พอปลูกบัวได้ หากไปได้ดีข้าจะทำชาดีบัว -ดีบัวช่วยบำรุงหัวใจ นับว่าเป็นสมุนไพรที่ดี” “ข้าไม่เคยรู้ว่าสกุลหลินเชี่ยวชาญเรื่องสมุนไพร” หลินอวี่เหย
Read more

ตอนที่18 เซวียนจิ้งเฉิน

‘กินเยอะๆ ไม่ต้องเกรงใจ เจ้าเองต้องมีเรี่ยวแรงไว้รับใช้ผู้อื่น คนอย่างเราๆ แค่มีของกินอิ่มท้องก็ทำให้มีกำลังใจมีชีวิตต่อไป’บุรุษผู้สวมเสื้อคลุมมังกร นั่งมองฎีกาที่กองอยู่เบื้องหน้า ปลายนิ้วเคาะที่โต๊ะอย่างเคยชิน เสียงของสตรีผู้นั้นยังแว่วดังอยู่ข้างหูเซวียนจิ้งเฉินขึ้นนั่งบัลลังก์มังกรตั้งแต่อายุเพียงสิบแปด อายุสิบเก้าก็แต่งตั้งเว่ยซูอิ๋นเป็นฮองเฮา ตอนนี้อายุครบยี่สิบห้าแต่ยังไร้ทายาท ทว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาว่าราชการด้วยความเด็ดเดี่ยว เที่ยงธรรม แต่กระนั้นก็ยังไม่อาจรวบรวมอำนาจเบ็ดเสร็จได้ ผ่านมาหลายปีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นที่ละน้อย เขาได้แต่อดทนอดกลั้นเสแสร้งโอนอ่อน หวังว่าในวันข้างหน้าอำนาจการปกครองจะอยู่ในอุ้งมือของเขาอย่างแท้จริง“ฝ่าบาทมีเรื่องกังวลใจหรือพ่ะย่ะค่ะ”หลี่หย่วนซิน-ขันทีข้างกายเซวียนจิ้งเฉิน เขาเป็นขันทีรูปร่างผอมบางใบหน้าสุขุมสงบนิ่ง ทว่าวิชายุทธ์พอตัว ปีนี้เขาอายุสามสิบสอง เขาจึงเป็นมากกว่าขันทียังเป็นองครักษ์และมือขวาของฮ่องเต้ เขาทำงานรับใช้เซวียนจิ้งเฉินยังเป็นเพียงองค์ชายน้อยเท่านั้นเซวียนจิ้งเฉินเลิกคิ้วเล็กน้อย “เจ้าเห็นเราเป็นอย่างไรเล่า หลี่กงกง”“ตั้งแต่
Read more

 ตอนที่19 เว่ยซูอิ๋น

เว่ยซูอิ๋นเดินเข้ามาในตำหนักของไทเฮา สตรีผู้สูงศักดิ์แห่งวังหลังในชุดปักลายดอกโบตั๋นส่งยิ้มกว้างแล้วกวักมือเรียกนางมานั่งข้างกัน กิริยารักใคร่เอาใจใส่นี้ทำให้บรรดาสนมผู้อื่นต่างริษยา วาสนานี้มิใช่ว่าใครก็จะได้ครอบครอง มิใช่เพียงเพราะเว่ยซูอิ๋นเป็นฮองเฮาและคนโปรด แต่ยังเป็นพระญาติของไทเฮาอีกด้วย“ได้ยินว่าฮ่องเต้ทรงค้างคืนกับเจ้า” ไทเฮาทรงถามใบหน้าแย้มยิ้ม และเมื่อเห็นเว่ยซูอิ๋นยิ้มเอียงอายก็หัวเราะชอบใจ “ดี... ดียิ่งนัก ให้หมอหลวงจัดยาบำรุงให้เจ้า และอย่าลืมให้คนส่งอาหารบำรุงพระวรกายของฮ่องเต้ด้วย”“เพคะ...เสด็จแม่”“หน้าที่ของเจ้าคือมอบโอรสให้ฮ่องเต้ ” ไทเฮาลูบหลังมือเว่ยซูอิ๋นอย่างมีความสุข “เมื่อเจ้ามีรัชทายาทองค์น้อยๆให้ราชวงศ์เมื่อไหร่ ข้าจะมอบของขวัญล้ำค่าให้เจ้า”สตรีในวังหลังต่างรู้ดีว่าการมีรัชทายาทคือความมั่นคงในตำแหน่งฮองเฮาเมื่อครั้งที่ไป๋เสียนหรงยังฮองเฮานั้น นางเคยคิดอย่างใสซื่อเช่นเด็กสาวว่า ขอเพียงเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ก็เพียงพอ ทว่านั้นเป็นความคิดที่ไร้เดียงสายิ่งนัก เมื่อฮ่องเต้ทรงกลับจากนำทัพรบช่วงชิงดินแดน นางที่เฝ้ารอด้วยหัวใจแต่เขากลับมาพร้อมกับหญิงงามแ
Read more

 ตอนที่20 พี่ชายทั้งสอง

รอยยิ้มที่ทำให้ดูสว่างไสวจนตาพร่าปล้นสติของชายหนุ่มไปหมดสิ้น เขาได้แต่ยืนนิ่งงันราวกับเท้าถูกตรึงด้วยตะปูที่มองไม่เห็น กระทั่งได้ยินเสียงกระแอมไอจากคนที่เข้ามาพร้อมกันจึงได้สติ “แม่นาง...” พบหน้ากันครั้งก่อนไม่ได้ถามชื่อแซ่เหตุเพราะเขาต้องรีบเข้าวังให้เวลา “ข้าหลินอวี่เหยา” หญิงสาวแนะนำตัวแล้วค่อยลุกขึ้นยืน สองมือยังเปื้อนดินอยู่จึงปัดไปมากับผ้ากั้นเปื้อนที่คาดเอว “วันนี้พี่ชายพาสหายมาด้วยหรือ?” ‘พี่ชาย?’ หลี่หย่วนซินได้ยินคำเรียกขานนี้ถึงกับปรายตามองบุรุษในชุดขันทีที่ยืนอยู่หน้าเขาหนึ่งก้าว ทว่าสิ่งที่สะดุดหูเขายิ่งกว่าก็คือนางชื่อหลินอวี่เหยา หรือก็คือสนมหลินที่ถูกลงโทษให้มาอยู่ตำหนักเย็น และดูเหมือนว่าเซวียนจิ้งเฉินเองก็จำไม่ได้ว่านางเป็นสนมที่พระองค์ไม่เคยเรียกตัวเลยแม้แต่ครั้งเดียว “เรียกข้าว่าเฉินเหอก็ได้” เซวียนจิ้งเฉินเผยรอยยิ้มให้หญิงสาว มาวันนี้เขาก็ยังสวมชุดขันทีเช่นเดียวกับหลี่หย่วนซินที่เขาลากให้มาด้วยกัน “นี่สหายข้าเรียกเขาว่าหย่วนซิน” “มาเสียบ่ายคล้อยเช่นนี้ ข้าไม่มีอะไรรับรองพี่ชายทั้งสองหรอกนะ” นา
Read more
PREV
123456
...
14
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status