All Chapters of จิ่วหรง: Chapter 1 - Chapter 10

29 Chapters

บทหนึ่ง

เจินจิ่วหรง คือองค์หญิงเก้า พระธิดาของเจินเซียหยางฮ่องเต้กับพระสนมเสียนเฟย ชีวิตของนางมีพร้อมทุกอย่าง ทั้งลาภยศ ความงาม รวมถึงไปความรุ่งโรจน์ แม้นจะมิเป็นที่โปรดปรานมากมายดั่งเช่นองค์หญิงรอง ทว่าเสด็จพ่อก็หาได้ลืมเลือนนางไม่ มิว่าจะต้องการสิ่งใด นางล้วนได้มันมาอย่างง่ายดาย เพียงเปิดปากเอ่ยมิกี่คำ ทุกสิ่งย่อมมากองอยู่ตรงหน้า เว้นเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น นั่นคือบุรุษที่บอกว่าท้องฟ้าและผืนหญ้าเป็นของนาง แม่ทัพบนหลังอาชาสง่า ‘ไท่หย่งเสียน’ นางมิเคยเสียเวลาหรือมอบความสนใจให้กับสิ่งใดเท่านี้มาก่อน พบกันครั้งแรกในรั้ววัง ใต้ต้นท้อซึ่งผลิบานสะพรั่ง “เปิ่นกง [1] คือองค์หญิงเก้า พระธิดาในเจินเซียหยางฮ่องเต้” บุรุษผู้นี้มิรู้ด้วยซ้ำว่านางเป็นใคร กระนั้นเขาเพียงฉีกยิ้มโง่ ๆ ซื่อ ๆ และสดใสดั่งดวงตะวันในฤดูร้อน “กระหม่อมไท่หย่งเสียน บุตรชายของท่านแม่ทัพประจิมพะย่ะค่ะ” และตอนนั้นเขายังเป็นเพียงบุตรชายของแม่ทัพประจิม เด็กหนุ่มวัยสิบสี่ปี ไร้เดียงสา มิรู้ความ ช่างต่างจากนางที่แม้นจะเพียงสิบปี แต่ด้วยสภาพแวดล้อมในวัง นางกลายเป็นเหมือนผู้ใหญ่ที่มองโลกต่างจากเด็กวัยเดียว
Read more

บทสอง

ผ่านไปสามเดือนนับแต่ตงเหลียนฮวาเข้ามา เจินจิ่วหรงยังคงใช้ชีวิตตามปรกติ ในฐานะฮูหยินตราตั้งของแม่ทัพประจิม ท่ามกลางสายตาหลากหลายคู่ซึ่งจดจ้องมองมา แต่แรกนางนึกว่าจะเป็นเหมือนบทละครที่เคยอ่าน แม่สามีมิชอบอนุต่ำต้อย ทว่ามันกลับมิได้เป็นเช่นนั้น จวนตระกูลไท่สุขสงบ มารดาและบิดาของไท่หย่งเสียนทำตัวลอยเหนือเรื่องพวกนี้ มิรังแกตงเหลียนฮวา ขณะเดียวกันก็มิได้เข้าข้างหรืออะไร ซึ่งนับว่าเป็นการวางตัวที่ดี อย่างไรเสียด้วยฐานะของนาง ปฏิเสธมิได้ว่ามันต้องเกี่ยวพันถึงในวัง หากแต่งเป็นอนุภรรยาคงมิมากเรื่อง แต่นี่กลับแต่งเข้ามาเป็นฮูหยินรอง ทั้งที่ฐานะทางครอบครัวแต่เดิมก็มิได้ดีนัก ย่อมกลายเป็นที่ติฉินนินทาไปทั่ว นางเสียเวลาอยู่หลายคืนเพื่อจัดการเรื่องนี้ การรักษาหน้าตาและชื่อเสียงของสามี นับเป็นเรื่องที่สมควรทำ เรียวนิ้วมือยกขึ้นนวดขมับที่ปวดร้าว นัยน์ตาเรียวดั่งหงส์คล้ายพร่ามัวไปชั่วขณะ สิ่งใดที่สมควร นางก็ทำไปหมดแล้ว โชคดีที่ไท่หย่งเสียนมิได้เป็นบุรุษในบทละครพวกนั้น เขาแลเห็นคุณค่ารวมถึงตัวตนของนาง จึงมิได้ทอดทิ้งนาง ทุกอย่างยังเหมือนเดิม เพียงแต่ต้องมีการแบ่งปั่นสามีให้กับสตรีอื่น ไท่หย
Read more

บทสาม

บทสาม แก้วตาดวงใจของทุกคน แต่มิใช่กับข้า ไท่หย่งเสียนกำลังจะมีครอบครัวที่สมบูรณ์ นานมาแล้วเขาเคยวาดฝันจะมีเด็กตัวน้อย ๆ วิ่งเล่นรอบจวน เปล่งเสียงหัวเราะใสกังวาน คอยเป็นเพื่อนเล่นกับบิดามารดา ทุกอย่างกำลังจะเป็นจริง ทว่าผู้ที่จะเป็นมารดาของเขากลับมิใช่นาง ขณะทุกคนกำลังฉีกยิ้มยินดีกับข่าวมงคลของตงเหลียนฮวา รอยยิ้มของนางกลับแข็งค้าง เรียวนิ้วมือจิกลงบนอาภรณ์สีม่วงเข้ม เจินจิ่วหรงหลับตาลงพลางสูดหายใจเข้าช้า ๆ ทรวงอกกระพือขึ้น ก่อนสงบลงเมื่อไท่หย่งเสียนหันมาหานางพร้อมยิ้มบางเบา เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย เช่นเดียวกับมารดาและบิดาของเขาที่พึ่งตระหนักว่าองค์หญิงเก้ายืนอยู่ตรงนี้ ปลายเท้าขยับเข้ามาใกล้ นัยน์ตาคู่คมสบหาหานาง “ข้าต้องบอกข่าวมงคลพวกนี้แก่เหล่าญาติพี่น้องของท่าน แล้วก็ต้องตระเตรียมของสำหรับเด็ก ก่อนอื่นต้องเชิญท่านหมอ...”น้ำเสียงหวานขาดห้วงไป ยามฝ่ามืออุ่นร้อนทาบลงมา นางหลุบตาต่ำลง แม้นว่าจะอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ หากเพื่อมิให้เกิดข้อผิดพลาด เจินจิ่วหรงต้องเป็นภรรยาที่ดีและสง่างามของเขา “จิ่วหรง” ชั่วขณะหนึ่งนัยน์ตาดำขลับวูบไหวอย่างรุนแรงราวกับหยาดน้ำตาจะไหลลงมา ทว่านี่คื
Read more

บทสี่

บทสี่ เจ้ากับเสด็จแม่จะได้มิลำบาก เจินจิ่วหรงกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก นางนั่งนิ่งท่ามกลางสายตาหลากหลายคู่ซึ่งจดจ้องมา เสียงหวานของตงเหลียนฮวาเอื้อนเอ่ยออกมามิหยุด พร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลอาบลงมาทั้งสองข้างแก้ม มันช่างแลดูน่าสงสาร ทว่ากลับว่างเปล่าในสายตานาง ขณะที่นางเอาแต่นิ่งเงียบ รั่วซินกลับออกตัวปกป้องนาง ต่อเถียงกับตงเหลียนฮวามิขาดปาก หากนั่นเหมือนไร้ค่า เหล่าข้ารับใช้ส่วนใหญ่ในจวนถูกตงเหลียนฮวาซื้อตัวไป เห็นได้จากที่พวกเขากลายเป็นพยานใส่ความนางว่าผลักไท่ตงเจินตกลงไปในสระ เรียวนิ้วมือสัมผัสลงบนหว่างคิ้ว นางกัดปาก พลางลอบมองไท่หย่งเสียนครั้งหนึ่ง เขายังคงนิ่งเฉย เช่นเดียวกับไท่ฮูหยินและอดีตแม่ทัพ “ข้าต้องการความเป็นธรรม” ตงเหลียนฮวากรีดร้องเสียงแหลม หันขวับไปหาไท่หย่งเสียน “ท่านแม่ทัพ...” พวกคนตระกูลไท่ย่อมมิใช่คนโง่เขลาเบาปัญญา ไท่หย่งเสียนหรี่ตาลง ก่อนโบกมือไปมา “ทุกอย่างต้องมีการตรวจสอบอย่างเป็นขั้นตอน” “มีพยานเห็นเหตุการณ์มากมาย ยังต้องตรวจสอบอะไรอีกเจ้าคะ” “ฮูหยินเป็นถึงองค์หญิงเก้า มีหรือต้องลดตัวไปทำเรื่องชั่วช้าเยี่ยงนั้น” รั่วซินกลอกตาไปมา “อย่าคิดว่
Read more

บทห้า

บทห้า ข้าเลือกปลายทางของตนเอง สิ่งใดกันที่สำคัญต่อการได้รับความรัก เป็นที่หนึ่ง ตัวเลือกแรกในใจของผู้คน นั่นคือคำถามที่ตั้งไว้เพื่อตนเองของนาง แผ่นหลังบอบบางเหยียดตัวพิงไปปกับเก้าอี้ไม้ตัวยาวด้านหลัง ใบไม้แห้งโปรยปราย มวลบุปผาต่างโรยรา รวมไปถึงอากาศหนาวเย็น และความแห้งแล้ง สัญญาการมาเยือนของฤดูใบไม้ร่วงอันแสนหม่นหมอง นัยน์ตาเรียวดั่งหงส์หรี่ลง ปลายนิ้วมือสัมผัสลงบนเรือนผมซึ่งถูกปล่อยสยาย ก่อนออกแรงสางมัน แลเห็นเงาร่างของรั่วซินยืนอยู่ตรงบานประตู นางกะพริบตาสองสามครั้ง ก่อนเปล่งเสียงแผ่วเบา พลันตระหนักถึงลำคอที่แห้งเหือดราวขาดน้ำมานาน “ข้าอยากล้างหน้า” อาจเป็นประโยคแรกที่บอกความต้องการในรอบหลายวัน รั่วซินเบิกตากว้างขึ้นอย่างตื่นตระหนก ตามด้วยรอยยิ้มที่ขยับกว้าง แล้วรีบทำตามคำสั่งของนาง “เจ้าค่ะ ฮูหยิน” เพียงมินานก็ได้ในสิ่งที่ต้องการ เจินจิ่วหรงมองเงาสะท้อนบนผืนน้ำ พลางสูดหายใจเข้าช้า ๆ กวักของเหลวสีใสขึ้นชโลมทั่วดวงหน้า พริบตานั้นสามารถจมดิ่งไปกับภวังค์ได้อย่างง่ายดาย ดวงตาไร้แววเริ่มเจือด้วยอารมณ์ “รั่วซิน ท่านแม่ทัพล่ะ” หลายวันก่อนไท่หย่งเสียนมาหานาง กล่าวให้ถูกมันเป
Read more

บทหก

บทหก หย่งเสียน ใต้หล้านี้เป็นของเสด็จพ่อต่างหาก การโรยราในฤดูใบไม้ร่วงเป็นเรื่องน่าเศร้าใจ เจินจิ่วหรงคิดเช่นนั้น แล้วตัดสินใจข้ามผ่านฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว เพื่อรั้งรอฤดูใบไม้ผลิ นัยน์ตาเรียวดั่งหงส์มองควันขาวขุ่นที่พวยพุ่งจากถ้วยชา เรียวนิ้วมือสอดเข้าไปใต้ผ้าห่มผืนหนาซึบซับกับความอบอุ่น ริมฝีปากแต้มสีชาดเหยียดเป็นรอยยิ้ม เปลือกตาปรือปิดลงอย่างเชื่องช้า “รั่วซิน” “เจ้าคะ” รั่วซินตอบรับเสียงใส ดวงตาดำขลับจดจ้องผู้เป็นนาย “มีอะไรหรือเจ้าคะ” “เสด็จพ่อมีพระธิดามากมาย ดังนั้นข้าจึงอยู่ท่ามกลางผู้คน แย่งชิงความโปรดปราน” นางเอ่ยอย่างเลื่อนลอย “องค์หญิงที่ได้รับความโปรดปรานหาใครเสมอเหมือนจะต้องเป็นที่สนใจ ส่วนองค์หญิงที่ไม่ได้รับความโปรดปรานจะเป็นที่น่าเอ็นดูและเวทนาจากเหล่าข้ารับใช้ ขณะที่องค์หญิงซึ่งได้รับความโปรดปรานครึ่ง ๆ กลาง ๆ อย่างข้าจะถูกลืม” รั่วซินเงียบ ตระหนักถึงเรื่องพวกนี้ดีกว่าใคร เพราะอีกฝ่ายติดตามรับใช้นางตั้งแต่ยังมิออกเรือน “กระนั้นเสด็จแม่กลับตรัสว่า ข้าโชคดีที่อย่างน้อยก็ได้รับความโปรดปราน อาจเพราะตอนนั้นข้ายังเด็กจึงฉีกยิ้มอย่างโง่งม” เจินจิ่วหรงขยับตัว
Read more

บทเจ็ด

บทเจ็ด ประกาศสงครามกับเสียนเฟย นานมาแล้วเจินจิ่วหรงเคยหวาดหวั่นต่อความตาย หากตอนนี้นางกลับพบว่ามันมิใช่เรื่องน่ากลัวที่สุด เมื่อเทียบกับการต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป มิรู้ว่ามันเป็นความผิดพลาดหรือว่าสรวงสวรรค์ต้องการเล่นตลก ยามลืมตาขึ้นอีกครั้ง องค์หญิงเก้ายังคงอยู่บนโลกใบเดิม นอนนิ่งบนเตียงภายในห้องกว้าง เสมือนมิได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป ราวแรกเช้าในวันธรรมดา เว้นเพียงช่วงเวลา วันที่สามของการย้อนเวลา ภาพสะท้อนบนกระจกทองเหลืองตอกย้ำทุกความเป็นจริงลงในหัวสมอง เรือนผมเกล้าเป็นมวยสูงปักด้วยปิ่นหลากสี ดวงหน้าที่ดูอ่อนวัยลง สตรีซึ่งสดใสและงดงาม เจินจิ่วหรงในวัยเพียงสิบห้า ช่วงชีวิตอันรุ่งโรจน์ ปีแรกของการแต่งงาน ภรรยาของไท่หย่งเสียน ปลายนิ้วมือครูดลงบนอาภรณ์ปักลายดอกเบญจมาศ นัยน์ตาเรียวดั่งหงส์ดูเลื่อนลอย ท่ามกลางสายตาของรั่วซินมองอยู่ตลอด ริมฝีปากอวบอิ่มกัดเป็นเส้นตรง เกิดข้อผิดพลาดอะไรขึ้น ทำไมถึงยังไม่ตาย นางควรอยู่สะพานไน่เหอ ดื่มน้ำแกงลืมเลือนแล้วก็กลับไปเกิดใหม่ ทำไมถึงได้โผล่หัวอยู่ที่นี่ ดวงหน้าแหงนมองเพดาน คานยาวซึ่งเคยใช้ผูกคอตายฉายชัดในดวงตา พลันเนื้อตัวสั่นระริก เจิน
Read more

บทแปด

บทแปด หนทางสู่อิสระ การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนคืออะไร เจินจิ่วหรงเป็นพวกลงมือจัดการต้นเหตุก่อนเสมอ ในเมื่อการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุนับว่าไร้ประโยชน์ นางก็มิควรจะเสียเวลามากเกินความจำเป็น แรกเริ่มทุกอย่างเป็นเพราะเสด็จแม่ต้องการใช้นางเป็นฐานอำนาจหนุนน้องสิบสาม เพื่อชิงตำแหน่งรัชทายาท นั่นหมายความว่าต่อให้หย่ากับไท่หย่งเสียนไป มารดาก็ยังคงให้นางแต่งงานกับคนอื่นอยู่ดี สุดท้ายย่อมกลับสู่วังวนเดิม ๆ มิมีจุดสิ้นสุด สิ่งที่ควรทำมากยิ่งกว่าอะไร คือการนำตนออกห่างจากพวกเขา จะน้องสิบสามหรือมารดา หากพวกเขาต้องการแย่งชิงตำแหน่งองค์รัชทายาท นางจะมิขอเข้าไปยุ่งอีก พวกเขาต้องเรียนรู้ที่จะมิใช้ประโยชน์จากนาง ส่วนเรื่องของไท่หย่งเสียน มันมิใช่เรื่องยากนัก ด้วยนิสัยของเขาแล้ว แต่คงต้องใช้เวลาพอสมควร รั่วซินเป็นอีกหนึ่งคนซึ่งมิเข้าใจวิธีการของเจินจิ่วหรง อีกฝ่ายทำตัวราวกับจะเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ ดวงหน้าขาวผ่องเต็มไปด้วยร้อนรน แม้นจะผ่านไปถึงสามวันนับแต่ตอบจดหมายเสด็จแม่ นั่นช่างแตกต่างกับท่าทีสงบนิ่งที่นางแสดงออก “ไยต้องร้อนรนเพียงนั้น”นางกล่าวเสียงเรียบ ทำลายความเงียบสงบ พลางเดินไปเปิ
Read more

บทเก้า

บทเก้า ช่างกลับกลอกเสียจริง เจินจิ่วหรงได้ทำในสิ่งที่สามารถทำได้ และอาจเรียกว่าสมควร ทว่านั่นทำให้นางมิรู้สึกติดค้างอีกต่อไป เพราะรู้ดีว่าตนเองเป็นคนเช่นไร หลายครั้งที่การมีหัวใจ เพื่อรักคนอื่นมากเกินไปทำให้นางเจ็บปวด ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว เสด็จแม่มิได้มีอะไรน่ากลัว มารดาของนางเป็นเพียงเสียนเฟยผู้ถูกขังอยู่ในกำแพงวังหลวง กรงทองราคาแสนแพง มิอาจออกมาข้างนอกได้ตามใจชอบ ยามแต่งออกมาเป็นภรรยาของผู้อื่น ยังมีอะไรให้นางต้องหวั่นเกรงอีกกัน นับแต่แรกทุกอย่างเป็นเพียงความรู้สึกรวมถึงความผูกพันระหว่างพวกเขา หากมองว่านี่คือชาติภพใหม่ที่คล้ายคลึงกัน แทนการย้อนอดีต บางทีมันอาจทำให้ทุกอย่างง่ายดายขึ้น เสด็จแม่ดูจะมิสนใจสิ่งที่นางกำลังพูดนัก ความสนใจทั้งหมดทั้งมวลถูกยกให้แก่ความสงสัยมากมายซึ่งก่อตัวขึ้นก่อนหน้านี้ แต่นั่นออกจะมิสำคัญ ระยะเวลาหลายปีผ่านมาทำให้นางได้เรียนรู้ว่าตนเองมิสามารถใช้ทั้งชีวิตเพื่อใครหรืออะไรได้ นอกจากเรื่องพวกนี้แล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับไท่หย่งเสียนก็ยังต้องจัดการให้เรียบร้อย เชื่อได้เลยว่าจุดจบของบทสนทนาคงมิสวยนัก และยังยุ่งยากมากอีกด้วย “ไหนบอ
Read more

บทสิบ

บทสิบ ความเจ็บปวดของไท่หย่งเสียน นี่เป็นอ้อมกอดเย็นชาและเฉยชาที่สุดของเจินจิ่วหรง และไท่หย่งเสียนสัมผัสถึงมันได้อย่างชัดเจน นางไม่ยกมือโอบกอดเขาด้วยซ้ำ เพียงยืนนิ่งกลางอ้อมเสมือนไร้ค่านี่ ไท่หย่งเสียนผลักตัวออกมาเบา ๆ จดจ้องดวงตาไร้แววดุจก้นเหวลึกของนาง พลันหัวใจแตกสลายทีละนิด ช่างเหมือนกับแววตาก่อนนางจะปลิดชีวิตลงเมื่อชาติที่แล้ว เจินจิ่วหรงในวัยสิบห้าปี เป็นช่วงวัยที่สดใสและผลิบานอย่างสง่างาม นางไม่มีทางมีสภาพเป็นเช่นนี้ หลังเจินจิ่วหรงจบชีวิตลง ทุกอย่างในชีวิตของเขาก็พังทลาย แผนการขององค์จักรพรรดิกินระยะเวลายาวนานเกินไป แม้นสุดท้ายตงเหลียนฮวาจะถูกจับกุมในฐานะสายลับของแคว้นฝูเยว่ที่ทำสงครามมาช้านาน แต่ชีวิตของนางกลับปลิดปลิวไปแล้ว เพราะแบบนั้นหลังได้รับข่าวลือของตงเหลียนฮวา เขาถึงตัดสินใจจะจัดการตั้งแต่แรก ไม่คาดคิดว่าจะเป็นเพียงกลลวงของใครบางคน จนกลับมาหาเจินจิ่วหรงล่าช้ากว่ากำหนดถึงห้าวัน เจินจิ่วหรงไม่มีทางเคืองโกรธในเรื่องนี้ พวกเขาผูกพันกันมานาน… ไท่หย่งเสียนสบตาเจินจิ่วหรงอีกรอบ มันยังคงเป็นแววตาเช่นเดิม สะท้อนความเจ็บปวดออกมาเล็กน้อย แล้วกลืนหายไป หรือว่
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status