All Chapters of จิ่วหรง: Chapter 21 - Chapter 29

29 Chapters

บทยี่สิบเอ็ด

บทยี่สิบเอ็ด หลอกล่อสุนัข แม้นพระสนมเสียนเฟยจะรอดมาได้ แต่การล้มป่วยอย่างรุนแรงครั้งนี้ของนางทำให้ราชสำนักสั่นคลอน ตระกูลป๋ายกดดันเจินเซียหยางฮ่องเต้อย่างหนัก ซ้ำยังกดให้แต่งตั้งองค์ชายสิบสามเป็นองค์รัชทายาทอย่างเปิดเผย ทำเอาโอรสของหว่านกุ้ยเฟยไม่อาจนิ่งเฉย เจินเซียหยางฮ่องเต้กำลังวิตก เขาตกที่นั่งลำบากอย่างชัดเจน ยามเหม่อมององค์ชายสิบสามที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้า ก็ได้เก็บกดความต้องการอันแท้จริงของตนเองไว้ หากเจินจิ่วเยี่ยนไม่มีสายเลือดตระกูลป๋าย เขาอาจยินดีแต่งตั้งอีกฝ่ายเป็นองค์รัชทายาท มีเพียงองค์ชายสิบสามที่มีความสามารถมากพอจะชักใยขุนนาง มิใช่ถูกขุนนางมากมายโยงใยเช่นเขา น่าเสียดายที่คุณธรรมในใจต่ำกว่าความสามารถเกินไป โอรสของหว่านกุ้ยเฟยจึงทำให้เจินเซียหยางฮ่องเต้วางใจได้มากกว่า “ลูกเป็นโอรส ย่อมไม่อาจติเตียนเสด็จพ่อ เพียงแต่เสด็จแม่วิตกเรื่องท่านพี่อย่างหนัก ซ้ำยังต้องกังวลเรื่องของลูก ร่างกายเลยทรุดลงเพราะเกินจะรับไหว”เจินจิ่วเยี่ยนกล่าวเสียงราบเรียบ แหงนหน้ามองเจินเซียหยางฮ่องเต้ด้วยความเฉยชา ทั้งชีวิตของเขานอกจากเสด็จแม่กับท่านพี่ คนอื่นล้วนเป็นแต่ตัวหมาก นั่นรวมถึงเ
Read more

บทยี่สิบสอง

บทยี่สิบสอง ไท่หย่งเล่อ ตอนกู้เจิงหนานมาถึงหัวเด็กก็เริ่มโผล่ออกมาทางช่องคลอด เจินจิ่วหรงนอนอยู่ในอ้อมแขนชายแปลกหน้าผู้หนึ่ง นางกำลังเบ่งเอาเด็กออกมาตามสัญชาตญาณ กู้เจิงหนานรีบถอดเสื้อคลุมออก แล้วตรงไปหานางทันที ไท่หย่งเสียนขมวดคิ้วมองคุณชายหน้าหยกตรงหน้า คล้ายว่าอีกฝ่ายคาดเดาความคิดเขาออก จึงรีบแนะนำตนเองอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของเจินจิ่วหรง “ข้าเป็นหมอของจิ่วหรง” จิ่วหรง ? ชายตรงหน้าถือดีอย่างไรมาเรียกชื่อภรรยาของเขาหวน ๆ นางเป็นองค์หญิงเก้า นอกจากคนในครอบครัวก็ไม่ควรมีใครกล้าเรียกนามของนาง ! เจินจิ่วหรงปวดร้าวจนไม่สนใจความบาดหมางของชายหนุ่มอีกแล้ว นางเอื้อมมือจับชายแขนอาภรณ์ของกู้เจิงหนาน พร้อมเอ่ยเสียงลอดไรฟัน “ลูกของข้าต้องปลอดภัยเท่านั้น…” กู้เจิงหนานพยักหน้า จัดเตรียมยาให้นางดื่ม โดยมีไท่หย่งเสียนคอยโอบประคองอย่างใกล้ชิด หลังดื่มยาไปสักพักสีหน้าของเจินจิ่วหรงเริ่มดีขึ้นตามลำดับ นางสามารถออกเร่งเบ่นได้มากขึ้น และบุตรตัวน้อยยังเคลื่อนตัวออกมาอย่างง่ายดาย ณ ตอนนั้น ไท่หย่งเสียนตกตะลึงในฝีมือของหมอคนนี้พอสมควร ไม่เพียงหน้าตาดีพอ ๆ กับเหล่าคุณชายในเมืองห
Read more

บทยี่สิบสาม

บทยี่สิบสาม จราจลในเมืองหลวง ไท่หย่งเสียนนำจดหมายจากเมืองหลวงเผากับเปลวไฟในตะเกียงจนมอดไหม้ พลางเหลือบมองเจินจิ่วหรงกับทารกน้อยที่กำลังหลับสนิท เพียงเท่านั้นแววตาของเขาก็หมองหม่น ปลายนิ้วมือสั่นระริกเพราะความหวาดกลัว ในเมืองหลวงเกิดจลาจลจากกบฏ เพราะการแต่งตั้งองค์รัชทายาทที่ไม่ได้รับความเห็นชอบจากตระกูลขุนนาง ผู้นำการก่อกบฏครานี้คือตระกูลเสวียนที่ส่งบุตรสาวไปเป็นสนมดำรงตำแหน่งเสวียนผิน นางมีโอรสสติปัญญาไม่สมประกอบอยู่หนึ่งคน ยากจะครองต้าเจิน เหตุผลเดียวที่พวกเขาลงมือตอนนี้ คือการครอบครองตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทน เปลี่ยนคนครองบัลลังก์มังกรจากแซ่เจินเป็นแซ่เสวียน นี่เป็นเรื่องใหญ่ กระทบต่อความปลอดภัยของเจินจิ่วหรงอย่างชัดเจน และทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพราะการแสร้งถอนตัวจากตำแหน่งองค์รัชทายาท รวมถึงการยุแยงจากองค์ชายสิบสาม อย่างที่เคยบอก เจินจิ่วเยี่ยนมีความสามารถพอจะครอบครองบัลลังก์มังกรทองอย่างถูกต้อง แต่เขากลับขาดคุณธรรมมากเกินไป “ช่าง…เหี้ยมโหดนัก”ไท่หย่งเสียนเอ่ยเสียงลอดไรฟัน พยายามปิดเปลือกตาลงด้วยความสงบ ไม่ทันสังเกตเลยว่าเจินจิ่วหรงลืมตาตื่นแล้ว ได้ยินประโยคนั
Read more

บทยี่สิบสี่

บทยี่สิบสี่ ลาก่อนพระสนมเสียนเฟย เจินจิ่วหรงถูกกักตัวอยู่ภายในตำหนักของตนเอง ขณะไท่หย่งเสียนถูกแต่งตั้งเป็นหนึ่งในแม่ทัพเฉพาะกิจกวาดล้างตระกูลเสวียน ภายในวังเกิดการนองเลือดจำนวนมาก เสวียนผินถูกสังหาร แตกต่างจากองค์ชายไม่สมประกอบที่ถูกพวกกบฏนำตัวออกนอกวัง หว่านกุ้ยเฟยและโอรสของนางอย่างองค์ชายเจ็ดถูกนำตัวไปยังห้องลับอันปลอดภัย ส่วนองค์ชายสิบสามถูกกักตัวเช่นเดียวกันกับนาง ตระกูลป๋ายยังไร้การเคลื่อน พวกเขาไม่ได้มีกำลังทหารอะไร มีแต่พวกขุนนางร่วมตัวกันป่วน แน่นอนว่าถูกเจินเซียหยางฮ่องเต้กีดกันให้อยู่กันเป็นส่วน ๆ เจินเซียหยางฮ่องเต้มิอาจกำจัดตระกูลป๋าย พวกเขามีอิทธิพลมากเกินไป แค่กักบริเวณองค์ชายสิบสาม เสมือนว่าความผิดทั้งหมดเป็นของเจินจิ่วเยี่ยน ก็ทำตระกูลป๋ายไม่พอใจมากแล้ว ไม่มีทางที่โอรสสวรรค์จะกล้าลงมืออะไรอีก เจินจิ่วหรงเหยียดตัวนอนบนตั่งหินอ่อน รอเวลาที่ทุกอย่างจบลงด้วยกองเลือดมากมาย การพลัดพรากและสูญเสีย ทุกอย่างเริ่มต้นจากความเห็นแก่ตัวของเจินเซียหยางฮ่องเต้ นางกับเจินจิ่วเยี่ยนตระหนักดีว่าร่างกายของเสด็จแม่ทรุดโทรมขนาดนี้เพราะใคร ตลอดมาถึงนึกชิงชังเจินเซียหยางฮ่องเต
Read more

บทยี่สิบห้า

บทยี่สิบห้า เจินจิ่วหรงที่บ้าคลั่ง เจินจิ่วหรงนอนแช่ตัวอยู่ในถังน้ำใสสะอาด เส้นผมดำขลับยาวสลวยเลื่อนลงปรกดวงหน้างดงาม หลบซ่อนแววตาสั่นไหวของนางอย่างแนบเนียน ไม่มีข้ารับใช้คนในอยู่ในเรือนนอน จวนตระกูลไท่ถูกทหารล้อมเอาไว้ แม้นว่าการปราบจลาจลจะจบลงแล้ว ดูเหมือนว่าเจินเซียหยางฮ่องเต้จะหวาดระแวงตระกูลไท่อย่างสมบูรณ์แบบ แม้นแม่ทัพประจิมจะเป็นดั่งสุนัขถวายหัวอยู่แทบเท้าก็ตามที ทั้งหมดเป็นเพราะเจินจิ่วหรงคือสะใภ้หนึ่งเดียวของตระกูลไท่ ซ้ำตอนนี้ยังให้กำเนิดบุตรชายแก่พวกเขา ต่อให้ปกปิดที่อยู่ของไท่หย่งเล่อ แต่ก็มิอาจปิดบังตัวตนการมีอยู่ของเขา เจินเซียหยางฮ่องเต้เป็นคนขี้ระแวงและโลภมาก ไม่นานย่อมจับลูกชายของนางเป็นตัวประกัน ทุก ๆ อย่างเหลือเวลาไม่มากแล้ว แต่เจินจิ่วเยี่ยนอายุย่างสิบสี่ปีเท่านั้น ไม่มากพอจะขึ้นครองบัลลังก์โดยไร้ผู้สำเร็จราชการแทน สุดท้ายเขาจะกลายหุ่นเชิดอีกตัวสำหรับตระกูลป๋าย “นี่ หย่งเสียน”นางเอ่ยปากเรียกเขาที่อยู่ด้านหลังฉากกั้นไร้ลวดลาย ไท่หย่งเสียนชำเลืองมองภรรยา “อาบน้ำเสร็จแล้วหรือ ข้าเตรียมอาภรณ์ให้เจ้าแล้ว” น้ำเสียงของไท่หย่งเสียนอ่อนโยนเป็นอย่างมาก ร
Read more

บทยี่สิบหก

บทยี่สิบหก ข้าอยากให้เขาเลือกครอบครัวมากกว่า ความรู้สึกที่เจินจิ่วหรงมีต่อตงเหลียนฮวา ในอดีตนอกจากความอิจฉาริษยาก็ไม่มีสิ่งใด ทว่าตอนนี้มันกลับไม่มีความริษยาอันรุนแรงเช่นนั้นอีกเลย หัวใจของนางร้าวรานและนิ่งสงบ หลังผ่านเรื่องราวมากมาย ตงเหลียนฮวาเป็นเพียงจุดบอดเล็ก ๆ ในชีวิตเท่านั้น ตอนพบหน้ากันอีกหนในค่ายทหาร นางขยับรอยยิ้มกว้างอันสดใส บดบังความมืดหม่นของอีกฝ่ายจนหมดสิ้น ตงเหลียนฮวาถูกล่ามด้วยโซ่ตรวนหนา ดวงหน้าซีดเซียวและอิดโรย ดวงตากลมโตเบิกกว้างมองนางสลับกับไท่หย่งเสียน เจินจิ่วหรงทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้เขากวาง ในกระโจมแห่งนี้ นอกจากแม่ทัพประจิม ไท่หย่งเสียนและนางก็ไม่มีใครอื่น “ไม่เจอกันนานเลยนะ ตงเหลียนฮวา”นางเอ่ยเสียงราบเรียบ รอยยิ้มไม่เลือนหายจากดวงหน้าสักนิด ขณะตงเหลียนฮวากวาดมองทุกอย่างด้วยความหวาดระแวง เตรียมขอความช่วยเหลือจากไท่หย่งเสียน “หย่งเสียน…ช่วยข้าด้วย” ไท่หย่งเสียนยืนนิ่งเพื่อรอรับคำสั่งจากองค์หญิงเก้าแต่เพียงผู้เดียว ทำให้ตงเหลียนฮวาตระหนักถึงความจริงว่าเขาเก็บนางไว้เพื่อกลายเป็นนักโทษหรือเหยื่อของเจินจิ่วหรงในสักวัน และวันนี้ก็มาถึง ตงเหลียนฮวาเปล่
Read more

บทยี่สิบเจ็ด

บทยี่สิบเจ็ด นี่คงเป็นเรื่อง ผิดบ้าง ถูกบ้าง “จริง ๆ แล้ว ระหว่างถูกขังในตำหนัก เสด็จพ่อมาหาข้าด้วย แววตาของเขาเลื่อนลอยและว่างเปล่า กระนั้นกลับสะท้อนความเหี้ยมโหดไม่น้อย” “อือ” เจินจิ่วหรงเปล่งเสียงครางตอบรับน้องชายที่นอนอยู่บนตักของนาง พลางยกมือลูบหัวเขาเบา ๆ เปลือกตาเริ่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ “เขาบอกว่าเสด็จแม่—ป๋ายอวี้หลันจะมีความสุขกว่า หากกลับสู่อ้อมอกของตระกูลป๋าย แทนการถูกฝังในสุสานหลวง” “…” “แล้วหลังจากนั้นเขาก็ร้องไห้ออกมาละ” “อ่า” “ต่อให้พวกเราไม่เลือกชิงบัลลังก์ แต่ความกดดันจากตระกูลป๋าย และข้ายังเกิดมาเป็นบุรุษ อย่างไรก็หลีกหนีความโลภคนมากมายไม่พ้น แม้นแต่เสด็จแม่ก็ตาม” “…” “มีบางครั้งข้านึกอิจฉาท่านพี่ไม่น้อย ท่านไม่ต้องแก่งแย่งชิงบัลลังก์ ไม่ต้องเป็นที่คาดหวังของใคร ๆ แต่พอท่านพี่ต้องแต่งงาน ข้าก็ความเข้าใจความกดดันอันแตกต่างระหว่างชายหญิง ทว่ากลับอดริษยาท่านพี่มิได้เลย” เจินจิ่วหรงลืมตาขึ้นมองเขา ภาพตรงหน้าเลือนรางยากจะแยกออก นางขยับรอยยิ้มบางเบาอันเศร้าหมอง พร้อมเอ่ย “นี่ไม่เหมือนคำพูดของผู้ต้องการช่วงชิงเลยนะ หรือว่าตอนนี้เจ้าไม่ต้องการบัลลังก์แล้ว
Read more

บทยี่สิบแปด

บทยี่สิบแปด การไม่ครอบครอง การเปลี่ยนแปลงของขั้วอำนาจเริ่มขึ้นแล้ว หลังเจินจิ่วหรงกลับจากวังหลวง เช้าวันต่อมาเรื่องราวการทุจริตของตระกูลป๋ายก็ถูกเปิดเผย เจินเซียหยางฮ่องเต้เผยแพร่เรื่องนี้ให้ประชาชนรับรู้ ตระกูลป๋ายกลายเป็นนักโทษของสังคม ก่อนการไต่สวนครั้งสุดท้ายจะมาถึงเสียอีก คนจากวังหลวงเชิญเจินจิ่วหรงไปเป็นพยานในการไต่สวน เดิมนางคิดจะปฏิเสธ แต่กลับอยากเห็นสีหน้าผู้เฒ่าของตระกูลป๋ายขึ้นมา เลยแต่งกายสีฉูดฉาดเรือนผมประดับปิ่นทองคำเก้าเล่มไปดูพวกเขาด้วยตาตน เสียงความวุ่นวายรบกวนความสงบ ท้องพระโรงเหมือนสนามรบ นางเลือกจะไม่พูดอะไรออกมามากนัก แค่พยักหน้าและตอบในสิ่งที่สมควร ทำเอาพวกตระกูลป๋ายชี้หน้าด่าจนโดนตบกันเป็นแถบ เจินจิ่วหรงแค่นยิ้มเย็นชา ประโยคสุดท้ายที่นางเอ่ยเลื่อนลอยยิ่งนัก ก่อนนางจะหมดสติไปท่ามกลางความตื่นตระหนกของคนมากมาย หมอหลวงบอกว่านางอยู่ได้อีกไม่นาน เจินจิ่วหรงนั่งนิ่ง เหม่อมองภาพสะท้อนของตนเองบนกระจกทองเหลือง ท่ามกลางเหล่านางกำนัลที่เกล้าผมให้อยู่ ทั้งหมดเป็นเพราะการไม่ได้พักผ่อนหลังคลอดลูก รวมถึงการถูกวางยาตลอดระยะเวลาที่กลับมายังจวนแม่ทัพ ไม่ต้องคาดเ
Read more

บทสุดท้าย

บทสุดท้าย ท้องฟ้าและผืนหญ้า ปฏิหาริย์มีจริง และเต็มเปี่ยมด้วยหยดน้ำตาขององค์รัขทายาท หลังองค์หญิงเก้าที่สลบไปเป็นปีลืมตาตื่น พร้อมกับฤดูใบไม้ผลิมาเยือน ดวงตาเรียวดั่งหงส์อันเลือนลอยกวาดมองรอบกาย ดวงหน้าซีดเซียวไร้รอยยิ้ม แตกต่างจากตอนสลบไปโดยสิ้นเชิง เสมือนว่าเจินจิ่วหรงไม่ต้องการตื่นขึ้นมาอีกแล้ว ลำคอของนางแห้งเหือด จนต้องดื่มน้ำไปหลายถ้วย ขณะถูกองค์รัชทายาทและพระชายาเอกนามซ่งเยี่ยหวั่นพยุงตัวขึ้น เจินจิ่วหรงมองพวกเขา ริมฝีปากเผยอออกเล็กน้อบ เจินจิ่วเยี่ยนที่ตอนนี้ครองตำแหน่งองค์รัชทายาทมาสองปีเผยรอยยิ้มกว้าง หยดน้ำตาไหลอาบลงมาไม่ยอมหยุด เขาโอบกอดพี่สาวของตนเองแน่น ขณะเจินจิ่วหรงเหมือนไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว “หย่งเสียน…ละ”นางถามหาเขาเป็นประโยคแรก ทำให้เจินจิ่วเยี่ยนและซ่งเยี่ยหวั่นหยุดชะงักไปตามกัน พวกเขาหลบสายตาของเจินจิ่วหรง แล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่น “เขาตายไปนานแล้ว” “…” “ล่าสุดที่ข้าไปเยี่ยมหลุมศพของเขา มีดอกหญ้าขึ้นปกคลุม ทุกอย่างเขียวขจี” นางค่อย ๆ พยักหน้าอย่างเชื่องช้า ไม่รู้ตัวเลยว่าน้ำตาไหลออกมาตอนไหน ปลายนิ้วมือกำลังสั่นระริก ร่างกายสั่นสะท้านราวนกตัวน้อยห
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status