บททั้งหมดของ หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท: บทที่ 441 - บทที่ 450

461

บทที่ 441

แน่นอนว่า บุตรชายอย่างโม่ซีเย่เลือกที่จะแยกไปนอนห้องของตนเองแล้วแต่ก็ยังอยู่ในเรือนเดียวกัน มู่หนิงจึงมักจะลุกขึ้นไปดูที่ห้องด้านข้างในช่วงกลางดึกเสมอ เพราะกังวลอย่างหนักว่าเขาจะเผลอเตะผ้าห่มออกจากตัวหรือไม่หลังจากทำเช่นนี้ต่อเนื่องอยู่ระยะหนึ่ง ก็ค้นพบว่าเจ้าเด็กน้อยคนนี้นอนหลับเรียบร้อยมาก กลางคืนเข้านอนอย่างไร กลางดึกจนถึงรุ่งเช้าก็ยังคงนอนอยู่ในท่าเดิมเหมือนตอนเข้านอนดังนั้นช่วงสองสามวันมานี้นางจึงมิได้ลุกขึ้นไปดูเขาตอนกลางดึกอีก นอนหลับอย่างสบายใจอยู่ในห้องนอนพร้อมกับบุตรสาว ยาวไปจนกระทั่งฟ้าสว่างทว่าคืนนี้มู่หนิงฝันร้าย ภาพในความฝันทำให้นางกระวนกระวายเป็นอย่างยิ่งครู่หนึ่งเป็นภาพของเมืองไถโจวที่สูญเสียการควบคุม โรคระบาดเดือดปะทุขึ้นกลางเมืองครู่หนึ่งเป็นภาพของโม่จิ่นยวนซึ่งติดอยู่กลางภูเขาหิมะ ความเป็นความตายห่างเพียงเสี้ยวพริบตา“อย่า”มู่หนิงสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจในความฝันโม่จิ่นยวนเดินอยู่บนภูเขาหิมะ แต่เพราะไม่ระวังจึงพลัดตกไปในถ้ำน้ำแข็ง ทำอย่างไรก็ปีนขึ้นมาไม่ได้ สุดท้ายทำได้เพียงมองดูเขาถูกความหนาวเย็นกัดกินจนสิ้นลมหายใจอยู่ในนั้นตอนที่มู่หนิงสะดุ้ง
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 442

“พี่ชาย! อรุณสวัสดิ์”โม่ซีเหยียนได้ยินเสียงของโม่ซีเย่ ก็รีบผูกเชือกรองเท้าให้เรียบร้อย แล้ววิ่งเข้ามาส่งเสียงเรียกหวานใสทันที“อืม!”โม่ซีเย่ขานรับเพียงหนึ่งเสียง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นสงบอีกครั้ง “อรุณสวัสดิ์ น้องหญิง”“ไปกันเถิด พวกเราไปคารวะท่านย่าด้วยกัน”แม้ฮูหยินผู้เฒ่าโม่จะเอ็นดูเด็ก ๆ อย่างพวกนางมาก และมิได้เคร่งครัดเรื่องกฎระเบียบอะไรเพียงนั้น อีกทั้งยังเคยบอกพวกนางแล้วว่าไม่ต้องมาคารวะทุกเช้าก็ได้ แต่ทุกหนึ่งสัปดาห์นางก็ยังพาพวกลูก ๆ เข้าไปคารวะสองสามครั้งเสมอส่วนพี่สะใภ้ใหญ่และพี่สะใภ้รองยิ่งไม่ต้องพูดถึงทุกเช้าต้องตื่นไปคารวะให้ได้เสมอ ไม่ว่าฝนตกหรือแดดออก พวกนางไม่เคยขาดไปแม้แต่วันเดียว เว้นเสียแต่วันที่ต้องเดินทางไกลไม่ได้อยู่ในเรือน“เจ้าค่ะท่านแม่”โม่ซีเหยียนจูงมือนางไว้อย่างอารมณ์ดี เร่งฝีเท้าเดินไปทางเรือนพำนักของฮูหยินผู้เฒ่าโม่อย่างไม่รีรอระหว่างทางบังเอิญเจอพี่สะใภ้ใหญ่และฟางเหวินที่กำลังจะไปคารวะแม่สามียามเช้าด้วยกันพอดี“ป้าใหญ่ ป้ารอง อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะ”โม่ซีเหยียนเห็นทั้งสองคน ก็โบกมือทักทายมาแต่ไกล ๆเจ้าหนูน้อยคนนี้ช่างร่าเริงสดใสนัก วาจ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 443

“ถึงแม้ว่าคนที่ช่วยชีวิตไว้ได้จะมีค่อนข้างน้อย แต่ก็ยังดีกว่าช่วยไว้ไม่ได้เลย และแพทย์ที่แนวหน้ายังค้นพบเรื่องน่าแปลกใจอีกเรื่องหนึ่งด้วย เรื่องนั้นก็คือผู้ที่เคยติดโรคระบาดนี้แล้วหายดี จะไม่กลับมาติดเชื้อซ้ำอีก ดังนั้นราษฎรที่หายป่วยแล้วกลุ่มหนึ่ง ต่างสมัครใจเข้าร่วมเป็นกำลังสำคัญในการยับยั้งโรคระบาดขอรับ”“แล้วยังมีอีกเรื่องหนึ่งก็คือ หน้ากากอันนี้ที่ท่านให้มาใช้ได้ผลเป็นอย่างยิ่ง ก่อนหน้านี้พวกทหารเพียงสัมผัสผู้ติดเชื้อ ก็จะถูกแพร่เชื้อใส่ทันที แต่ว่าหลังจากสวมหน้ากากที่ท่านให้มา และใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่ท่านส่งตามมาให้ภายหลัง ทำให้ผู้ติดเชื้อมีจำนวนลดลงไปเกือบหนึ่งในสามส่วนขอรับ”มู่หนิงได้ยินตัวเลขนี้แล้ว ในใจกลับยังคงหนักอึ้งแม้ยาจะได้ผลดี แต่ชาวบ้านที่สามารถฝืนทนจนพ้นวิกฤติไปได้กลับเป็นเพียงส่วนน้อย ผู้สูงอายุ เด็กเล็กและสตรีมีครรภ์หากติดเชื้อขึ้นมา โอกาสเสียชีวิตยังคงสูงมากอยู่ดียิ่งเป็นสตรีมีครรภ์ยิ่งไม่ต้องพูดถึง หากติดเชื้อขึ้นมา ต่อให้จะรักษาชีวิตมารดาไว้ได้ แต่เด็กในครรภ์ก็ไม่รอดอยู่ดีแม้หน้ากากอนามัย และน้ำยาฆ่าเชื้อจะใช้ได้ผล แต่ก็ลดอัตราการติดเชื้อไปได้เพียงหนึ่งใน
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 444

มู่หนิงได้ยินดังนั้น จึงรีบเคลื่อนกายเข้าสู่มิติทันใด “จิ่นยวน! ท่านทางนั้นเป็นอย่างไรบ้าง?”ทันทีที่เข้าไป มู่หนิงก็สอบถามสถานการณ์ความเป็นอยู่ของโม่จิ่นยวนทันทีแม้จะมองไม่เห็นอีกฝ่าย แต่นางรู้ จิตใต้สำนึกของโม่จิ่นยวนอยู่ในมิตินี้“ยังพอไหว เว้นแต่ก่อนหน้านี้ที่ติดอยู่ในภูเขาหิมะ นอกนั้นก็มิได้พบเจอเรื่องยากลำบากอันใด”เสียงของโม่จิ่นยวน ดังขึ้นอย่างอ่อนโยนภายในมิติมู่หนิงถามต่อ “เหมิงเหมิงบอกว่าท่านกำลังตามหาข้า มีเรื่องอันใดหรือ?”เรื่องที่โม่จิ่นยวนติดอยู่ในภูเขาน้ำแข็ง เขาไม่เคยบอกตนเอง จนกระทั่งรอดพ้นอันตรายมาแล้ว เขาถึงได้เอ่ยถึงเรื่องนี้กับนางเพียงสั้น ๆ ราวกับเป็นเรื่องลมเพลมพัดแม้ก่อนหน้านี้จะเคยฝันร้ายครั้งหนึ่ง ในความฝันมีแต่เรื่องไม่ดี แต่นางก็รู้ว่าเหตุผลที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะตนเองกังวลมากเกินไปอีกอย่างในประวัติศาสตร์โม่จิ่นยวนเป็นคนอายุยืน ดังนั้นนางจึงไม่ได้กังวลใจอะไรทั้งสิ้น เพียงแต่การสู้รบไหนเลยจะไม่มีบาดเจ็บเห็นเลือด ถึงนางจะกังวลใจไปก็ไม่มีประโยชน์ประวัติศาสตร์ก็คือประวัติศาสตร์ นางมิอาจเปลี่ยนแปลงบทสรุปใหญ่ได้ และห้ามเปลี่ยนแปลงมันเด็ดขาดแค่รักษา
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 445

สี่วันต่อมามู่หนิงให้กำเนิดบุตรอย่างราบรื่น เจ้าหนูน้อยเพิ่งคลอดออกมา มือน้อย ๆ ก็ปะป่ายไขว่คว้าไปทั่ว คล่องแคล่วร่าเริงยิ่งนัก“ยินดีด้วย เป็นคุณหนูน้อยเจ้าค่ะ”ตอนที่หมอตำแยเดินออกมาจากห้องทำคลอด ก็อุ้มทารกน้อยที่ห่อผ้าไว้เรียบร้อยออกมาด้วย และส่งต่อให้คนสกุลโม่ซึ่งรออย่างใจจดใจจ่ออยู่ด้านนอกห้อง“แล้วแม่เด็กเล่า? แม่เด็กเป็นอย่างไรบ้าง?”ทุกคนต่างทอดสายตามองไปยังประตูห้อง พร้อมถามไถ่หมอตำแยถึงอาการของมู่หนิง“แม่เด็กสบายดี” หมอตำแยเอ่ยพลางกลั้วหัวเราะ แล้วกำชับอีกครั้งว่า “อากาศหนาวเย็น อย่าให้ถูกลมเย็นเป็นอันขาด”“อืม!”หยางซูหว่านพยักหน้าน้อย ๆ ก่อนจะรับทารกจากมือหมอตำแยมาอุ้มไว้ทุกคนเมื่อได้ยินว่ามู่หนิงปลอดภัยดี ต่างก็รู้สึกโล่งอกขึ้นมาทันใดเพราะเหตุการณ์คลอดยากเมื่อคราวก่อน ทำให้ตอนนี้ทุกคนยังคงหวาดผวาและกังวลใจไม่หาย“ซีเหยา เสี่ยวซีเหยา”บรรดาสะใภ้ต่างพากันเข้ามารุมล้อม ยิ้มพลางหยอกล้อกับเด็กน้อยในมือของหยางซูหว่านทว่าทารกตอนนี้ยังเล็กเกินไป เอาแต่ขยับปากเล็ก ๆ จุบจับไม่หยุด ไม่มีการตอบสนองอื่นใดทั้งสิ้น“เด็กคนนี้คงจะหิวแล้วกระมัง ปากเอาแต่ขยับจุบจับไม่หยุด
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 446

ภายใต้ตำรับโอสถที่เย่อู๋เฉินคิดค้น โรคระบาดร้ายแรงครั้งนี้จากระดับควบคุมกลายเป็นลดน้อยลง และลดลงจนสุดท้ายก็หายไปโดยสิ้นเชิงแม้ในช่วงนั้นชาวบ้านหลายคนจะเฉียดหัวไหล่กับเทพแห่งความตาย และมีผู้คนอีกไม่น้อยที่ต้องสูญเสียญาติพี่น้อง บิดา มารดา บุตรชาย บุตรสาวไปในชั่วข้ามคืน แต่เมื่อโรคระบาดหายไป ราษฎรทั้งหลายต่างก็เริ่มรวบรวมเรี่ยวแรงและกำลังใจกลับมาใช้ชีวิตใหม่อีกครั้งเทศกาลปีใหม่ใกล้เข้ามา ชาวบ้านไม่ว่าในเมืองไถโจว หรือบริเวณชานเมือง ทุกครัวเรือนต่างก็แขวนกุนเชียงและเนื้อเค็มตากแห้งไว้หน้าบ้านมู่หนิงเองก็เตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว ให้ศูนย์ศูนย์สองทำกุนเชียง เนื้อแห้ง ซี่โครงแห้ง หางหมู หูหมู หมูสามชั้น ขาหมู ลิ้นหมู และจมูกหมูเตรียมเอาไว้ในมิติเป็นจำนวนมาก บางส่วนยังผ่านการรมควัน บางส่วนก็ไม่ได้รมควัน รสชาติมีมากมายหลากหลายเต็มไปหมด โดยเฉพาะรสเผ็ดชาที่ทุกคนชอบกินที่สุดก็มีมากที่สุดด้วยไม่เพียงเท่านี้ นางยังให้ศูนย์ศูนย์สองเตรียมเนื้อวัวตากแห้ง เนื้อไก่ตากแห้ง เนื้อเป็ดตากแห้ง และเนื้อหมูตากแห้งเอาไว้ด้วยกล่าวได้ว่าวัตถุดิบสำหรับปีใหม่ มีครบถ้วนทุกอย่าง อะไรที่ครอบครัวอื่นไม่มีพวกนา
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 447

มู่หนิงเห็นนางร้อนใจอยากอุ้มหลานเพียงนั้น ก็รีบกำชับนางระวังทันทีเมื่อสองเดือนก่อน พี่สี่ส่งจดหมายกลับมาแจ้งข่าวว่าพี่สะใภ้สี่ตั้งครรภ์แล้ว เมื่อลองคำนวณเวลา พี่สะใภ้สี่ก็น่าจะตั้งครรภ์ได้ราวสี่เดือนแล้วทว่าอวิ๋นชิงชิงรูปร่างค่อนข้างผอม ดังนั้นมองผ่าน ๆ หน้าท้องจึงยังไม่ปรากฏชัด ดูราวกับว่าไม่ได้ตั้งครรภ์อย่างไรอย่างนั้น“อืม! ข้าจะระวัง”อวิ๋นชิงชิงยิ้มพลางพยักหน้า ทนไม่ไหวก็หอมแก้มของเจ้าหนูน้อยไปฟอดหนึ่งดีจริง ๆ อีกเพียงไม่กี่เดือน นางก็จะมีบุตรของตนเองแล้วตกกลางคืนซวนหยวนเฉินมาตามเวลานัด พอเข้าประตูก็ตรงเข้ามาหามู่หนิงด้วยความดีใจทันที “พี่หญิงมู่”“มาได้เวลาพอดีเลย พวกข้าต้มหม้อไฟที่ท่านโปรดปรานที่สุดเดือดพอดี”ทุกครั้งที่มู่หนิงเดินทางมาเมืองหลวง สิ่งแรกที่ต้องทำในจวนแม่ทัพคือการตั้งหม้อเตรียมกินหม้อไฟนั่นเองหม้อไฟไม่ใช่แค่เป็นอาหารโปรดของทุกคน แต่ที่สำคัญคือกินตอนหน้าหนาวคลายหนาวได้ดียิ่งนัก และบรรยากาศก็ดีมากเช่นกัน“เย่เอ๋อร์นี่เด็กคนนี้ สูงถึงเพียงนี้แล้วหรือ”ซวนหยวนเฉินเห็นโม่ซีเย่ที่สูงขึ้นกว่าเดิมไม่น้อย ก็อุทานออกมาด้วยความยินดี ก่อนจะถามมู่หนิงต่อ “พี่
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 448

“แบบนี้ถูกต้องแล้ว”ฮูหยินผู้เฒ่าโม่เห็นหลานชายของตนเองปฏิเสธการขึ้นเป็นฮ่องเต้ มุมปากพลันปรากฏรอยยิ้มสดใสออกมาทันที“ไม่เอาสิ ข้าไม่อยากเป็นแล้ว ทุกวันต้องตรวจฎีกาจนถึงกลางดึก ตอนเช้ายังต้องตื่นก่อนไก่โห่อีก”ซวนหยวนเฉินเห็นโม่ซีเย่ปฏิเสธแบบนี้ ก็ทิ้งตัวบนเก้าอี้อย่างสิ้นเรี่ยวแรง ศีรษะห้อยตกอย่างหมดอาลัยตายอยาก“บ้านเมืองของท่าน ท่านก็ต้องปกปักษ์รักษาด้วยตนเอง หรือไม่ก็รออีกไม่กี่ปี หาจังหวะเหมาะ ๆ แล้วท่านค่อยสละราชบัลลังก์ตอนนั้นก็ได้”มู่หนิงมองเขาพลางนึกขำ เกือบจะหลุดพูดออกมาแล้วว่ารออีกสักสองสามปี แล้วท่านค่อยยกแคว้นต้าฉู่ให้ต้าโจว รวมสองแคว้นเข้าด้วยกันแค่นั้นก็สิ้นเรื่องแล้วแต่คำพูดเช่นนี้จะพูดส่งเดชไม่ได้ และห้ามพูดออกมาเป็นอันขาด“แล้วจะยกให้ผู้ใดกันเล่า เสี่ยวเย่เอ๋อร์ก็ไม่ยินดี”ซวนหยวนเฉินยู่ปาก ท่าทางน้อยเนื้อต่ำใจเป็นอย่างยิ่งไม่ว่าเมื่อก่อนสมัยที่ยังเป็นรัชทายาท หรือตอนนี้ขึ้นเป็นฮ่องเต้แล้ว มีเพียงต่อหน้ามู่หนิงและคนสกุลโม่เท่านั้น ที่เขาจะสามารถผ่อนคลายและเป็นตัวของตัวเองได้เช่นนี้“เรื่องของวันข้างหน้า ไว้คุยกันในวันข้างหน้าเถิด”มู่หนิงเห็นเขายังวกกลับ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 449

แต่ว่านางจะออกไปหาน้องเจ็ด แม้จะเป็นสมรภูมิรบ พวกนางก็มิอาจขัดขวางได้“พี่สะใภ้ใหญ่ ยาลดความดันที่ท่านแม่กินประจำอยู่ในตู้ข้างเตียง ครั้งนี้ข้าเตรียมยาไว้ให้ประมาณหนึ่งปี หากพ้นหนึ่งปีไปแล้วข้ายังไม่กลับมา ข้าจะให้คนเร่งเอายาส่งกลับมาให้ท่านทันที อย่าลืมกำชับท่านแม่ด้วยว่า ต้องกินยาทุกวัน ยานี้ขาดไปสักวันไม่ได้เด็ดขาด”สองปีมานี้ แม่สามีเริ่มมีอาการความดันโลหิตสูง จึงจำเป็นต้องกินยาลดความดันทุกวันหยางซูหว่านพยักหน้า “อืม! ข้าเข้าใจแล้ว”“น้องสะใภ้เจ็ด! ข้าเพิ่งได้ข่าวมา หลี่เชียนเชียนเหมือนว่าจะกำลังขายทรัพย์สินในเรือน คล้ายกับว่าจะเดินทางออกจากเมืองไถโจวอย่างไรอย่างนั้น แต่ข้าคิดว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล ขายตอนไหนไม่ขาย ดันมาขายตอนที่เจ้าจะเดินทางไปหาน้องเจ็ด พฤติกรรมเช่นนี้ยากจะไม่ให้คนรู้สึกสงสัย”มู่อวิ๋นชิงเดินเข้ามาเตือนมู่หนิง อยากให้นางระวังหลี่เชียนเชียนไว้สักหน่อยมู่หนิงตอบกลับ “ได้ ข้าเข้าใจแล้ว”หลายปีที่ผ่านมาหลี่เชียนเชียนดูเหมือนสงบ และมิได้ไปมาหาสู่กับครอบครัวของพวกนางอีกเลย ทว่าการก่อกวนอย่างลับ ๆ ก็ใช่ว่าจะไม่มีเสียทีเดียวอย่างร้านผ้าที่พี่สะใภ้สี่เป็นเจ้าข
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 450

“หนิงหนิง!”โม่จิ่นยวนมาถึงนอกค่ายทหาร เสี้ยวพริบตาที่เห็นมู่หนิง เขารีบวิ่งเข้าไปกอดนางไว้แน่นในอ้อมอกทันทีมู่หนิงช้อนตาขึ้นมาโม่จิ่นยวนที่ไม่ได้เจอกันมาเกือบสองปี ก็เลื่อนมือขึ้นไปลูบใบหน้าเขาอย่างปวดใจ พลางเอ่ยอย่างเศร้าสร้อยว่า “ท่านคล้ำลงเยอะ แล้วก็ยังผอมลงมาก”“ไม่เห็นจะเป็นอะไร จากนี้พอไม่ต้องออกรบ กลับบ้านไปบำรุงสักหน่อยก็ขาวขึ้นเอง”โม่จิ่นยวนกลั้วหัวเราะเบา ๆ จากนั้นก็ทอดสายตามองไปยังเด็กน้อยทั้งสามคน “เย่เอ๋อร์กับเหยียนเหยียนสูงขนาดนี้แล้วหรือ ลูกสาวคนเล็กของพวกเราก็เดินได้แล้วนี่นา”เอ่ยถึงตรงนี้ เขาก็นึกโทษตัวเองอยู่ในใจ ก่อนจะยื่นมือไปอุ้มโม่ซีเหยาขึ้นมาเจ้าหนูน้อยคนนี้ ช่วงที่เขาออกเดินทาง นางยังอยู่ในท้องแม่อยู่เลยตอนนี้ผ่านไปเกือบสองปีแล้ว นางสามารถเดินเองได้แล้วแต่นี่กลับเป็นครั้งแรกที่ได้เจอนาง ได้อุ้มนาง…เขาในฐานะบิดา ช่างบกพร่องในหน้าที่นี้เสียเหลือเกิน“เหยาเหยา! นี่ท่านพ่อ ลองเรียกสิท่านพ่อ”มู่หนิงเห็นเจ้าหนูน้อยไม่กลัวคนไม่คุ้นหน้าเลยสักนิด ยิ่งถูกโม่จิ่นยวนอุ้มขึ้นมานางยิ่งร่าเริงดีใจมากเป็นพิเศษนางเหมือนกับโม่ซีเหยียนรวมถึงโม่ซีเย่ด้วย พูดได
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
424344454647
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status