All Chapters of สืบรักเส้นแดง (Nc18+): Chapter 41 - Chapter 50

145 Chapters

บทที่ 41 : เห็นอกเห็นใจ

ระดับการดึงรั้งเทียบได้กับการวัดพลังกับวัวกระทิง ชายฉกรรจ์ถึงห้าชีวิตกัดฟันสุดเหยียดกว่าจะฉุดคุณหนูสกุลมู่ให้นิ่งลงได้ นางเริ่มพูดมิเป็นคำแล้ว และถ้าขืนปล่อยไว้นานกว่านี้จุดมิ่งเหมิน (命门) ที่เป็นดั่งประตูชีวิตและจุดกำเนิดพลังก็อาจจะลุกไหม้ขึ้นเป็นจุล เส้นลมปราณจะขาดสะบั้นอย่างมากก็ตายอย่างน้อยก็พิการตลอดชีวิต."ไฉนถึงปล่อยให้เหตุการณ์บานปลายเช่นนี้ สิ่งใดไปสะกิดใจคุณหนูเข้าถึงได้ถูกธาตุไฟเข้าแทรก! และหากพวกข้ามาช้ากว่านี้เพียงนิดชีวิตคุณหนูจะเป็นเช่นไร?! มีใครให้คำตอบข้าในเรื่องนี้ได้บ้างห๊า!"ผู้อาวุโสที่ท่าทางเหมือนพ่อบ้านตวาดใส่แม่นางคนเฝ้าร้าน แกถามเหมือนมิต้องการคำตอบ หากแต่อยากต่อว่าผู้ติดตามคนสนิทมากกว่าที่ประมาทเลินเล่อ.ซึ่งก็เหมือนว่านางจะรู้สถานการณ์ดี สภาวะการณ์เช่นนี้เงียบไว้ดูจะดีที่สุด แต่ก็ไม่แคล้วแฉล่มสายตามองค้อนลงมายังเหวินเหยาที่นั่งเท้าแขนเหยียดขาหอบเหนื่อยอยู่บนพื้น เจอสายตาเย็นเฉียบเช่นนั้นเข้าไปเล่นเอาผู้ก่อเหตุเงียบเชียบตามไปพร้อมกัน รอบบริเวณจึงสงบงันราวกับป่าช้า จะได้ยินก็แต่เสียงแม่นางมู่แผดร้องกับเสียงผืนผ้าที่ลั่นเปรี๊ยะ ๆ พับ ๆ ในทุก ๆ ครั้งที่นางขัดขืน
Read more

บทที่ 42 : ตื่นขึ้นกลางดงฝัน

แว่วเสียงสำเนียงเจื้อยแจ้วจากนกน้อยหลากสายพันธุ์ ลมเย็นเอื่อยชโลมผิวกายปลุกให้หางตาสวยงัวเงียตื่นขึ้น นี่มิใช่ฉากที่เหวินเหยาคิดว่าจะได้เห็นเป็นที่สุด นางดีใจอยู่หลายส่วนที่ตนเองมิถูกสังหารจากผู้เฒ่าสกุลมู่ หากแต่นางก็มิคิดเช่นกันว่าจะได้ลืมตาตื่นขึ้นท่ามกลางธรรมชาติแวดล้อมกลางแจ้งเช่นนี้ หรือว่านางถูกนำมาทิ้ง! คนรับใช้จากร้านทอผ้าซู่จิ่นเก๋อ (素锦阁) คิดจะปิดปากนางหรือเยี่ยงไร!.ไวเท่าความคิดนึกจะดีดตัวขึ้นแต่ก็ต้องชะงักงันเมื่อสัมผัสได้ว่าตนกำลังนอนอยู่บนเตียง ไม่สิ! เรียกว่าเตียงมิได้น่าจะเป็นแคร่ไม้ไผ่ขัดสานที่ขนาดพอดีตัวมากกว่า และนั่นย่อมดีกว่าการถูกจับโยนไว้บนพื้นหญ้าเป็นไหน ๆ เพราะนั่นแสดงให้เห็นว่าเหวินเหยาเองก็ได้รับการต้อนรับขับสู้ที่ดีพอควร ถ้อยแถลงสุดท้ายที่สาวเฝ้าร้านแจ้งดูจะมีเค้าความจริงอยู่บ้าง พวกเขาจะสมนาคุณให้นางในทุกรูปแบบ หากแต่ชั่วยามนี้ทุกอย่างยังเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามอยู่?.เหวินเหยาพลิกตัวหงายหน้ามองผืนฟ้าอีกหน นางลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าแผ่นหลังเพิ่งโดนฟันเป็นแผลยาว เพราะมันมิเจ็บปวดอะไรเลยราวกับหายเป็นปลิดทิ้ง."เฮ้อ.. สบายตัวดีเสียจริง ว่าแต่เรามาอยู่ที่นี่ไ
Read more

บทที่ 43 : เปิดใจ

"หาไม่แม่นางมู่ข้าเพียงต้องทำในสิ่งที่ควรทำเท่านั้น อาภรณ์เหล่านั้นช่างงดงามต้องใจข้าตั้งแต่แรกเห็น เพียงชายตามองข้าก็วินิจฉัยได้มิยากว่าผู้ถักทอจะต้องมีวิริยะถึงเพียงใด สิ่งนี้มิควรถูกทำลายและข้าก็มิควรยั่วโทสะท่านตั้งแต่แรก เป็นข้าต่างหากที่ควรจะคุกเข่าโค้งคำนับ"เหวินเหยาร่ายยาวเป็นฉาก ๆ นางเอ่ยคำออกมาจากก้นบึ้งแห่งจิตใจ บนแคร่ไม้ไผ่ที่สตรีสองนางนั่งพักอยู่ห้วงยามนี้ช่างสดใสแช่มชื่น จึงมิเหมาะมิควรหากจะสนทนากันในเรื่องตึงเครียด และเมื่อต่างคนต่างเห็นพ้องต้องกันจึงเป็นมู่ซื่อหรานที่พยายามจะเปลี่ยนประเด็น.นางเพ่งเล็งไปยังการสมนาคุณให้แก่จอมยุทธหญิงเสียมากกว่า โดยระบุว่าสวนหลังจวนแห่งนี้ก็เป็นหนึ่งในเงื่อนไขสัญญาเช่นกัน กล่าวคือนอกจากการดูแลเรื่องอาภรณ์แล้ว เหวินเหยายังได้รับสิทธิในการรักษาพยาบาลและการพักผ่อนหย่อนใจในสวนแห่งนี้ได้ตามอัธยาศรัย.ลานดินตรงนี้คืออาณาบริเวณที่ยื่นขยายออกมาจากเรือนหลัก แรกเริ่มเดิมทีถูกใช้สำหรับเป็นที่ซักล้างสำหรับผ้าใหม่ที่เพิ่งขึ้นโครงเสร็จ ก็เลยมิแปลกที่เหวินเหยาจะเห็นราวตากผ้าจำนวนมากเต็มไปหมด สำหรับสกุลมู่แล้วผ้าทุกผืนคือสิ่งมีชีวิต กลิ่นหอมของพวกมัน
Read more

บทที่ 44 : สงสารแม่นางมู่

ขณะนั่งสนทนาเลือกแบบสำหรับอาภรณ์ชุดใหม่กันอย่างเพลิดเพลิน ระหว่างนั้นเหวินเหยาก็ฉวยโอกาสเนียนถามข้อมูลของสกุลมู่ในหลาย ๆ เรื่อง ทำให้นางมีข้อมูลมากพอเกี่ยวกับภูมิหลังของบุคคลที่เป็นเป้าหมายในภารกิจ จะเป็นไปได้ไหมที่นายน้อยเยว่เอ๋อจะได้ครองคู่กับแม่นางมู่ทั้งที่ผิดประเพณี หรือเยว่เอ๋อจะลงเอยกับคุณชายเซียวจวิ้นอวี่ผู้ช้ำรัก แล้วเสี่ยวโม่ตัวแทนของชนชั้นล่างผู้หมายปองดวงจันทร์ล่ะเขาจะยังมีโอกาสอยู่หรือไม่?.ทุกอย่างยังเป็นไปได้หมด และนางก็เหมือนจะกำลังสนุกกับการติดตามพฤติกรรมของทุกคน เพราะด้ายแดงที่ผูกไว้บนนิ้วมือ ณ ตอนนี้ถือว่าครบทั้ง 5 เส้นแล้ว พวกมันต่างพากันสั่นระริกอันเป็นปฏิกิริยาที่เหมือนกับจะต้องการส่งสัญญาณแทนผู้เป็นเจ้าของ จอมยุทธหญิงเลยต้องรีบเกร็งและกำซ่อนมันเอาไว้."ชู่ววว.. ใจเย็นก่อน หากประเจิดประเจ้อไปจะเสียกิริยาเอา!"นางบอกกับตัวเองในใจ.และเป็นช่วงเวลาถัดจากนั้นมาเล็กน้อย หลังแม่นางมู่เปิดสมุดจดแบบพาดผ่านอาภรร์แบบต่าง ๆ นางก็มีทีท่าที่เหมือนจะช้าลง กระดาษแต่ละหน้าพลิกเฉื่อยลงอย่างมีนัยยะ บางหน้าก็ถูกเปิดค้างไว้นานแถมยังมีหยาดน้ำตาหยดลงมาเปื้อนหน้ากระดาษด้วย."พรึบ!"
Read more

บทที่ 45 : ความลับที่นางซ่อนไว้

เมื่อบรรลุข้อตกลงทุกอย่างร่วมกันเสร็จ ก็ถึงเวลาสักทีที่จอมยุทธหญิงจะอัปเปหิตนเองออกจากแหล่งข่าวแห่งนี้ จวนสกุลมู่กับร้านทอผ้าซู่จิ่นเก๋อ (素锦阁) มิมีสิ่งใดให้นางสนใจอีกต่อไปแล้ว ร่างบางจึงถูกเชิญให้มาวางสินไหมมัดจำกันที่ส่วนหน้าซึ่งเป็นบริเวณสำหรับการชำระเงิน.มู่ซื่อหรานบอกกับเหวินเหยาว่าอาภรณ์ของนางจะแล้วเสร็จในอีก 1 สัปดาห์ โปรดลืมเรื่องทุกอย่างที่นางเผลอเล่าให้ฟังไปซะ เพราะต่อให้มากฝีมือเพียงใดวรยุทธจะพิสดารที่สุดในยุทธภพสักเพียงไหน ก็มิมีทางแก้ปัญหาหัวใจที่นางพบเจอได้ ทุกอย่างคือชะตากรรมเป็นการลงฑัณฑ์จากสวรรค์ที่ถูกภาคทัณฑ์เอาไว้แล้ว บรรทัดสุดท้ายจึงกลายเป็นเหวินเหยาที่ต้องใช้เงินถึง 3 ตำลึงทองเพื่อมัดจำอาภรณ์ชุดใหม่.พลันเดินออกมาขึ้นรถลากที่ตระเตรียมกับคนลากจูงเอาไว้เมื่อหลายตอนก่อน พร้อมกับเคล็ดวิชาด้ายทอวิญญาณ (红魅织魂) ที่ผูกติดกับแม่นางมู่เอาไว้จนมั่น เสียตังค์แต่มิเสียเที่ยวนี่คือความจริง มันใกล้ความจริงมากแล้วล่ะสำหรับภารกิจตามหารักแท้ให้เย่วเอ๋อ และไหสุราจตุรสก็คงจะต้องเพิ่มปริมาณมากขึ้นเป็นแน่เหวินเหยามั่นใจ..ตัดภาพเหตุการณ์มาที่ฟากฝั่งของเยว่เอ๋อน้อยกันบ้าง ความสดใสของน
Read more

บทที่ 46 : ต้องใช้นิ้วช่วยแล้วล่ะ (18+)

ดูทรงจดหมายของเหวินเหยาจะใช้ภาษาพรรณนาที่เข้าเส้นมาก ถึงได้ทำเอาเยว่เอ๋อกระสันซ่านถึงเพียงนี้ ฉากการบรรยายอันเร้าใจบทสนทนาที่วาบหวาม และการจำลองสถานการณ์ระหว่างนางกับผู้เข้ารอบทั้ง 4 ทำให้สมองส่วนจินตนาการเบิกบานทะลุจุดเดือด ทั้ง ๆ ที่มันก็เป็นแค่ข้อความสั้น ๆ ที่ผูกมากับขานกเท่านั้น.เสี่ยวผ่างดูจะน่าสงสารที่สุดดูสิ! ดูสิ่งที่เจ้านายของมันกำลังทำ จับกรงมาแขวนไกลจากนอกชานระเบียงยังไม่ว่า หันหลังหนีทำเป็นงอนก็แล้วแต่ก็หาได้รับความเกรงใจ เสียงกระเส่าครือครางเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ เยว่เอ๋อพยายามเม้มกัดริมฝีปาก แต่ฝ่าเท้านางที่เสียดสีกับผ้าปูเตียงจนหวิดขาด ก็สร้างความรำคาญให้แก่นกอ้วนเสี่ยวผ่างอยู่ดี."อือ.. ข้าไม่ไหวแล้วพี่มู่ ข้า..า..า เสียวไปทั้งตัวเลย~! ข้าอยากช่วย.. ข้าต้องการช่วยตัวเอง~! , อ่าาา~! , ซีดดด..ด..ด..ด..!".สองมือรีบลูบคลึงไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งของตัวเองที่นอนหงายอยู่ เยว่เอ๋อหลับตาลงพริ้มนึกถึงภาพวาดและข้อความในจดหมาย ซึ่งตอนนี้นางได้เก็บบุรุษทั้ง 3 คนทิ้งไปก่อน แล้วหันมาเพ่งเล็งที่มู่ซื่อหรานเจ้าของร้านทอผ้าแห่งฉางหลิงเป็นลำดับแรก."อ่าาา.. ข้าเจอท่านมากกว่าใคร ๆ ข้าไม
Read more

บทที่ 47 : ไม่ผิดหรอกที่รัก ไม่ผิดสักนิดเลย (18+)

"แจ๊ะ! , แจ๊ะ! , แจ๊ะ! , แจ๊ะ!"สโตกการจ้วงเร็วแรงทะลุนรก! นิ้วกลมมนสอดเสียดแทงทแยงปากถ้ำถึงแดนสวรรค์.หลับตาลงครั้งใดเยว่เอ๋อเห็นแต่ใบหน้าของแม่นางมู่ นางกำลังคิดว่าตนเองกำลังถูกเย็ดโดยพิงแผ่นหลังไว้กับโคนต้นเถาฮวา (桃花) กลีบดอกคงพากันร่วงหล่น สีชมพู่เรื่อของพวกมันน่าจะเฉดตรงกันกับกลีบผกาของนาง ณ ปัจจุบันนี้."เสียวค่ะ! , เสียวมากเลยท่านพี่! , ซีดดดดด~! , ข้าอยากโดนแรง ๆ ขอแรง ๆ กว่านี้อีกเจ้าค่าาาา~! , อือ! , อืม! , อือ..! , โอ๊ยยย! , อื้อออ! , โอ๊ยยย!!!".เครือครางกึ่งกระซิกอยู่คนเดียวในห้องอันเปล่าเปลี่ยว ผนังไม้ของตัวเรือนเองก็เริ่มจะสั่นเอนไปมาตามแรงกระทุ้งที่สาวเจ้าโถมกระหน่ำใส่ มันยุบ! มันโยก! มันบึ้ม! ๆ บ้ำ! ๆ คล้อยไปกับการกระเด้งบั้นท้ายไปอัดกระแทก และด้วยความสัตย์จริงว่าอานุภาพของสิ่งดังกล่าวนั้นรุนแรงมากเสียจนนกพิราบอ้วนเสี่ยวผ่างยังต้องยอมลดทิฐิเพื่อผินหน้ากลับมามอง."ปั๊ก! , ปั๊ก! , ปั๊ก! , ปั๊ก!" .หน้าต่างกระเพื่อมจนสลักกลอนแทบหลุด มินับรวมผ้าม่านที่ชักจะชุ่มโชกไปด้วยหยาดเหงื่อบนแผ่นหลัง กระบวนการปลดปล่อยกามารมณ์ชักจะเข้มข้นขึ้นทุกที และทุกวินาทีก็มีแต่จะวิตถารขึ้นเ
Read more

บทที่ 48 : ตบมือข้างเดียวไม่มีทางดัง

เหมือนทุกอย่างจะเป็นอย่างที่เหวินเหยาคาดการณ์ไว้ งานนี้นางมิต้องลงมือบุกไปทำความวินาศสันตะโรเหมือนครั้งจวนสกุลมู่ด้วยซ้ำ นางเพียงแต่นั่งจิบน้ำชาอยู่ชั้นล่างโรงเตี๊ยม นั่งฟังดนตรีจากวณิพกรับจ้างขับขานดนตรีแลกเศษตังค์จากหน้าร้าน แล้วก็ปล่อยให้เยว่เอ๋อบรรเลงเพลงใคร่ของนางไป.ยกน้ำชาขึ้นจิบทีมือถึงกับสั่นปลก ๆ นี่มิใช่การสั่นเพราะอยากสุรา หากแต่เป็นเพราะด้ายแดงที่ใช้วิชาหงเหมยจือฮุน (红魅织魂) ผูกไว้กับนิ้วต่างหาก นิ้วอื่นมิเท่าไหร่แต่นิ้วโป้งของเยว่เอ๋อนี่สิที่สั่นโครม ๆ ราวกับพายุมรสุม ด้วยความสัตย์จริงว่าอัตราการหน่วงกระเพื่อมเช่นนี้หากมิใช่สำเร็จความใคร่ ก็คงจะหนีมิพ้นการสังวาสกับใครสักคนที่เป็นคนรัก."กึก! , กึก! , กึก! , กึก! , กึก!"วางจอกลงบนโต๊ะมือยังสั่นอยู่เลย ก่อนเหวินเหยาจะคิดในใจขึ้นว่า."เอาน่าเยว่เอ๋อน้อยเท่านี้ข้าก็รู้แล้วว่าที่ผ่านมาเจ้าโกหกข้าทั้งหมด บุรุษ 3 คนกับสตรี 1 นางแม้หลายคนจะเข้าขั้นเป็นไปมิได้! แต่ลึก ๆ เจ้าก็ต้องการพวกเขามิใช่หรือ? มิเช่นนั้นเจ้าคงไม่ทำกับเรือนร่างตนเองเช่นนี้หรอก!"."กึก! , กึก! , กึก! , กึก! , กึก!"มือเรียวยังคงสั่นโครมครามมันแทบจะเต้นไปตาม
Read more

บทที่ 49 : มีอะไรอีกไหมที่ลืมบอก

กลางดึกสงัดของค่ำคืนเดียวกัน หลังอัตราความถี่เร่งของด้ายแดงเยว่เอ๋อถดถอยลงไปแล้ว ก็ตีความได้ว่านางน่าจะหลับปุ๋ยเพราะความเหน็ดเหนื่อย นางคงซัดกับคุณชายเซียวทั้งสองในภาพฝันอีกหลายยก แล้วก็อาจจะใช้เสี่ยวโม่ขัดตราทัพอีกสักหน่อยแต่นั่นมิใช่ประเด็น!.จินตนาการก็ส่วนจินตนาการจะเหมารวมเข้าสู่โลกจริงมิได้ และเพื่อให้เกิดความยุติธรรมเรือนเล็กของเสี่ยวโม่ที่อยู่ด้านหลังสุดของจวนสกุลจ้วงจึงเป็นเป้าหมาย เหวินเหยาก้าวย่างเดินโทง ๆ มาตามถนนเช่นคนปกติ จวบจนกระทั่งมาถึงบริเวณภัตตาคารขายบะหมี่ เหล่าทหารยามและพ่อบ้านองครักษ์ก็เริ่มเพิ่มจำนวนขึ้น."กะแล้วเชียว! สกุลจ้วงต้นตระกูลการค้าเส้นอันดับหนึ่งแห่งฉางหลิง มีทั้งร้านขายบะหมี่แบบค้าปลีก มีทั้งโรงงานผลิตเส้น มีทั้งการค้าแบบส่งถึงบ้าน จะมิให้มีการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดได้เยี่ยงไร ระดับความยิ่งใหญ่ต่างกับจวนสกุลมู่ที่เป็นร้านทอผ้าลิบลับ แต่ก็เอาเถอะเราตรวจสอบจากด้ายแดงในมือเราแล้ว เสี่ยวโม่อยู่ในนี้แน่ ๆ และเราคงต้องหาทางบุกเข้าไป!".คิดกับตัวเองในใจเสร็จก็มิใช่เรื่องยากอะไรแล้วสำหรับจอมยุทธหญิงที่จริงใจกับลูกค้า วิชาตัวเบาพิรุณย่ำฟ้าจึงถูกงัดออกมา
Read more

บทที่ 50 : ใจต้องกล้าหน่อย! (13+)

ความจริงของเรื่องนี้คือเหวินเหยานั้นได้บุกเข้ามาหาเสี่ยวโม่ในช่วงเวลาที่มิเหมาะมิควร ตอนนี้เป็นยามฉู่ (丑时) ที่ดึกสงัดแล้ว คนธรรมดาคงหลับตานอนกันไปหลายตื่น หากแต่เพราะซุ่มเสียงอันไพเราะของกู่ฉินหน้าโรงเตี๊ยม ที่ทำให้เหวินเหยาอยากจะเร่งดำเนินภารกิจให้แล้วเสร็จ แล้วก็นับว่าเป็นโชคดีของนางเพราะดันมาทันเวลาที่เสี่ยวโม่กำลังต้องการตัวช่วยอยู่พอดี.นางเริ่มกวาดสายตาอ่านข้อความพรรณนาในสมุดสะกดใจวสันต์ ทั้ง ๆ ที่เสี่ยวโม่ก็พยายามจะขัดขวางแต่ก็มิเป็นผล เขาคงจะเกิดความอับอายขึ้นในกมลสันดาน แล้วก็อยากจะเก็บความเขินอายไว้เป็นเรื่องส่วนตัวมากกว่า จนกระทั่งเรียวตาเฉี่ยวคู่นั้นหยุดการอ่านลงโดยฉับพลัน!."ท่านเข้าใจแล้วใช่หรือไม่พี่สาว! ท่านเห็นแล้วใช่หรือไม่ว่าข้าเขียนต่อไปมิไหว! ข้ามิรู้ว่าจะเขียนบันทึกแห่งรักนี้ต่อไปทำไม! , หึ.. , หึ.. , ฮือ..อ..อ.อ! , ฮือ..อ..อ..อ!".ถึงประโยคนี้น้ำตาลูกผู้ชายก็เริ่มหลั่งไหลเมื่อตอนกลางดึก ยามฉู่ (丑时) หรือ ยามจื่อ (子时) ก็คงมิต่างกัน ลองคนเราเสียใจขอแค่ได้ร้องออกมาก็ถือว่าเป็นการช่วยระบายแล้ว."โถ.. เสี่ยวโม่ผู้น่าสงสาร"แม่นางเหวินถึงกับหลุดโพล่งคำสุดเห็นใจนี้ออ
Read more
PREV
1
...
34567
...
15
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status