เข้าสู่ระบบระดับการดึงรั้งเทียบได้กับการวัดพลังกับวัวกระทิง ชายฉกรรจ์ถึงห้าชีวิตกัดฟันสุดเหยียดกว่าจะฉุดคุณหนูสกุลมู่ให้นิ่งลงได้ นางเริ่มพูดมิเป็นคำแล้ว และถ้าขืนปล่อยไว้นานกว่านี้จุดมิ่งเหมิน (命门) ที่เป็นดั่งประตูชีวิตและจุดกำเนิดพลังก็อาจจะลุกไหม้ขึ้นเป็นจุล เส้นลมปราณจะขาดสะบั้นอย่างมากก็ตายอย่างน้อยก็พิการตลอดชีวิต
.
"ไฉนถึงปล่อยให้เหตุการณ์บานปลายเช่นนี้ สิ่งใดไปสะกิดใจคุณหนูเข้าถึงได้ถูกธาตุไฟเข้าแทรก! และหากพวกข้ามาช้ากว่านี้เพียงนิดชีวิตคุณหนูจะเป็นเช่นไร?! มีใครให้คำตอบข้าในเรื่องนี้ได้บ้างห๊า!"
ผู้อาวุโสที่ท่าทางเหมือนพ่อบ้านตวาดใส่แม่นางคนเฝ้าร้าน แกถามเหมือนมิต้องการคำตอบ หากแต่อยากต่อว่าผู้ติดตามคนสนิทมากกว่าที่ประมาทเลินเล่อ
.
ซึ่งก็เหมือนว่านางจะรู้สถานการณ์ดี สภาวะการณ์เช่นนี้เงียบไว้ดูจะดีที่สุด แต่ก็ไม่แคล้วแฉล่มสายตามองค้อนลงมายังเหวินเหยาที่นั่งเท้าแขนเหยียดขาหอบเหนื่อยอยู่บนพื้น เจอสายตาเย็นเฉียบเช่นนั้นเข้าไปเล่นเอาผู้ก่อเหตุเงียบเชียบตามไปพร้อมกัน รอบบริเวณจึงสงบงันราวกับป่าช้า จะได้ยินก็แต่เสียงแม่นางมู่แผดร้องกับเสียงผืนผ้าที่ลั่นเปรี๊ยะ ๆ พับ ๆ ในทุก ๆ ครั้งที่นางขัดขืน
.
"ช่างเถอะ! มิอยากพูดก็มิต้องพูดตอนนี้ชีวิตคนสำคัญที่สุด จับไว้นะพวกเจ้า! อย่าให้ร่างกายเคลื่อนไหวแม้แต่นิดเดียว!"
.
"ขอรับ!"
บ่าวรับใช้ชายทั้งหลายตอบพร้อมกันราวกับคณะประสานเสียง พวกเขาเกร็งกล้ามแขนสุดกำลังดึงรั้งแพรผ้าให้แน่นจนร่างบางมิอาจแม้จะกระดิกตัว
.
พร้อมกันนั้นหม้อดินเผาที่ตั้งอยู่มิไกลนัก ก็ถูกท่านผู้อาวุโสใช้กระบวยจ้วงตักเอาของเหลวที่อยู่ภายในขึ้นมา สีของมันเขียวคล้ำแลดูสกปรก แถมยังร้อนฉ่าแผดเผาดูได้จากกลุ่มควันที่โพยพุ่งจากตัวกระเปาะขึ้นมาถึงตัวด้าม สาดสิ่งนี้เข้ากับสิ่งใดมีหวังได้พองไปทั้งตัว
.
แต่อนิจจาเมื่อจู่ ๆ ก็มีผู้อาวุโสผมสีดอกเลาอีกคนเดินตรงเข้ามาใกล้ ท่านผู้นี้แลดูเหมือนนักพรตผู้บำเพ็ญเพียรมาอย่างยาวนาน แกเริ่มเปล่งวาจาเป็นสำเนียงจีนโบราณที่แม้แต่เหวินเหยาเองก็ฟังมิเข้าใจ ทั้งยังหงายฝ่ามือแผ่พลังปราณถ่ายทอดไปยังตัวกระบวยทำให้ของเหลวเริ่มเปลี่ยนสถานะ มันเย็นขึ้นฉับพลัน! ทั้งยังอยู่ในสภาพกึ่งน้ำกึ่งน้ำแข็ง!
.
"พร้อมแล้วใช่ไหมท่าน?"
เจ้าของกระบวยหันมาถามมือสั่นปลก ๆ
.
"หาไม่! เร่งลงมือเถิดนางจะทนมิไหวแล้ว!"
.
พยักหน้าให้กันมิต่างจากสหายร่วมรบที่เดิมพันกันด้วยชีวิต สิ้นสุดการตัดสินใจกระบวยที่อัดแน่นไปด้วยสสารแห่งความหวังและเวทย์มนต์คาถา ก็ตวัดฟาดเข้าใส่แม่นางมู่ผู้นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นเข้าอย่างจัง! มันมิมีความเปียกชื้นเกิดขึ้นเลยสักนิดมีแต่ผงฝุ่นที่คล้ายกับเศษขี้เถ้าขาว ๆ ลอยฟุ้งเข้าไปเคลือบกับหนังศีรษะ!
.
กระบวยแรกผ่านไปกระบวยสองกระบวยสามทยอยผ่านไป ตักไปตักมาก็เกลี้ยงหม้อดินเผา กลายเป็นม่านหมอกขนาดมหึมาที่แผ่ปกคลุมไปทั่วห้องโถงกลางร้านซู่จิ่นเก๋อ (素锦阁) รอจนกระทั่งหมอกจางทุกอย่างจึงถูกเฉลยว่าพิษแว้งกัดจากวิชาหับผ้าได้ถูกทำลายสิ้นแล้ว ยาสมุนไพรในหม้อดินเผานั่นรุนแรงถึงขนาดสลายผืนผ้าได้ทุกผืนในโลกยุทธภพ และมู่ซื่อหรานก็กำลังนอนคว่ำหน้าหมดสติลง โดยที่ได้เส้นผมสีดำขลับกลับคืนมา
.
แพรผ้าที่ผูกข้อมือข้อเท้าของนางถูกย่อยสลายโดยพลัน! ลุกลามไปถึงบรรดาชายฉกรรจ์บ่าวรับใช้ที่ต่างก็สูญเสียอาภรณ์เว้า ๆ แหว่ง ๆ กันไปหลายส่วน! บ้างเสียกางเกง บ้างเสียเสื้อ บางคนก็เปลือยล่อนจ้อน ท่านผู้อาวุโสพ่อบ้าน ท่านตานักพรต แม่นางคนเฝ้าร้าน หรือแม้กระทั่งเหวินเหยาเองก็มิได้รับการยกเว้น ต่างคนต่างอยู่ในสภาพเนื้อห่มเนื้อนุ่งน้อยห่มน้อย นี่มันค่ายกลลวงตาหรือคาถาเวทย์มนต์อะไรกันทำไมถึงได้วิปริตพิสดารถึงเพียงนี้!
.
ไม่ไหว! ไม่ไหว! ทนพิษบาดแผลไม่ไหวก่อนจะหมดสติไป เหวินเหยาที่ถูกกรรไกรฟันที่กลางหลังยังอุตส่าห์ฝืนยิ้มออกมา เพราะอย่างน้อยการแส่มิเข้าเรื่องของนางก็มิทำให้ใครตาย การเห็นมู่ซื่อหรานกลับคืนสู่สภาวะปกติดีแล้วทำให้นางโล่งใจไปหลายเปาะ และแม้จะทิ้งตัวหงายหลังหลับไป ณ ตรงนี้นางก็มิคาใจอะไรอีกแล้ว
.
"ฟุบ~!"
.
"หวังว่าเราจะได้โอกาสลืมตาขึ้นอีกครั้งนะ อย่าให้นี่เป็นการหลับยาวเลย.. , คร่อก~!"
อาการครุ่นคิดกินมิได้นอนมิหลับเริ่มกลืนกินตัวตน มิน่าเชื่อว่าสตรีผู้วางแผนอะไรก็มิเคยผิดพลาดอย่างเหวินเหยาจะมีช่วงเวลาแบบนี้กับเขาด้วย! นางอยู่ที่โรงเตี๊ยมมามากกว่า 3 ราตรีกับอีก 4 อรุณรุ่ง ครานั้นกลวิธีในการนำตัวคุณชายเซียวออกจากหอกักขังก็ยังคงมืดแปดด้าน! ทำให้ชวนให้คิดว่าตกลงเป็นนางหรือเป็นเขากันแน่ที่ถูกจองจำ จนมิเห็นเดือนเห็นตะวัน."หรือเราจะแหกคุกเข้าไปชิงตัวเขาออกมาดี! คุณชายเซียวน่าจะถูกตัดเส้นลมปราณไปหมดแล้ว เขาคงต้านทานแรงปรารถนาของเรามิได้!?"เหวินเหยาถึงกับใช้หมึกพู่กันกากบาททับหน้ากระดาษแผ่นนั้นทิ้งแทบจะทันที เริ่มต้นบทเหมือนคุณชายเซียวถึงย่อหน้านี้นางก็ชักจะเหมือนเยว่เอ๋อเข้าไปอีก กิริยานางมิต่างจากนายน้อยสกุลจ้วงที่ขยำจดหมายทิ้งเป็นร้อย ๆ ฉบับ!.เพราะนางเองก็มีกระดาษขาวที่ใช้วาดแผนการต่าง ๆ ซึ่งใช้มิได้อยู่เกลื่อนโต๊ะเต็มไปหมด สิ่งนี้ตอกย้ำว่าจอมยุทธหญิงพยายามมาหลายวันแล้ว หากแต่ความเป็นไปได้ยังเท่ากับศูนย์ คุณชายเซียวจวิ้นอวี่ไม่มีคุณค่าพอที่จะให้นางเสี่ยงทำเรื่องเช่นนั้น การเลือกเป็นศัตรูกับราชสำนักก็มิต่างจากเอาคอขึ้นไปพาดไว้บนเขียง แค่คิดก็เสียสติสิ้นดี!."หรือต่อ
"世上无难事 ,只怕有心人" สำนวนจีนนี้หากแปลเป็นไทยน่าจะตีความได้ว่า "ทุกปัญหามีทางแก้ อย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรค" แล้วใครล่ะที่คู่ควรกับวลีนี้ที่สุดหากมิใช่เหวินเหยา! คดีพลิกเสียแล้วทั้ง ๆ ที่เมื่อครู่นายน้อยเยว่เอ๋อยังอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ จะบอกมิบอกแหล่ ทว่าพอนางโพล่งสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจออกมา จอมยุทธหญิงที่เรียกตนว่าเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจก็ถึงกับต้องกุมขมับ! กลายเป็นนางเสียเองที่ตะกุกตะกัก คิดมิตกว่าจะหาทางบอกเรื่องคุณชายเซียวกับคุกที่ขังเขาไว้ยังไง."เจ้าเงี่ยนมากเลยรึ? เจ้าทนมิไหวเลยใช่หรือไม่เยว่เอ๋อ?"เหวินเหยาพยายามถามด้วยเสียงอัดเงียบเบากึ่งกระซิบ."หงึก! , หงึก! , หงึก!"ร่างเล็กตอบผ่านการพยักหน้า พูดไปก็อายปากเลยเอาสีหน้ากับท่าทางนี่แหละใช้แทนคำตอบ.ซ้ำร้ายที่เพียงคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา หว่างขามันก็ร้อนวาบขึ้นอีกแล้ว! เยว่เอ๋อถึงกับต้องเอาต้นขาบี้บดใส่กันยืนบิดไปบิดมาคล้ายกับคนคลั่งควย! และถ้าหากมีกล้องอีกสักตัวอยู่ด้วยตัดภาพไปที่ห้องนอนบนชั้นสอง ป่านนี้ในลิ้นชักตรงเก๊ะที่ใส่ดิลโด้ยักษ์ไว้ก็คงจะสั่นโครมคราม! ปั๊ก! ๆ ๆ ๆ ประหนึ่งเปลี่ยนปราณแท้ที่เคลือบอยู่บาง ๆ ให้กลายเป็นเทคโนโลยีบลูทูธระดับสูง
"ใจเย็นก่อนพี่สาว! เหตุไฉนท่านจึงต้องแสดงกิริยาน่ากลัวเช่นนั้น ข้ามิได้ไปสังหารใครมาสักหน่อย ข้าก็แค่สังหารพรหมจรรย์ของตนเอง ผ่านอุปกรณ์ที่ท่านนั่นแหละที่เป็นผู้ส่งมา!"ตรงพอไหมถามใจเหวินเหยาดู เพราะที่พูดมาก็เป็นความจริงล้วน ๆ ทำไมด้ายแดงของเยว่เอ๋อถึงสะบัดแรงจนนิ้วมือผู้ใช้วิชาแทบขาด นั่นก็เพราะดิลโด้ที่ส่งมาให้มิใช่หรือ?."นี่องคชาตปลอมของคุณชายเซียวมีฤทธิ์รุนแรงถึงเพียงนั้นเชียวรึ? เจ้าเย้าข้าเล่นใช่หรือไม่สาวน้อย?"เหวินเหยาถามขณะที่สาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ หมายจะดูเศษซากจดหมายที่เขียนค้างไว้บนโต๊ะ."หาไม่เจ้าค่ะ! ก็ท่านน่ะเป็นคนเขียนวิธีใช้แนบมาเอง แล้วข้าก็ทะลวงผ่านไปถึงด่านที่ 5 ก้าวย่างปรมัตถ์เลยด้วย!"."ห๊า!!! เจ้าทำได้เยี่ยงไรกัน!!! ข้าประเมินเจ้าไว้เพียงแค่ระดับ 3 แดนสวรรค์เซียนเหยาเท่านั้น! ที่ระดับการสั่นนั้นมนุษย์ทั่วไปก็ถึงจุดสุดยอดได้แล้ว แต่นี่เจ้าเล่นอั้นไปจนถึงระดับ 5 เจ้าวิปลาศไปแล้วรึเยี่ยงไรเยว่เอ๋อ?! กลีบผกาเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง?! ข้าจะพาเจ้าไปโรงหมอเพียงแค่เจ้าเอ่ยวาจา!"ฤทธิ์ความตกใจสุดขีดตรงนี้ เหวินเหยาก็ทราบแล้วว่าเหตุอันใดเสี่ยวผ่างถึงลงทุนบินมาฟ้อง เพราะตั้
ดวงตะวันเริ่มรับขอบฟ้าแสงตะเกียงจากชายคาอาคารร้านบะหมี่นวลสลัว เหล่าบรรดาคนงานพนักงานร้านเริ่มทยอยกลับเข้าเรือนพัก แม้แต่เสี่ยวโม่บ่าวรับใช้คนสนิทที่รักษาตัวจนหายดีจากเหตุปะทะที่สกุลเวยแล้ว ก็ยังขอตัวกลับเข้าเรือนคนใช้ไปพลางก่อน เยว่เอ๋อมิได้สนใจเขาเท่าไหร่นักหรอก อันที่จริงนางมิยอมสนใจใครเลย! พลางคร่ำครึอยู่กับจดหมายลายมือของนางที่เขียนแล้วก็ขยำทิ้ง! แล้วก็เขียนใหม่อยู่หลายต่อหลายรอบ! ."เจ้าจะขอตัวไปนอนก็ไปเถอะเสี่ยวโม่ บอกคนอื่น ๆ ด้วยว่าเดี๋ยวข้าเสร็จธุระข้าจะดับตะเกียงเก็บทุกอย่างเอง ขอบคุณที่ทุกคนเหน็ดเหนื่อยสำหรับวันนี้นะ.."นายน้อยพูดทั้ง ๆ ที่ดวงหน้ายังก้มเขียนจดหมายอยู่ ฝั่งเสี่ยวโม่เองก็เลยต้องผละตัวจากไปแบบงง ๆ เขาแทบจะไม่มีบทบาทในนิยายพาร์ทนี้อีกต่อไปแล้ว และหลังจากที่ด้ายแดงประจำตัวถูกตัดออกจากวิชาด้ายทอวิญญาณ (红魅织魂) เหวินเหยาเองก็แทบจะมิได้ใช้บริการจากเขาอีกเลย."ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยก็ขอตัวก่อนนะขอรับคุณหนู คุณหนูเองก็รักษาตัวด้วย ใกล้เข้าเหมันต์ฤดูลมกลางคืนมักรุนแรง"."อืม..ม..ม ๆ ไปเหอะ ๆ ข้าดูแลตัวเองได้ เจ้าเองก็เพิ่งหายเจ็บกลับมา แทนที่จะเป็นห่วงข้าควรแบ่งไปห่วงตน
แข็งได้! โด่ได้! ยืดได้! ถอกได้! แล้วประสาอะไรทำไมจะหดไม่ได้! สังขารมนุษย์ก็แบบนี้ ต่อให้ดุ้นควยมหัศจรรย์นี้จะฉาบเคลือบไว้ด้วยปราณแท้แต่หลังจากมันกระทำชำเลาจิ๋มเยว่เอ๋อจนหนำใจแล้ว ก็ถึงกาลเวลาที่มันจะทำการละสังขาร ให้ตายเถอะ! ช่างเป็นภาพที่อิดหนาระอาใจ ใครเห็นก็อดสังเวชใจมิได้ หลังแท่งองคชาตหักคอห้อยต่องแต่งติดอยู่กับผนัง ราวกับมะเขือเผาที่งอมเพราะไฟแรง.ขนาดเยว่เอ๋อที่เพิ่งหลั่งน้ำเสร็จ นางได้เห็นสวรรค์เป็นครั้งแรก (แม้จะแค่แป๊บเดียว) แต่นางก็รู้ตัวดีว่าน่าจะรีบจัดการสิ่งนี้ให้เร็วที่สุด นางทนเห็นความกระเสือกกระสนอันเวทนาของลำควยดิลโด้นี้ต่อไปมิไหว มันผงกหัวดุ๊กดิก ๆ แต่ก็ทรงตัวไม่อยู่แล้ว เงยขึ้นได้นิดนึงก็หล่นป๊กลงไป! เงยแล้วก็หล่น! แล้วก็หล่นแล้วก็เงยอยู่เช่นนี้! ."เอาล่ะพอแล้ว ๆ ข้าจะให้เจ้าหยุดทำงานได้แล้ว เท่าที่ข้าจำได้หากข้าหยุดเงี่ยนเจ้าก็จะหยุดไปเองใช่หรือไม่?"เยว่เอ๋อถามใครก็มิรู้ล่ะ นางแค่ลุกขึ้นยืนด้วยชุดนุ่งลมห่มฟ้าพลางเดินตรงไปที่ผนังแล้วก็เตรียมจะดึงดุ้นยักษ์อันนี้กลับคืนสู่ที่เก็บ.จังหวะเอื้อมมือลงไปกำนั้นความอุ่นยังคงอยู่ และจังหวะที่นางออกแรงดึงแรงยื้อก็ยังพอ
สารพัดแรงถาโถมผนวกรวมกันตั้งแต่ขั้น 1 ถึง ขั้น 4 ดุ้นควยอันนี้จัดประเคนมาให้เยว่เอ๋อครบแบบทบต้นทบดอก นางสัมผัสได้ถึงการกระทุ้งอันรุนแรงทั้ง ๆ ที่ตัวนางแทบมิได้เคลื่อนบั้นท้ายไปชนกับมันเลย นี่คืออานุภาพของขั้นที่ 5 "ก้าวย่างปรมัตถ์" เยี่ยงนั้นหรือ? อาจเป็นได้! เพราะนวลนมทั้งสองเต้านี่ถึงกับกระเพื่อมบึ้มบ้ำ ๆ เลย!.ร่างบางโยกโครมครามราวกับถูกประหารผ่านช่องรัก ศีรษะสั่นคลอนปอยผมกระเซอะกระเซิงช่างเป็นอะไรที่เร้าใจมาก! ๆ นายน้อยหญิงถึงกับต้องกัดปากซีดตามในทุก ๆ ครั้งที่ดุ้นข้างหลังกระซวกเสียบ! ๆ ๆ ๆ แก้มก้นของนางกระเพื่อมตีปัง ๆ ๆ จนกลีบผกาชักจะเผยออ้ากว้าง!.ความซิงได้ถูกพรากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เยื่อพรหมจรรย์นางน่าจะขาดยับ มิหนำซ้ำเพื่อเพิ่มอรรถรสให้ถึงเครื่องมากขึ้น เยว่เอ๋อถึงกับลงทุนจินตนาการถึงใบหน้าของคุณชายเซียวไปด้วย! พอคิดถึงความหล่อเหลาของเขาไม่ว่าจะเป็นคนพี่หรือคนน้องนางก็จะยิ่งเงี่ยน! จังหวะถูกเย็ดในท่ายืนจึงเป็นอะไรที่เสียวเช่นนี้นี่เอง แล้วยิ่งเป็นการเย็ดกับคนรักของคนอื่น ฟิลลิ่งแห่งการคบชู้ก็ยิ่งทำให้นางฟินมากขึ้นกว่าเก่า."อ่าาาา! ขอบคุณพี่เหวินเหยายิ่งนักเจ้าค่ะ! อ่
การขมิบนอกจะทำให้เสียวแล้ว มันยังช่วยให้ดุ้นควยปลอมอันนี้แหย่แยงเข้าไปได้ลึกมากขึ้น ใช้เวลาเพียงแค่เสี้ยวก้านธูปควยทั้งดุ้นก็แหย่เข้าไปในกลีบผกาของเยว่เอ๋อได้ทั้งหมด ชั่วอึดใจนั้นนางสยิวมาก ๆ นางรู้ได้เลยว่าจุด G-spot ได้ถูกกระตุ้นแบบตรงจุดถูกเผง หลักฐานคือต้นขาของนางที่สั่นพับ ๆ กับสองส้นเท้าที่ถี
อัตราการถอกตัวของหนังหุ้มปลายเริ่มช้าลงจนกลายเป็นหยุดนิ่ง บนโต๊ะไม้ตัวเล็กคืออาการตั้งโด่เด่ของดุ้นควยที่สงบนิ่งราวกับนักพรตที่ทำสมาธิ ความน่าตื่นตาตื่นใจหายไปในทันใด มันทำตัวเองเหมือนโทรศัพท์หมวดประหยัดแบต เก็บประจุไว้ชาร์จสำรองไว้ก่อน รอเพียงใครสักคนมาแตะแล้วแม่งจะเสียบให้จิ๋มพุ่ง.เยว่เอ๋อถึงกั
ขนาดจะกำยังต้องใช้ถึงสองมือโอบ ประสาอะไรกับปากน้อย ๆ ของเยว่เอ๋อจะอมเข้าไปได้ทั้งดุ้น นางทำได้แค่คาบตรงส่วนหัวเอาไว้เท่านั้น แล้วก็รับรู้ได้ถึงความหยุ่นนุ่มที่ถ้าเผลอกัดลงไปละก็ คงจะสร้างบาดแผลเจ็บปวดให้เจ้าของควยอย่างแสนสาหัส ไม่ไหว ๆ ต้องเอาออกก่อน!.ว่าแล้วริมฝีปากอิ่มก็จงใจจุ๊บลงที่หัวควยปลอมไ
"แคว๊กกก!!!"."แคว๊กกก!!! , คว๊ากกก!!!".เสียงกระชากกระดาษดังราวกับเด็กน้อยแกะของขวัญจากซานตาครอส มันดังแรงมาก ๆ จนขนาดเสี่ยวผ่างเองยังต้องผินหน้ามาชำเลืองมอง แต่เยว่เอ๋อก็มิได้สนใจสายตาของมันสักเท่าไหร่ เพราะนางเริ่มมีภาพในใจแล้วว่าในหีบห่อนี้จะต้องมีสิ่งของที่นางถวิลหา."ใช่ไหม? ขอให้ใช่ทีเถอะ







