INICIAR SESIÓNขณะนั่งสนทนาเลือกแบบสำหรับอาภรณ์ชุดใหม่กันอย่างเพลิดเพลิน ระหว่างนั้นเหวินเหยาก็ฉวยโอกาสเนียนถามข้อมูลของสกุลมู่ในหลาย ๆ เรื่อง ทำให้นางมีข้อมูลมากพอเกี่ยวกับภูมิหลังของบุคคลที่เป็นเป้าหมายในภารกิจ จะเป็นไปได้ไหมที่นายน้อยเยว่เอ๋อจะได้ครองคู่กับแม่นางมู่ทั้งที่ผิดประเพณี หรือเยว่เอ๋อจะลงเอยกับคุณชายเซียวจวิ้นอวี่ผู้ช้ำรัก แล้วเสี่ยวโม่ตัวแทนของชนชั้นล่างผู้หมายปองดวงจันทร์ล่ะเขาจะยังมีโอกาสอยู่หรือไม่?
.
ทุกอย่างยังเป็นไปได้หมด และนางก็เหมือนจะกำลังสนุกกับการติดตามพฤติกรรมของทุกคน เพราะด้ายแดงที่ผูกไว้บนนิ้วมือ ณ ตอนนี้ถือว่าครบทั้ง 5 เส้นแล้ว พวกมันต่างพากันสั่นระริกอันเป็นปฏิกิริยาที่เหมือนกับจะต้องการส่งสัญญาณแทนผู้เป็นเจ้าของ จอมยุทธหญิงเลยต้องรีบเกร็งและกำซ่อนมันเอาไว้
.
"ชู่ววว.. ใจเย็นก่อน หากประเจิดประเจ้อไปจะเสียกิริยาเอา!"
นางบอกกับตัวเองในใจ
.
และเป็นช่วงเวลาถัดจากนั้นมาเล็กน้อย หลังแม่นางมู่เปิดสมุดจดแบบพาดผ่านอาภรร์แบบต่าง ๆ นางก็มีทีท่าที่เหมือนจะช้าลง กระดาษแต่ละหน้าพลิกเฉื่อยลงอย่างมีนัยยะ บางหน้าก็ถูกเปิดค้างไว้นานแถมยังมีหยาดน้ำตาหยดลงมาเปื้อนหน้ากระดาษด้วย
.
"พรึบ!"
เล่มสมุดถูกพับเก็บพร้อมกับการถอยหายใจยาวปลดปลง
.
"หาไม่สิแม่นางมู่?! ท่านปิดสมุดด้วยเหตุใดข้ายังมิได้เลือกแบบชุดที่ข้าต้องการเลย!"
เหวินเหยารีบแทรกขึ้นทันที แต่ก็ต้องนิ่งงันไปในบัดดลหลังเห็นในสิ่งที่แม่นางมู่แสดงออก
.
น้ำตานางเจิ่งนองหน้าเต็มไปหมด แก้มแดงกระจ่างใสบัดนี้เต็มไปด้วยคราบน้ำตา ด้วยเพราะการเปิดดูแบบผ้านั้นกลับเหมือนถูกจี้ปมในใจ นางมิได้เปิดดูสมุดจดแบบเล่มนี้นานแล้วนับตั้งแต่เกิดเรื่อง พอมาโดนเหวินเหยาเซ้าซี้ใส่ภายในเลยเหมือนจุดปะทุ น้ำตาก็เลยไหลดั่งภูเขาไฟลาวาคลั่ง
.
"ข้าขออภัยที่เสียกิริยาต่อหน้าแม่นาง แต่ข้าทนทำใจมิได้จริง ๆ ข้าเพียงแต่คิดถึงตนเองเมื่อครั้งยังเป็นดรุณ ข้าเคยมีความฝันว่าจะเป็นนักตัดเสื้อผู้ยิ่งใหญ่ในใต้หล้า สมุดจดแบบนี้คือตัวตนของข้าเมื่อครั้งโน้นหากแต่มิใช่ข้าในตอนนี้เลย! , หึ ๆ , ฮือ ๆ , ฮือ ๆ"
ปาดน้ำตาด้วยหลังมือเนียน เหวินเหยาสงสารนางจับใจและมิพูดอะไรนอกจากการปล่อยให้แม่นางมู่พรั่งพรูทุกอย่างออกมาเอง
.
"ข้ากำลังจะต้องออกเรือนกับชายที่ข้ามิได้รักท่านจอมยุทธ สาเหตุที่ข้าต้องเดือดดานเมื่อถูกท่านถามถึงเรื่องราชสำนักก็เพราะพวกเขาคลุมถุงชนข้า! และผ้าทุกผืนที่ตากอยู่บนราวนี้ก็คือผิ่นหลี่ (聘礼) จากสกุลเซียว!"
.
"ผิ่นหลี่ (聘礼) คำ ๆ นี้ที่หมายถึงของหมั้นน่ะหรือ?"
เหวินเหยาแทรกขึ้นด้วยท่าทีตกใจ
.
"มิผิดเจ้าค่ะ! แท้จริงแล้วสกุลมู่กับร้านซู่จิ่นเก๋อ (素锦阁) ของเรามิได้มีฐานะมั่นคงสมดังชื่อ เมื่อครั้งเดือนอ้ายเกิดน้ำท่วมใหญไหนจะสงครามกับหัวเมืองเป่ยหลีที่ลากยาวหลายปี หากมิใช่เพราะร้านเราได้งานจากราชสำนักโอบอุ้มกิจการก็คงมิมีวันนี้ บิดาข้าเพียงแต่ต้องการตอบแทนคุณข้าจึงต้องรับผิ่นหลี่ (聘礼) จากคนของสกุลเซียว เซียวจวินเหยียนคือนามของเขา! คนสูงศักดิ์เป็นหน้าเป็นตาของฉางหลิงเช่นนั้นมีหรือบิดาข้าจะปฏิเสธได้!"
.
"โถ.. แม่นางมู่ท่านช่างน่าสงสารยิ่งนัก"
มือเรียววางลงบนหลังมือ สตรีกับสตรีมิมีสิ่งใดจะเข้าใจกันไปมากกว่านี้อีกแล้ว
.
"นับแต่นี้ต่อไปอีก 3 ปี ผ้าทุกผืน วัตถุดิบทุกอย่างในการตัดเย็บ รวมไปถึงแบบและรูปลักษณ์ ร้านซู่จิ่นเก๋อ (素锦阁) จะผลิตเพื่อป้อนเข้าสู่ราชสำนักเท่านั้น นี่คือสัญญาใจที่ถูกทำกันไว้แล้วและข้าก็มิอาจต่อต้านได้! การที่ข้าได้เปิดสมุดจดแบบเล่มนี้อีกคราและได้ใช้สายวัด ๆ สรีระให้ท่านข้าถึงรั้งน้ำตาไว้มิอยู่ ข้าขอบคุณท่านมากจริง ๆ แม่นางเหวินท่านทำให้ข้ามีไฟขึ้นอีกครั้งโดยมิรู้ตัว"
.
ถึงตรงนี้มู่ซื่อหรานก็มิขี้แยอีกต่อไปแล้ว นางปาดน้ำตาเสร็จก็กลับมามีสมาธิในแบบอาภรณ์ที่ร่างต่อ นางตั้งใจจะเนรมิตชุดฮั่นฝูที่เหมาะกับเหวินเหยาอย่างสมบูรณ์ ทุกอย่างถูกคิดคำนวณอย่างดี ทั้งยังกรอกนัยน์ตาขึ้นลงไปมาเทียบสัดส่วนกับตัวจริงเบื้องหน้าอยู่ตลอด จนทำเอาผู้เป็นแบบถึงกับตัวเกร็งผิดธรรมชาติ
.
"นางช่างมีบุคลิกที่ทรงสเน่ห์ยิ่งนัก หากนายน้อยเยว่เอ๋อได้ไปคงครองคู่กันอย่างมีความสุข แล้วนางก็ออกเรือนกับคุณชายเซียวจวินเหยียนมิได้หรอกเพราะรายนั้นมิใคร่ในสตรี! เราสังเกตเห็นปิ่นปักผมที่นางปักอยู่มาสักระยะ มีตราสกุลเซียวสลักไว้ชัดแจ้งบางทีคงเป็นหนึ่งในของหมั้น แต่การที่องศาของมันบิดเบี้ยวผิดเพี้ยนนั้น เราเองก็อ่านมิออกเช่นกันว่านางพยายามจะดึงมันออกแต่ทำมิได้หรือไม่?"
.
เหวินเหยาพูดทั้งหมดนี้ในใจ นางพอจะเห็นเค้าลางของเรื่องราวแล้วว่ารักแท้ของนายน้อยเยว่เอ๋อจะมีหน้าตาเป็นเช่นไร?
อาการครุ่นคิดกินมิได้นอนมิหลับเริ่มกลืนกินตัวตน มิน่าเชื่อว่าสตรีผู้วางแผนอะไรก็มิเคยผิดพลาดอย่างเหวินเหยาจะมีช่วงเวลาแบบนี้กับเขาด้วย! นางอยู่ที่โรงเตี๊ยมมามากกว่า 3 ราตรีกับอีก 4 อรุณรุ่ง ครานั้นกลวิธีในการนำตัวคุณชายเซียวออกจากหอกักขังก็ยังคงมืดแปดด้าน! ทำให้ชวนให้คิดว่าตกลงเป็นนางหรือเป็นเขากันแน่ที่ถูกจองจำ จนมิเห็นเดือนเห็นตะวัน."หรือเราจะแหกคุกเข้าไปชิงตัวเขาออกมาดี! คุณชายเซียวน่าจะถูกตัดเส้นลมปราณไปหมดแล้ว เขาคงต้านทานแรงปรารถนาของเรามิได้!?"เหวินเหยาถึงกับใช้หมึกพู่กันกากบาททับหน้ากระดาษแผ่นนั้นทิ้งแทบจะทันที เริ่มต้นบทเหมือนคุณชายเซียวถึงย่อหน้านี้นางก็ชักจะเหมือนเยว่เอ๋อเข้าไปอีก กิริยานางมิต่างจากนายน้อยสกุลจ้วงที่ขยำจดหมายทิ้งเป็นร้อย ๆ ฉบับ!.เพราะนางเองก็มีกระดาษขาวที่ใช้วาดแผนการต่าง ๆ ซึ่งใช้มิได้อยู่เกลื่อนโต๊ะเต็มไปหมด สิ่งนี้ตอกย้ำว่าจอมยุทธหญิงพยายามมาหลายวันแล้ว หากแต่ความเป็นไปได้ยังเท่ากับศูนย์ คุณชายเซียวจวิ้นอวี่ไม่มีคุณค่าพอที่จะให้นางเสี่ยงทำเรื่องเช่นนั้น การเลือกเป็นศัตรูกับราชสำนักก็มิต่างจากเอาคอขึ้นไปพาดไว้บนเขียง แค่คิดก็เสียสติสิ้นดี!."หรือต่อ
"世上无难事 ,只怕有心人" สำนวนจีนนี้หากแปลเป็นไทยน่าจะตีความได้ว่า "ทุกปัญหามีทางแก้ อย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรค" แล้วใครล่ะที่คู่ควรกับวลีนี้ที่สุดหากมิใช่เหวินเหยา! คดีพลิกเสียแล้วทั้ง ๆ ที่เมื่อครู่นายน้อยเยว่เอ๋อยังอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ จะบอกมิบอกแหล่ ทว่าพอนางโพล่งสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจออกมา จอมยุทธหญิงที่เรียกตนว่าเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจก็ถึงกับต้องกุมขมับ! กลายเป็นนางเสียเองที่ตะกุกตะกัก คิดมิตกว่าจะหาทางบอกเรื่องคุณชายเซียวกับคุกที่ขังเขาไว้ยังไง."เจ้าเงี่ยนมากเลยรึ? เจ้าทนมิไหวเลยใช่หรือไม่เยว่เอ๋อ?"เหวินเหยาพยายามถามด้วยเสียงอัดเงียบเบากึ่งกระซิบ."หงึก! , หงึก! , หงึก!"ร่างเล็กตอบผ่านการพยักหน้า พูดไปก็อายปากเลยเอาสีหน้ากับท่าทางนี่แหละใช้แทนคำตอบ.ซ้ำร้ายที่เพียงคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา หว่างขามันก็ร้อนวาบขึ้นอีกแล้ว! เยว่เอ๋อถึงกับต้องเอาต้นขาบี้บดใส่กันยืนบิดไปบิดมาคล้ายกับคนคลั่งควย! และถ้าหากมีกล้องอีกสักตัวอยู่ด้วยตัดภาพไปที่ห้องนอนบนชั้นสอง ป่านนี้ในลิ้นชักตรงเก๊ะที่ใส่ดิลโด้ยักษ์ไว้ก็คงจะสั่นโครมคราม! ปั๊ก! ๆ ๆ ๆ ประหนึ่งเปลี่ยนปราณแท้ที่เคลือบอยู่บาง ๆ ให้กลายเป็นเทคโนโลยีบลูทูธระดับสูง
"ใจเย็นก่อนพี่สาว! เหตุไฉนท่านจึงต้องแสดงกิริยาน่ากลัวเช่นนั้น ข้ามิได้ไปสังหารใครมาสักหน่อย ข้าก็แค่สังหารพรหมจรรย์ของตนเอง ผ่านอุปกรณ์ที่ท่านนั่นแหละที่เป็นผู้ส่งมา!"ตรงพอไหมถามใจเหวินเหยาดู เพราะที่พูดมาก็เป็นความจริงล้วน ๆ ทำไมด้ายแดงของเยว่เอ๋อถึงสะบัดแรงจนนิ้วมือผู้ใช้วิชาแทบขาด นั่นก็เพราะดิลโด้ที่ส่งมาให้มิใช่หรือ?."นี่องคชาตปลอมของคุณชายเซียวมีฤทธิ์รุนแรงถึงเพียงนั้นเชียวรึ? เจ้าเย้าข้าเล่นใช่หรือไม่สาวน้อย?"เหวินเหยาถามขณะที่สาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ หมายจะดูเศษซากจดหมายที่เขียนค้างไว้บนโต๊ะ."หาไม่เจ้าค่ะ! ก็ท่านน่ะเป็นคนเขียนวิธีใช้แนบมาเอง แล้วข้าก็ทะลวงผ่านไปถึงด่านที่ 5 ก้าวย่างปรมัตถ์เลยด้วย!"."ห๊า!!! เจ้าทำได้เยี่ยงไรกัน!!! ข้าประเมินเจ้าไว้เพียงแค่ระดับ 3 แดนสวรรค์เซียนเหยาเท่านั้น! ที่ระดับการสั่นนั้นมนุษย์ทั่วไปก็ถึงจุดสุดยอดได้แล้ว แต่นี่เจ้าเล่นอั้นไปจนถึงระดับ 5 เจ้าวิปลาศไปแล้วรึเยี่ยงไรเยว่เอ๋อ?! กลีบผกาเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง?! ข้าจะพาเจ้าไปโรงหมอเพียงแค่เจ้าเอ่ยวาจา!"ฤทธิ์ความตกใจสุดขีดตรงนี้ เหวินเหยาก็ทราบแล้วว่าเหตุอันใดเสี่ยวผ่างถึงลงทุนบินมาฟ้อง เพราะตั้
ดวงตะวันเริ่มรับขอบฟ้าแสงตะเกียงจากชายคาอาคารร้านบะหมี่นวลสลัว เหล่าบรรดาคนงานพนักงานร้านเริ่มทยอยกลับเข้าเรือนพัก แม้แต่เสี่ยวโม่บ่าวรับใช้คนสนิทที่รักษาตัวจนหายดีจากเหตุปะทะที่สกุลเวยแล้ว ก็ยังขอตัวกลับเข้าเรือนคนใช้ไปพลางก่อน เยว่เอ๋อมิได้สนใจเขาเท่าไหร่นักหรอก อันที่จริงนางมิยอมสนใจใครเลย! พลางคร่ำครึอยู่กับจดหมายลายมือของนางที่เขียนแล้วก็ขยำทิ้ง! แล้วก็เขียนใหม่อยู่หลายต่อหลายรอบ! ."เจ้าจะขอตัวไปนอนก็ไปเถอะเสี่ยวโม่ บอกคนอื่น ๆ ด้วยว่าเดี๋ยวข้าเสร็จธุระข้าจะดับตะเกียงเก็บทุกอย่างเอง ขอบคุณที่ทุกคนเหน็ดเหนื่อยสำหรับวันนี้นะ.."นายน้อยพูดทั้ง ๆ ที่ดวงหน้ายังก้มเขียนจดหมายอยู่ ฝั่งเสี่ยวโม่เองก็เลยต้องผละตัวจากไปแบบงง ๆ เขาแทบจะไม่มีบทบาทในนิยายพาร์ทนี้อีกต่อไปแล้ว และหลังจากที่ด้ายแดงประจำตัวถูกตัดออกจากวิชาด้ายทอวิญญาณ (红魅织魂) เหวินเหยาเองก็แทบจะมิได้ใช้บริการจากเขาอีกเลย."ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยก็ขอตัวก่อนนะขอรับคุณหนู คุณหนูเองก็รักษาตัวด้วย ใกล้เข้าเหมันต์ฤดูลมกลางคืนมักรุนแรง"."อืม..ม..ม ๆ ไปเหอะ ๆ ข้าดูแลตัวเองได้ เจ้าเองก็เพิ่งหายเจ็บกลับมา แทนที่จะเป็นห่วงข้าควรแบ่งไปห่วงตน
แข็งได้! โด่ได้! ยืดได้! ถอกได้! แล้วประสาอะไรทำไมจะหดไม่ได้! สังขารมนุษย์ก็แบบนี้ ต่อให้ดุ้นควยมหัศจรรย์นี้จะฉาบเคลือบไว้ด้วยปราณแท้แต่หลังจากมันกระทำชำเลาจิ๋มเยว่เอ๋อจนหนำใจแล้ว ก็ถึงกาลเวลาที่มันจะทำการละสังขาร ให้ตายเถอะ! ช่างเป็นภาพที่อิดหนาระอาใจ ใครเห็นก็อดสังเวชใจมิได้ หลังแท่งองคชาตหักคอห้อยต่องแต่งติดอยู่กับผนัง ราวกับมะเขือเผาที่งอมเพราะไฟแรง.ขนาดเยว่เอ๋อที่เพิ่งหลั่งน้ำเสร็จ นางได้เห็นสวรรค์เป็นครั้งแรก (แม้จะแค่แป๊บเดียว) แต่นางก็รู้ตัวดีว่าน่าจะรีบจัดการสิ่งนี้ให้เร็วที่สุด นางทนเห็นความกระเสือกกระสนอันเวทนาของลำควยดิลโด้นี้ต่อไปมิไหว มันผงกหัวดุ๊กดิก ๆ แต่ก็ทรงตัวไม่อยู่แล้ว เงยขึ้นได้นิดนึงก็หล่นป๊กลงไป! เงยแล้วก็หล่น! แล้วก็หล่นแล้วก็เงยอยู่เช่นนี้! ."เอาล่ะพอแล้ว ๆ ข้าจะให้เจ้าหยุดทำงานได้แล้ว เท่าที่ข้าจำได้หากข้าหยุดเงี่ยนเจ้าก็จะหยุดไปเองใช่หรือไม่?"เยว่เอ๋อถามใครก็มิรู้ล่ะ นางแค่ลุกขึ้นยืนด้วยชุดนุ่งลมห่มฟ้าพลางเดินตรงไปที่ผนังแล้วก็เตรียมจะดึงดุ้นยักษ์อันนี้กลับคืนสู่ที่เก็บ.จังหวะเอื้อมมือลงไปกำนั้นความอุ่นยังคงอยู่ และจังหวะที่นางออกแรงดึงแรงยื้อก็ยังพอ
สารพัดแรงถาโถมผนวกรวมกันตั้งแต่ขั้น 1 ถึง ขั้น 4 ดุ้นควยอันนี้จัดประเคนมาให้เยว่เอ๋อครบแบบทบต้นทบดอก นางสัมผัสได้ถึงการกระทุ้งอันรุนแรงทั้ง ๆ ที่ตัวนางแทบมิได้เคลื่อนบั้นท้ายไปชนกับมันเลย นี่คืออานุภาพของขั้นที่ 5 "ก้าวย่างปรมัตถ์" เยี่ยงนั้นหรือ? อาจเป็นได้! เพราะนวลนมทั้งสองเต้านี่ถึงกับกระเพื่อมบึ้มบ้ำ ๆ เลย!.ร่างบางโยกโครมครามราวกับถูกประหารผ่านช่องรัก ศีรษะสั่นคลอนปอยผมกระเซอะกระเซิงช่างเป็นอะไรที่เร้าใจมาก! ๆ นายน้อยหญิงถึงกับต้องกัดปากซีดตามในทุก ๆ ครั้งที่ดุ้นข้างหลังกระซวกเสียบ! ๆ ๆ ๆ แก้มก้นของนางกระเพื่อมตีปัง ๆ ๆ จนกลีบผกาชักจะเผยออ้ากว้าง!.ความซิงได้ถูกพรากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เยื่อพรหมจรรย์นางน่าจะขาดยับ มิหนำซ้ำเพื่อเพิ่มอรรถรสให้ถึงเครื่องมากขึ้น เยว่เอ๋อถึงกับลงทุนจินตนาการถึงใบหน้าของคุณชายเซียวไปด้วย! พอคิดถึงความหล่อเหลาของเขาไม่ว่าจะเป็นคนพี่หรือคนน้องนางก็จะยิ่งเงี่ยน! จังหวะถูกเย็ดในท่ายืนจึงเป็นอะไรที่เสียวเช่นนี้นี่เอง แล้วยิ่งเป็นการเย็ดกับคนรักของคนอื่น ฟิลลิ่งแห่งการคบชู้ก็ยิ่งทำให้นางฟินมากขึ้นกว่าเก่า."อ่าาาา! ขอบคุณพี่เหวินเหยายิ่งนักเจ้าค่ะ! อ่
"รักษากิริยาก่อนแม่นางมู่ ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้ามาที่นี่เพื่อตัดชุดใหม่จริง ๆ !""ข้าหาได้มีเจตนาร้าย มิเชื่อท่านลองดูรอยขาดแหว่งเหล่านี้สิ อาภรณ์ของข้าเก่าเกินจะเยียวยาแล้ว!"ด้วยความสัตย์จริงเหวินเหยาสืบเท้าถอยล่นออกมาราว 3 ปู้ ซึ่งเป็นระยะที่มากพอที่จะทำให้นางเห็นถึงภาพรวมของปราณสังหารที่กำลังแผ่
“เรื่องนี้มิอาจตอบในทันที ขอให้ข้าน้อยได้ตรวจทานก่อนสักครู่นะเจ้าคะ”ผู้ดูแลหลบฉากกลับเข้าหลังร้านไป.ปล่อยให้เหวินเหยากับถ้วยชาในมือยืนโดดเด่นอยู่ท่ามกลางโถงอาคารอันว่างเปล่า คิดไว้แล้วมิผิดว่าแม่นางศิษย์ช่างตัดผู้นี้ต้องมิใช่ตัวจริง ต่อให้นางจะพยายามหว่านล้อมเสนอขายอาภรณ์มากมายแค่ไหน แต่ในเมื่อจ
2 วันผ่านไป ณ ห้วงยามปัจจุบัน เหวินเหยากำลังนั่งอยู่บนรถลากที่ออกเดินทางจากโรงเตี๊ยมมายังจวนสกุลมู่ ขณะนั่งรถที่เคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยแรงมนุษย์ นางก็เริ่มคิดใคร่ครวญกับตัวเองขึ้นมาถึงเรื่องราวที่ได้ประสบพบเจอ ด้วยความสัตย์จริงว่าข้อเท็จจริงที่ว่าคุณชายเซียวเป็นรักร่วมเพศนั้น ดูจะมีรายละเอียดที่คร
หฤหรรษ์หรรษาวิปริตวิตถารมิรู้ว่าจะหาคำใดมาพรรณนา ให้แก่การร่วมรักของเหล่าคฑาชายนายราชสำนักเหล่านี้ได้ คุณชายประจำตระกูลใหญ่หนึ่ง บวกกับหทารหลวงในเขตพระราชวังอีกแปด มันชัดซะยิ่งกวาชัดว่า "คุณชายเซียวเป็นรักร่วมเพศ" การสอดใส่ทางทวารหนัก ผลัดกันรุกผลัดกันรับ ชนิดที่แม้แต่เหวินเหยาก็อดเอาใจช่วยมิได้.







