เข้าสู่ระบบ"หาไม่แม่นางมู่ข้าเพียงต้องทำในสิ่งที่ควรทำเท่านั้น อาภรณ์เหล่านั้นช่างงดงามต้องใจข้าตั้งแต่แรกเห็น เพียงชายตามองข้าก็วินิจฉัยได้มิยากว่าผู้ถักทอจะต้องมีวิริยะถึงเพียงใด สิ่งนี้มิควรถูกทำลายและข้าก็มิควรยั่วโทสะท่านตั้งแต่แรก เป็นข้าต่างหากที่ควรจะคุกเข่าโค้งคำนับ"
เหวินเหยาร่ายยาวเป็นฉาก ๆ นางเอ่ยคำออกมาจากก้นบึ้งแห่งจิตใจ บนแคร่ไม้ไผ่ที่สตรีสองนางนั่งพักอยู่ห้วงยามนี้ช่างสดใสแช่มชื่น จึงมิเหมาะมิควรหากจะสนทนากันในเรื่องตึงเครียด และเมื่อต่างคนต่างเห็นพ้องต้องกันจึงเป็นมู่ซื่อหรานที่พยายามจะเปลี่ยนประเด็น
.
นางเพ่งเล็งไปยังการสมนาคุณให้แก่จอมยุทธหญิงเสียมากกว่า โดยระบุว่าสวนหลังจวนแห่งนี้ก็เป็นหนึ่งในเงื่อนไขสัญญาเช่นกัน กล่าวคือนอกจากการดูแลเรื่องอาภรณ์แล้ว เหวินเหยายังได้รับสิทธิในการรักษาพยาบาลและการพักผ่อนหย่อนใจในสวนแห่งนี้ได้ตามอัธยาศรัย
.
ลานดินตรงนี้คืออาณาบริเวณที่ยื่นขยายออกมาจากเรือนหลัก แรกเริ่มเดิมทีถูกใช้สำหรับเป็นที่ซักล้างสำหรับผ้าใหม่ที่เพิ่งขึ้นโครงเสร็จ ก็เลยมิแปลกที่เหวินเหยาจะเห็นราวตากผ้าจำนวนมากเต็มไปหมด สำหรับสกุลมู่แล้วผ้าทุกผืนคือสิ่งมีชีวิต กลิ่นหอมของพวกมันมาจากเส้นใยพิเศษที่ถูกเพาะเลี้ยงอย่างพิถีพิถัน และแม้จะถูกทอขึ้นเป็นผืนแล้วก็ตามแต่สภาวะแวดล้อมจะต้องน่าอยู่ เพราะฉะนั้นบริเวณนี้จึงเต็มไปด้วยทุ่งดอกไม้สีสันสวยงามอยู่รายรอบ
.
มีแมลงภู่ผึ้ง มีนกบิน แล้วก็มีแม้กระทั่งสายลำธารเล็ก ๆ ที่ใสแจ๋วเห็นตัวปลา ใครได้อยู่ใกล้ก็จะมีความสุขโรคภัยไข้เจ็บมิมีเบียดเบียน นานวันเข้าปฏิกิริยาดังกล่าวก็ลุกลามลงมาถึงตัวคน ยามใดที่คนสกุลมู่มีเรื่องมิสบายใจ เศรษฐกิจไม่ดีหรือตัวเลขบัญชีของซู่จิ่นเก๋อ (素锦阁) มีปัญหา เพียงแค่มานั่งพักลงตรงนี้ พลานุภาพจากใยผ้าก็จะเยียวยาให้ลูกหลานทุกคนหายเป็นปลิดทิ้ง สวนหลังจวนสกุลมู่จึงเปรียบดั่งขุมพลังแห่งความลับ
.
คนนอกมิมีทางรู้จักนอกเสียจากเหวินเหยาที่ถูกละไว้เป็นกรณีพิเศษ บางทีการที่แผลกลางแผ่นหลังนางหายเร็วก็อาจจะเพราะอานิสงส์ของผืนผ้าที่ตากอยู่บนราวก็เป็นได้ นางก็เลยได้แต่กล่าวขอบคุณที่เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง และนี่คงเป็นดั่งการตอกย้ำว่าโลกยุทธภพช่างกว้างใหญ่ไพศาล หากมิบุกเข้ามาก็จะมิมีทางรู้เลยว่านอกจากผ้าห่อศพคนตายแล้ว ผ้าที่ใช้รักษาผู้คนก็มีอยู่เช่นกัน เพียงแต่มันดันอยู่ในอาณาบริเวณของสกุลมู่แห่งฉางหลิงที่เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ
.
แต่ถึงกระนั้นจอมยุทธหญิงก็ยังมีความเกรงใจอยู่ในที นางคงละอายแก่ใจมากหากมิยอมบอกเจตนารมณ์ที่แท้จริงของการบุกเข้ามาให้มู่ซื่อหรานล่วงรู้
.
"คือข้าต้องบอกท่านตามตรงนะแม่นางมู่ ว่าข้ามาที่ร้านทอผ้าของท่านเพราะอยากได้อาภรณ์ชุดใหม่อย่างแท้จริง โดยมิต้องเทียบเคียงให้เปลืองแรงท่านตรองดูรอยขาดกลางแผ่นหลังข้าก็ได้ รอยนี้ท่านเป็นผู้ฟันเองกับมือแล้วท่านจะมิตัดชุดใหม่ให้ข้าสักชุดงั้นหรือ? แพงเท่าไหร่ข้าก็จ่ายได้ เห็นแบบนี้ข้ามีเงินเก็บอยู่หลายตำลึงทองเชียวนะ"
.
มู่ซื่อหรานได้ฟังก็ถึงกับหลุดยิ้มออกมา พลันพูดขึ้นว่า
.
"อัยหยา! (哎呀) ท่านต้องมิเชื่อแน่เพราะข้านำสายวัดตัวมาด้วย! ส่วนนี่ก็คือสมุดจดแบบท่านอยากได้ชุดแบบไหนเล่าสั่งข้ามาได้เลย ข้าจะแทรกคิวตัดชุดใหม่ให้ท่านก่อนใครเชียว ตอบแทนที่ท่านช่วยร้านซู่จิ่นเก๋อ (素锦阁) ของข้าเอาไว้"
.
และหลังจากนั้นกระบวนการเนื้อแนบเนื้อใกล้ชิดกันก็เริ่มต้นขึ้น ภายใต้บรรยากาศสุดโรแมนติกในช่วงบ่าย ลมอ่อนพัดเย็นสบาย กลีบดอกเถาฮวาร่วงโรยโปรยปรายราวหิมะสีชมพูอ่อน หญิงงามสองนางสบตากันแช่มชื่น ต่างฝ่ายต่างเคารพกันและสายวัดก็ทำหน้าที่ของมันได้อย่างลงตัว เสี้ยวพริบตาที่จดค่าสัดส่วนกามารมณ์ก็เหมือนจะกำหนัด ยิ่งเป็นตอนที่มือชนเข้ากับนวลเนื้อในใจของมู่ซื่อหรานยิ่งเต็มไปด้วยความรุ่มร้อน
.
แก้มนางเริ่มแดงเรื่อและมือไม้ก็เริ่มสั่นเทาจนทำสายวัดหล่นพื้นไปหลายหน แค่นั้นเหวินเหยาก็พอจะอนุมานได้แล้วว่านางน่าจะเป็นรักร่วมเพศ เป็นหญิงรักหญิงแบบซ่อนเร้นที่คล้อยตามกับข่าวที่ตำหนักเงาจันทราแจ้ง สวนทางกับตัวเหวินเหยาเองที่ไม่ได้คิดอะไรเลย นางถึงกับฉวยโอกาสตอนที่แม่นางมู่เปิดช่อง พลันใช้วิชาด้ายทอวิญญาณ (หงเหมยจือฮุน) กับนางเสียด้วยซ้ำ
.
คราวนี้ล่ะหากนายน้อยเยว่เอ๋อกับแม่นางมู่แอบมาพบกันเมื่อไหร่ เหวินเหยาก็จะได้รู้จากการสั่นไหวของตัวด้ายบนนิ้วมือ มิต้องหอบสังขารมาถึงตรงนี้จนทำให้จวนคนอื่นเขาเสียหายอย่างที่เป็นอยู่
อาการครุ่นคิดกินมิได้นอนมิหลับเริ่มกลืนกินตัวตน มิน่าเชื่อว่าสตรีผู้วางแผนอะไรก็มิเคยผิดพลาดอย่างเหวินเหยาจะมีช่วงเวลาแบบนี้กับเขาด้วย! นางอยู่ที่โรงเตี๊ยมมามากกว่า 3 ราตรีกับอีก 4 อรุณรุ่ง ครานั้นกลวิธีในการนำตัวคุณชายเซียวออกจากหอกักขังก็ยังคงมืดแปดด้าน! ทำให้ชวนให้คิดว่าตกลงเป็นนางหรือเป็นเขากันแน่ที่ถูกจองจำ จนมิเห็นเดือนเห็นตะวัน."หรือเราจะแหกคุกเข้าไปชิงตัวเขาออกมาดี! คุณชายเซียวน่าจะถูกตัดเส้นลมปราณไปหมดแล้ว เขาคงต้านทานแรงปรารถนาของเรามิได้!?"เหวินเหยาถึงกับใช้หมึกพู่กันกากบาททับหน้ากระดาษแผ่นนั้นทิ้งแทบจะทันที เริ่มต้นบทเหมือนคุณชายเซียวถึงย่อหน้านี้นางก็ชักจะเหมือนเยว่เอ๋อเข้าไปอีก กิริยานางมิต่างจากนายน้อยสกุลจ้วงที่ขยำจดหมายทิ้งเป็นร้อย ๆ ฉบับ!.เพราะนางเองก็มีกระดาษขาวที่ใช้วาดแผนการต่าง ๆ ซึ่งใช้มิได้อยู่เกลื่อนโต๊ะเต็มไปหมด สิ่งนี้ตอกย้ำว่าจอมยุทธหญิงพยายามมาหลายวันแล้ว หากแต่ความเป็นไปได้ยังเท่ากับศูนย์ คุณชายเซียวจวิ้นอวี่ไม่มีคุณค่าพอที่จะให้นางเสี่ยงทำเรื่องเช่นนั้น การเลือกเป็นศัตรูกับราชสำนักก็มิต่างจากเอาคอขึ้นไปพาดไว้บนเขียง แค่คิดก็เสียสติสิ้นดี!."หรือต่อ
"世上无难事 ,只怕有心人" สำนวนจีนนี้หากแปลเป็นไทยน่าจะตีความได้ว่า "ทุกปัญหามีทางแก้ อย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรค" แล้วใครล่ะที่คู่ควรกับวลีนี้ที่สุดหากมิใช่เหวินเหยา! คดีพลิกเสียแล้วทั้ง ๆ ที่เมื่อครู่นายน้อยเยว่เอ๋อยังอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ จะบอกมิบอกแหล่ ทว่าพอนางโพล่งสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจออกมา จอมยุทธหญิงที่เรียกตนว่าเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจก็ถึงกับต้องกุมขมับ! กลายเป็นนางเสียเองที่ตะกุกตะกัก คิดมิตกว่าจะหาทางบอกเรื่องคุณชายเซียวกับคุกที่ขังเขาไว้ยังไง."เจ้าเงี่ยนมากเลยรึ? เจ้าทนมิไหวเลยใช่หรือไม่เยว่เอ๋อ?"เหวินเหยาพยายามถามด้วยเสียงอัดเงียบเบากึ่งกระซิบ."หงึก! , หงึก! , หงึก!"ร่างเล็กตอบผ่านการพยักหน้า พูดไปก็อายปากเลยเอาสีหน้ากับท่าทางนี่แหละใช้แทนคำตอบ.ซ้ำร้ายที่เพียงคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา หว่างขามันก็ร้อนวาบขึ้นอีกแล้ว! เยว่เอ๋อถึงกับต้องเอาต้นขาบี้บดใส่กันยืนบิดไปบิดมาคล้ายกับคนคลั่งควย! และถ้าหากมีกล้องอีกสักตัวอยู่ด้วยตัดภาพไปที่ห้องนอนบนชั้นสอง ป่านนี้ในลิ้นชักตรงเก๊ะที่ใส่ดิลโด้ยักษ์ไว้ก็คงจะสั่นโครมคราม! ปั๊ก! ๆ ๆ ๆ ประหนึ่งเปลี่ยนปราณแท้ที่เคลือบอยู่บาง ๆ ให้กลายเป็นเทคโนโลยีบลูทูธระดับสูง
"ใจเย็นก่อนพี่สาว! เหตุไฉนท่านจึงต้องแสดงกิริยาน่ากลัวเช่นนั้น ข้ามิได้ไปสังหารใครมาสักหน่อย ข้าก็แค่สังหารพรหมจรรย์ของตนเอง ผ่านอุปกรณ์ที่ท่านนั่นแหละที่เป็นผู้ส่งมา!"ตรงพอไหมถามใจเหวินเหยาดู เพราะที่พูดมาก็เป็นความจริงล้วน ๆ ทำไมด้ายแดงของเยว่เอ๋อถึงสะบัดแรงจนนิ้วมือผู้ใช้วิชาแทบขาด นั่นก็เพราะดิลโด้ที่ส่งมาให้มิใช่หรือ?."นี่องคชาตปลอมของคุณชายเซียวมีฤทธิ์รุนแรงถึงเพียงนั้นเชียวรึ? เจ้าเย้าข้าเล่นใช่หรือไม่สาวน้อย?"เหวินเหยาถามขณะที่สาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ หมายจะดูเศษซากจดหมายที่เขียนค้างไว้บนโต๊ะ."หาไม่เจ้าค่ะ! ก็ท่านน่ะเป็นคนเขียนวิธีใช้แนบมาเอง แล้วข้าก็ทะลวงผ่านไปถึงด่านที่ 5 ก้าวย่างปรมัตถ์เลยด้วย!"."ห๊า!!! เจ้าทำได้เยี่ยงไรกัน!!! ข้าประเมินเจ้าไว้เพียงแค่ระดับ 3 แดนสวรรค์เซียนเหยาเท่านั้น! ที่ระดับการสั่นนั้นมนุษย์ทั่วไปก็ถึงจุดสุดยอดได้แล้ว แต่นี่เจ้าเล่นอั้นไปจนถึงระดับ 5 เจ้าวิปลาศไปแล้วรึเยี่ยงไรเยว่เอ๋อ?! กลีบผกาเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง?! ข้าจะพาเจ้าไปโรงหมอเพียงแค่เจ้าเอ่ยวาจา!"ฤทธิ์ความตกใจสุดขีดตรงนี้ เหวินเหยาก็ทราบแล้วว่าเหตุอันใดเสี่ยวผ่างถึงลงทุนบินมาฟ้อง เพราะตั้
ดวงตะวันเริ่มรับขอบฟ้าแสงตะเกียงจากชายคาอาคารร้านบะหมี่นวลสลัว เหล่าบรรดาคนงานพนักงานร้านเริ่มทยอยกลับเข้าเรือนพัก แม้แต่เสี่ยวโม่บ่าวรับใช้คนสนิทที่รักษาตัวจนหายดีจากเหตุปะทะที่สกุลเวยแล้ว ก็ยังขอตัวกลับเข้าเรือนคนใช้ไปพลางก่อน เยว่เอ๋อมิได้สนใจเขาเท่าไหร่นักหรอก อันที่จริงนางมิยอมสนใจใครเลย! พลางคร่ำครึอยู่กับจดหมายลายมือของนางที่เขียนแล้วก็ขยำทิ้ง! แล้วก็เขียนใหม่อยู่หลายต่อหลายรอบ! ."เจ้าจะขอตัวไปนอนก็ไปเถอะเสี่ยวโม่ บอกคนอื่น ๆ ด้วยว่าเดี๋ยวข้าเสร็จธุระข้าจะดับตะเกียงเก็บทุกอย่างเอง ขอบคุณที่ทุกคนเหน็ดเหนื่อยสำหรับวันนี้นะ.."นายน้อยพูดทั้ง ๆ ที่ดวงหน้ายังก้มเขียนจดหมายอยู่ ฝั่งเสี่ยวโม่เองก็เลยต้องผละตัวจากไปแบบงง ๆ เขาแทบจะไม่มีบทบาทในนิยายพาร์ทนี้อีกต่อไปแล้ว และหลังจากที่ด้ายแดงประจำตัวถูกตัดออกจากวิชาด้ายทอวิญญาณ (红魅织魂) เหวินเหยาเองก็แทบจะมิได้ใช้บริการจากเขาอีกเลย."ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยก็ขอตัวก่อนนะขอรับคุณหนู คุณหนูเองก็รักษาตัวด้วย ใกล้เข้าเหมันต์ฤดูลมกลางคืนมักรุนแรง"."อืม..ม..ม ๆ ไปเหอะ ๆ ข้าดูแลตัวเองได้ เจ้าเองก็เพิ่งหายเจ็บกลับมา แทนที่จะเป็นห่วงข้าควรแบ่งไปห่วงตน
แข็งได้! โด่ได้! ยืดได้! ถอกได้! แล้วประสาอะไรทำไมจะหดไม่ได้! สังขารมนุษย์ก็แบบนี้ ต่อให้ดุ้นควยมหัศจรรย์นี้จะฉาบเคลือบไว้ด้วยปราณแท้แต่หลังจากมันกระทำชำเลาจิ๋มเยว่เอ๋อจนหนำใจแล้ว ก็ถึงกาลเวลาที่มันจะทำการละสังขาร ให้ตายเถอะ! ช่างเป็นภาพที่อิดหนาระอาใจ ใครเห็นก็อดสังเวชใจมิได้ หลังแท่งองคชาตหักคอห้อยต่องแต่งติดอยู่กับผนัง ราวกับมะเขือเผาที่งอมเพราะไฟแรง.ขนาดเยว่เอ๋อที่เพิ่งหลั่งน้ำเสร็จ นางได้เห็นสวรรค์เป็นครั้งแรก (แม้จะแค่แป๊บเดียว) แต่นางก็รู้ตัวดีว่าน่าจะรีบจัดการสิ่งนี้ให้เร็วที่สุด นางทนเห็นความกระเสือกกระสนอันเวทนาของลำควยดิลโด้นี้ต่อไปมิไหว มันผงกหัวดุ๊กดิก ๆ แต่ก็ทรงตัวไม่อยู่แล้ว เงยขึ้นได้นิดนึงก็หล่นป๊กลงไป! เงยแล้วก็หล่น! แล้วก็หล่นแล้วก็เงยอยู่เช่นนี้! ."เอาล่ะพอแล้ว ๆ ข้าจะให้เจ้าหยุดทำงานได้แล้ว เท่าที่ข้าจำได้หากข้าหยุดเงี่ยนเจ้าก็จะหยุดไปเองใช่หรือไม่?"เยว่เอ๋อถามใครก็มิรู้ล่ะ นางแค่ลุกขึ้นยืนด้วยชุดนุ่งลมห่มฟ้าพลางเดินตรงไปที่ผนังแล้วก็เตรียมจะดึงดุ้นยักษ์อันนี้กลับคืนสู่ที่เก็บ.จังหวะเอื้อมมือลงไปกำนั้นความอุ่นยังคงอยู่ และจังหวะที่นางออกแรงดึงแรงยื้อก็ยังพอ
สารพัดแรงถาโถมผนวกรวมกันตั้งแต่ขั้น 1 ถึง ขั้น 4 ดุ้นควยอันนี้จัดประเคนมาให้เยว่เอ๋อครบแบบทบต้นทบดอก นางสัมผัสได้ถึงการกระทุ้งอันรุนแรงทั้ง ๆ ที่ตัวนางแทบมิได้เคลื่อนบั้นท้ายไปชนกับมันเลย นี่คืออานุภาพของขั้นที่ 5 "ก้าวย่างปรมัตถ์" เยี่ยงนั้นหรือ? อาจเป็นได้! เพราะนวลนมทั้งสองเต้านี่ถึงกับกระเพื่อมบึ้มบ้ำ ๆ เลย!.ร่างบางโยกโครมครามราวกับถูกประหารผ่านช่องรัก ศีรษะสั่นคลอนปอยผมกระเซอะกระเซิงช่างเป็นอะไรที่เร้าใจมาก! ๆ นายน้อยหญิงถึงกับต้องกัดปากซีดตามในทุก ๆ ครั้งที่ดุ้นข้างหลังกระซวกเสียบ! ๆ ๆ ๆ แก้มก้นของนางกระเพื่อมตีปัง ๆ ๆ จนกลีบผกาชักจะเผยออ้ากว้าง!.ความซิงได้ถูกพรากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เยื่อพรหมจรรย์นางน่าจะขาดยับ มิหนำซ้ำเพื่อเพิ่มอรรถรสให้ถึงเครื่องมากขึ้น เยว่เอ๋อถึงกับลงทุนจินตนาการถึงใบหน้าของคุณชายเซียวไปด้วย! พอคิดถึงความหล่อเหลาของเขาไม่ว่าจะเป็นคนพี่หรือคนน้องนางก็จะยิ่งเงี่ยน! จังหวะถูกเย็ดในท่ายืนจึงเป็นอะไรที่เสียวเช่นนี้นี่เอง แล้วยิ่งเป็นการเย็ดกับคนรักของคนอื่น ฟิลลิ่งแห่งการคบชู้ก็ยิ่งทำให้นางฟินมากขึ้นกว่าเก่า."อ่าาาา! ขอบคุณพี่เหวินเหยายิ่งนักเจ้าค่ะ! อ่
ความเหนื่อยล้ากัดกินแรงปีก ส่งของเสร็จงวดนี้เห็นทีเสี่ยวผ่างอาจจะต้องลาพักร้อน ปกติเดินทางจากจวนสกุลจ้วงถึงโรงเตี๊ยมกระพือปีกมิถึง 30 ทีก็ถึงแล้ว แต่นี่อะไรขนแทบร่วงหมดตัวยังบินมาได้มิถึงครึ่งทาง แต่ครานั้นด้วยความที่เป็นนกอาคมที่สร้างขึ้นจากปราณแท้ของผู้สำเร็จวิชา เสี่ยวผ่างก็เลยกระเสือกกระสนจนทำต
"เฮ่ย! ๆ ๆ นี่มันอะไรกันเนี่ยะควยท่านมีชีวิตคุณชายเซียว~!""อย่านะอย่าเข้ามาใกล้เชียว อยู่บนพื้นดิ้นกระแด่ว ๆ ไปอย่างงั้นแหละดีแล้ว""นี่เราคิดบ้าอะไรออกไป คิดจะเอากับของที่ดิ้นเป็นปลาเฮยอวี๋ (黑鱼) เช่นนี้เหรอ?""อี๋~! จะน่ากลัวเกินไปแล้ว~! , หยึ๋ยย~!".ด้วยความสัตย์จริงว่าถ้าหากเป็นโลกยุคปัจจุบัน
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปไวเหมือนโกหก และพัสดุจากตำหนักเงาจันทรา (万影楼) ก็ถูกนำมาส่งโดยพิราบทมิฬกาฬตัวหนึ่ง วิหคตัวนี้ดูจะมีอัตลักษณ์ที่ผิดแผกกจากตัวอื่น ด้วยวงปีกที่กว้างอหังกากับกงเล็บที่แข็งแรง มันออกจะเหมือนอินทรีย์มากกว่าพิราบด้วยซ้ำ และบางทีนี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งความรัดกุมที่ตำหนักเงาจันทรามอบให้ลูกค้า
ต้องเรียนตามตรงด้วยความซื่อสัตย์ว่า ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นค่อนข้างรุนแรงกว่าสิ่งที่คนึงไว้ เหวินเหยามายืนอยู่ที่หน้ากระดานแจ้งราชกิจกลางตลาดฉางหลิงเป็นที่เรียบร้อย สารถีรถลากนางก็ไล่ให้กลับไปมิต้องหยุดรอ เพราะนางดูเหมือนจะหัวเสียกับสิ่งที่แจ้งบนกระดานอยู่มิน้อย! นั่นมิใช่เพราะคุณชายเซียวมิโดนโทษทัณฑ์ใ







