แชร์

บทที่ 11 พิธีมงคล

ผู้เขียน: BigM00N
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-18 20:49:42

งานมงคลของอัครมหาเสนาบดีเซี่ยและคุณหนูสกุลฮวาถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เกี้ยวเจ้าสาวได้รับการตกแต่งอย่างหรูหรา เจ้าบ่าวที่ขี่ม้านำหน้าขบวนดูองอาจผึ่งผาย ใบหน้าหล่อเหล่าของเซี่ยเหวินหลางทำให้บรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ในเมืองหลวงต่างก็อดถอนใจออกมาด้วยความเสียดาย 

ก่อนหน้านี้มีข่าวลือในแง่ร้ายมากมายเกี่ยวกับรูปโฉมและความประพฤติอันโหดเหี้ยมของเขา พวกนางหวาดกลัวว่าทรราชเซี่ยจะไม่มีผู้ใดยินยอมแต่งงานด้วยจนผลสุดท้ายทรราชผู้นั้นจะหันมาหมายปองพวกนาง ตอนที่ได้รู้ว่าคุณหนูสกุลฮวาออกทุกข์แล้วพวกนางพากันยินดีในความทุกข์ของผู้อื่นอย่างเต็มที่ ด้วยคิดว่าต่อไปพวกนางก็ไม่ต้องกังวลแล้วว่าพ่อสื่อจากจวนสกุลเซี่ยอาจจะวิ่งเข้าไปทาบทามพวกนางจนถึงในจวน แต่ยามนี้เมื่อได้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลาของเซี่ยเหวินหลางอย่างเต็มตา พวกนางต่างก็พากันรู้สึกเสียดายที่คนที่ได้นั่งในเกี้ยวเจ้าสาวของเขาไม่ใช่พวกนาง

ฮวาจื่อชิงนั่งอยู่ในเกี้ยวเจ้าสาวด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม ในเมื่อนางแก้ไขสิ่งใดไม่ได้แล้วจึงทำได้แค่เพียงต้องยอมจำนนต่อโชคชะตาเพียงเท่านั้น หากนางเดาไม่ผิดสาวใช้สองคนที่เซี่ยเหวินหลางส่งมาคงกำลังเดินตามประกบติดตามเกี้ยวของนางอย่างใกล้ชิดโดยไม่ให้คลาดสายตา แม้ว่านางกับสาวใช้สองคนนั้นจะไม่ค่อยได้พูดคุยกันมากเท่าใดนักแต่นางก็รู้ดีว่าสาวใช้สองคนนี้ไม่แตกต่างไปจากเจ้านายของพวกนางเลย ทั้งเถรตรง ดุดัน และลงมืออย่างเฉียบขาดจนทำให้นางยากจะหลบหนีไปได้

เมื่อเกี้ยวเจ้าสาวหยุดลงที่หน้าประตูจวนสกุลเซี่ย เซี่ยเหวินหลางจึงได้ลงจากหลังม้าอย่างสง่างาม เขาเดินมาถึงเกี้ยวเจ้าสาวก็ยกฝ่าเท้าขึ้นมาเตะคานประตูเกี้ยวเจ้าสาวหนึ่งครั้งตามประเพณีแคว้นอวิ๋น การเตะคานประตูเกี้ยวเจ้าสาวก็เพื่อสื่อความหมายว่าเจ้าบ่าวผู้นี้มิได้เกรงกลัวภรรยา เสียงเตะคานประตูตอบจากด้านในอย่างไม่ยอมแพ้ของเจ้าสาวเป็นการสื่อความหมายว่าฝ่ายเจ้าสาวเองก็ไม่ได้อ่อนแอ 

เซี่ยเหวินหลางยืนรออยู่ครู่หนึ่งและกำลังคิดสงสัยว่าฮวาจื่อชิงจะทำอย่างเจ้าสาวคนอื่นในแคว้นอวิ๋นหรือไม่ที่ส่วนใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวที่นั่งอยู่ด้านในเกี้ยวมักจะโยนกุญแจหีบสมบัติออกมาจากเกี้ยว ฝ่ายเจ้าบ่าวก็จะรับมาแล้วก็ต้องชูกุญแจขึ้น เป็นนัยว่าให้ฟ้าดินช่วยเป็นสักขีพยานว่าฝ่ายเจ้าสาวยินดีที่จะมอบกุญแจหีบสมบัติของนางให้แก่เขา เป็นเคล็ดในการขอให้ได้ลูกชายหลายๆ คน 

เซี่ยเหวินหลางรออยู่ครู่หนึ่งสุดท้ายก็มีกุญแจโยนออกมาแค่เพียงสองดอก มุมปากของเซี่ยเหวินหลางกระตุกเพียงเล็กน้อยแล้วจึงได้ชูกุญแจที่นางโยนออกมาชูขึ้นไปเหนือศีรษะ เสียงหัวเราะของผู้คนรอบข้าง เสียงโห่ร้อง เสียงหยอกเย้าและเสียงล้อเลียนพลันเงียบงันลงไปในทันทีเมื่อเขาปรายตาไปมอง เขาเดินไปเปิดผ้าม่านออกแล้วยื่นมือของตนไปจับจูงมือของนางออกจากเกี้ยวโดยไม่สนใจแม่สื่อที่เดิมทีตั้งใจจะมาจูงนางออกจากเกี้ยวด้วยตนเอง

ดวงตาอันงดงาม คิ้วโค้งยาวได้รูปของนางในวันนี้ได้รับการแต่งแต้มด้วยเครื่องประทินโฉมจนดูงดงามขึ้น ฮวาเตี้ยนกลางหน้าผากเป็นสีแดงสดเข้ากับชุดเจ้าสาวที่นางสวมใส่อยู่ ภายใต้พัดกลมที่มีลวดลายอันวิจิตรของนางเซี่ยเหวินหลางรู้ดีว่าจะมีจมูกเรียวเล็กและงอนเชิดของนางที่ถูกพัดปิดบังเอาไว้ ยังมีริมฝีปากอันอ่อนนุ่มที่แม้ว่าเขาจะมองไม่เห็นแต่ก็สามารถคาดเดาได้ว่ายามที่นางลดพัดลงมาน่าจะถูกแต่งแต้มจนเป็นสีแดงสดเช่นเดียวกับฮวาเตี้ยนกลางหน้าผากของนาง

เขาจูงมือของนางเข้าประตูจวนอย่างระมัดระวัง จ้องมองนางใช้ศีรษะแตะโคมไฟที่ห้อยลงมาจากกึ่งกลางประตูจวนด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มแต่งแต้ม เขาจูงนางเดินเหยียบย่ำลงไปบนเมล็ดธัญพืชที่ถูกหว่านเอาไว้ พานางก้าวข้ามอานม้า คันชั่ง และคันธนู จวบจนพานางเข้าไปในโถงพิธีการ หลังจากนั้นก็คำนับฟ้าดินร่วมกันกับนาง คำนับบุพการีผู้ให้กำเนิดแล้วจึงได้หันมาคำนับซึ่งกันและกัน เมื่อผู้ดำเนินพิธีการประกาศเสร็จสิ้นพิธีการแล้วเขาก็ทอดถอนใจออกมาแล้วเอ่ยกับนางว่า

“เจ้าลดพัดในมือลงมาได้แล้ว” แต่นางกลับยังคงถือพัดบดบังใบหน้าเอาไว้แล้วหันมากะพริบตาใส่เขา

“ท่านจะไม่ทำอย่างเช่นเจ้าบ่าวคนอื่นหน่อยหรือ ที่จะต้องร่ายโคลงกลอนให้เจ้าสาวฟังจนกว่านางจะพึงพอใจแล้วยินยอมลดพัดลงมา” เมื่อนางเอ่ยเช่นนี้รอยยิ้มบนใบหน้าของเซี่ยเหวินหลางก็พลันดูจอมปลอมขึ้นมาในทันทีแล้วเขาก็เอ่ยกระซิบกับนางด้วยน้ำเสียงอันเยือกเย็นว่า

“จะยอมลดพัดลงมาดีๆ หรือว่าจะให้ข้าช่วยปลดพัดออกจากมือของเจ้า” คำพูดของเขาทำให้นางรีบลดพัดลงมาในทันที นางส่งยิ้มให้เขาแล้วจึงได้หันไปคารวะขอบคุณแขกเหรื่อด้วยท่วงท่าอันอ่อนช้อย

“ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในงานมงคลของพวกข้านะเจ้าคะ” ใบหน้าอันงดงามของนางถูกแต่งแต้มจนงามล้ำอย่างที่เซี่ยเหวินหลางคาดเดาเอาไว้ ยามนี้เมื่อได้เห็นว่าบรรดาบุรุษที่มาร่วมงานต่างก็จ้องมองใบหน้าของนางอย่างเสียมารยาทเขาจึงได้รู้สึกว่าตนเองทำผิดพลาดไป 

‘ไม่น่าสั่งให้นางลดพัดลงในยามนี้เลย’ แม้ว่าในใจจะคิดเช่นนี้แต่เขาก็ยังฝืนยิ้มแล้วยื่นมือไปจับกุมข้อมือของนางเอาไว้แล้วเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ไปทำพิธีเข้าหอกันเถิด” คำพูดของเขาทำให้ใบหน้าของนางแดงก่ำด้วยความขัดเขิน เมื่อเห็นว่านางรีบเดินตามเขามาในทันทีโดยไม่คิดจะขัดขืนรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาจึงได้กลับมาอบอุ่นและอ่อนโยนอีกครั้ง

พิธีเข้าหอที่เขาเอ่ยถึงก็คือการเข้าไปนั่งลงบนเตียงที่เต็มไปด้วยเมล็ดธัญพืชหลายชนิดเพื่อสื่อความหมายว่าขอให้มีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง หลังจากนั้นก็นั่งฟังถ้อยคำอวยพรจากบรรดาฮูหยินที่พรั่งพร้อมด้วยลูกและสามี หลังจากนั้นก็คล้องแขนดื่มสุรามงคลร่วมกัน 

“ข้าออกไปคารวะสุราก่อน หากเจ้าง่วงก็นอนก่อนได้เลย” แน่นอนว่าเมื่อเขาเปิดทางให้เช่นนี้ยามเมื่อเขากลับเข้าห้องหอมาอีกครั้งจึงได้พบว่าเจ้าสาวของเขากำลังนอนหลับใหลไปอย่างสบายอกสบายใจแล้ว แต่เซี่ยเหวินหลางกลับไม่ยอมแพ้เขาทิ้งกายลงไปแนบชิดกับนาง แล้วกระซิบเอ่ยถ้อยคำที่ทำให้ลูกตาภายใต้หนังตาที่ปิดสนิทอยู่ของนางกลอกกลิ้งไปมาในทันที

“เจ้าหลับไปแล้วก็ดี เจ้าเคยบีบบังคับขืนใจข้าเช่นนั้นข้าก็จะขอทวงคืนเจ้าด้วยการลงมือกับเจ้าโดยที่เจ้าไม่รู้สึกตัวก็แล้วกัน” เมื่อเขาเอ่ยเช่นนี้นางก็ลืมตาขึ้นมาสบตากับเขาด้วยความหวาดหวั่นในทันที 

แต่มีหรือที่เขาจะยอมยั้งมือปฏิบัติการทวงคืนความเป็นธรรมจากนางอย่างเร่าร้อนทำให้นางอดรู้สึกว่าตนเองต่างหากที่เป็นฝ่ายเสียเปรียบเพราะตอนที่นางบังคับขืนใจเขา ความพึงพอใจบนใบหน้าของเขาไม่น้อยไปกว่าตอนนี้เลย อีกทั้งตอนที่นางทำยังทำแค่เพียงไม่กี่ครั้งเขาก็เสร็จกิจแล้ว แต่ตอนที่เขาทำกับนาง เขาใช้เวลายาวนานเกือบครึ่งค่อนคืนกว่าเขาจะยินยอมปล่อยมือ สุดท้ายก่อนที่นางกำลังจะเคลิ้มหลับก็ได้ยินเสียงเขากระซิบเข้ามาในหูของนางว่า

“ต่อไปอย่าได้อาจหาญเอาพ่อพันธุ์ม้ามาเปรียบเทียบกับข้าอีก” คำพูดของเขาทำให้นางรีบแสร้งหลับตาเพื่อหลบเลี่ยงความผิดในทันที แม้ว่านางตั้งใจว่าจะแสร้งหลับแต่ความอ่อนเพลียของนางก็ทำให้นางหลับใหลไปจริงๆ โดยที่นางไม่รู้ตัว

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 15 หนีออกนอกเมือง

    เมื่อออกจากจวนสกุลเซี่ยได้นางก็วิ่งลัดเลาะไปยังคลองระบายน้ำ เมื่อไปถึงตรอกแห่งหนึ่งก็มีขอทานน้อยสองคนออกจากตรอกอันมืดมิดวิ่งตรงมาหานางแล้วก็แบมือขอเงินจากนางในทันที ฮวาจื่อชิงมอบถุงเงินอันหนักอึ้งให้สองขอทานน้อยคนละถุง พวกเขายิ้มแย้มแล้วรับเงินไปด้วยความยินดี เมื่อเห็นว่าฮวาจื่อชิงมีสาวใช้ติดตามมาด้วยอีกสองคนพวกเขาจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์“แม่นางที่พวกเราเคยตกลงกันไว้มีแค่แม่นางเพียงผู้เดียวมิใช่หรือ” “นั่นมันข้อตกลงเมื่อสามเดือนที่แล้ว พวกเจ้าได้รับเงินที่ข้าส่งมาให้พวกเจ้าทุกเดือนมาโดยตลอดมิใช่หรือ อีกทั้งข้ายังส่งยารักษาโรคที่ดีที่สุดมาให้พวกเจ้าอีก พวกเจ้าไม่คิดว่าควรจะตอบแทนข้าให้มากขึ้นอีกสักหน่อยหรือ” คำถามของฮวาจื่อชิงทำให้เด็กน้อยทั้งสองหันไปปรึกษากันแล้วสุดท้ายก็หันมาพยักหน้าให้นาง“ได้ ถ้าเช่นนั้นรบกวนพวกท่านตามข้าสองคนมา ก่อนอื่นพวกท่านจะต้องเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าที่พวกข้าหามาให้ก่อน พวกท่านจะได้ดูกลมกลืนกับพวกข้า” เมื่อเด็กน้อยเอ่ยเช่นนี้ทั้งฮวาจื่อชิง มู่เหยาและมู่หลีก็ต่างพยักหน้า ขอทานน้อยทั้งสองจึงพาพวกนางไปยังตรอกที่เป็นแหล่งกบดานของพวกเขา

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 14 หนีออกจากจวน

    “ดูเหมือนว่าช่วงนี้ท่านจะคิดถึงข้ามากเป็นพิเศษนะ ไม่เพียงเรียกตัวข้าให้มาหาท่านบ่อยครั้งขึ้น แถมช่วงนี้ยังยินดีจ่ายให้ข้ามากเป็นพิเศษอีกด้วย” เสียงอันเย้ายวนของสตรีภายในห้องทำให้ฮวาจื่อชิงรีบหยุดฝีเท้าแล้วหยุดยืนฟังอยู่ไกลๆ ขอแค่เพียงได้ยินสิ่งที่คนด้านในพูดคุยกันนางก็ไม่จำเป็นต้องเข้าไปใกล้“ย่อมต้องจ่ายหนักเป็นธรรมดา ข้าใจร้อนอยากจะรีบสะสางเรื่องยุ่งยากรอบกายของข้าให้เร็วที่สุด” คำพูดของเซี่ยเหวินหลางทำให้ฮวาจื่อชิงเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจน้ำเสียงของเขาไม่เหมือนน้ำเสียงของบุรุษที่ใช้พูดคุยกับสตรีที่ตนเองถูกใจ‘หรือว่าจะไม่ใช่นาง’ ฮวาจื่อชิงได้แต่คิดอยู่ในใจ หูก็ฟังเสียงความเคลื่อนไหวและเสียงพูดคุยของคนในเรือน“รีบสะสางถือเป็นเรื่องดีเพียงแต่รอบนี้ท่านก็เบามือลงสักหน่อยเถิด หากเลือดนองผืนดิน ศีรษะแขวนเต็มประตูเมืองอย่างเช่นรอบที่แล้วไม่เพียงทำให้ผู้คนเสียขวัญแต่ยังทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัวในตัวท่านด้วย” เสียงสตรีภายในห้องเอ่ยเตือนด้วยความเป็นห่วงแต่เซี่ยเหวินหลางกลับตอบนางด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจ“พวกเขาอยากจะกลัวข้าก็ให้กลัวไป ยิ่งกลัวมากก็ยิ่งดี วันหน้าจะได้ไม่ลุกขึ้นมาต่อต้านข้าอี

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 13 นางจิ้งจอก

    ฮวาจื่อชิงใช้ชีวิตภายในจวนสกุลเซี่ยอย่างผ่อนคลาย นางไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปิดบังเรื่องพละกำลังของตนเองอีก ถึงอย่างไรสามีของนางก็รู้อยู่แล้วว่านางมีพละกำลังมากว่าผู้อื่น ส่วนพ่อสามีและแม่สามีก็หาได้รังเกียจเรื่องนี้อีกทั้งยังรู้สึกว่าเป็นเรื่องดีอีกด้วย“วันหน้าเมื่อเจ้ามีหลานๆ ให้ข้า พวกเขาอาจจะได้พละกำลังอันแข็งแกร่งมาจากเจ้าก็ได้นะ มีพละกำลังมากกว่าผู้อื่นถือเป็นเรื่องดีอย่างน้อยพวกเขาก็คงจะสามารถปกป้องตนเองได้ดีกว่าคนทั่วไป” ฉีเหม่ยเจินเอ่ยออกมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปวดใจ นางสูญเสียบุตรชายไปแล้วสองคนและบุตรสาวอีกหนึ่งคน ทุกครั้งที่ต้องเห็นป้ายวิญญาณของลูกหัวใจของนางก็ราวกับถูกกระชากออกจากอก ความทุกข์ทรมานเช่นนี้ไม่มีมารดาคนไหนอยากจะให้เกิดกับตนเอง“จะมีพละกำลังหรือไม่มีก็ไม่เป็นไรขอให้เจ้ามีหลานให้พวกเราอุ้มเร็วๆ ก็พอ” เซี่ยจ้งหวายเอ่ยพลางยิ้มออกมา ส่วนฮวาจื่อชิงนางทำได้แค่เพียงยิ้มออกมาอย่างเอียงอายเพียงเท่านั้น ด้วยรู้ดีว่าถ้าหากพูดออกมาตามความเป็นจริงคงจะเป็นเรื่องยากที่นางและเซี่ยเหวินหลางจะมีลูกด้วยกันได้ในเร็ววัน เพราะนางและเขาในยามนี้แทบจะไม่ได้อยู่ร่วมห้องกันตามลำพังอ

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 12 สะใภ้สกุลเซี่ย

    ยามเช้าเมื่อฮวาจื่อชิงตื่นขึ้นมาก็พบว่าร่างกายของนางร้าวระบมไปเกือบทั้งตัว แม้ว่านางไม่อยากจะตื่นขึ้นมามากเพียงใด แต่ในฐานะที่เป็นสะใภ้ใหม่จำต้องรีบตื่นขึ้นมาเพื่อไปคารวะน้ำชายามเช้าต่อพ่อสามีและแม่สามี ยามนี้ภาพลักษณ์ของนางในใจพ่อสามีและแม่สามีน่าจะเสียหายไปหมดแล้ว ดังนั้นสิ่งที่นางพอจะทำได้ก็คือพยายามทำตัวเป็นลูกสะใภ้ที่ดีไม่ขัดหูขัดตาพวกเขาก็พอ“นอนต่ออีกหน่อยเถิด” มารขัดขวางความตั้งใจของนางไม่ได้แค่เพียงพูดห้ามปราม เขายังสอดแขนมาที่เอวของนางแล้วเหนี่ยวรั้งนางให้เอนกายลงไปซบร่างกายของเขาอีกด้วย“ปล่อยข้า วันนี้ข้าต้องไปยกน้ำชาให้ท่านพ่อและท่านแม่สามี” ฮวาจื่อชิงเอ่ยพลางออกแรงดึงแขนของเขาออกซึ่งเขาก็ยินยอมปล่อยมือแต่โดยดีเพราะรู้ดีว่าตนเองสู้แรงของนางไม่ได้ ส่วนฮวาจื่อชิงที่พึ่งจะรู้ตัวว่าพละกำลังของนางกลับคืนมาแล้วก็ขมวดคิ้วแล้วหันไปจ้องมองเขาในทันที“เมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้นกับข้า เหตุใดร่างกายของข้าจึงได้สิ้นไร้เรี่ยวแรงถึงเพียงนั้น” คำถามของนางทำให้เซี่ยเหวินหลางขยับกายลุกขึ้นแล้วก็จ้องมองนางด้วยสายตาที่ทำให้นางอดรู้สึกเย็นยะเยือกที่แผ่นหลังไม่ได้“แล้วเจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า เรี่ย

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 11 พิธีมงคล

    งานมงคลของอัครมหาเสนาบดีเซี่ยและคุณหนูสกุลฮวาถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เกี้ยวเจ้าสาวได้รับการตกแต่งอย่างหรูหรา เจ้าบ่าวที่ขี่ม้านำหน้าขบวนดูองอาจผึ่งผาย ใบหน้าหล่อเหล่าของเซี่ยเหวินหลางทำให้บรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ในเมืองหลวงต่างก็อดถอนใจออกมาด้วยความเสียดาย ก่อนหน้านี้มีข่าวลือในแง่ร้ายมากมายเกี่ยวกับรูปโฉมและความประพฤติอันโหดเหี้ยมของเขา พวกนางหวาดกลัวว่าทรราชเซี่ยจะไม่มีผู้ใดยินยอมแต่งงานด้วยจนผลสุดท้ายทรราชผู้นั้นจะหันมาหมายปองพวกนาง ตอนที่ได้รู้ว่าคุณหนูสกุลฮวาออกทุกข์แล้วพวกนางพากันยินดีในความทุกข์ของผู้อื่นอย่างเต็มที่ ด้วยคิดว่าต่อไปพวกนางก็ไม่ต้องกังวลแล้วว่าพ่อสื่อจากจวนสกุลเซี่ยอาจจะวิ่งเข้าไปทาบทามพวกนางจนถึงในจวน แต่ยามนี้เมื่อได้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลาของเซี่ยเหวินหลางอย่างเต็มตา พวกนางต่างก็พากันรู้สึกเสียดายที่คนที่ได้นั่งในเกี้ยวเจ้าสาวของเขาไม่ใช่พวกนางฮวาจื่อชิงนั่งอยู่ในเกี้ยวเจ้าสาวด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม ในเมื่อนางแก้ไขสิ่งใดไม่ได้แล้วจึงทำได้แค่เพียงต้องยอมจำนนต่อโชคชะตาเพียงเท่านั้น หากนางเดาไม่ผิดสาวใช้สองคนที่เซี่ยเหวินหลางส่งมาคงกำลังเดินตามประกบติดตามเกี้ยวของนางอย่าง

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 10 อย่าได้คิดก่อเรื่อง

    ท่ามกลางกลิ่นอายอันเย้ายวนและหอมกรุ่น ฮวาจื่อชิงที่ถูกควันหอมของสมุนไพรทำให้สติเลือนรางก็ลงมือทำเรื่องบางอย่างตามความเข้าใจของตนเอง ส่วนบุรุษผู้นั้นในยามนี้แทบจะไม่หลงเหลือสติแล้วเช่นเดียวกัน หาไม่ใช่เพราะเขาถูกผูกแขนและขาเอาไว้ นางเชื่อว่าเขาจะต้องเป็นคนลงมือทำเรื่องชั่วร้ายแทนนางเป็นแน่“เจ็บชะมัด!” นางเอ่ยพลางหลั่งน้ำตาออกมาส่วนคนที่อยู่ใต้ร่างของนางยามนี้ดวงตาของเขาได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว แม้กระทั่งในยามที่นางหยุดค้างเพราะความเจ็บปวดแต่เขากลับพยายามดิ้นรนที่จะหาหนทางปลดปล่อยตนเอง สะโพกที่ไม่อยู่นิ่งของเขาทำให้นางยิ่งเจ็บปวดมากขึ้น แต่เมื่อคิดว่าด้วยความสามารถของญาติผู้พี่ของนางจะต้องเหนี่ยวรั้งเซี่ยโหวเอาไว้ไม่ได้นานแน่ นางจึงยินยอมให้ความร่วมมือกับเขาแต่โดยดีแม้ว่าความเจ็บปวดจะทำให้นางหลุดพ้นจากฤทธิ์ของสมุนไพรที่ถูกเผาอยู่ในเตากำยานแล้วก็ตาม“อ๊า...” เสียงคำรามจากลำคอของคนที่อยู่ด้านล่างและการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงเป็นครั้งสุดท้ายของสะโพกของเขาทำให้นางรู้ว่าทุกอย่างน่าจะเสร็จสิ้นแล้ว นางค่อยๆ ขยับกายของตนเองลงจากร่างของเขา ความตึงแน่นและความเปียกชื้นบริเวณช่วงล่างทำให้นางรู้สึกไม่สบา

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status