แชร์

บทที่ 12 สะใภ้สกุลเซี่ย

ผู้เขียน: BigM00N
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-24 19:47:48

ยามเช้าเมื่อฮวาจื่อชิงตื่นขึ้นมาก็พบว่าร่างกายของนางร้าวระบมไปเกือบทั้งตัว แม้ว่านางไม่อยากจะตื่นขึ้นมามากเพียงใด แต่ในฐานะที่เป็นสะใภ้ใหม่จำต้องรีบตื่นขึ้นมาเพื่อไปคารวะน้ำชายามเช้าต่อพ่อสามีและแม่สามี ยามนี้ภาพลักษณ์ของนางในใจพ่อสามีและแม่สามีน่าจะเสียหายไปหมดแล้ว ดังนั้นสิ่งที่นางพอจะทำได้ก็คือพยายามทำตัวเป็นลูกสะใภ้ที่ดีไม่ขัดหูขัดตาพวกเขาก็พอ

“นอนต่ออีกหน่อยเถิด” มารขัดขวางความตั้งใจของนางไม่ได้แค่เพียงพูดห้ามปราม เขายังสอดแขนมาที่เอวของนางแล้วเหนี่ยวรั้งนางให้เอนกายลงไปซบร่างกายของเขาอีกด้วย

“ปล่อยข้า วันนี้ข้าต้องไปยกน้ำชาให้ท่านพ่อและท่านแม่สามี” ฮวาจื่อชิงเอ่ยพลางออกแรงดึงแขนของเขาออกซึ่งเขาก็ยินยอมปล่อยมือแต่โดยดีเพราะรู้ดีว่าตนเองสู้แรงของนางไม่ได้ ส่วนฮวาจื่อชิงที่พึ่งจะรู้ตัวว่าพละกำลังของนางกลับคืนมาแล้วก็ขมวดคิ้วแล้วหันไปจ้องมองเขาในทันที

“เมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้นกับข้า เหตุใดร่างกายของข้าจึงได้สิ้นไร้เรี่ยวแรงถึงเพียงนั้น” คำถามของนางทำให้เซี่ยเหวินหลางขยับกายลุกขึ้นแล้วก็จ้องมองนางด้วยสายตาที่ทำให้นางอดรู้สึกเย็นยะเยือกที่แผ่นหลังไม่ได้

“แล้วเจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า เรี่ยวแรงของเจ้ามากมายถึงเพียงนั้นหากข้าไม่ทำอะไรเลยมีหวังเจ้าคงได้ป่นกระดูกของข้าจนเป็นผุยผงแน่” เมื่อเขาเอ่ยเช่นนี้ฮวาจื่อชิงก็ยกฝ่ามือขึ้นมาตั้งใจว่าจะให้เขาได้ลิ้มลองรสชาติฝ่ามือของนางสักฉาดแต่เซี่ยเหวินหลางกลับเอ่ยวาจาข่มขู่ออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น

“หากเจ้ากล้าทำให้ข้าได้รับบาดเจ็บ ข้าก็จะทำให้เจ้าได้รับบาดเจ็บเช่นเดียวกัน คนเช่นข้ามีคุณต้องทดแทนมีแค้นต้องชำระ เจ้าเคยใช้เชือกเหล่านั้นผูกมัดข้าเอาไว้แล้วล่วงเกินข้าทำให้ข้าได้รับความอับอาย ดังนั้นข้าจึงต้องใช้ยาสลายกำลังเพื่อเหนี่ยวรั้งเจ้าเอาไว้แล้วทำเรื่องเช่นนั้นกับเจ้าเช่นเดียวกัน” เมื่อเขาเอ่ยเช่นนี้ฮวาจื่อชิงก็ร้องเหอะ! ออกมา

“ทำให้ท่านได้รับความอับอายหรือ ข้าเห็นกับตาว่าสีหน้าของท่านในยามนั้นเต็มไปด้วยความพึงพอใจ” เมื่อนางเอ่ยเช่นนี้เซี่ยเหวินหลางก็พยักหน้าแล้วเอ่ยออกมาอย่างไม่คิดจะยอมแพ้

“เท่าที่ข้าเห็นเมื่อคืนนี้เจ้าเองก็มีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจเช่นเดียวกัน คืนวันนั้นเจ้าไม่ได้รับความพึงพอใจเพราะความไร้ประสบการณ์ของตนเอง เมื่อคืนนี้ข้าก็เลยช่วยชดเชยให้เจ้าและทำให้เจ้ารู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเรื่องชายหญิงมีเรื่องอารมณ์และความรู้สึกด้วยดังนั้นเจ้าจะนำมาเปรียบเทียบกับการผสมพันธุ์ของม้าไม่ได้” คำพูดของเขาทำให้ฮวาจื่อชิงพลันหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายในทันที 

“ที่แท้ท่านก็โกรธเคืองข้าที่ข้านำท่านไปเปรียบเทียบกับพ่อพันธุ์ม้านี่เอง” ฮวาจื่อชิงเอ่ยพลางขยับตัวลุกขึ้น ยามนี้ความง่วงได้จางหายไปจากตัวนางแล้ว มีแค่เพียงความแค้นใจที่นางไม่อาจจะทำอะไรคนตรงหน้าได้เพียงเท่านั้น

“หากเจ้าอยากจะคิดเช่นนั้นก็ตามแต่ใจเจ้าเถิด” เซี่ยเหวินหลางเอ่ยพลางเอนกายนอนลงบนเตียง เขายกแขนทั้งสองข้างขึ้นไปหนุนรองที่ต้นคอของตนเองเอาไว้ กระดิกปลายเท้าไปมาแล้วใช้สายตาที่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายจ้องมองมาที่นาง

“หากแค้นใจแล้วอยากจะลงมือทำร้ายข้า เจ้าจะทำแบบคราวนั้นก็ได้นะ รับรองได้เลยว่าคราวนี้ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าต้องรู้สึกเจ็บอย่างครั้งนั้นแล้ว” คำพูดของเขาทำให้ฮวาจื่อชิงสบถออกมาเบาๆ แล้วเดินหนีเขาไปเรียกสาวใช้เข้ามาปรนนิบัติในทันที

ฮวาจื่อชิงไม่ได้พาสาวใช้รุ่นใหญ่จากเรือนของตนเองมาเลยสักคน ถึงอย่างไรนางกับสาวใช้เหล่านั้นก็หาได้มีความสนิทสนมกันอยู่แล้ว เรื่องพละกำลังของนางที่ต้องปิดบังผู้อื่นทำให้นางไว้วางใจแค่เพียงซูหมัวมัวเพียงเท่านั้น ยิ่งช่วงหลังที่นางสูญเสียมารดาไปนางใช้ข้ออ้างว่าอยู่ในช่วงไว้ทุกข์ปรับลดสาวใช้ในเรือนของตนเองลงแล้วรับซูหมัวมัวเข้ามาอยู่ในเรือนของนาง 

ยามนี้ซูหมัวมัวชรามากแล้วนางไม่อยากจะทำให้ซูหมัวมัวต้องกังวลใจเรื่องของนางอีก จึงได้โกหกซูหมัวมัวไปว่านางประทับใจในตัวเซี่ยเหวินหลางมาก และคนที่ลักลอบส่งนางกลับจวนมาจนทำให้ผู้อื่นไม่รู้ว่านางแอบหลบหนีออกจากจวนก็คือเซี่ยเหวินหลาง ดังนั้นนางจึงยินดีที่จะแต่งงานกับเขาจะไม่คิดหลบหนีการแต่งงานอีก 

เมื่อซูหมัวมัวได้ยินว่านางยินดีที่จะแต่งเข้าจวนสกุลเซี่ยและซูหมัวมัวก็เห็นแล้วว่าเซี่ยเหวินหลางดีต่อนางจริงๆ เขาดีจนถึงขั้นส่งสาวใช้มาคอยปรนนิบัตินางจนถึงจวน ซูหมัวมัวจึงได้วางใจแล้วกลับบ้านเดิมเพื่อใช้ชีวิตบั้นปลายกับลูกหลาน ยามนี้สาวใช้ข้างกายของฮวาจื่อชิงจึงมีแค่เพียง มู่เหยาและมู่หลี สองสาวใช้ที่เซี่ยจ้งหวายส่งมาคอยปรนนิบัตินาง หรือจะพูดให้ถูกก็คือสาวใช้ทั้งสองถูกส่งมาคอยติดตามนางเสียมากกว่า

“พวกเจ้าเบาๆ มือหน่อย ปิ่นระย้าเหล่านี้คนแบบพวกเราจะจับแรงไม่ได้” ฮวาจื่อชิงเอ่ยพลางสาธิตวิธีจัดเก็บเครื่องประดับให้สาวใช้ทั้งสองดู ยามนี้นางไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเก็บงำพละกำลังของตนเองแล้ว แถมยังต้องคอยให้คำแนะนำสาวใช้ร่างใหญ่ทั้งสองคนอีกด้วยว่าพวกนางควรจะจัดการกับพละกำลังอันล้นเหลือของตนเองอย่างไร ซึ่งฮวาจื่อชิงไม่ได้รู้สึกรังเกียจเลยสักนิดอีกทั้งยังรู้สึกดีที่สามารถให้คำแนะนำแก่พวกนางได้อีกด้วย นางไม่ได้รู้ตัวเลยว่าในขณะที่นางพูดคุยกับสาวใช้ระหว่างแต่งตัว คนที่นอนอยู่บนเตียงจะนอนหลับตาฟังเสียงของนางอยู่แล้วระบายรอยยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ 

เมื่อฮวาจื่อชิงไปที่เรือนหลักก็พบว่าเซี่ยจ้งหวายและฮูหยินของเขามารอนางอยู่ก่อนแล้ว โหวฮูหยินผู้นี้นางเคยได้พบอยู่บ่อยครั้งเป็นสตรีจากจวนสกุลฉี มีนามว่าฉีเหม่ยเจิน เป็นคนไม่ถือยศศักดิ์และมากน้ำใจในยามนี้กำลังนั่งรอการคารวะน้ำชาจากนางด้วยสีหน้ากระตือรือร้น นางจึงคุกเข่าลงรับถ้วยชาจากสาวใช้รุ่นใหญ่ที่ยืนรออยู่แล้วยื่นถ้วยชาให้ผู้อาวุโสที่นั่งอยู่ตรงหน้าตามลำดับอาวุโส

“ลูกสะใภ้ขอคารวะน้ำชาท่านพ่อสามี และท่านแม่สามีเจ้าค่ะ” นางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงนอบน้อม ผู้อาวุโสทั้งสองต่างก็ยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจก้มลงจิบน้ำชาแล้วเงยหน้าขึ้นมาส่งสัญญาณให้สาวใช้มอบของขวัญที่เตรียมเอาไว้ให้นาง

“ไข่มุกราตรีนี้หากเจ้ารังเกียจว่าใหญ่เกินไป ก็นำไปแลกเงินได้นะ ส่วนเครื่องประดับเหล่านั้นแม่สั่งทำรอเจ้ามานานแล้วอาจจะมีบางชิ้นที่ดูล้าสมัยไปบ้างเจ้าสามารถนำไปหลอมแล้วสั่งทำตามรูปแบบที่เจ้าชื่นชอบที่หอเครื่องประดับสกุลซูได้” เมื่อฉีเหม่ยเจินเอ่ยเช่นนี้ฮวาจื่อชิงก็คารวะขอบคุณอีกครั้ง เซี่ยจ้งหวายจึงได้สั่งให้บ่าวรับใช้นำของขวัญที่เขาเตรียมไว้มามอบให้นาง

“ข้าเห็นเจ้าเป็นสตรีที่มีความมุ่งมั่นเรื่องความรัก ข้าก็เลยมอบรูปสลักพระโพธิสัตว์ประทานพรให้เจ้า หวังว่าเจ้าจะชอบนะ” คำพูดของเซี่ยจ้งหวายทำให้ฮวาจื่อชิงยิ้มออกมาอย่างจืดเจื่อนแล้วคารวะขอบคุณเขาด้วยความนอบน้อมเช่นเดียวกัน รูปสลักพระโพธิสัตว์แกะสลักจากหยกเนื้อดี ขนาดมองไกลๆ อยู่ตรงนี้นางก็ยังรู้เลยว่าเป็นของล้ำค่าที่ไม่สามารถประเมินค่าได้

“พวกท่านเตรียมของขวัญให้นางมากขนาดนี้ แล้วไม่คิดจะมอบให้ข้าผู้ที่แต่งนางเข้ามาเป็นลูกสะใภ้ของพวกท่านบ้างหรือ” เขาเอ่ยพลางช่วยประคองฮวาจื่อชิงให้ลุกขึ้น เซี่ยจ้งหวายจ้องมองเขาแล้วก็ร้องเฮอะ! ออกมา

“ข้าต้องมอบของขวัญดีๆ ให้นางสิ ลูกชายของข้าเป็นคนที่ยากจะอยู่ร่วมด้วยได้ ดังนั้นต้องมอบของปลอบใจนางให้มากเข้าไว้” คำพูดของเซี่ยจ้งหวายทำให้ฉีเหม่ยเจินหันมาตีที่ต้นแขนของเขาพลางส่งสายตาตำหนิแล้วนางจึงได้หันมาเอ่ยกับฮวาจื่อชิงด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“เจ้าอย่าได้กังวลใจ ซานหลางหาได้เป็นอย่างที่ผู้คนภายนอกพูดกัน เอาไว้เจ้าใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับเขานานวันเข้าเจ้าก็จะรู้เองว่าเขาไม่ใช่คนที่อยู่ด้วยยาก” เมื่อแม่สามีเอ่ยเช่นนี้ฮวาจื่อชิงก็พลันยิ้มออกมา นางก็ได้แต่ภาวนาอยู่ในใจว่าคำพูดของแม่สามีจะเป็นความจริง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 15 หนีออกนอกเมือง

    เมื่อออกจากจวนสกุลเซี่ยได้นางก็วิ่งลัดเลาะไปยังคลองระบายน้ำ เมื่อไปถึงตรอกแห่งหนึ่งก็มีขอทานน้อยสองคนออกจากตรอกอันมืดมิดวิ่งตรงมาหานางแล้วก็แบมือขอเงินจากนางในทันที ฮวาจื่อชิงมอบถุงเงินอันหนักอึ้งให้สองขอทานน้อยคนละถุง พวกเขายิ้มแย้มแล้วรับเงินไปด้วยความยินดี เมื่อเห็นว่าฮวาจื่อชิงมีสาวใช้ติดตามมาด้วยอีกสองคนพวกเขาจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์“แม่นางที่พวกเราเคยตกลงกันไว้มีแค่แม่นางเพียงผู้เดียวมิใช่หรือ” “นั่นมันข้อตกลงเมื่อสามเดือนที่แล้ว พวกเจ้าได้รับเงินที่ข้าส่งมาให้พวกเจ้าทุกเดือนมาโดยตลอดมิใช่หรือ อีกทั้งข้ายังส่งยารักษาโรคที่ดีที่สุดมาให้พวกเจ้าอีก พวกเจ้าไม่คิดว่าควรจะตอบแทนข้าให้มากขึ้นอีกสักหน่อยหรือ” คำถามของฮวาจื่อชิงทำให้เด็กน้อยทั้งสองหันไปปรึกษากันแล้วสุดท้ายก็หันมาพยักหน้าให้นาง“ได้ ถ้าเช่นนั้นรบกวนพวกท่านตามข้าสองคนมา ก่อนอื่นพวกท่านจะต้องเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าที่พวกข้าหามาให้ก่อน พวกท่านจะได้ดูกลมกลืนกับพวกข้า” เมื่อเด็กน้อยเอ่ยเช่นนี้ทั้งฮวาจื่อชิง มู่เหยาและมู่หลีก็ต่างพยักหน้า ขอทานน้อยทั้งสองจึงพาพวกนางไปยังตรอกที่เป็นแหล่งกบดานของพวกเขา

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 14 หนีออกจากจวน

    “ดูเหมือนว่าช่วงนี้ท่านจะคิดถึงข้ามากเป็นพิเศษนะ ไม่เพียงเรียกตัวข้าให้มาหาท่านบ่อยครั้งขึ้น แถมช่วงนี้ยังยินดีจ่ายให้ข้ามากเป็นพิเศษอีกด้วย” เสียงอันเย้ายวนของสตรีภายในห้องทำให้ฮวาจื่อชิงรีบหยุดฝีเท้าแล้วหยุดยืนฟังอยู่ไกลๆ ขอแค่เพียงได้ยินสิ่งที่คนด้านในพูดคุยกันนางก็ไม่จำเป็นต้องเข้าไปใกล้“ย่อมต้องจ่ายหนักเป็นธรรมดา ข้าใจร้อนอยากจะรีบสะสางเรื่องยุ่งยากรอบกายของข้าให้เร็วที่สุด” คำพูดของเซี่ยเหวินหลางทำให้ฮวาจื่อชิงเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจน้ำเสียงของเขาไม่เหมือนน้ำเสียงของบุรุษที่ใช้พูดคุยกับสตรีที่ตนเองถูกใจ‘หรือว่าจะไม่ใช่นาง’ ฮวาจื่อชิงได้แต่คิดอยู่ในใจ หูก็ฟังเสียงความเคลื่อนไหวและเสียงพูดคุยของคนในเรือน“รีบสะสางถือเป็นเรื่องดีเพียงแต่รอบนี้ท่านก็เบามือลงสักหน่อยเถิด หากเลือดนองผืนดิน ศีรษะแขวนเต็มประตูเมืองอย่างเช่นรอบที่แล้วไม่เพียงทำให้ผู้คนเสียขวัญแต่ยังทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัวในตัวท่านด้วย” เสียงสตรีภายในห้องเอ่ยเตือนด้วยความเป็นห่วงแต่เซี่ยเหวินหลางกลับตอบนางด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจ“พวกเขาอยากจะกลัวข้าก็ให้กลัวไป ยิ่งกลัวมากก็ยิ่งดี วันหน้าจะได้ไม่ลุกขึ้นมาต่อต้านข้าอี

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 13 นางจิ้งจอก

    ฮวาจื่อชิงใช้ชีวิตภายในจวนสกุลเซี่ยอย่างผ่อนคลาย นางไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปิดบังเรื่องพละกำลังของตนเองอีก ถึงอย่างไรสามีของนางก็รู้อยู่แล้วว่านางมีพละกำลังมากว่าผู้อื่น ส่วนพ่อสามีและแม่สามีก็หาได้รังเกียจเรื่องนี้อีกทั้งยังรู้สึกว่าเป็นเรื่องดีอีกด้วย“วันหน้าเมื่อเจ้ามีหลานๆ ให้ข้า พวกเขาอาจจะได้พละกำลังอันแข็งแกร่งมาจากเจ้าก็ได้นะ มีพละกำลังมากกว่าผู้อื่นถือเป็นเรื่องดีอย่างน้อยพวกเขาก็คงจะสามารถปกป้องตนเองได้ดีกว่าคนทั่วไป” ฉีเหม่ยเจินเอ่ยออกมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปวดใจ นางสูญเสียบุตรชายไปแล้วสองคนและบุตรสาวอีกหนึ่งคน ทุกครั้งที่ต้องเห็นป้ายวิญญาณของลูกหัวใจของนางก็ราวกับถูกกระชากออกจากอก ความทุกข์ทรมานเช่นนี้ไม่มีมารดาคนไหนอยากจะให้เกิดกับตนเอง“จะมีพละกำลังหรือไม่มีก็ไม่เป็นไรขอให้เจ้ามีหลานให้พวกเราอุ้มเร็วๆ ก็พอ” เซี่ยจ้งหวายเอ่ยพลางยิ้มออกมา ส่วนฮวาจื่อชิงนางทำได้แค่เพียงยิ้มออกมาอย่างเอียงอายเพียงเท่านั้น ด้วยรู้ดีว่าถ้าหากพูดออกมาตามความเป็นจริงคงจะเป็นเรื่องยากที่นางและเซี่ยเหวินหลางจะมีลูกด้วยกันได้ในเร็ววัน เพราะนางและเขาในยามนี้แทบจะไม่ได้อยู่ร่วมห้องกันตามลำพังอ

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 12 สะใภ้สกุลเซี่ย

    ยามเช้าเมื่อฮวาจื่อชิงตื่นขึ้นมาก็พบว่าร่างกายของนางร้าวระบมไปเกือบทั้งตัว แม้ว่านางไม่อยากจะตื่นขึ้นมามากเพียงใด แต่ในฐานะที่เป็นสะใภ้ใหม่จำต้องรีบตื่นขึ้นมาเพื่อไปคารวะน้ำชายามเช้าต่อพ่อสามีและแม่สามี ยามนี้ภาพลักษณ์ของนางในใจพ่อสามีและแม่สามีน่าจะเสียหายไปหมดแล้ว ดังนั้นสิ่งที่นางพอจะทำได้ก็คือพยายามทำตัวเป็นลูกสะใภ้ที่ดีไม่ขัดหูขัดตาพวกเขาก็พอ“นอนต่ออีกหน่อยเถิด” มารขัดขวางความตั้งใจของนางไม่ได้แค่เพียงพูดห้ามปราม เขายังสอดแขนมาที่เอวของนางแล้วเหนี่ยวรั้งนางให้เอนกายลงไปซบร่างกายของเขาอีกด้วย“ปล่อยข้า วันนี้ข้าต้องไปยกน้ำชาให้ท่านพ่อและท่านแม่สามี” ฮวาจื่อชิงเอ่ยพลางออกแรงดึงแขนของเขาออกซึ่งเขาก็ยินยอมปล่อยมือแต่โดยดีเพราะรู้ดีว่าตนเองสู้แรงของนางไม่ได้ ส่วนฮวาจื่อชิงที่พึ่งจะรู้ตัวว่าพละกำลังของนางกลับคืนมาแล้วก็ขมวดคิ้วแล้วหันไปจ้องมองเขาในทันที“เมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้นกับข้า เหตุใดร่างกายของข้าจึงได้สิ้นไร้เรี่ยวแรงถึงเพียงนั้น” คำถามของนางทำให้เซี่ยเหวินหลางขยับกายลุกขึ้นแล้วก็จ้องมองนางด้วยสายตาที่ทำให้นางอดรู้สึกเย็นยะเยือกที่แผ่นหลังไม่ได้“แล้วเจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า เรี่ย

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 11 พิธีมงคล

    งานมงคลของอัครมหาเสนาบดีเซี่ยและคุณหนูสกุลฮวาถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เกี้ยวเจ้าสาวได้รับการตกแต่งอย่างหรูหรา เจ้าบ่าวที่ขี่ม้านำหน้าขบวนดูองอาจผึ่งผาย ใบหน้าหล่อเหล่าของเซี่ยเหวินหลางทำให้บรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ในเมืองหลวงต่างก็อดถอนใจออกมาด้วยความเสียดาย ก่อนหน้านี้มีข่าวลือในแง่ร้ายมากมายเกี่ยวกับรูปโฉมและความประพฤติอันโหดเหี้ยมของเขา พวกนางหวาดกลัวว่าทรราชเซี่ยจะไม่มีผู้ใดยินยอมแต่งงานด้วยจนผลสุดท้ายทรราชผู้นั้นจะหันมาหมายปองพวกนาง ตอนที่ได้รู้ว่าคุณหนูสกุลฮวาออกทุกข์แล้วพวกนางพากันยินดีในความทุกข์ของผู้อื่นอย่างเต็มที่ ด้วยคิดว่าต่อไปพวกนางก็ไม่ต้องกังวลแล้วว่าพ่อสื่อจากจวนสกุลเซี่ยอาจจะวิ่งเข้าไปทาบทามพวกนางจนถึงในจวน แต่ยามนี้เมื่อได้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลาของเซี่ยเหวินหลางอย่างเต็มตา พวกนางต่างก็พากันรู้สึกเสียดายที่คนที่ได้นั่งในเกี้ยวเจ้าสาวของเขาไม่ใช่พวกนางฮวาจื่อชิงนั่งอยู่ในเกี้ยวเจ้าสาวด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม ในเมื่อนางแก้ไขสิ่งใดไม่ได้แล้วจึงทำได้แค่เพียงต้องยอมจำนนต่อโชคชะตาเพียงเท่านั้น หากนางเดาไม่ผิดสาวใช้สองคนที่เซี่ยเหวินหลางส่งมาคงกำลังเดินตามประกบติดตามเกี้ยวของนางอย่าง

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 10 อย่าได้คิดก่อเรื่อง

    ท่ามกลางกลิ่นอายอันเย้ายวนและหอมกรุ่น ฮวาจื่อชิงที่ถูกควันหอมของสมุนไพรทำให้สติเลือนรางก็ลงมือทำเรื่องบางอย่างตามความเข้าใจของตนเอง ส่วนบุรุษผู้นั้นในยามนี้แทบจะไม่หลงเหลือสติแล้วเช่นเดียวกัน หาไม่ใช่เพราะเขาถูกผูกแขนและขาเอาไว้ นางเชื่อว่าเขาจะต้องเป็นคนลงมือทำเรื่องชั่วร้ายแทนนางเป็นแน่“เจ็บชะมัด!” นางเอ่ยพลางหลั่งน้ำตาออกมาส่วนคนที่อยู่ใต้ร่างของนางยามนี้ดวงตาของเขาได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว แม้กระทั่งในยามที่นางหยุดค้างเพราะความเจ็บปวดแต่เขากลับพยายามดิ้นรนที่จะหาหนทางปลดปล่อยตนเอง สะโพกที่ไม่อยู่นิ่งของเขาทำให้นางยิ่งเจ็บปวดมากขึ้น แต่เมื่อคิดว่าด้วยความสามารถของญาติผู้พี่ของนางจะต้องเหนี่ยวรั้งเซี่ยโหวเอาไว้ไม่ได้นานแน่ นางจึงยินยอมให้ความร่วมมือกับเขาแต่โดยดีแม้ว่าความเจ็บปวดจะทำให้นางหลุดพ้นจากฤทธิ์ของสมุนไพรที่ถูกเผาอยู่ในเตากำยานแล้วก็ตาม“อ๊า...” เสียงคำรามจากลำคอของคนที่อยู่ด้านล่างและการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงเป็นครั้งสุดท้ายของสะโพกของเขาทำให้นางรู้ว่าทุกอย่างน่าจะเสร็จสิ้นแล้ว นางค่อยๆ ขยับกายของตนเองลงจากร่างของเขา ความตึงแน่นและความเปียกชื้นบริเวณช่วงล่างทำให้นางรู้สึกไม่สบา

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status