บททั้งหมดของ หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย: บทที่ 31 - บทที่ 40

174

บทที่ 32 งานเลี้ยงร้อยบุปผา

ลั่วชิงกั๋วตั้งท่าจะอ้าปากต่อปากต่อคำอีก เมื่อถูกสายตาของลั่วอวิ๋นจื่อถลึงมองเข้าให้ นางก็ถึงกับน้ำท่วมปากมิกล้าเอ่ยสิ่งใดออกมา แม้ในจวนแม่ทัพนางจะได้รับความลำพองใจจากการที่หวังโยวรั่วเป็นคนโปรดของบิดา แต่…ลั่วอวิ๋นจื่อนั้นเป็นแม่ทัพที่ผ่านศึกเหนือเสือใต้เคียงบารมีลั่วหยวนมานับครั้งไม่ถ้วน ต่อให้ตัดเรื่องที่ลั่วหยวนรักใคร่ในตัวบุตรชายคนนี้ออกไป แค่ความดีความชอบและกลิ่นอายสังหารที่สั่งสมมาบนตัวลั่วอวิ๋นจื่อ ก็เพียงพอที่จะข่มขวัญนางให้ตัวสั่นได้แล้วลั่วชิงหวงปรายตามองลั่วชิงกั๋วด้วยความเรียบเฉย ก่อนจะก้าวเดินนำไปพร้อมกับลั่วอวิ๋นจื่อลั่วชิงเฉิงรีบสาวเท้าตามมาติดๆ นางยื่นมือไปกุมมือลั่วชิงหวงไว้ด้วยท่าทางสนิทสนมพลางแย้มยิ้ม“ท่านพี่ รอข้าด้วย” ลั่วชิงกั๋วถูกทั้งสามทิ้งไว้เบื้องหลังจนสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ นางจึงก้าวเท้าให้เร็วขึ้นจนแซงหน้าทุกคนไป เดินเชิดหน้าชูตาอย่างผ่าเผยอยู่หัวขบวน ราวกับว่านางนั่นแหละคือบุตรีสายตรงตัวจริงแห่งจวนแม่ทัพณ งานเลี้ยงร้อยบุปผาเมื่อเดินทางมาถึงงานและแสดงเทียบเชิญเพื่อเข้าสู่ภายใน บริเวณงานก็คลาคล่ำไปด้วยผู้คน ส่วนใหญ่เป็นบุตรหลานคหบดีผู้มั่งคั่งและ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 33 ตอกกลับองค์หญิงสาม

“ข้าหาได้สนใจเรื่องเหล่านั้นไม่! ในเมื่อเจ้าเห็นข้า! เจ้าก็ต้องก้มหัวทำความเคารพข้า!”“ท่านพี่เจ้าคะ อย่างไรเสียองค์หญิงสามก็ทรงมีฐานะสูงศักดิ์ ท่านยอมทำความเคารพสักนิดเถิดเจ้าค่ะ มิเช่นนั้น ผู้คนจะลือกันได้ว่าคุณหนูจากจวนแม่ทัพมิรู้จักกาลเทศะและลำดับอาวุโส”ลั่วชิงเฉิงเอ่ยพลางรั้งแขนเสื้อลั่วชิงหวงด้วยท่าทีหวาดหวั่น น้ำเสียงของนางแม้จะมิดังนัก ทว่า…กลับแจ่มชัดพอที่จะทำให้ผู้คนโดยรอบได้ยินกันถ้วนทั่วเหล่าผู้คนที่เดิมทีเอนเอียงเข้าข้างลั่วชิงหวง พลันรู้สึกว่าคำพูดของลั่วชิงเฉิงก็มีเหตุผล แม้งานเลี้ยงร้อยบุปผาจะมิได้บังคับเรื่องธรรมเนียมการทำความเคารพ หากว่ากันตามมารยาทแล้ว ลั่วชิงหวงก็ควรจะกระทำตามธรรมเนียมเสียหน่อย การย่อกายคำนับเพียงครั้งมิได้ทำให้เสียเกียรติอันใด เหตุใดจึงต้องดื้อรั้นเอาชนะถึงเพียงนี้ ?มุมปากของลั่วชิงหวงหยักยิ้มบางเบา ทว่า…ในดวงตากลับทอประกายเย็นเยียบวูบหนึ่ง ลั่วชิงเฉิงผู้นี้ใช้กลยุทธ์ยืมดาบฆ่าคนได้อย่างยอดเยี่ยมนัก ภายนอกดูเหมือนจะเข้ามาห้ามทัพมิให้เกิดเรื่อง แท้จริงกลับแฝงนัยว่านางมิรู้ความและไร้มารยาท ทั้งยังเป็นการเยินยอประจบจวินอวี่เยียน เพื่อยืมมือองค์หญิง
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 34 เสาะหาพันธ์มิตร

นางแค่อยากจะสั่งสอนลั่วชิงหวงสักครา ไม่นึกเลยว่าจะกลับกลายเป็นตบหน้าตนเองเสียฉาดใหญ่ เมื่อครู่…นางเพิ่งจะเหน็บแนมเสื้อผ้าของลั่วชิงหวงว่าซอมซ่อ ใครจะไปคิดว่ามันคืออาภรณ์ที่ทำจากไหมฟ้าจริง ๆ กลายเป็นว่าตัวนางเองที่เป็นคนไร้ความรู้ความเห็น“หุบปากเดี๋ยวนี้!” จวินอวี่เยียนตวัดสายตามองเด็กสาวผู้นั้นด้วยความเย็นชา นางเพิ่งจะถูกลั่วชิงหวงทำให้อับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี มินึกเลยว่า ‘หลิวจินเยว่’ จะกล้าขยี้ซ้ำต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้ แล้วนางจะยังยืนหยัดอยู่ในงานนี้ได้อย่างไรหลิวจินเยว่คือบุตรีคนเล็กของอัครเสนาบดีหลิวหยวนเจิง นางเพิ่งจะมีอายุเพียง 9 หนาว จึงยังมีความไร้เดียงสาและซุกซนตามวัย อีกทั้ง...พี่ชายและพี่สาวของนางต่างก็เป็นผู้ที่สุภาพอ่อนโยนและสง่างามอย่างยิ่ง ทำให้นางได้รับการทะนุถนอมมาตั้งแต่เยาว์วัยจนมีนิสัยกล้าได้กล้าเสีย ไม่เกรงกลัวฟ้าดิน นางจึงสวนกลับไปว่า“องค์หญิงอวี่เยียนทรงอับอายจนกลายเป็นโทสะแล้ว”กล่าวจบ...ยังมิวายทำหน้าทะเล้นใส่ จวินอวี่เยียนโกรธจนแทบจะหมดสติไปตรงนั้น ขณะที่กำลังจะอ้าปากต่อว่าอีกครา ก็พลันมีน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลและอ่อนโยนดังขึ้นขัดจังหวะ“จินเยว่ อย่าเสียมารยาท
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 35 บรรยากาศในงาน

ไป๋มู่เอ่ยด้วยรอยยิ้มอันชาญฉลาด สิ้นคำกล่าวของไป๋มู่ ทั่วทั้งลานจัดงานพลันเกิดเสียงฮือฮาเซ็งแซ่ เงินหนึ่งร้อยตำลึงหาใช่จำนวนน้อย ๆ และผู้เข้าร่วมงานเลี้ยงร้อยบุปผาครานี้มีไม่ต่ำกว่าหลายร้อยคน หากหัวข้อหนึ่งข้อแลกกับเงินหนึ่งร้อยตำลึง หลายร้อยข้อก็รวมเป็นเงินนับหมื่นตำลึง ทุกคนต่างอุทานเป็นเสียงเดียวกันว่า ไป๋มู่ผู้นี้ร่ำรวยล้นฟ้าใจถึงพึ่งได้เสียจริงคุณหนูหลายนางถึงกับลอบคิดในใจว่า หากมิอาจแต่งให้สี่คุณชายแห่งเมืองหลวงได้ การได้ออกเรือนกับไป๋มู่ก็ถือเป็นวาสนาอันประเสริฐ ไป๋มู่กวาดสายตามองปฏิกิริยาของทุกคน มุมปากประดับยิ้มพลางกล่าวต่อว่า“ช่วงที่สอง...ให้ทุกท่านเขียนความลับของตนเองหรือของสหายลงไปแล้วใส่ในตะกร้าบุปผา ข้าจะหยิบขึ้นมาตามลำดับ หากใครทายถูกว่าเป็นความลับของใคร ก็จะได้รับเงินรางวัลหนึ่งร้อยตำลึงเช่นกัน”ดวงตาคมเข้มของลั่วชิงหวงทอประกายวาบขึ้นมาทันที เขียนความลับของสหายงั้นรึ ? ผู้คนที่อยู่ที่นี่ล้วนมีฐานะ สหายที่คบหากันย่อมต้องมีหัวนอนปลายเท้า หากความลับถูกเปิดเผยออกมา ผลลัพธ์ของมันย่อมมิใช่เพียงแค่เพื่อความสนุกสนานเป็นแน่ ไป๋มู่ผู้นี้ แท้จริงแล้วมีเบื้องหลังอย่างไรกันแน่ ?
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 36 ร่ายบทกวี

นี่คือบทกวีของจวินเฉียนหลิง ทุกถ้อยคำล้วนแสดงถึงปณิธานอันแรงกล้าที่จะพลีชีพเพื่อแผ่นดิน ปลุกเร้าเลือดรักชาติให้เดือดพล่านสมเป็นชายชาตรี แม้แต่ลั่วอวิ๋นจื่อยังต้องมองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป“เมฆดำทมิฬกดทับเมือง แทบพังทลาย เกราะสะท้อนแสงประดุจเกล็ดทอง แตรศึกดังก้องฟ้าในวสันตฤดู เลือดแดงฉานข้นคล้ายชาดในราตรี ธงแดงครึ่งผืนโบกสะบัดริมลำน้ำฝน อากาศเหน็บหนาว กลองศึกทุ้มต่ำสะทัดไปไกล เพื่อตอบแทนพระทัยบนแท่นทอง ขอถือกระบี่หยกรับใช้เจ้าเหนือหัวจนตัวตาย”นี่คือผลงานของจวินหงเฟิง อย่างไรเสียเขาก็เคยกรำศึกถืออาวุธจริงมาก่อน ทุกถ้อยคำจึงพรรณนาภาพสงครามออกมาได้อย่างทรงพลังและสมจริงราวกับภาพเหตุการณ์มาปรากฏอยู่บนแผ่นกระดาษลั่วอวิ๋นจื่อเริ่มแสดงสีหน้าลำบากใจ บทกวีของทั้งคู่ต่างยอดเยี่ยมกินกันไม่ลง อีกทั้ง...ฐานะของทั้งสองต่างก็สูงศักดิ์จนมิอาจล่วงเกินได้ เขาควรจะตัดสินอย่างไรดี ? ในขณะที่ลั่วอวิ๋นจื่อกำลังตกที่นั่งลำบาก น้ำเสียงอันอ่อนหวานทรงพลังอย่างยิ่งกลับดังขึ้นขัดจังหวะ“พอจะอนุญาตให้ ‘หลินปี๋เยว่’ ร่วมร่ายบทกวีสักบทได้หรือไม่เจ้าคะ ?”สายตาของลั่วชิงหวงมองตามเสียงนั้นไปทันที นางคือหลินปี๋เยว่บ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 37 ประชันสติปัญญา

ลั่วชิงหวงปรายตามองจวินหงเฟิงอย่างเย็นชา บุรุษผู้นี้กระหายเลือดและบ้าอำนาจเกินไป เขาหาได้ไยดีต่อชีวิตของราษฎรไม่ แค่หวังจะบรรลุเป้าหมายของตนเท่านั้น อีกอย่าง…ทหารห้าพันปะทะสามแสน เป็นความต่างที่เกินกำลัง วิธีนี้ก็รังแต่จะถ่วงเวลาได้เพียงชั่วครู่ครู่เดียวเท่านั้นยังมีคุณชายอีกหลายท่านที่เสนอความเห็น บ้างถึงกับเสนอให้พาชาวบ้านยอมจำนนเสียดีกว่า จนถูกผู้คนพากันหัวเราะเยาะ ทว่า…ลั่วชิงหวงกลับมิได้ดูแคลนคำตอบนั้น แม้วิธีการยอมแพ้จะฟังดูน่าอัปยศ แต่…หากต้องเผชิญกับสถานการณ์จริง เกรงว่า…คนส่วนใหญ่ก็คงเลือกหนทางนี้ ผู้ที่กล้าเอ่ยความจริงในใจออกมาเช่นนี้ก็นับว่าเป็นคนกล้าทำกล้ารับที่น่ายกย่องในแบบของเขาแม้จะได้ฟังคำตอบมามากมาย กลับมิมีผู้ใดที่ตอบได้ตรงใจลั่วชิงหวงเลยสักคน นางเบนสายตาไปมองที่จวินชิงอวี่และหลิวซือเข่อ จวินชิงอวี่ยังคงประดับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ดั่งปีศาจ มิมีทีท่าว่าจะปริปากตอบ กลับจ้องมองมาที่ลั่วชิงหวงด้วยความสนใจใคร่รู้ ส่วนหลิวซือเข่อเม้มริมฝีปากบาง ดวงตาที่ดูราวกับมีม่านหมอกปกคลุมนั้นยิ่งทำให้ยากจะหยั่งถึงความคิดภายใน“หัวข้อนี้ดูจะยากเกินไปเสียหน่อย แม้แต่ตัวข้าเองก็ยังมืดแปดด้
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 38 มาเป็นฮองเฮาของข้าเถิด

ลั่วชิงหวงมองเห็นจางฉินที่ใบหน้าแดงก่ำไปถึงใบหู รวบรวมความกล้าเดินเข้าไปหาองค์หญิงห้าจวินเทียนหลานเพื่อเอ่ยชวนนางไปเดินชมสวนด้วยกัน จวินเทียนหลานแย้มยิ้มตอบตกลง ทั้งสองเดินเคียงคู่กันไปท่ามกลางสายตาอิจฉาริษยาของบุรุษจำนวนมากในงานทางด้านหลิวจื่อเซียนก็เข้าไปรุมล้อมอยู่ข้างกายจวิน อวี่เยียน พยายามเอ่ยคำหวานและขอโทษขอโพยเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้าเพื่อเอาใจนาง แม้จวินอวี่เยียนจะมีนิสัยเย่อหยิ่งเอาแต่ใจ ทว่า…เล่ห์เหลี่ยมของนางกลับมิได้ล้ำลึกนัก หลิวจื่อเซียนเอ่ยปลอบประโลมไม่กี่คำ นางก็ถูกกล่อมจนหัวเราะออกมาอย่างร่าเริงเสียแล้วลั่วชิงหวงนั่งลงอย่างอ่อนช้อยงดงามในตำแหน่งที่นั่งของนาง พลางขยับกายลุกขึ้น นิ้วมือเรียวขาวดุจลำเทียนลูบไล้ขอบจอกสุราอย่างแผ่วเบา ขณะที่ดวงตาสีนิลคู่นั้นจ้องมองไปเบื้องหน้าด้วยความสงบนิ่งจากการทดสอบด้วยหัวข้อปัญหาเมื่อครู่ คำตอบของบุรุษสองคนนั้นช่างตรงกับสิ่งที่นางคิดไว้เหลือเกิน หลิวซือเข่อและจวินชิงอวี่คือตัวเลือกในการร่วมมือที่แข็งแกร่งที่สุด ทว่า…ทั้งคู่กลับมีจิตใจล้ำลึกสุดหยั่งดั่งมหาสมุทร การจะดึงพวกเขามาเป็นพวกพ้องย่อมมิใช่เรื่องง่ายในขณะที่ลั่วชิงหวงกำลังตก
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 39 หาเรื่องใส่ตัว

ลั่วชิงหวงจ้องมองจวินชิงอวี่ด้วยความตะลึงงัน เขาต้องการบัลลังก์จริง ๆ ด้วย แต่…ในชาติก่อน เหตุใดเขาถึงนิ่งดูดายปล่อยให้บัลลังก์ตกไปอยู่ในมือของจวินเฉียนหลิงเล่า ? นางรู้ดีว่าจวินเฉียนหลิงแม้จะเก่งกาจ แต่…ไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของจวินชิงอวี่ได้อย่างแน่นอนมาเป็นฮองเฮาของเขางั้นรึ ? คำพูดนี้ดังก้องอยู่ในหัวของลั่วชิงหวง นางไม่ได้รู้สึกต่อต้านมัน ทว่า…ในสมองกลับปรากฏภาพของบุรุษในชุดขาวสะอาดผู้สวมหน้ากากเงินครึ่งซีกนามว่าหลิวจิ่งขึ้นมาซ้อนทับ ภาพของบุรุษชุดขาวกับบุรุษชุดแดงเพลิงผลัดกันปรากฏขึ้นในใจนางอย่างสับสน“หม่อมฉันขอเวลาคิดดูก่อนนะเพคะ” ลั่วชิงหวงตอบกลับในที่สุด.....งานเลี้ยงร้อยบุปผาผ่านพ้นไปกว่าหนึ่งเดือนแล้ว ในที่สุด…ลั่วชิงหวงก็อาศัยบทกวีอันล้ำเลิศเอาชนะโฉมงามทั่วทั้งงาน คว้าตำแหน่งอันดับหนึ่งมาครอง พร้อมกับได้รับเงินรางวัลถึงหนึ่งแสนตำลึงชื่อเสียงของนางแต่เดิมมิได้เป็นที่รู้จักกว้างขวางนัก ทว่า…คำชมประโยคเดียวจากฮ่องเต้ที่ยกย่องให้นางเป็นโฉมงามอันดับหนึ่งแห่งแคว้นจิ่น ชื่อเสียงของลั่วชิงหวงก็ขจรขจายไปไกลแสนไกล จนกลายเป็นเทพธิดาในดวงใจของบุรุษทั่วทั้งเมืองหลวงจวินเฉียนหลิงและ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 40 ยืมมือบิดาจัดการ

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ลั่วชิงกั๋วที่กำลังกังวลก็เริ่มใจชื้นขึ้น นางคิดถึงความจริงที่ว่าท่านพ่อมักจะตามใจนางมาตั้งแต่เด็ก ไม่ว่านางจะก่อเรื่องอะไรท่านพ่อก็มิเคยลงโทษรุนแรงเลยสักครั้ง ท่านแม่เคยบอกนางว่า ที่ท่านพ่อทำเป็นรักลั่วชิงหวงและลั่วอวิ๋นจื่อออกนอกหน้านั้น เป็นเพราะสถานะที่บีบบังคับให้ต้องทำ แต่…แท้จริงแล้วลูกที่ท่านพ่อรักที่สุดก็คือนางต่างหากเมื่อคิดได้ดังนั้น ลั่วชิงกั๋วก็เชิดคางขึ้นอย่างทะนงตัวพลางแสยะยิ้มอย่างลำพองใจ“รู้เช่นนั้นก็ดีแล้ว แล้วเจ้ายังกล้าเรียกท่านพ่อมาอีกงั้นรึ ?”ลั่วชิงหวงเบือนหน้าไปทางอื่น สายตาทอดมองไปยังที่ไกลแสนไกล มิได้ใส่ใจลั่วชิงกั๋วแม้แต่นิด ลมพัดโบกชายเสื้อของนางให้พลิ้วไหว ส่งให้นางดูราวกับเทพธิดาบนสรวงสวรรค์ที่สะอาดบริสุทธิ์และสง่างามเกินบรรยายลั่วชิงกั๋วที่ยืนอยู่ข้างกายกลับมิได้มีความสำนึกละอายใจเลยสักนิด เมื่อเห็นใบหน้าอันงดงามสูงส่งของลั่วชิงหวง โทสะในใจของนางก็ยิ่งปะทุขึ้น ลั่วชิงกั๋วถลันเข้าไปกระชากผมของลั่วชิงหวงแล้วออกแรงดึงอย่างบ้าคลั่งนางแผดเสียงตะโกนด่าทอ“ลั่วชิงหวง เจ้ากำลังวางแผนอะไรอยู่กันแน่ ?!! อย่าคิดว่าเจ้าเป็นลูกฮูหยินเอกแล้วจะม
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 41 ความรู้สึกเริ่มก่อตัว

ลั่วหยวนมองลูกสาวด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความห่วงใยและเอาอกเอาใจลั่วชิงหวงพยักหน้ารับคำ ในใจกลับลอบหัวเราะเยาะ ยามนี้…ลั่วหยวนคงมิกล้าทำตัวลำเอียงเพียงเพราะความพิศวาสส่วนตัวอีกต่อไปแล้วหลังจากลั่วหยวนจากไป ลั่วชิงหวงก็ได้สั่งให้เซียงหลิง ถอยออกไปก่อน นางเงยหน้าขึ้นมองไปยังบนต้นไม้พลางยิ้มอย่างอ่อนแรงแล้วเอ่ยขึ้นว่า“ท่านจะดูงิ้วฉากนี้ไปอีกนานหรือไม่เจ้าคะ ?” สิ้นเสียง…คุณชายหลิวจิ่งก็กระโดดลงมาจากยอดไม้ แม้จะมีหน้ากากเงินบดบังใบหน้าไปครึ่งหนึ่ง ทว่า…ลั่วชิงหวงกลับสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดร้าวรานและความรู้สึกตำหนิที่สั่งสมอยู่ในแววตาของเขาเขาเดินเข้ามาหาลั่วชิงหวงไม่กี่ก้าว ก่อนจะยื่นมือออกไปช่วยจัดแจงเส้นผมให้นางอย่างเบามือพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเวทนาว่า“สตรีเช่นเจ้านี่ใจคอคับแคบนัก แม้แต่เส้นผมของตนเองก็ยังมิรู้จักหวงแหน วันหน้า…ห้ามใช้วิธีเช่นนี้เพื่อรับมือกับผู้อื่นอีก”ลั่วชิงหวงปล่อยให้คุณชายหลิวจิ่งช่วยจัดผมให้นางตามใจชอบ มุมปากของนางหยักยิ้มขึ้นมาน้อย ๆ ความจริงนางก็แค่เสียเส้นผมไปเพียงไม่กี่เส้นเท่านั้น มิได้ใส่ใจอันใดมากมายคุณชายหลิวจิ่งเห็นท่าทางไม่ทุกข์ร้อน
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123456
...
18
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status