บททั้งหมดของ หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย: บทที่ 51 - บทที่ 60

174

บทที่ 52 เอ่ยความในใจ

ลั่วชิงหวงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของจวินชิงอวี่ ราวกับจะมองให้ทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งของหัวใจเขา ก่อนจะค่อย ๆ เอื้อนเอ่ยสี่คำออกมาอย่างช้า ๆ“คุณชายหลิวจิ่ง” จวินชิงอวี่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตาดอกท้อที่เรียวยาวคู่เดิมยังคงเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม แม้แต่ส่วนโค้งที่มุมปากก็มิได้ขยับเขยื้อน ราวกับว่าเขาไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อยที่ลั่วชิงหวงโพล่งสี่คำนี้ออกมา“มีเรื่องใดของข้าที่เคยปิดบังเจ้าได้บ้าง ?” แววตาของลั่วชิงหวงสั่นไหววูบหนึ่ง ก่อนที่มุมปากจะค่อย ๆ หยักยิ้มขึ้นมาอย่างช้า ๆ จริงดังที่เขาว่า ที่ผ่านมาเขาไม่เคยคิดจะปิดบังนางเลยสักครั้ง มิเช่นนั้น ด้วยความสามารถระดับเขา มีหรือจะทิ้งร่องรอยให้เห็นมากมายเพียงนี้ ?หากเขาปรารถนาจะลวงหลอกนาง เหตุใดจึงอยากให้นางเรียกเขาว่าอวี่ หากคิดจะตบตา เหตุใดจึงเรียกขานนางว่าหวงเอ๋อร์อย่างไม่เกรงใจใคร ? หากต้องการปกปิดตัวตน เหตุใดจึงยอมละทิ้งภาพลักษณ์ดุจเซียนจุติของคุณชายหลิวจิ่ง แล้วมาแสดงท่าทีเจ้าเล่ห์ร้ายกาจกดดันผู้คนต่อหน้านางเช่นนี้ และหากตั้งใจจะหลอกลวงจริง วันนี้…เขาคงไม่เอ่ยถึงเรื่องปิ่นหักเล่มนั้นขึ้นมานางเคยคิดว่าสิ่งเหล่านั้นคือช่องโหว่ ทว่า…
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 53 รู้ใจตัวเอง

“หวงเอ๋อร์!” จวินชิงอวี่เห็นลั่วชิงหวงกำลังจะล้มลง ก็รีบถลาเข้าไปคว้าตัวนางไว้ลั่วชิงหวงอาศัยแรงดึงของเขาจนสามารถยันกายยืนได้ ทว่า…แรงเหวี่ยงมหาศาลกลับส่งผลสะท้อนกลับให้จวินชิงอวี่พลัดตกลงไปในสระน้ำแทน“อวี่!” ลั่วชิงหวงอุทานเสียงหลงด้วยความตกใจยามเห็นเขาจมหายลงไปในสระจวินชิงอวี่พยายามตะเกียกตะกายอยู่เพียงไม่กี่ครั้ง ร่างทั้งร่างก็ค่อย ๆ จมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของสายน้ำลั่วชิงหวงจ้องมองผิวน้ำที่นิ่งสงบพลางคิดในใจว่าเขาคงแกล้งล้อเล่นกับนางแน่ ๆ นางจึงได้แต่ยืนรออยู่ริมสระด้วยใจที่พยายามสงบทว่า…เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ก็ยังไร้วี่แววว่าจวินชิงอวี่จะโผล่พ้นน้ำขึ้นมา ลั่วชิงหวงเริ่มลนลานทำอะไรไม่ถูก นางตะโกนเรียกชื่อเขาจนเสียงแหบพร่า ทว่า…ทุกอย่างยังคงเงียบงัน หัวใจของนางพลันบีบคั้นด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ก่อนจะตัดสินใจกระโดดลงไปในน้ำทันทีดวงตาสีนิลคู่นั้นเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย จวินชิงอวี่ ท่านตายไม่ได้นะ!ลั่วชิงหวงว่ายน้ำควานหาร่างของเขาอย่างบ้าคลั่ง ทว่า…กลับสัมผัสได้เพียงความว่างเปล่า นี่เป็นครั้งแรกที่นางรู้สึกถึงความสิ้นหวังอย่างแท้จริง บุรุษผู้ส่งยิ้มระรื่นให้แก่นางเสมอมา ผู้ที่พร่ำส
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 54 เอ่ยความจริง

“ใช่เจ้าค่ะ” ลั่วชิงหวงพยักหน้า นางรู้ดีว่าการที่จวินชิงอวี่ถามเช่นนี้แสดงว่าเขาเชื่อคำพูดของนาง การแสดงออกถึงความเชื่อมั่นผ่านการตั้งคำถามเช่นนี้ ดูสัตย์ซื่อและเป็นจริงยิ่งกว่าคำปลอบประโลมประเภทไม่ว่าหวงเอ๋อร์จะพูดสิ่งใด ข้าย่อมเชื่อเจ้าเสียอีก“ในตอนนั้น ข้าคือฮองเฮาของจวินเฉียนหลิง” ลั่วชิงหวงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของจวินชิงอวี่พลางเอ่ยเน้นทีละคำ เมื่อจวินชิงอวี่ได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของเขาก็สั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด มิน่าเล่ายามที่ได้พบจวินเฉียนหลิงครั้งแรก ลั่วชิงหวงถึงได้มีปฏิกิริยาที่แปลกประหลาดถึงเพียงนั้น“ตอนนั้น…ข้าถูกสวามีทรยศ ถูกน้องสาวต่างมารดาหักหลัง แม้แต่ท่านพ่อก็ทอดทิ้งข้า มิหนำซ้ำ พี่ชายยังต้องมาตายเพราะข้า ข้าในตอนนั้นสิ้นหวังจนมิอาจหาทางออกได้เลยจริง ๆ”ลั่วชิงหวงค่อย ๆ เอ่ยออกมา ภาพความทรงจำอันแสนสิ้นหวังในอดีตเริ่มย้อนกลับมา ราวกับความทุกข์ระทมและความเจ็บปวดกำลังโอบล้อมทั่วทั้งร่างของนางอีกครั้งจวินชิงอวี่มองลั่วชิงหวงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและปวดร้าว“ถูกสวามีทรยศ ถูกน้องสาวหักหลัง ท่านพ่อทอดทิ้ง พี่ชายตายจาก”ทุกถ้อยคำเหล่านั้นสรุปจบลงด้วยคำสั้น ๆ เพียงคำเ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 55 มาดีหรือมาร้าย

ลั่วชิงเฉิงได้ยินดังนั้น แววตาก็ฉายรอยลนลานวูบหนึ่ง ก่อนจะปั้นยิ้มอ่อนหวานเอ่ยว่า“องค์ชายรองทรงมีธุระสำคัญจะเจรจากับพี่หญิงรองเจ้าค่ะ ข้าจึงช่วยนำทางพระองค์มาพบท่าน”“อ้อ ~ เป็นเช่นนั้นรึ ?” ดวงตาขาวดำตัดกันชัดเจนของลั่วชิงหวงจ้องมองลั่วชิงเฉิง ก่อนจะเหลือบมองจวินเฉียนหลิงอย่างมิได้ตั้งใจนางสังเกตเห็นแววตาขบคิดลุ่มลึกที่เขามองตรงมายังนางและจวินชิงอวี่ ซึ่งแววตานั้นดูคล้ายจะมีความไม่พอใจแฝงอยู่ครึ่งส่วน นางหยักยิ้มที่มุมปากแล้วเอ่ยว่า“ข้ามิยักรู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างน้องหญิงกับองค์ชายรองจะสนิทสนมกันถึงเพียงนี้ ถึงขั้นที่พระองค์ต้องอาศัยเจ้าเป็นผู้นำทางมาหาข้า”“พี่หญิงรองกล่าวเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ ? พวกเราแค่บังเอิญพบกันเท่านั้น”ดวงตาของลั่วชิงเฉิงฉายแววหลบเลี่ยง ก่อนจะแสร้งยิ้มอย่างมีเลศนัยถามกลับว่า“แล้วพี่หญิงรองเล่าเจ้าคะ เหตุใดถึงบังเอิญไปตกน้ำตกท่าพร้อมกับองค์ชายเจ็ดได้ ?”“ก็บังเอิญมาพบกันเช่นกัน ประจวบเหมาะกับที่ข้าพลัดตกน้ำพอดี องค์ชายเจ็ดจึงช่วยข้าไว้”มุมปากของลั่วชิงหวงหยักขึ้น พลางมองลั่วชิงเฉิงด้วยสายตาหยอกเย้าจวินเฉียนหลิงได้ยินคำกล่าวของลั่วชิงหวง ก็ก้า
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 56 ความแค้นในใจลั่วชิงเฉิง

ลั่วชิงเฉิงกลายเป็นคนหวังดีตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ถึงขนาดมาเตือนสติให้ความรู้แก่นาง ? ในดวงตาของลั่วชิงหวงพาดผ่านรอยแห่งความแคลงใจวูบหนึ่ง ก่อนจะแสร้งทำสีหน้าไร้เดียงสาแล้วเอ่ยถามว่า“เช่นนั้น…น้องหญิงว่าพี่ควรทำอย่างไรดี ?”“หากพี่หญิงพึงใจในองค์ชายรองเช่นกัน ข้ามิกล้าแย่งชิงกับท่านพี่เจ้าค่ะ แต่…หากท่านพี่มิได้มีใจรักใคร่ในพระองค์ ข้าก็หวังเพียงให้ท่านพี่โปรดตัดรอนเขาอย่างเย็นชา อย่าได้ให้ความหวังแม้เพียงนิด มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่พระองค์จะยอมถอดใจแล้วหันมาเลือกข้า”ลั่วชิงเฉิงมองลั่วชิงหวงด้วยสายตาหวาดหวั่น ในดวงตาคล้ายมีหยาดน้ำตาคลอเบ้า ดูแล้วน่าสงสารและน่าทะนุถนอมเสียจริงลั่วชิงหวงปรายตามองลั่วชิงเฉิงพลางหยักยิ้มเย็นชาที่มุมปาก จากที่นางลอบสังเกตในวันนี้ จวินเฉียนหลิงหาได้มีใจรักมั่นต่อลั่วชิงเฉิงอย่างแท้จริงไม่ อย่างมากก็แค่มีความพึงใจใคร่รู้ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น ทว่า…การกลับมามีชีวิตใหม่ในครานี้นางเปลี่ยนไปมาก ทั้งสติปัญญาและกลอุบายล้วนล้ำเลิศกว่าแต่ก่อนลั่วชิงเฉิงคงกังวลว่าเฉียนหลิงจะตกหลุมรักนางเข้าจริง ๆ จึงอยากให้นางเป็นฝ่ายปฏิเสธเขาอย่างโหดร้าย ซึ่ง…นิสัยของจวินเฉียนห
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 57 เรื่องราวของจวินชิงอวี่

เมื่อลั่วชิงหวงได้ยินข่าวนี้ มุมปากของนางก็หยักโค้งขึ้นทันที จวินชิงอวี่ผู้นี้แท้จริงแล้วมีอิทธิพลกว้างขวางแค่ไหนกันแน่ ? เหตุใดเงินทองของหอถึงได้ถูกนำมาใช้จ่ายราวกับเบี้ยหัวแตกเช่นนี้ ? ครั้งนี้…ถึงกับเดิมพันด้วยทองคำหนึ่งหมื่นตำลึง พึงรู้ว่ารายได้เข้าคลังหลวงของแคว้นจิ่นในแต่ละปีนั้น มีไม่ถึงหนึ่งแสนตำลึงทองด้วยซ้ำ“หวงเอ๋อร์กำลังครุ่นคิดสิ่งใดอยู่รึ ?” ในขณะที่ลั่วชิงหวงกำลังตกอยู่ในภวังค์ เสียงของจวินชิงอวี่ที่นั่งอยู่บนกิ่งไม้ก็เอ่ยถามขึ้นพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ลั่วชิงหวงเงยหน้าขึ้นมอง จวินชิงอวี่ในชุดสีขาวบริสุทธิ์ บนใบหน้าสวมหน้ากากเงินครึ่งซีก ช่างละม้ายคล้ายคลึงกับรูปลักษณ์ของคุณชายหลิวจิ่งมิผิดเพี้ยน นางจึงเอ่ยเย้าแหย่ด้วยรอยยิ้มว่า“ข้ากำลังคิดว่า เหตุใดเงินทองของหอท่านถึงได้ถูกนำมาใช้อย่างฟุ่มเฟือยเช่นนี้เจ้าค่ะ ?”“ก็เอาไว้เลี้ยงดูหวงเอ๋อร์อย่างไรเล่า แค่นี้ก็เหลือกินเหลือใช้แล้ว”จวินชิงอวี่กระโดดลงจากต้นไม้มาหยุดตรงหน้าลั่วชิงหวง มุมปากหยักยิ้มอย่างลุ่มลึก สายตาที่ทอดมองมาเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่ เสน่ห์ที่พริ้วไหวในดวงตาดอกท้อคู่นั้นทำเอาผู้พบเห็นจิตวิญญาณเกือบจะหลุดลอย“
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 58 ความแค้นในใจจวินชิงอวี่

มุมปากของจวินชิงอวี่ประดับรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเย็นชาและเคียดแค้น ทว่า…ก็ยังคงความสง่างามหาผู้ใดเปรียบเช่นเดิม“ปีที่ข้าอายุ 8 หนาว ในที่สุด เสด็จแม่ก็มิทรงทนพิษร้ายนั้นไหวอีกต่อไปและจากโลกนี้ไป เสด็จพ่อทรงเข้าใจมาตลอดว่ายามที่ให้กำเนิดข้านั้น ร่างกายของเสด็จแม่ได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนักจนทรุดโทรม และสุดท้ายก็สิ้นพระชนม์ด้วยอาการป่วย” เขาหยุดพูดเว้นจังหวะครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อว่า“ข้าเองก็เคยคิดว่าเสด็จแม่ร่างกายอ่อนแอเพราะคลอดข้า เนื่องจากตั้งแต่เล็กข้าเองก็ร่างกายขี้โรคซูบผอม แต่…หลังจากที่เสด็จแม่จากไปได้ไม่นาน ข้ากลับล้มป่วยหนักจนเข้าขั้นวิกฤต คาดว่าพิษเหล่านั้นได้แทรกซึมเข้าสู่รากฐานของอวัยวะภายในแล้ว เสด็จพ่อทรงเร่งตามหาหมอเทวดามารักษา ประจวบเหมาะกับที่ท่านอาจารย์ของข้าจาริกมาถึงเมืองหลวงพอดี จึงได้ช่วยชีวิตข้าไว้ได้ทัน ทั้งยังบอกความจริงแก่ข้าว่า ข้าหาได้ป่วยเพราะร่างกายอ่อนแอไม่ ข้าถูกพิษต่างหาก”ดวงตาของลั่วชิงหวงเบิกกว้าง นางมิเคยล่วงรู้เลยว่าจวินชิงอวี่ต้องเผชิญกับความทุกข์ระทมถึงเพียงนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาใบหน้าของเขาประดับไปด้วยรอยยิ้มเสมอ ใครจะไปคิดว่าบุรุษที่แย้ม
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 59 หมากบนกระดานของบิดา

ลั่วหยวนจ้องมองบุตรสาวทั้งสามของตนด้วยแววตาที่ทอประกายแห่งการคำนวณ เดิมที…เขาเคยรักถนอมลั่วชิงกั๋วเป็นที่สุด แม้ฐานะของนางจะเป็นเพียงบุตรสาวที่เกิดจากอนุจนมิอาจแต่งให้องค์ชายรัชทายาทได้ แต่…เขาก็ตั้งใจจะหาคู่ครองที่เพียบพร้อมให้นาง คาดมิถึงว่าเรื่องราวจะกลับกลายเป็นเช่นนี้ ยามนี้…นางกลับต้องตกเป็นเมียของเจ้าคนเลี้ยงม้าชั้นต่ำ แผนการที่จะหาที่พึ่งพิงอันมั่นคงผ่านตัวนางจึงพังทลายลงสิ้นเขายังคงมีความรู้สึกผิดหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ว่า…ระยะหลังมานี้ลั่วชิงกั๋วกลับยิ่งทวีความเย่อหยิ่งจองหอง แม้ต่อหน้าเขานางก็มิคิดจะเก็บงำท่าทีเหล่านั้น เขาไม่ได้ตำหนิสิ่งใด แต่…ในใจเริ่มเกิดความระอา หากมิใช่เพราะเห็นแก่หน้าของหวังโยวรั่ว เขาคงไม่แม้แต่จะชายตาแลลั่วชิงกั๋วด้วยซ้ำในทางกลับกัน สำหรับลั่วชิงหวงนั้น แม้เขาจะมิเคยรักใคร่เอ็นดูนัก แต่…ก็มิอาจปฏิเสธได้เลยว่าการกลับมาคราวนี้ ลั่วชิงหวงเปลี่ยนไปมาก จนแม้แต่เขาเองก็ยังมองนางมิทะลุ มิต้องกล่าวถึงเรื่องที่ฮ่องเต้ ดูจะทรงโปรดปรานนางอยู่มิน้อย ชื่อเสียงของลั่วชิงหวงในยามนี้ดึงดูดความสนใจจากเหล่าองค์ชายทั้งหลาย ก็นับว่าเพียงพอแล้วที่เขาจะใช้ประโยชน์จากนางอย
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 60 คำลวงที่กลายเป็นจริง

“งานวันเกิดคราวก่อน เจ้ายังบอกว่าดีดพิณมิได้ ผ่านมาแค่สองวัน กลับดีขึ้นมากเพียงนี้เชียวรึ ? เจ้าอย่าหลอกพี่เลย ให้พี่เรียกท่านหมอมาตรวจดูอาการหน่อยดีกว่านะ”ลั่วชิงหวงแสร้งทำท่าทีห่วงใยเลียนแบบนางพลางเอ่ยยิ้มลั่วชิงเฉิงพอได้ยินว่าจะตามท่านหมอมาตรวจ ก็รีบร้อนปฏิเสธทันควัน“มิเป็นไรจริง ๆ เจ้าค่ะ ข้าจะกล้าหลอกพี่หญิงได้อย่างไรกัน ?”ลั่วชิงหวงได้ยินคำนี้แล้วก็อดขำในใจมิได้ ลั่วชิงเฉิงมิเคยหลอกนางงั้นรึ ? หากลองตรองดูดี ๆ ต่อให้ยกนิ้วมือทั้งสิบขึ้นมานับ เกรงว่า…คงนับไม่หมด อันที่จริง ลั่วชิงเฉิงมิควรพูดว่านางเคยหลอกตอนไหน แต่…ควรจะถามตัวเองว่า นางเคยพูดความจริงกับลั่วชิงหวงบ้างหรือไม่ต่างหากเล่าจวินชิงอวี่ที่เอนกายอย่างสำราญใจอยู่บนกิ่งไม้ เมื่อได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่ก็นึกถึงเรื่องราวในชาติก่อนที่ลั่วชิงหวงเคยเล่าให้ฟังว่าลั่วชิงเฉิงใช้สารพัดเล่ห์เหลี่ยมทำร้ายนางอย่างไรบ้าง ในดวงตาของเขาพลันฉายแววเย็นเยียบ เขาเด็ดใบไม้ใบหนึ่งขึ้นมาแล้วสะบัดออกไปทางมือของลั่วชิงเฉิงลั่วชิงหวงสัมผัสได้เพียงสายลมแรงวูบหนึ่งพัดผ่านแก้มไป จากนั้นก็ได้ยินเสียงลั่วชิงเฉิงร้องอุทานด้วยความเจ็บปวด“กรี๊ด ~ มือ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 61 หน้ากากเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย

ลั่วชิงเฉิงที่กำลังสติหลุดลอย เมื่อได้ยินคำว่าองค์ชายรองกลับสงบลงอย่างประหลาด ท่าทางของนางยังคงเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและขมขื่น แต่…ก็มิได้กรีดร้องออกมาอีก นางเงยหน้าขึ้นถามด้วยเสียงเลื่อนลอยว่า“จริงหรือเจ้าคะ ?” เพียงสองคำสั้น ๆ แต่…กลับแฝงไปด้วยความเวทนาและร่องรอยแห่งการประชดประชันลั่วชิงเฉิงพยายามตั้งสติ ลั่วชิงหวงจ้องเขม็งไปยังทุกสีหน้าและท่าทางของคนตรงหน้า นางทันเห็นรอยแห่งความอาฆาตแค้นวาบผ่านดวงตาของลั่วชิงเฉิงเพียงชั่วพริบตา ก่อนที่อีกฝ่ายจะปรับเปลี่ยนสีหน้ากลับมาเป็นหญิงสาวผู้อ่อนแอตามเดิมหยาดน้ำตาคลอเบ้า ลั่วชิงเฉิงมองลั่วชิงหวงพลางเอ่ย“เมื่อครู่ข้าตกใจจนมิทันได้ตั้งตัว จึงได้ทำกิริยาเสียมารยาทต่อหน้าพี่หญิงเจ้าค่ะ”ดวงตาสีนิลของลั่วชิงหวงยังคงจ้องจับผิดนางอย่างเงียบ ๆ ในใจนึกชื่นชมมิต่างกันว่า นางผู้นี้เล่ห์เหลี่ยมล้ำลึกนัก การถูกทำลายเส้นเอ็นนิ้วมือนั้นเจ็บปวดแสนสาหัส แม้ความเจ็บจะทำให้นางเสียอาการไปวูบหนึ่ง แต่…กลับใช้เวลาเพียงสั้น ๆ ข่มใจจนกลับมาสวมหน้ากากสตรีขี้ขลาดได้อย่างไร้ร่องรอย ความสามารถในการควบคุมอารมณ์เช่นนี้ เหนือคนจริง ๆมิน่าเล่า ลั่วชิงเฉิงถึงสามารถซ่อนธาต
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
45678
...
18
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status