All Chapters of ล่ามเมีย : Chapter 21 - Chapter 30

101 Chapters

บทที่ 20 แผนล่อมาเฟีย

“ลลิสา” ใช้ปลายนิ้วโป้งในการสะกิด เขย่าตัวเธอจนเคลื่อนไปมาตามแรง แต่เหมือนจะไม่สำเร็จ สาวเจ้าจะต้องหลับลึกขนาดไหนกัน แรงสั่นสะเทือนจากเท้าหนักๆขนาดนี้ ถึงไม่สามารถรับรู้ได้ และคนอย่างเขาไม่ชอบพูดคำซ้ำเป็นครั้งที่สอง เขาดึงเท้ากลับมาวางบนพื้น คราวนี้โน้มตัวลงไปใกล้เธอ ถือวิสาสะดึงแมสออก ยืดยางเกี่ยวหูจนตึงสุดและปล่อย ตั้งใจให้มันดีด แน่นอนว่าแรงดีดไปโดนแก้มทำให้สาวเจ้าสะดุ้ง “โอ้ย” ใช้มือลูบตรงที่โดนและขึ้นรอยแดง ก่อนจะลืมตาโพลงขึ้นมา และเมื่อเห็นว่าเป็นเขาถึงกับดีดตัวลุกขึ้นมานั่ง “คุณ!” “หลับเหมือนตาย” “คุณเข้ามาในนี้ได้ยังไง” เหมันต์เห็นว่าเธอตอบโต้ได้แล้วก็หมดห่วง จึงดึงตัวขึ้นไปยืนหลังตรงอย่างเก่า พลางขมวดคิ้ว “เปิดประตูเข้ามามันยากตรงไหน” จากนั้นละสายตาจากใบหน้ามอมแมมดูแทบไม่ได้มองไปรอบๆ พลางถอนหายใจพรืด “ออกมา” “คะ?” พลันจ้องหน้าเธอนิ่ง ร่างบางที่นั่งมึนผลของการเพิ่งตื่นนอน กับเขาที่เข้ามาไม่บอกกล่าวกันก่อน จังหวะขมวดคิ้วนึกได้ว่าเธอจะไม่ได้รับคำตอบนั้นแน่ๆ เพร
Read more

บทที่ 21 เข้าครัว

เช้าวันต่อมากับอากาศที่เหมือนเดิม เปลือกตาสีอ่อนขยับเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ ก่อนเปิดออกมาอย่างค่อยๆ ภาพแรกที่เห็นคือของตกแต่งภายในที่เปลี่ยนไปในห้อง ที่ต่างกับเมื่อวานแม้กระทั่งเพดาน ร่างบางพลิกตัวมานอนหงาย ดวงตาคู่สวยกะพริบถี่ก่อนจะถอนหายใจพรืด รู้แล้วว่านี่ไม่ใช่ห้องของตัวเอง แต่หลับสบายชะมัด ต่อมาคือการเหลือบตาไปมองเขา คนบนเตียงสูงที่นอนอยู่ข้างๆ ทว่าตอนนี้ไม่มีเขาแล้ว เตียงนอนที่ไร้เจ้าของแต่สภาพของมันกลับยับเยิน ตามลักษณะผ้าห่มผ้าปูที่ถูกใช้โดยไม่ได้จัดเก็บให้เป็นระเบียบ ภาพนั้นเรียกร่างเล็กถอนหายใจออกมาอีกครั้ง เกิดคำถามก่อนหน้านี้ใครกันพับผ้าห่ม เก็บที่นอนให้เขา คานโลหรือ..คงใช่..เมื่อไม่ได้คำตอบเธอจึงลุกขึ้นจากที่นอน เริ่มจากการเก็บของตัวเอง ก่อนจะเก็บของเขาตามลำดับ และไม่ต้องเดาว่าเขาอยู่ที่ไหน ถ้าไม่มีในห้องนี้ ถ้าเขาจะไปไหนเธอไม่สนใจอยู่แล้ว หลังจากเก็บทุกอย่างเรียบร้อย เธอก็เดินเข้าห้องน้ำ ครั้งนี้ตั้งใจจะไม่ขออนุญาต เพราะมีเจตนาจะให้เขาเห็น หากไม่พอใจนั่นจะกลายเป็นชนวนเหตุให้เธอได้เริ่มแผนที่วาง ยิ่งทำให้เขาขาดความอดทน ยิ่งเจ
Read more

บทที่ 22 โดนเอ็ด

หลังเดินหลุดพ้นธรณีประตูเข้ามา เธอยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้นพักหนึ่งเพื่อตั้งหลัก ใช้ความคิดว่าเธอควรจะทำอะไรให้เขากินดี เท่าที่สังเกตหากไม่แกล้งกันโดยการนำอาหารแบ่งแยกชั้นวรรณะมาให้ จะเห็นว่าตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เธอได้กินแต่ของเดิมๆ ที่ผ่านการอุ่นร้อนแบบแช่แข็งสำเร็จรูปมาแล้ว แน่นอนว่าถ้ามัวแต่ยืนคิดไม่เดินไปดูวัตถุดิบ เธอจะไม่มีทางคิดออก จึงกวาดสายตาสำรวจเปิดโน่นนี่นั่น และเห็นว่าส่วนใหญ่ในครัวแห่งนี้เก็บแต่อาหารสำเร็จรูปไว้ในตู้แช่แข็ง เข้าใจดีว่าไม่มีแม่ครัว และเข้าใจดีว่าอยู่ที่นี่ชั่วคราว แต่เจตนาจริงๆของหญิงสาวไม่เพียงแค่จะเข้าครัวแล้วรังสรรค์อาหารเพื่อแสร้งเอาใจเขา หากแต่ตัวเธอเองก็เบื่อของจำเจพวกนั้นเช่นเดียวกัน “ทำไรดี” ของสดก็ไม่มี เท่าที่เห็นไม่เส้น ก็ชีส และขนมปัง ยังมีมันฝรั่งอีกอย่าง กับผักที่เหลือติดตู้เย็นอีกนิดหน่อย หญิงสาวสูดลมหายใจลึกๆ เมื่อหนีไม่พ้นเมนูง่ายๆอย่างชีสฟองดู กับแอลเพลอร์มาโกรเนน ว่าแล้วเธอดึงแขนเสื้อ เตรียมหาถุงมือยาง และผ้ากันเปื้อน เมื่อทุกอย่างครบก็เริ่มทำทันที ด้านของอินเวร์โน
Read more

บทที่ 23 แล้วมันควรเชื่อใจไหม

“ขอโทษค่ะ” “ต่อไปไม่เอาแบบนี้แล้วนะ กินเฉพาะของที่จัดไว้ เอามาอุ่น กินง่ายๆ” “ค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ” และที่ตลกยิ่งกว่า คือเขาแกล้งเธอและเธอก็เชื่อ ถึงไม่เห็นใบหน้า เห็นเพียงลาดไหล่ที่ห่อเข้าหาลำตัวจนเล็กก็เดารู้ว่ากำลังซีดขนาดไหน อันที่จริงแค่เสบียงสั่งลูกน้องไปหามาทุกวัน อยากกินอะไรก็แค่ใช้ ฮ. ยังได้ เขาอยู่เพื่อที่นี่รอฆ่า ไม่ได้กบดานเพราะใครมาฆ่า มันต่างกัน ต่อให้อยู่ในป่าห่างไกลชุมชุน หรือไร้สัญญาญาณ ก็ใช่ว่าจะเกินความสามารถของเขา เขามีเจ้าหน้าที่อยู่ในกำมือ “ทำอะไรมา” เสียงถอนหายใจดังก่อนร่างสูงจะลุกขึ้นยืน ผละจากเก้าอี้ทำงานเดินเชื่องช้าอ้อมตัวเธอมายืนตรงหน้า เมื่อเห็นอาหารที่เธอทำถึงกับมุมปากกระตุก “นึกว่ามีดีแค่เดินแบบซะอีก กินสิ” “คะ?” ลลิสาช้อนตามอง ขมวดคิ้วยุ่งก้มมองอาหารสลับกับหน้าเขา “คุณไม่กินเหรอคะ หรือว่าไม่ชอบ” “เปล่า ที่ให้กินก่อน มันคือกฎของที่นี่” “กฎ?” “อืมฮึ มีการรับของจากใคร ผู้ให้ต้องกินก่อน เพื่อแน่ใจว่าไม่ได้ใส่ยาพิษลงไป จะทำกับข้า
Read more

บทที่ 24 บ้าไปแล้วเหรอ

ลลิสานั่งกินอาหารในจานอย่างเงียบเชียบ สายตาจังหวะช้อนขึ้นมีบ้างที่ชำเลืองไปมองเขาซึ่งยืนพ่นควันโขมงอยู่ตรงระเบียง ทว่าทุกครั้งกลับพบว่าเขานั้นก็มองมาเหมือนกัน เป็นสายตาที่นิ่งสงบยากจะคาดเดา ยิ่งรู้ว่าถูกจับจ้องก็ยิ่งทำให้อึดอัดปนประหม่า มื้อนี้ถึงได้ใช้เวลากินนานกว่าปกติ และเมื่อกินเสร็จ ทันทีที่เธอยกน้ำขึ้นกระดก เขาก็เดินเข้ามา “อีกสามวันเราจะไปจากที่นี่ ย้ายไปอีกประเทศ แต่ก่อนย้ายจะต้องสังหารคนคนหนึ่งก่อน คราวนี้ผมจะให้คุณมีส่วนร่วมด้วย เตรียมตัวเอาไว้ล่ะ” มือที่จับแก้ววางไว้บนโต๊ะเผลอบีบแน่น ร่างสูงตรงหน้าที่เดินเชื่องช้าเข้ามาพร้อมกับคำพูดทุ้มต่ำยังไม่โดดเด่นเท่ากับใบหน้าของเขา สีหน้าเรียบเฉยตอนพูดเรื่องนี้ไม่ได้สะทกสะท้านอะไรเลย คล้ายกับว่าเขาสั่งให้เธอไปปลูกผัก เลี้ยงปลายังไงอย่างนั้น ทั้งที่มันเป็นการฆ่าคน คือเรื่องใหญ่ เขาโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว เกินไปแล้วจริงๆ ดวงตาคู่สวยไหววูบ เบือนหน้าไปทางอื่น “สาไม่ทำ” เอ่ยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง แต่ฝ่ายนั้นกลับส่งเสียงหัวเราะในลำคอกลับมา
Read more

บทที่ 25 ซาตานในคราบเทพบุตร

“เหมือนกับสา..” ลลิสาเลิกคิ้วสูง เมื่อคนตรงหน้าดูเหมือนว่าจะน่ากลัวมากขึ้นเรื่อยๆ เขาเริ่มหายใจแรง และเสียงเริ่มทุ้มต่ำ กัดกรามจนขึ้นสันปูด “เหมือนยังไง คุณไม่ใช่เหรอที่ให้สาใส่หน้ากาก สวมรอยเป็นคนอื่น” “คุณรู้ดีผมหมายถึงอะไร” ร่างเล็กนิ่ง เธอรู้เขาหมายถึงการแสร้งทำดีกับเขา ใส่หน้ากากหวังให้เขาตายใจ แต่แค่นี้ถึงกับทำให้โกรธแค้นขนาดนี้เชียวหรือ การเอาตัวรอดเนื่องจากไม่อยากตาย ใครๆเขาก็ทำกันนั้นไม่ใช่หรือไง “ก็แล้วยังไง ถึงยังไงคุณก็ไม่มีสิทธิ์บังคับสา คุณมีความแค้นกับใครถึงขนาดต้องฆ่าให้ตาย มันเกี่ยวอะไรกับสาด้วยเล่า” “..........” “แล้วถ้าพูดถึงเรื่องหน้ากาก คุณเองก็ใส่ หรือไม่ใช่? วันแรกที่เราเจอกันจำได้ไหม ถ้าสารู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้ เรื่องบานปลายมาถึงขั้นนี้ เจอห่าเหวอะไรก็ไม่รู้ สาก็คงไม่รับงานนี้หรอก” “มันไม่ใช่เพราะเงินหรอกเหรอ” เสียงทุ้มต่ำสวนแทรก “อย่างแรกที่ทำให้คุณติดกับ มันไม่ใช่หน้ากาก คุณไม่ได้สนใจผู้ว่าจ้างด้วยซ้ำ นอกจากเงินที่ถูกเสนอไปแบบเรียกได้ไม่อั้น” “นั่นมัน..”
Read more

บทที่ 26 ลากคอมา

หลังจากนั้นลลิสาก็กลับมายังห้องเดิมของตัวเองอีกครั้งตามคำแนะนำของคานโล ทั้งที่ไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาไม่แม้แต่อธิบาย ไม่บอกอะไรกันเลยสักคำ ร่างเล็กยืนอยู่หน้ากระจกที่มีฝุ่นเกาะติด หากแต่ไม่หนาเตอะเท่าโต๊ะเครื่องแป้ง มองลำคอระหงที่มีรอยแดงเป็นปื้น เห็นรูปง่ามนิ้วทั้งห้าถึงกับริมฝีปากสั่นระริก เขาไม่ยั้งมือ กะเอากันถึงตาย ไหนว่าไม่อยากฆ่า แล้วเมื่อกี้มันคืออะไร หยดน้ำตาหล่นแหมะลงบนโต๊ะ เธอหลุบตาต่ำมองสิ่งนั้น และชะงักเล็กน้อย เนื่องจากไม่รู้ด้วยซ้ำว่าร้องไห้ตอนไหน เพียงแค่เห็นน้ำตาหยดแรก หยดต่อไปก็มาพร้อมกับเสียงสะอื้น ความกลัวที่มีทำให้ร่างบางต้องกอดตัวเองไว้แน่น ไม่เคยร้องหนักขนาดนี้มาก่อนเลย “พ่อขาแม่ขา สาจะรอดกลับไปหาไหมคะ” ด้านของเหมันต์ เวลาหลายชั่วโมงทำให้เขาใจเย็นลงบ้างแล้ว และจำได้ทั้งหมดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่แทนที่เขาจะรู้สึกผิดกลับไม่เลย ยังคงนั่งอยู่ตรงโต๊ะทำงานยกมือขึ้นกุมขมับก่อนนวดมันเบาๆ เขาปวดหัวซะจนต้องขอยามากิน ซึ่งตั้งแต่ตอนนั้นมาถึงตอนนี้ไม่ได้ถามหาเธอ
Read more

บทที่ 27 เลือกมาสิคะ

เหมันต์จึงลากสายตาคมกริบไปยังจุดนั้นเอง เห็นรอยแดงเป็นปื้นเริ่มออกม่วง พรุ่งนี้คงจะเข้มกว่านี้ แค่นั้นก็ได้คำตอบแล้วว่าเธอรู้สึกอย่างไร “เป็นไข้หรือเปล่า” เขายังคงถามต่อ และสิ่งเหล่านั้นกำลังจะเรียกน้ำตาของคนถูกถามให้ไหลออกมา ยามนี้สภาพจิตใจของเธออ่อนแอนัก เพียงแค่คำพูดที่ทำให้ใจหวั่นไหวไม่กี่คำก็สามารถทำให้ร้องไห้ได้ เธอถึงได้แหงนหน้าขึ้น และขบริมฝีปากเอาไว้แน่น ไม่ตอบเขาอย่างเคย เหมันต์เห็นเช่นนั้นจึงถอนหายใจพรืด เบี่ยงปลายเท้าไปยังทิศอื่นและเดินหาย ไปหยิบกระปุกยา จากนั้นก็ถือกลับมาหาเธอ “ทาซะ” ดวงตาคู่หวานชำเลืองมองเล็กน้อยก็ลากกลับไปยังที่เดิม “ไม่เป็นไรค่ะ” “บอกให้ทา” ทว่ากลับได้มาเป็นเสียงทุ้มเข้ม เขาบังคับกันอีกแล้ว เธอที่กำลังสะอื้นไห้ น้ำตาจะไหลอยู่รอมร่อ จึงหยิบมันมาเปิดฝาอย่างเชื่อฟัง หากแต่มือสั่นเทาถึงได้ทาอย่างยากลำบาก แถมมองไม่เห็น จุดที่ทาจึงถูกตำแหน่งบ้างไม่ถูกบ้าง โดยไม่มองหน้าเขา เธอโกรธเขาแล้ว และเกลียดเขามากด้วย “ทาเสร็จจะได้สวมไอ้นี่ต
Read more

บทที่ 28 อยากแกล้ง

เป็นนางนกต่อ อีกหลายชีวิตจะต้องเดือดร้อน เป็นนางบำเรอ เดือดร้อนแค่เธอคนเดียว “ถือว่าฉลาด” เหมันต์ยกยิ้มหลังได้คำตอบนั้น เขามองเธอนิ่งอยู่พัก ไม่ได้สนใจว่ามันจะมาจากความรู้สึกแบบไหน ถูกบังคับ หรือว่ายังไง ความแค้นรุมสุมเขา และทุกครั้งที่นึกถึงศัตรูเขามักจะมองเห็นเปลวไฟ ความร้อนที่แผดเผาคนที่เขารักจนมอดไหม้ แบบไม่เหลือเลยสักคนเดียว ในโลกใบนี้สำหรับเขาช่างน่าเบื่อยิ่งนัก ไม่ว่าความผิดที่ทำนั้นจะมีน้ำหนักมากน้อยแค่ไหน เลวร้ายระดับใด บางคนอาจไม่ใช่คนลงมือเอง ทว่าเพราะสถานการณ์บีบบังคับ สำหรับเหมันต์ นฤเบศร์วรโชติ อย่างไรก็ตอบแทนคนพวกนั้นเท่าเทียมกัน นั่นคือ..ความตาย “พ่อฉัน..ไปทำอะไรให้คุณเหรอคะ” ลลิสาถามเสียงแผ่วหลังได้สติขึ้นมาบ้างแล้ว เขาไม่ตอบแต่เดินหายไปสูบบุหรี่อีกรอบ ทิ้งเธอเอาไว้กับสร้อยคอระเบิด จากนั้นก็ได้ยินโทรศัพท์ คิดว่าเป็นสายจากใครสักคน ที่ค่อนข้างสำคัญฟังจากน้ำเสียงและดูจากลักษณะท่าการยืนก็พอจะรู้ ผ่านไปหลายนาทีหลังจากวางสายเขาก็เดินกลับเข้ามาใหม่และออกคำสั่งให้เธอไ
Read more

บทที่ 29 จดทะเบียน

ขาเดินมาก็ว่าประหม่าเกรงกลัวเขามากแล้ว ขากลับยังมีความรู้สึกคงเดิมอยู่ ต่างกันแค่มันถึงไวกว่าจนน่าใจหาย ประตูห้องนอนถูกเปิดออกไปโดยเขา และเธอที่เดินตามหลังไปติดๆ กลายเป็นต้องเดินผ่านเสี้ยวหน้าด้านข้าง เพราะเขาเป็นฝ่ายหยุดให้เธอ พลันประตูนั้นจะถูกปิดลงพร้อมกับเสียงล็อค แน่นอนว่าประหนึ่งค้อนตอกกลางอกของเธอด้วย หน้าร้อนวูบวาบ ทั้งประหม่า ทั้งตื่นเต้น ทว่าแทนที่เขาจะคุยกับเธอกลับเดินไปยังระเบียงเพื่อสูบบุหรี่ซะงั้น ไม่พอยังปิดประตูและล็อคให้อีก สรุปเธออยู่ในห้องตามลำพัง ส่วนเขาขังตัวเองอยู่ตรงระเบียง แล้วยังไงต่อ หมายถึงเธอ ต้องทำยังไงต่อ นอนเลยได้ไหม เวลาผ่านไปเป็นชั่วโมง คนตัวเล็กยังคงนั่งอยู่อย่างนั้น ร่างสูงที่ยืนอยู่ที่ระเบียง กำลังคุยอะไรอยู่กับคนบางคนผ่านโทรศัพท์ ส่วนริมฝีปากก็พ่นควันโขมงล้อมรอบตัวเอง โชคดีที่ควันมือสองนั้นไม่ได้โชยมาหาเธอ ถึงได้เข้าใจเรื่องที่เขาปิดประตูระเบียงให้ แต่กระนั้นเธอยังหงุดหงิด ความดีอันน้อยนิดนี้จะไม่นับ เพราะเขาปล่อยให้เธอนั่งอยู่ตรงนี้เป็นชั่วโมง จะให้เธอทำอะไรล่ะ
Read more
PREV
123456
...
11
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status