로그인
“ลลิสา”
ใช้ปลายนิ้วโป้งในการสะกิด เขย่าตัวเธอจนเคลื่อนไปมาตามแรง แต่เหมือนจะไม่สำเร็จ สาวเจ้าจะต้องหลับลึกขนาดไหนกัน แรงสั่นสะเทือนจากเท้าหนักๆขนาดนี้ ถึงไม่สามารถรับรู้ได้
และคนอย่างเขาไม่ชอบพูดคำซ้ำเป็นครั้งที่สอง เขาดึงเท้ากลับมาวางบนพื้น คราวนี้โน้มตัวลงไปใกล้เธอ ถือวิสาสะดึงแมสออก ยืดยางเกี่ยวหูจนตึงสุดและปล่อย ตั้งใจให้มันดีด แน่นอนว่าแรงดีดไปโดนแก้มทำให้สาวเจ้าสะดุ้ง
“โอ้ย”
ใช้มือลูบตรงที่โดนและขึ้นรอยแดง ก่อนจะลืมตาโพลงขึ้นมา และเมื่อเห็นว่าเป็นเขาถึงกับดีดตัวลุกขึ้นมานั่ง
“คุณ!”
“หลับเหมือนตาย”
“คุณเข้ามาในนี้ได้ยังไง”
เหมันต์เห็นว่าเธอตอบโต้ได้แล้วก็หมดห่วง จึงดึงตัวขึ้นไปยืนหลังตรงอย่างเก่า พลางขมวดคิ้ว
“เปิดประตูเข้ามามันยากตรงไหน” จากนั้นละสายตาจากใบหน้ามอมแมมดูแทบไม่ได้มองไปรอบๆ พลางถอนหายใจพรืด “ออกมา”
“คะ?” พลันจ้องหน้าเธอนิ่ง ร่างบางที่นั่งมึนผลของการเพิ่งตื่นนอน กับเขาที่เข้ามาไม่บอกกล่าวกันก่อน จังหวะขมวดคิ้วนึกได้ว่าเธอจะไม่ได้รับคำตอบนั้นแน่ๆ เพราะเขาจะไม่พูดซ้ำทำให้กระตือรือร้นขึ้นมา “อะ เอ่อ..ออก โอเคค่ะออกก็ออก”
ไม่รู้ว่าออกไปไหนแต่เธอแสร้งทำเป็นเข้าใจฉีกยิ้มยิงฟันสวยเอาไว้ก่อน เนื่องจากคนตรงหน้าในตอนนี้ไม่ยิ้มแย้ม ใบหน้าบอกบุญไม่รับ ไม่รู้ไปหงุดหงิดอะไรมา ภาวนาว่าอย่ามาลงกับเธอ
ก่อนจะหุบยิ้มหลังจากเขาหมุนตัวกลับ ตลึงตาแยกเขี้ยวใส่ตอนเขาเดินนำไป ทิศทางนั้นคือที่เดิม ห้องที่เธอจากมาเมื่อหลายวันที่แล้ว
และเมื่อเดินมาถึงห้อง
“คุณจะให้สานอนกับคุณเหรอคะ”
เขาไม่ตอบที่เดินหายไปอีกห้อง พร้อมกับผ้าห่ม ผ้านวม และหมอนใบโต โยนลงบนพื้นพรม ที่ดูยังไงก็สะอาดกว่าตัวเธอ
หญิงสาวเอียงหน้ามองสลับกับสองสิ่งนั้น เกิดความหงุดหงิดไม่น้อยที่ถามอะไรออกไปก็ไมได้รับความกระจ่างสักอย่าง
เธอยืนนิ่งมองของพวกนั้นอย่างงุนงง แต่พอเห็นเขานั่งลงบนเตียง ยกเท้าขึ้นเตรียมเอนหลังเป็นอย่างสุดท้ายถึงกับเลิกคิ้ว
“คุณ..”
“จะต้องให้ผมจัดให้ด้วยไหม”
หมายความว่าไง..
หรือว่า..
“ที่นอนของสาเหรอคะ”
“หรือคุณจะนอนบนเตียง ก็ได้นะ ถ้าคุณยอมเป็นนางบำเรอของผม”
ลลิสาส่งเสียงดังเหอะ แยกเขี้ยวใส่ ก่อนจะกระโดดลงใส่เครื่องนอน และปูพวกมันอย่างกระแทกกระทั้น จากนั้นก็ล้มตัวนอนลงอย่างเงียบๆ ไม่ถามไถ่อะไรเขาอีก
ท่ามกลางการนอนมองอยู่ของเขาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มน้อยๆ ไม่นานก็หันไปหยิบรีโมทสั่งปิดเปิดไฟ เขาปิดเหลือแค่โคมไฟตรงหัวเตียง พร้อมเปิดเครื่องถ่ายเทความร้อน เพื่อดึงอากาศภายนอกเข้ามา ที่สำคัญด้วยความเคยชินเขาไม่ลืมหยิบมีดสั้นขึ้นมาวางไว้ใกล้ตัวด้วย ก่อนเปลือกตาค่อยๆปิด เข้าสู่ห้วงนิทราในที่สุด เหลือแต่คนข้างล่างที่ยังคงนอนลืมตาอยู่
สาเหตุที่เธอยอมเดินตามเขามาง่ายๆ และทำตัวเรื่องมากหรือมีปัญหา นั่นเพราะตอนที่เธออยู่ตามลำพังและร้องไห้อย่างหนักในห้องนั้น ได้ตกผนึกบางอย่าง มีภาพหลายภาพไหลเวียนเข้ามาในความทรงจำมากมาย ภาพที่เคยเกิดขึ้นจริงตอนครั้งอดีตและเธอโคตรจะมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นความรักจากพ่อแม่ที่หยิบยื่นให้อย่างไม่มีเงื่อนไข มิตรภาพจากเพื่อนสนิทที่ไม่ว่าอยู่ด้วยกันตอนไหนก็มีสบายใจเมื่อนั้น เสียงปรบมือจากแฟนคลับมากมายตอนเธอได้รับรางวัล และที่สำคัญเธอกำลังจะมีหลานเป็นของตัวเอง
ภาพอัลตร้าซาวด์ของพะแพงภรรยาของเพื่อนสนิทยังตราตรึงอยู่ในใจ เธอจำได้ว่าเธอดีใจและมีความสุขมาก ตอนจิตนาการถึงทารกน้อยตัวแดงๆในผ้าห่มสีชมพู
ทั้งหมดเข้ามาในโซนสมองเป็นฉากๆ เตือนสติให้เธอคิดได้ว่าเธอไม่ควรจะตายเอาง่ายๆ ทำให้ถูกกระตุ้นความกล้าและฮึดสู้ขึ้นมา นึกถึงความจริงอย่างหนึ่งชนวนเหตุที่จะทำให้เธอมีโอกาสที่จะรอดว่า หากเขาไม่คิดฆ่าเธอตั้งแต่แรก นั้นก็แสดงว่าเขาต้องการผลประโยชน์จากเธอขั้นสุด
ดังนั้นเธอจะใช้สิ่งนั้นเป็นตัวเบิกทาง ทำให้เขาตายใจ ไว้ใจ และถ้าเป็นไปได้เธอจะทำให้เขารักด้วย..
ถึงตอนนั้นทุกอย่างก็คงจะง่ายขึ้น
สำหรับคนจนตรอกไม่มีอะไรจะเสีย หากไม่ลองก็คงไม่รู้ สมมุติว่าจะต้องตายจริงๆ ก็ขอให้ได้ลองกันก่อนยังไงก็ดีกว่า
ไม่ลองไม่รู้!
เอาล่ะ ระหว่างมารยาหญิงอย่างเธอ กับความแข็งกระด้างของมาเฟียอย่างเขา ใครกันจะชนะ
เรามาดูกัน!
เช้าวันอาทิตย์ที่ควรจะเงียบสงบ กลับกลายเป็นวันแห่งความตึงเครียดที่สุดของเหมันต์ มาเฟียใหญ่ที่เคยจับดาบนิ่งสนิทลุยสมรภูมิรบมานับครั้งไม่ถ้วน บัดนี้กำลังเผชิญหน้ากับภารกิจที่ใหญ่หลวงที่สุดในชีวิต นั่นคือ "การอาบน้ำให้ลูกสาววัยสองสัปดาห์เป็นครั้งแรก"ภายในห้องน้ำที่เปิดเครื่องทำน้ำอุ่นจนอุณหภูมิกำลังสบาย อ่างอาบน้ำเด็กสีพาสเทลแบรนด์หรูถูกเติมน้ำอุ่นจนได้ระดับ เหมันต์ในชุดเสื้อยืดสีดำพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นรอยสักเต็มท่อนแขน กำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนม้านั่งตัวเตี้ย ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งเครียด คิ้วหนาขมวดม้วนแน่นจนแทบจะผูกเป็นโบว์ เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นเต็มกรอบหน้าและแผ่นหลังจนเสื้อเปียกชุ่ม ทั้งที่ชั่วโมงนี้แอร์ในห้องยังเย็นฉ่ำ“เหมันต์คะ ผ่อนคลายหน่อยค่ะ คุณเกร็งจนลูกพลอยลุ้นไปด้วยแล้วนะ”ลลิสาที่นั่งประคองอยู่ข้างๆ หลุดขำออกมาเบาๆ ยามเห็นสามีร่างยักษ์ทำท่าทางราวกับกำลังจะกู้ระเบิดเวลา“คุณดูสิ ไลลาของผมตัวเล็กนิดเดียว ผมกลัวลูกเจ็บ”น้ำเสียงที่เคยทรงอิทธิพลและน่าเกรงขาม บัดนี้กลับสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด“ถ้าอย่างนั้น มาค่ะ..เดี๋ยวสาช่วย”ลลิสาคอยบอกทีละขั้นตอนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเหมันต์สูดหายใจ
ภายในห้องคลอดที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาและเสียงเตือนจากเครื่องมือแพทย์ เหมันต์ในชุดปลอดเชื้อสีเขียวเข้มกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงคนไข้ มือหนาอันสั่นเทากุมมือเรียวบางของลลิสาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ใบหน้าคมคายที่มักจะเรียบเฉยบัดนี้เต็มไปด้วยความกังวล สายตาคมจับจ้องเพียงแค่ใบหน้าซีดเซียวของภรรยาตัวน้อยที่มีหยาดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้า“อื้อ... เหมันต์... สาเจ็บ” ลลิสาสูดหายใจเข้าลึก ร่างกายสั่นสะท้านจากแรงบีบรัดของมดลูกที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยน้ำตาจากความเจ็บปวดที่แทบจะทนไม่ไหว“มากไหม มันเจ็บแค่ไหนกันลสิลา...”“เจ็บมากค่ะ แต่ก็มีความสุข..เรากำลังเห็นหน้าลูกของเราแล้วนะคะ”เหมันต์กระซิบเสียงสั่นพร่า เขาใช้ผ้าก๊อซชุบน้ำคอยซับเหงื่อที่หน้าผากและแก้มใสอย่างเบามือที่สุด ก่อนจะก้มลงประทับจูบลงบนหลังมือของเธอซ้ำๆ ราวกับต้องการจะรับเอาความเจ็บปวดทั้งหมดนั้นมาไว้ที่ตัวเอง“เอาล่ะครับคุณแม่ มดลูกเปิดเต็มที่แล้วนะครับ เตรียมตัวเบ่งตามจังหวะที่หมอบอกนะ... หนึ่ง สอง สาม เบ่งครับ!” เสียงคุณหมอสูติฯ ดังขึ้นเป็นสัญญาณเริ่มสมรภูมิครั้งสำคัญ“อื้อออออออ!” ลลิสากัดฟันเบ่งสุดแรงเกิ
ลลิสาซบหน้าลงกับอกอุ่น ยิ้มรับคำพูดของสามีด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข สายตาของทั้งคู่ทอดมองไปยังเตียงหลังน้อยที่ถูกสร้างขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงและความรักของคนเป็นพ่ออย่างแท้จริงแสงแดดอุ่นๆ ยามบ่ายส่องผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวเข้ามาในห้องเนอสเซอรี่ บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความรักและความตื่นเต้น เหมันต์และลลิสากำลังช่วยกันตกแต่งเตียงเด็กอ่อนไม้โอ๊กที่เพิ่งประกอบเสร็จเมื่อวันก่อนให้สมบูรณ์พร้อมต้อนรับลูกสาวตัวน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลก“เหมันต์คะ... ช่วยหยิบกล่องโมบายดนตรีตรงนั้นให้สาหน่อยค่ะ” ลลิสาในชุดเดรสคลุมท้องผ้าฝ้ายเนื้อนุ่มเอ่ยบอกสามี พลางใช้มือข้างหนึ่งประคองหน้าท้องกลมโตวัยแปดเดือนเศษไว้เหมันต์ขยับกายอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มเอื้อมหยิบกล่องอุปกรณ์แบรนด์หรูมาเปิดออกอย่างระมัดระวัง ภายในมีก้านโมบายสีขาวและตุ๊กตาผ้าทอมือรูปก้อนเมฆ พระจันทร์เสี้ยว และดวงดาวดวงน้อยหลากสีสันพาสเทลห้อยระย้าอยู่ มาเฟียหนุ่มร่างยักษ์บรรจงหยิบชิ้นส่วนเหล่านั้นขึ้นมาเกาะเข้ากับขอบเตียงไม้ด้วยท่าทางตั้งอกตั้งใจ ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดราวกับกำลังกู้ระเบิด แต่สายตาที่จ้องมองของเล่นชิ้นจิ๋วกลับอ่อนโยนอย่างไม่เคยเป็
“เดี๋ยว...” ลลิสาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบดึงแขนเสื้อของสามีไว้“หลังนึงเอาไว้ห้องนอนใหญ่ของเรา อีกหลังเอาไว้ห้องเนอสเซอรี่ ส่วนอีกหลังเอาไว้ที่ห้องทำงานผม... เวลาคุณพาลูกไปหาผม จะได้มีที่นอน” เหมันต์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับเป็นเรื่องปกติธรรมดา ก่อนจะหันไปสั่งพนักงานต่อโดยไม่เปิดโอกาสให้ลลิสาได้ประท้วง“แล้วก็... โซนเสื้อผ้าเด็กอ่อนตรงนั้น คอลเลกชันเด็กผู้หญิงแรกเกิดจนถึงหนึ่งขวบ ผมเอาทั้งหมด จัดไซส์ละสองชุด”“คะ... คุณคะ!”พนักงานร้านถึงกับมือสั่น ตาโตด้วยความตื่นเต้นตื้นตันที่จะทำยอดทะลุเป้าในวันเดียว“ใช่ ทั้งหมวก ถุงมือ ถุงเท้า อ่างอาบน้ำทองคำขาวตรงนั้นด้วย... อ้อ แล้วก็รถเข็นเด็กคันที่แพงที่สุดและปลอดภัยที่สุดในร้าน เอามาด้วย” เหมันต์สั่งรัวๆ ราวกับกำลังช๊อปปิ้งในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป“เหมันต์! พอแล้วค่ะ สาใส่ให้ลูกไม่ทันหรอกนะคะ ของพวกนี้เด็กๆ โตไวจะตายไป” ลลิสารีบเข้ามากอดแขนหนา พยายามจะยื้อบัตรเครดิตคืนมา แต่เหมันต์กลับรวบตัวเธอเข้ามาแนบชิดอกแกร่งอย่างนึกเอ็นดู มือหนาลูบหัวทุยสวยของภรรยาอย่างเบามือ“เงินผมมีให้ลูกกับคุณใช้ไปทั้งชาติก็ไม่หมดหรอก... อะไรที่ทำให้คุณมีค
บรรยากาศภายในร้านเสื้อผ้าและของใช้เด็กอ่อนอบอวลไปด้วยความอบอุ่น แสงไฟสีนวลตาตกกระทบลงบนชุดบอดี้สูทตัวจิ๋วหลากสีสันที่แขวนเรียงรายอยู่เป็นเซ็ท ลลิสาในชุดคลุมท้องสีหวานเดินอมยิ้มพลางลูบหน้าท้องนูนเด่นของตัวเองในวัยเจ็ดเดือน สายตาของเธอเป็นประกายระยับยามที่ได้มองข้าวของชิ้นเล็กชิ้นน้อย โดยมีสามีที่น่ารักเดินตามอยู่ไม่ห่าง มือหนาของเขาเข็นรถเข็นคันใหญ่ที่บัดนี้มีทั้งผ้าอ้อมเนื้อนุ่มและขวดนมแบรนด์ดังวางอยู่จนเกือบเต็ม“คุณคะ ดูชุดนี้สิคะ... น่ารักจังเลย”ลลิสาหยิบชุดบอดี้สูทสีชมพูพาสเทลที่มีระบายลูกไม้เล็กๆ ตรงช่วงไหล่ขึ้นมาแนบกับอก ใบหน้าหวานของเธอยิ้มกว้างเหมันต์หยุดรถเข็นแล้วขยับเข้าไปยืนซ้อนหลังร่างบาง มือหนาเอื้อมไปกุมมือเธอที่ถือชุดอยู่ สายตาคมกริบที่เคยดุดันบัดนี้อ่อนแสงลงจนเหลือเพียงความเอ็นดู เขาก้มลงกระซิบชิดใบหูเล็ก“เล็กขนาดนี้ ลูกจะใส่ได้เหรอสา... ใส่อันนี้ได้ก็ตัวเท่าลูกแมวเพิ่งคลอดเลยนะ”“ก็เด็กแรกเกิดตัวเล็กเท่านี้แหละค่ะ คุณพ่อนี่ไม่รู้อะไรเลย” ลลิสาหันมาค้อนขวับเบาๆ แต่แก้มใสของอีกคนกลับขึ้นสีระเรื่อ เมื่อเธอเรียกตัวเองว่าพ่ออย่างเต็มปากเต็มคำ“ถ้างั้นก็ซื้อไปเถอะ อะไรท
“มีลูกให้ผมนะ”“หืม..ลูกเหรอ”ลลิสาอุทานแผ่วเบาพลันหลุดยิ้ม“ใช่ หรือว่าคุณไม่อยากมี” เหมันต์กระซิบเสียงพร่าชิดใบหู ใบหน้าคมคายซุกไซ้ลงกับซอกคอขาวระหงจูบพรมอย่างแผ่วเบาไปทั่ว สัมผัสของเขาใต้หยาดน้ำอุ่นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและนุ่มนวล ทว่าทำเอาหัวใจของลลิสาเต้นไม่เป็นสรรพฝ่ามือหนาช่วยลูบไล้หยาดน้ำสบู่ชำระล้างร่างกายให้เธออย่างสุภาพและเกรงใจ ท่ามกลางสายน้ำที่ไหลผ่าน ยิ่งหล่อหลอมให้เนื้อแท้ของความสัมพันธ์แนบแน่นจนแทบไร้ช่องว่าง ทั้งคู่สบตากันผ่านม่านน้ำใส ส่งยิ้มให้กันด้วยความรักทั้งหมดที่มี ก่อนที่เหมันต์จะก้มลงมอบจุมพิตแสนหวานรสละมุนรสหวานชื่นใจเป็นการปิดท้ายกิจกรรมยามเช้าหลังจากอาบน้ำเสร็จ ลลิสาช่วยเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขา ตอนนี้ทั้งคู่อยู่ในชุดลำลอง เหมันต์เดินเข้ามาสวมกอดเธอจากทางด้านหลังพลางส่งยิ้มหวานผ่านกระจก“พร้อมไปเดินเล่นในไร่องุ่นหรือยังคะ... ท่านประธานของสา”“พร้อมตั้งนานแล้ว... ”เหมันต์แค่นหัวเราะในลำคอ แววตาพราวระยับเปี่ยมสุข เขาปล่อยอ้อมกอดแล้วเปลี่ยนมาจับมือบางของเธอไว้แน่น พร้อมที่จะออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์และก้าวเดินสู่อนาคตใหม่เคียงข้างเธอด้วยขาที่แข็งแรงคู่น
สมองของลลิสาทำงานหนัก ทั้งที่ปกติเธอมีมันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนใหญ่งานที่ทำไม่ค่อยได้สร้างรอยหยักให้สักเท่าไหร่ มีการป้อนงานให้ตลอด ไม่ได้ขวนขวายเองมาสักพักหนึ่งแล้ว ชีวิตจึงสะดวกสบายจนติดเป็นนิสัย และการไม่จับผิดใคร ไม่เอะใจ คือการไม่สร้างงานเพิ่มขึ้นมา เอาจริงเธอเป็นคนที่หนีความปร
“ถ้าอย่างนั้นสาขอถามหน่อยได้ไหมคะ”“ครับ”“สาผิดอะไร”ความเงียบเข้ามาปกคลุมเหมือนทุกที แต่ครั้งนี้ไม่นาน เขาแค่นหัวเราะ จ้องนิ่งเข้ามาในม่านตาเธอ ถึงขนาดสะท้อนหน้าของเธออยู่ในม่านตาเขา “คุณไม่ได้ผิด แต่คุณพลาด” จ้องเขม็งมองมา ตาไม่กะพริบ “พลาดที่เลือกเชื่อใจคนผิด”“คุณหมายถึงผู้จัดการสาเหรอ เรื่อง
ลลิสานิ่วหน้า สำหรับเธอนี่ไม่ใช่เรื่องตลก คนตรงหน้าดูเคร่งขรึมจนเธอประหม่า“คือ..”เธอจะตอบได้ยังไงในเมื่อใจของเธอตอนนี้อยากขอให้เขาปล่อยเพราะมัวแต่อ้ำอึ้ง เขาก็เลยขมวดคิ้ว หากแต่ยืนมองนิ่งไม่ถามไถ่ แน่นอนว่ามันยิ่งทำให้เธออึดอัดสายตาของเขาตอนนี้น่ากลัวมากๆ“ถ้าอยากจะให้ปล่อยกันไป คงเป็นไปไม่ได้ห
สองชั่วโมงผ่านไปไวมาก เธอในสภาพเหลือแต่ดวงตาเพราะใส่แมส นั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง คานโลสั่งให้เธอหลับแต่ใครมันจะหลับลง ตอนเข้ามาแล้วเปิดไฟสีขาวที่สว่างไปทั้งห้อง มันคงจะดีมากและห้องคงน่าอยู่มากหากมันสะอาดสะอ้าน ไม่ใช่เธอที่กำลังนั่งสบตากับแมงมุมอยู่แบบนี้ แถมความว่างปนเหงาเพราะ







