All Chapters of ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก: Chapter 21 - Chapter 30

35 Chapters

บทที่ 21 รางวัลของคนขี้เกียจ กับความพยายาม (ที่แสนสั้น) บนหลังมังกร

รถม้าของจวนชินอ๋องแล่นเข้าสู่ประตูจวนด้วยความเร็วชนิดที่ล้อแทบไม่ติดพื้น ทันทีที่หยุดสนิท จ้าวจินหลง ก็อุ้ม หลินซีเหยา ลงจากรถแล้วเดินดุ่มๆ เข้าเรือนเหมันต์พิสุทธิ์ โดยไม่สนใจเสียงทักทายของบ่าวไพร่"เตรียมน้ำร้อน! ไม่ต้องตามเข้ามา!"เสียงสั่งเฉียบขาดดังไล่หลัง ก่อนที่ประตูห้องนอนจะถูกปิดลงกลอนแน่นหนาภายในห้องนอนจ้าวจินหลงวางภรรยาตัวน้อยลงบนเตียงกว้างอย่างทะนุถนอม แต่แววตาของเขากลับรุ่มร้อนดั่งไฟป่าที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่รีบเปลื้องผ้าของตนออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นเรือนร่างกำยำ เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรี ผิวสีแทนเข้มตัดกับรอยแผลเป็นจางๆ ที่ดูเซ็กซี่อย่างร้ายกาจเขาทิ้งตัวลงนอนหงายบนเตียง ซ้อนแขนทั้งสองข้างรองศีรษะ แล้วยักคิ้วให้หลินซีเหยาที่นั่งตาแป๋วอยู่ปลายเตียง"มาสิ... เปิ่นหวางพร้อมรับการปรนนิบัติแล้ว"จ้าวจินหลงยิ้มมุมปาก สายตาจับจ้องไปที่คนงาม "ไหนเจ้าบอกว่าจะ 'ขยับเอง' ...อย่าให้ข้ารอนาน"หลินซีเหยากลืนน้ำลายเอือก มองดู 'ความพร้อม' ของสามีที่ตื่นตัวชูชันอยู่กลางลำตัว ขนาดของมันทำเอาเขาใจหายวาบทุกครั้งที่เห็นนี่ข้า... ต้องจัดการเจ้านี่เองเหรอ?"เอ่
Read more

บทที่ 22 อาคันตุกะจากแดนเหนือ กับเคล็ดวิชา "หลับกลางอากาศ"

หลังจากผ่านศึกหนักในม่านมุ้งมาและได้เสวยขาหมูสมใจปรารถนา ชีวิตของหลินซีเหยาก็หวนคืนสู่ครรลองแห่งความสงบสุขและเกียจคร้านอีกคำรบหนึ่ง แต่ทว่าความสงบสุขในจวนชินอ๋องนั้นมักจะดำรงอยู่ได้ไม่นานนักยามบ่ายแก่ๆ ณ สวนหลังจวนอันร่มรื่นหลินซีเหยากำลังนอนไกวเปลญวนใต้ต้นท้อที่แผ่กิ่งก้านสาขา โดยมี 'เสี่ยวเฮย' สุนัขหน้าตาถมึงทึง นอนเฝ้าระวังภัยอยู่เบื้องล่าง และ อาเป่า คอยพัดวีให้อย่างรู้งานบรรยากาศกำลังเคลิบเคลิ้มชวนฝัน จู่ๆ พ่อบ้านฟู่ก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามาด้วยท่าทางตระหนก"พระชายา! พระชายาพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!"หลินซีเหยาขมวดคิ้วเรียวทั้งที่ยังหลับตาพริ้ม "สิ่งใดอีกล่ะ... อัคคีภัยหรือ?""มิใช่พ่ะย่ะค่ะ! แต่เป็น 'องค์ชายทัวป๋าเลี่ย' แห่งเผ่าหมาป่าอุดร นำคณะราชทูตมาเยือนโดยมิได้นัดหมาย! บัดนี้รอคอยอยู่ที่ห้องโถงรับรองแล้วพ่ะย่ะค่ะ!""ทัวป๋าเลี่ย?" หลินซีเหยาทวนนาม "ผู้ใดกัน? สหายร่วมวงสุราของท่านพี่กระนั้นหรือ?""มิใช่พ่ะย่ะค่ะ! เขาคือองค์ชายนักรบผู้บ้าคลั่งแห่งแดนเหนือ! ได้รับสมญานามว่า 'หมาป่าคลั่ง' เขามาเพื่อท้าประลองยุทธ์กับท่านอ๋อง แต่ท่านอ๋องยังมิกลับจากค่ายทหาร เขาจึงยืนกรานว่าจะขอพ
Read more

บทที่ 23 ศิษย์เอกคนแรก กับเคล็ดวิชา 'หายใจทิ้ง'

ข่าวลือเรื่อง "จอมยุทธ์หลินซีเหยา ผู้ใช้วิชานิทราสยบมาร" แพร่สะพัดไปทั่วจวนอ๋องและลามไปถึงคณะราชทูตแดนเหนืออย่างรวดเร็วปานสายลมผลกระทบแรกที่ติดตามมาคือ... ความสงบสุขยามรุ่งสางของหลินซีเหยาพังทลายลง!ยามเหม่า (05.00-06.59 น.)"ท่านอาจารย์! ท่านอาจารย์ตื่นเถิด! ศิษย์มารอรับการชี้แนะแล้ว!"เสียงตะโกนดังก้องปานอัสนีบาตฟาดของ ทัวป๋าเลี่ย องค์ชายหมาป่าคลั่ง ดังสนั่นหน้าเรือนเหมันต์พิสุทธิ์ ปลุกไก่ทั้งเล้าให้ตื่นตระหนกบินว่อนหลินซีเหยา ที่กำลังมุดตัวอยู่ในก้อนผ้าห่มดุจหนอนไหม สะดุ้งเฮือก"ผู้ใด... ผู้ใดมาวางเพลิงเรือน..."จ้าวจินหลง ที่ตื่นนานแล้วและกำลังสวมอาภรณ์อยู่ หัวเราะ หึๆ"ศิษย์เอกของเจ้ามารอคารวะน่ะสิ... ลุกไปดูหน่อยหรือไม่ ท่านจอมยุทธ์?""ไม่เอา..." หลินซีเหยานำหมอนปิดหู "ขับไล่เขาไปที แจ้งว่าข้ากำลังเข้าฌาน (หลับลึก) ห้ามรบกวน"จ้าวจินหลงส่ายหน้า เดินออกไปเปิดประตูทัวป๋าเลี่ยยืนคุกเข่าอยู่หน้าเรือน แววตามุ่งมั่นแรงกล้าดุจเปลวเพลิง"ท่านอ๋อง! ข้าขอพบท่านอาจารย์หลิน! ข้าใคร่จะเรียนรู้วิชาจิตสงบ!""พระชายายังไม่ตื่นบรรทม" จ้าวจินหลงตอบเสียงเรียบ "วิชาของเขาลึกล้ำ จำต้องใช้เวลาสะสม
Read more

บทที่ 24 ปัญหาระดับแคว้น กับวิธีแก้ปัญหาฉบับคนขี้เกียจ

ข่าวเรื่ององค์ชายทัวป๋าเลี่ยแห่งแดนเหนือ "กลับใจ" กลายเป็นผู้ใฝ่ธรรมะเพราะโดนจ้องจนขวัญหนีดีฝ่อ สร้างความปิติยินดีให้แก่ฮ่องเต้ยิ่งนัก พระองค์จึงจัดงานเลี้ยงฉลองใหญ่ในวังหลวง เพื่อเลี้ยงส่งคณะราชทูตแดนเหนือ และต้อนรับคณะราชทูตจาก "แคว้นหนาน" แดนทักษิณ ที่เพิ่งเดินทางมาถึงแคว้นหนาน นั้นขึ้นชื่อลือชาเรื่องความเป็นเมืองบัณฑิต ผู้คนรักการศึกษา ร่ายกวี วาดภาพ และมักจะดูแคลนแคว้นจ้าวว่าเป็นพวก "คนเถื่อนบ้าพลัง" ที่ดีแต่ใช้กำลังเข้าห้ำหั่น...ณ ท้องพระโรง งานเลี้ยงหลวงบรรยากาศแบ่งแยกเป็นสองฝั่งชัดเจน ฝั่งขวาคือขุนนางฝ่ายบู๊และคณะทูตแดนเหนือที่ดื่มสุราเฮฮาครื้นเครง ส่วนฝั่งซ้ายคือคณะทูตแคว้นหนานที่สวมชุดบัณฑิตยาวรุ่มร่าม นั่งจิบชาด้วยท่าทางเย่อหยิ่งจองหองหลินซีเหยา นั่งประทับอยู่ข้าง จ้าวจินหลง บนตั่งรองประธาน เขากำลังพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะไม่สัปหงก โดยมีท่านอ๋องคอยแอบหยิกเอวเบาๆ เพื่อปลุกให้ตื่นเป็นระยะ"ท่านพี่... ข้าใคร่กลับจวน..." หลินซีเหยากระซิบเสียงเครือ "ตาข้าจะปิดอยู่รอมร่อ พวกบัณฑิตนั่นร่ายกวีอันใดยาวเหยียด ฟังมิรู้ความเลย""อดทนหน่อยเถิด" จ้าวจินหลงกระซิบตอบ "ประเดี๋ยวก็จบสิ้น
Read more

บทที่ 25 เทศกาลหยวนเซียว กับพาหนะส่วนตัวที่แพงที่สุดในแผ่นดิน

หลังจากเหตุการณ์ "ติดเกาะ" กลางสระบัว หลินซีเหยาก็แง่งอนตุ๊บป่อง ไม่ยอมเจรจาพาทีกับท่านอ๋องไปครึ่งค่อนวัน แต่ยังยอมอ้าปากรับข้าวที่ท่านอ๋องป้อน จนกระทั่งกาลเวลาล่วงเลยถึงช่วงค่ำของวันถัดมา ซึ่งตรงกับ "เทศกาลหยวนเซียว" (เทศกาลโคมไฟ) พอดีเมืองหลวงในราตรีนี้สว่างไสวไปด้วยโคมไฟหลากสีสันที่ประดับประดาตามบ้านเรือนและร้านรวง ผู้คนต่างพากันออกมาเดินเล่นชมโคมและทายปริศนากันอย่างคึกคักจอแจณ เรือนเหมันต์พิสุทธิ์"ไม่ไป..."หลินซีเหยานอนหันหลังให้สามี กอดหมอนข้างแน่น "ผู้คนพลุกพล่าน... เบียดเสียด... กลิ่นเหงื่อคละคลุ้ง... แถมยังต้องเดินไกล ข้าไม่ไปเด็ดขาด"จ้าวจินหลง ที่แต่งกายด้วยชุดลำลองสีดำขลิบเงินดูหล่อเหลาคมคาย ทรุดกายลงนั่งข้างเตียงแล้วเขย่าไหล่ภรรยาเบาๆ"ซีเหยา... นี่เป็นเทศกาลหยวนเซียวแรกหลังเราแต่งงานนะ คู่ยวนยางทุกคู่เขาต้องไปลอยโคมอธิษฐานร่วมกัน เพื่อให้รักยืนยาว""รักเรายืนยาวอยู่แล้วน่า (ตราบใดที่ท่านมั่งคั่ง) " หลินซีเหยางึมงำ "ข้าเกียจคร้านจะเดินเหิน... จบนะ"จ้าวจินหลงถอนหายใจ ยิ้มมุมปากอย่างมีแผนการ"น่าเสียดายยิ่งนัก... ได้ยินว่าปีนี้ร้าน 'รสทิพย์' ทำ 'บัวลอยไส้งาดำน้ำขิง' สูต
Read more

บทที่ 26 ขอนอน12ชั่วยาม

ณ ห้องหอ เรือนเหมันต์พิสุทธิ์ประตูไม้บานใหญ่ถูกเตะเปิดออกด้วยฝ่าเท้าของผู้เป็นเจ้าของเรือน ก่อนจะถูกปิดลงอย่างรวดเร็วด้วยเท้าข้างเดิมเพื่อกั้นลมหนาวและสายตาของบ่าวไพร่จ้าวจินหลง อุ้มร่างนุ่มนิ่มของ หลินซีเหยา เข้ามาในห้องที่อบอุ่นด้วยเตาถ่านและแสงเทียนสลัว วางคนงามลงบนเตียงกว้างที่ปูด้วยขนสัตว์หนานุ่มอย่างทะนุถนอม ราวกับเกรงว่า "บัวลอย" ลูกนี้จะบอบช้ำคามือ"ถึงห้องแล้ว..." หลินซีเหยาพึมพำเสียงงัวเงีย พยายามจะมุดตัวหนีเข้าผ้าห่มตามสัญชาตญาณ "ข้าล่วงเข้าสู่นิทรา... ขอนอน...""มิได้" จ้าวจินหลงกดไหล่บางไว้ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏชัดบนใบหน้าคมคาย "เจ้ากินถังหูลู่มาทั้งคืน ตัวเหนียวเหนอะหนะเยี่ยงนี้จะนอนได้อย่างไร? จำต้องชำระกายเสียก่อน""เกียจคร้าน..." หลินซีเหยาเบะปาก ทำตัวเหลวเป๋วเป็นวารี "ท่านเช็ดตัวให้ข้าหน่อย... นะๆ""หึ... ย่อมได้ เปิ่นหวางจะ 'ปรนนิบัติ' ให้เจ้าทุกซอกทุกมุมเลยทีเดียว"...ในถังน้ำไม้หอมไอน้ำร้อนลอยกรุ่น กลิ่นหอมของกลีบกุหลาบและสมุนไพรช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้าหลินซีเหยาถูกจับเปลื้องอาภรณ์จนล่อนจ้อน ผิวขาวเนียนละเอียดดุจหยกมันแพะต้องแสงเทียนเป็นประกายวาววับ ยอดอกสีห
Read more

บทที่ 27 ปีศาจน้อยจากวังหลวง กับเคล็ดวิชาเลี้ยงเด็กฉบับคนขี้เกียจ

หลังจากผ่านพ้นค่ำคืนเทศกาลหยวนเซียวอันหวานชื่นและจบลงด้วยกิจกรรมสานสัมพันธ์จนเกือบรุ่งสาง หลินซีเหยาหมายมั่นปั้นมือว่าจะได้นอนตื่นสายจนตะวันตรงศีรษะเพื่อชดเชยพลังงานที่สูญเสียไปทว่า... ความสงบสุขในจวนชินอ๋องกลับถูกทำลายลงตั้งแต่ไก่โห่"ท่านอา! ท่านอาหญิง!" คำเรียกขานพระชายาเสียงเล็กแหลมแต่ทรงพลังดุจระฆังแก้ว ดังทะลุผ่านประตูเรือนหอเข้ามา พร้อมกับเสียงฝีเท้าวิ่ง ตึงตัง ที่สั่นสะเทือนพื้นไม้ปัง!ประตูห้องนอนถูกผลักเปิดออก บ่าวไพร่ห้ามปรามมิทัน ร่างเล็กป้อมในชุดผ้าไหมสีทองวิ่งถลาเข้ามาที่เตียง แล้วกระโดด ดึ๋ง ขึ้นไปทับก้อนผ้าห่มทันควัน"อั้ก!"หลินซีเหยาที่กำลังหลับสนิท ร้องเสียงหลงเมื่อโดนน้ำหนักตัวเด็กห้าขวบทับกลางหน้าท้อง"ผู้ใด... ผู้ใดนำก้อนหินมาทุ่มใส่ข้า..."จ้าวจินหลง ที่กำลังแต่งกายอยู่หน้าคันฉ่อง รีบหันขวับมามอง"'อาหมิง'! ลงมาเดี๋ยวนี้! อย่ารบกวนพระชายา!"เด็กน้อยแก้มยุ้ย ผิวขาวอมชมพู นามว่า 'จ้าวหมิง' องค์ชายหก โอรสองค์เล็กสุดของฮ่องเต้ หัวเราะคิกคัก มิยอมลง แต่กลับมุดเข้าไปในผ้าห่ม"ไม่เอา! เสด็จพ่อตรัสว่าท่านอาหญิงตัวหอม ข้าจะนอนกับท่านอาหญิง!"หลินซีเหยาโผล่ศีรษะออกมา ส
Read more

บทที่ 28 ราชครูผู้เคร่งครัด กับปรัชญา "เต๋าแห่งความขี้เกียจ"

วันที่สามของการรับเลี้ยงเด็กปีศาจในสายตาผู้อื่น แต่เป็นเด็กดีในสายตาคนเกียจคร้านจ้าวหมิง หรือองค์ชายหก เริ่มซึมซับวิถีแห่งการ "หลบเลี่ยงภาระ" จาก หลินซีเหยา ไปจนหมดสิ้นทุกกระบวนท่ายามสาย ณ ศาลาริมน้ำอันร่มรื่นบนโต๊ะหินอ่อน เต็มไปด้วยกระดาษเซวียนจื่อ พู่กัน และแท่นหมึกจ้าวหมิงนั่งหน้ามุ่ย น้ำตาคลอเบ้า มือเล็กๆ กำพู่กันแน่นจนสั่นระริก"อาหญิง... ข้ามิอยากคัดตำรา... ข้าเมื่อยขบข้อมือยิ่งนัก" เด็กน้อยงอแง "ราชครูสั่งให้ข้าคัด 'ตำรากตัญญู' ร้อยจบก่อนเสด็จพ่อเสด็จกลับ... ข้าเพิ่งคัดได้เพียงสามจบเท่านั้น"หลินซีเหยาที่นอนกินองุ่นอย่างสำราญอยู่บนตั่งข้างๆ ถอนหายใจเฮือกใหญ่"ร้อยจบ? ...ราชครูของเจ้าคงว่างงานมากกระมัง ถึงสั่งงานวิปลาสเยี่ยงนี้""อาหญิงช่วยข้าหน่อยเถิด..." จ้าวหมิงออดอ้อนหลินซีเหยาเหลือบตามองกองกระดาษ"ข้าช่วยมิได้ดอก ลายมือข้าไก่เขี่ยยิ่งกว่าเจ้าเสียอีก... แต่ทว่านะ อาหมิง..."เขาดีดกายลุกขึ้นนั่งด้วยความยากลำบาก"คนฉลาดเขาไม่ใช้แรงกายเข้าแลกหรอก... เขาใช้ 'สติปัญญา'""ใช้สติปัญญา?""ถูกต้อง... เจ้าดูนี่" หลินซีเหยาหยิบพู่กันมา จุ่มน้ำหมึก แล้วนำพู่กันอีกสามด้ามมามัดรวมกัน
Read more

บทที่ 29 ตามหาทายาทอสูร(ขี้เซา) และเด็กน้อยผู้เป็นดั่งก้อนหิน

รถม้าของจวนชินอ๋องแล่นออกจากประตูเมืองหลวงมุ่งหน้าสู่ชานเมือง ทิวทัศน์สองข้างทางแปรเปลี่ยนจากตึกรามบ้านช่องเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจีสุดลูกหูลูกตาหลินซีเหยา นอนหนุนตัก จ้าวจินหลง หลับตาพริ้มอย่างสบายอารมณ์"ท่านพี่... หากเด็กที่นั่นมีแต่พวกซุกซนดีดกะโหลกเหมือนเจ้าอาหมิง ข้าไม่เอานะ ข้าวิ่งไล่ตามไม่ไหว""วางใจเถิด" จ้าวจินหลงลูบเกศาภรรยาแผ่วเบา "สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหลวงมีเด็กนับร้อยชีวิต ย่อมต้องมีสักคนที่ถูกชะตากับเจ้าบ้างกระมัง"...ณ สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหลวง'ผู้ดูแลจาง' ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมสมบูรณ์ รีบวิ่งออกมาต้อนรับด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจเมื่อเห็นขบวนรถม้าอันโอ่อ่า"ถวายบังคมท่านอ๋อง! ถวายบังคมพระชายา! เป็นเกียรติแก่สถานเลี้ยงเด็กของเรายิ่งนักพ่ะย่ะค่ะ!""ลุกขึ้นเถิด" จ้าวจินหลงเอ่ยเสียงเรียบ ประคองหลินซีเหยาลงจากรถม้า "เปิ่นหวางกับพระชายาเพียงใคร่มาเยี่ยมชม... และอาจจะรับอุปการะเด็กสักคนหากมีวาสนาต่อกัน"ผู้ดูแลจางดวงตาเป็นประกาย โอกาสทอง! หากเด็กคนใดได้เข้าจวนอ๋อง ก็ประหนึ่งหนูตกถังข้าวสาร!"เชิญทางนี้พ่ะย่ะค่ะ! กระหม่อมคัดเลือกเด็กที่ร่างกายแข็งแรง ฉลาดเฉลียว และกตัญญูรอคอยไว้แล
Read more

บทที่ 30 การฝึกฝนของก้อนหินน้อย และความลับของป้ายหยก

การมีสมาชิกเพิ่มขึ้นมาในจวนชินอ๋อง มิได้ทำให้ความวุ่นวายทวีคูณแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้าม... มันกลับทำให้บรรยากาศดู "เชื่องช้า" ลงกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำจ้าวอัน (อันอัน) คุณชายน้อยวัยสี่ขวบปี ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้อย่างน่าอัศจรรย์หรืออาจกล่าวได้ว่ามิได้ปรับเลย เพราะเขายังคงนอนเป็นกิจวัตรยามสาย ณ ศาลาริมสระบัวหลินซีเหยาและจ้าวอัน นอนเรียงเคียงกันอยู่บนตั่งไม้ไผ่ตัวใหญ่ ทั้งคู่ผินหน้าไปทางสระบัว เหม่อมองมัจฉาที่แหวกว่ายวนเวียนไปมาท่วงท่าของทั้งคู่เหมือนกันราวกับพิมพ์เดียว... มือข้างหนึ่งเท้าคาง อีกข้างวางพาดหน้าท้อง และสายตาว่างเปล่าไร้จุดหมาย"ท่านอาหญิง..." จ้าวอันติดเรียกตามจ้าวหมิง ทั้งที่ความจริงต้องเรียกท่านแม่บุญธรรม หรือท่านน้า"หือ?""ปลาว่ายน้ำ... มิเหนื่อยหรือ?""เหนื่อยสิ... ดูสิ มันว่ายไปก็อ้าปากพะงาบๆ ไป... น่าเวทนายิ่งนัก""อือ... เป็นมนุษย์ดีกว่ากระมัง นอนเฉยๆ ก็มีข้าวกิน"บทสนทนาที่ดูไร้แก่นสารแต่แฝงปรัชญาความเกียจคร้าน ดำเนินไปอย่างเนิบนาบทันใดนั้น จ้าวจินหลง ก็เดินย่างสามขุมเข้ามาพร้อมดาบไม้ไผ่สองเล่ม"ลุกขึ้นได้แล้วทั้งแม่ทั้งลูก!" ท่านอ๋องประกาศก้อง "วันนี
Read more
PREV
1234
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status