Beranda / วาย / ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก / บทที่ 21 รางวัลของคนขี้เกียจ กับความพยายาม (ที่แสนสั้น) บนหลังมังกร

Share

บทที่ 21 รางวัลของคนขี้เกียจ กับความพยายาม (ที่แสนสั้น) บนหลังมังกร

Penulis: SophiaPsp
last update Tanggal publikasi: 2026-03-16 13:10:36

รถม้าของจวนชินอ๋องแล่นเข้าสู่ประตูจวนด้วยความเร็วชนิดที่ล้อแทบไม่ติดพื้น ทันทีที่หยุดสนิท จ้าวจินหลง ก็อุ้ม หลินซีเหยา ลงจากรถแล้วเดินดุ่มๆ เข้าเรือนเหมันต์พิสุทธิ์ โดยไม่สนใจเสียงทักทายของบ่าวไพร่

"เตรียมน้ำร้อน! ไม่ต้องตามเข้ามา!"

เสียงสั่งเฉียบขาดดังไล่หลัง ก่อนที่ประตูห้องนอนจะถูกปิดลงกลอนแน่นหนา

ภายในห้องนอน

จ้าวจินหลงวางภรรยาตัวน้อยลงบนเตียงกว้างอย่างทะนุถนอม แต่แววตาของเขากลับรุ่มร้อนดั่งไฟป่าที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่ง

ท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่รีบเปลื้องผ้าของตนออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นเรือนร่างกำยำ เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรี ผิวสีแทนเข้มตัดกับรอยแผลเป็นจางๆ ที่ดูเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ

เขาทิ้งตัวลงนอนหงายบนเตียง ซ้อนแขนทั้งสองข้างรองศีรษะ แล้วยักคิ้วให้หลินซีเหยาที่นั่งตาแป๋วอยู่ปลายเตียง

"มาสิ... เปิ่นหวางพร้อมรับการปรนนิบัติแล้ว"

จ้าวจินหลงยิ้มมุมปาก สายตาจับจ้องไปที่คนงาม "ไหนเจ้าบอกว่าจะ 'ขยับเอง' ...อย่าให้ข้ารอนาน"

หลินซีเหยากลืนน้ำลายเอือก มองดู 'ความพร้อม' ของสามีที่ตื่นตัวชูชันอยู่กลางลำตัว ขนาดของมันทำเอาเขาใจหายวาบทุกครั้งที่เห็น

นี่ข้า... ต้องจัดการเจ้านี่เองเหรอ?

"เอ่อ... ท่านพี่..." หลินซีเหยาเริ่มลังเล "ข้าว่า... ให้ท่านทำเหมือนเดิมก็ดีนะ ข้ากลัวทำไม่ถูก..."

"ห้ามคืนคำ" จ้าวจินหลงเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย "คนตระกูลหลินพูดแล้วไม่คืนคำ... เร็วเข้า หรือจะให้ข้าจับเจ้ามัดอีกรอบ?"

คำขู่นั้นได้ผลชะงัด หลินซีเหยารีบคลานเข่าขึ้นไปบนเตียง ค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตนออกทีละชิ้น ผิวขาวเนียนละเอียดปรากฏแก่สายตา ท่ามกลางแสงเทียนสลัวที่ช่วยขับเน้นความเย้ายวน

หลินซีเหยาขยับตัวขึ้นไปคร่อมทับหน้าท้องแกร่งของจ้าวจินหลง สะโพกมนวางทับลงบนส่วนร้อนผ่าวที่แข็งขึง สัมผัสถึงความร้อนที่แผ่ออกมาผ่านผิวเนื้อ

"ใจกล้าหน่อย..." จ้าวจินหลงกระซิบเสียงแหบพร่า มือหนาเอื้อมไปหยิบกระปุกน้ำมันหอม ส่งให้ภรรยา "เตรียมตัวให้พร้อม... ข้าจะนอนเฉยๆ ตามที่เจ้าขอ"

หลินซีเหยารับน้ำมันมาด้วยมือที่สั่นเทา เขาชโลมน้ำมันลงบนช่องทางด้านหลังและส่วนนั้นของสามี นิ้วเรียวค่อยๆ สอดแทรกเข้าไปเบิกทางให้ตัวเอง ใบหน้าหวานเหยเกเล็กน้อยด้วยความคับแน่น

"อือ... ท่านพี่... ทำไมวันนี้มันดูใหญ่กว่าเดิม..." หลินซีเหยาบ่นงึมงำ

"เพราะข้าตื่นเต้นกับรางวัลของเจ้าไงล่ะ" จ้าวจินหลงตอบหน้าตาย สายตาจ้องมองยอดอกสีหวาน

เมื่อเตรียมพร้อมเสร็จสรรพ หลินซีเหยาสูดหายใจลึก เขาจับแก่นกายใหญ่โตของสามีจ่อที่ปากทางเข้า แล้วค่อยๆ กดสะโพกลงมาช้าๆ

สวบ...

"อ๊ะ... ฮึก..."

หลินซีเหยาเชิดหน้าขึ้น ครางเสียงหลงเมื่อสิ่งแปลกปลอมขนาดใหญ่แทรกผ่านเข้ามาในกาย ความจุกเสียดผสมปนเปกับความเสียวซ่าน ช่องทางนุ่มหยุ่นตอดรัดสิ่งรุกล้ำอย่างรุนแรง

"อื้ม... แน่นชะมัด..." จ้าวจินหลงครางต่ำ ขบกรามแน่นเมื่อถูกความร้อนนุ่มนิ่มโอบล้อม "ซีเหยา... ผ่อนคลายหน่อย... เจ้าจะหักมันหรือไง..."

"ก็มัน... อื้อ... มันใหญ่..." หลินซีเหยากดตัวลงมาจนสุดโคน หน้าท้องแบนราบแนบชิดกับหน้าท้องแกร่ง เขาซบหน้าลงกับอกสามี หอบหายใจหนักหน่วง

"ขยับสิ..." จ้าวจินหลงกระตุ้น มือหนาวางแหมะอยู่ที่เอวบาง แต่ไม่ยอมออกแรงช่วย "ทำหน้าที่ของเจ้า..."

หลินซีเหยาเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาฉ่ำน้ำ

"ขี้เกียจแล้วอะ... ค้างไว้แค่นี้ได้ไหม?"

เพียะ!

จ้าวจินหลงตีแก้มก้นนิ่มเบาๆ "ไม่ได้! ขยับเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นข้าจะพลิกตัวเจ้าลงไป!"

หลินซีเหยาเบะปาก แต่ก็ยอมยืดตัวขึ้น นั่งทับบนตักแกร่ง เขาเริ่มขยับสะโพกขึ้นลงอย่างเชื่องช้า เนิบนาบ ราวกับกำลังขี่ม้าชมเมือง

"อ๊ะ... อ๊า... แบบนี้... พอใจไหม..."

จ้าวจินหลงมองภาพตรงหน้าด้วยความหลงใหล เรือนร่างขาวผ่องที่กำลังขยับไหวอยู่บนตัวเขา เส้นผมยาวสลวยที่สะบัดพลิ้ว ทุกจังหวะที่หลินซีเหยากดกลืนตัวตนของเขาเข้าไป มันช่างเป็นภาพที่งดงามและกระตุ้นอารมณ์ดิบจนแทบคลั่ง

ตับ... ตับ...

เสียงเนื้อกระทบกันเริ่มดังขึ้นตามจังหวะ หลินซีเหยาเริ่มจับจุดได้ ความเสียวซ่านที่จุดกระสันถูกครูดผ่านซ้ำๆ ทำให้เขาเผลอเร่งจังหวะขึ้นโดยไม่รู้ตัว

"อื้อ... ท่านพี่... มันลึก... อ๊า... โดนตรงนั้น..."

เสียงครางหวานหูปลุกเร้าให้จ้าวจินหลงแทบจะทนไม่ไหว เขาอยากจะกระแทกสวนขึ้นไปใจจะขาด แต่ต้องกัดฟันอดทนเพื่อให้ภรรยาได้แสดงฝีมือ

"ดีมาก... เด็กดี... แรงอีกนิด..." จ้าวจินหลงแหงนหน้าขึ้น สูดปากด้วยความเสียว "ร่อนเอวหน่อย... ใช่... แบบนั้น..."

หลินซีเหยาทำตามอย่างว่าง่าย (ปนเมามันส์ในอารมณ์) เขาบดเบียดสะโพกลงมา หมุนวนและกดเน้นย้ำ

แต่ทว่า... ความจริงอันโหดร้ายของคนขี้เกียจก็เริ่มปรากฏ

ผ่านไปเพียงครึ่งก้านธูป (ประมาณ 15 นาที)

จังหวะที่เคยเร่าร้อนเริ่มแผ่วลง... แผ่วลง...

เหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายเต็มหน้าผากหลินซีเหยา ขาเรียวเริ่มสั่นพั่บๆ

"แฮ่ก... แฮ่ก..." หลินซีเหยาหยุดขยับ ทิ้งตัวฟุบลงกับอกท่านอ๋อง "ไม่ไหวแล้ว... เมื่อยขา... เหนื่อย..."

"หือ?" จ้าวจินหลงที่กำลังเครื่องติดถึงขีดสุด เลิกคิ้วมอง "เจ้าขยับไปได้แค่นิดเดียวเองนะ?"

"ไม่นิดแล้ว! ตั้งนานแล้ว!" หลินซีเหยาเถียงเสียงอู้อี้ "ขาข้าสั่นไปหมดแล้ว... เอวก็จะหลุด... พอเถอะ... นอนกันเถอะ..."

จ้าวจินหลงมองภรรยาที่นอนหอบเหมือนปลาขาดน้ำ แล้วถอนหายใจยาวเหยียด

ให้ตายเถอะ... ข้าลืมไปได้ยังไงว่าเมียข้าความอดทนต่ำเตี้ยเรี่ยดินแค่ไหน

"เจ้าหมดแรงแล้ว?" ท่านอ๋องถามย้ำ

"อือ... หมดเกลี้ยง..."

"แต่ข้ายังไม่หมด..."

รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา

จ้าวจินหลงพลิกตัวอย่างรวดเร็ว จับหลินซีเหยาตรึงลงกับที่นอน แล้วกลับมาเป็นฝ่ายคุมเกมอยู่ด้านบน

"ว้าย! ท่านพี่! จะทำอะไร!" หลินซีเหยาร้องเสียงหลง

"ก็เจ้าทำไม่เสร็จ... ข้าก็ต้องสานต่อให้จบ" จ้าวจินหลงโน้มหน้าลงมา จมูกโด่งคลอเคลียแก้มใส "พักให้พอใจ... ต่อจากนี้หน้าที่ข้าเอง"

สิ้นคำ ท่านอ๋องก็ไม่รอช้า กระแทกกายสวนเข้าไปอย่างดุดัน รุนแรงและหนักหน่วงกว่าที่หลินซีเหยาทำเมื่อครู่ร้อยเท่า!

ปั่ก! ปั่ก! ปั่ก!

"อ๊าาาา! ท่านพี่! เบา... เบาหน่อย! อื้อ!"

หลินซีเหยาหวีดร้อง ร่างกายสั่นคลอนไปตามแรงรักที่โหมกระหน่ำ ขาเรียวถูกจับพาดบ่ากว้าง เปิดทางให้มังกรหนุ่มได้สำรวจถ้ำลึกจนหนำใจ

"เจ้าเป็นคนปลุกมันขึ้นมาเองนะ ซีเหยา..." จ้าวจินหลงคำรามข้างหู ขบเม้มติ่งหูแดงระเรื่อ "รับผิดชอบให้ถึงที่สุดซะ!"

บทรักดำเนินต่อไปอย่างเร่าร้อนและยาวนาน...

หลินซีเหยาได้แต่คิดในใจทั้งน้ำตาแห่งความเสียวซ่าน

รู้งี้ข้านอนเฉยๆ ตั้งแต่แรกดีกว่า... หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ เลยหลินซีเหยาเอ้ย!

...

เช้าวันต่อมา

แสงแดดสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง

จ้าวจินหลงตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า เขาแต่งตัวเตรียมไปว่าราชการ ผิวหน้าผ่องใสจนขุนนางต้องทัก

ส่วนบนเตียง...หลินซีเหยานอนแผ่หรา ตาเหม่อลอยมองเพดานมุ้ง

"อาเป่า..."

"ขอรับพระชายา?"

"ข้าขอลาออก..." หลินซีเหยาเสียงแหบพร่า "ข้าจะไปบวชชีเป็นเพื่อนพี่หญิง... ทางโลกมันโหดร้ายเกินไปสำหรับคนขี้เกียจอย่างข้า..."

อาเป่ากลั้นขำ "คงไม่ได้หรอกขอรับ ท่านอ๋องสั่งพ่อครัวทำ 'ขาหมูตุ๋นเห็ดหอม' ไว้รอท่านมื้อเที่ยงแล้ว" ดวงตาที่เหม่อลอยของหลินซีเหยากลับมามีประกายวิ้งวับทันที

"ขาหมูเหรอ? ...อืม... งั้นเรื่องบวชเอาไว้ก่อนก็ได้ กินขาหมูก่อนค่อยว่ากัน"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก   บทพิเศษ 4 บทส่งท้าย บันทึกของมังกร เหตุผลที่ข้าตกหลุมรัก “ก้อนหิน”

    ในสายตาของชาวบ้านร้านตลาด ขุนนางในราชสำนัก หรือแม้กระทั่งศัตรูในสมรภูมิ... ข้าคือใคร? ข้าคือ “ชินอ๋อง จ้าวจินหลง” อนุชาคนโปรดของฮ่องเต้ ข้าคือ “เทพสงคราม” ผู้เหี้ยมหาญที่บดขยี้กองทัพศัตรูนับหมื่นด้วยมือเปล่า ข้าคือ “มัจจุราชหน้าหยก” ที่เพียงแค่ปรายตามอง เด็กที่กำลังร้องไห้ยังต้องเงียบกริบด้วยความหวาดกลัว แต่พักหลังมานี้... ฉายาของข้าเริ่มเปลี่ยนไป จากแม่ทัพปีศาจ กลายเป็น “ชายผู้หลงเมียจนโงหัวไม่ขึ้น” หรือหนักกว่านั้น... “ทาสรักพระชายาขี้เซา” ข้าได้ยินคำครหาเหล่านั้นแว่วมาตามลมเสมอ ทั้งจากวงน้ำชาของเหล่าฮูหยินขุนนาง และจากเสียงซุบซิบในตรอกซอกซอย “พระชายาหลินมีดีอะไร? นอกจากรูปโฉมที่งดงามล่มเมืองแล้ว วันๆ เอาแต่นอน ไม่เห็นทำหน้าที่ภรรยาที่ดี” “ได้ยินว่าตื่นสายตะวันโด่ง งานบ้านไม่แตะ งานครัวไม่ทำ วันๆ ดีแต่ผลาญสมบัติท่านอ๋อง” “ทำไมบุรุษที่สมบูรณ์แบบอย่างท่านอ๋อง ถึงได้ยอมสยบแทบเท้าคนขี้เกียจเช่นนั้น? หรือจะโดนมนต์ดำ?” หึ... มนุษย์พวกนี้ช่างโง่เขลานัก พวกเขาตัดสินคนจากสิ่งที่ตาเห็น ตัดสินคุณค่าจากกรอบประเพณีค

  • ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก   บทพิเศษ 3 คิมหันต์ฤดู...กับภารกิจดับร้อน ให้ "ก้อนน้ำแข็งที่รัก"

    ย่างเข้าสู่เดือนห้า บรรยากาศในเมืองหลวงเริ่มแปรเปลี่ยนจากความอบอุ่นในวสันตฤดู (ฤดูใบไม้ผลิ) กลายเป็นความร้อนระอุของคิมหันตฤดู เปลวแดดแผดเผาจนไอร้อนเต้นระยิบระยับเหนือพื้นหิน เสียงจั๊กจั่นกรีดปีกร้องระงมไปทั่วราชธานี แม้แต่สุนัขยังนอนลิ้นห้อยหมดสภาพอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ทว่า... ณ "เรือนเหมันต์พิสุทธิ์" ของจวนชินอ๋อง สถานที่พำนักของพระชายาผู้เลอโฉม บรรยากาศกลับตึงเครียดยิ่งกว่าสนามรบ "ร้อน..." เสียงครางแผ่วเบา ทว่าเปี่ยมด้วยอำนาจดังลอดออกมาจากก้อนผ้าไหมสีขาวมุกที่กองอยู่บนตั่งไม้จันทน์หอมตัวยาวริมหน้าต่าง หลินซีเหยา ในอาภรณ์ผ้าไหมเนื้อบางเบาที่สุดเท่าที่จะหาได้ในแผ่นดิน นอนแผ่หราหมดสภาพประหนึ่งปลาเค็มตากแห้ง ใบหน้างดงามแดงระเรื่อด้วยไอแดด เม็ดเหงื่อผุดพรายตามไรผมและปลายจมูกรั้น "ร้อน... ร้อนจนตัวข้าจักละลายกลายเป็นน้ำแกงอยู่รอมร่อ... งือ" เขากลิ้งกายไปมาอย่างทรมาน พัดใบตองในมือโบกสะบัดด้วยความเร็วเพียงสองครั้งต่อหนึ่งอึดใจ (ด้วยเพราะคร้านจะออกแรงมากกว่านั้น) เหล่าบ่าวไพร่ในเรือนต่างวิ่งวุ่นกันจนเหงื่อตก ยิ่งกว่ายามท่านอ๋องสั่งเคลื่อนทัพ "น้ำแกงถั

  • ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก   บทพิเศษ 2 พันธะสัญญาข้าวต้มมื้อเช้า (แห่งความหายนะ)

    ยามโฉ่ว (๐๑.๐๐-๐๒.๕๙ น.) ช่วงเวลาที่ราตรีกาลโอบล้อมผืนแผ่นดินไว้อย่างแน่นหนาที่สุด ความมืดมิดปกคลุมไปทั่วทุกหย่อมหญ้า สายลมแห่งเหมันต์พัดผ่านยอดไม้เกิดเสียงหวีดหวิวแผ่วเบา ชวนให้ผู้คนต่างมุดกายซุกหาไออุ่นใต้ผ้าห่มผืนหนา ณ ห้องบรรทมกว้างขวางในเรือน 'เหมันต์พิสุทธิ์' ความเงียบสงบถูกทำลายลงด้วยเสียงลมหายใจที่เริ่มติดขัดของร่างโปร่งบางบนเตียงกว้าง หลินซีเหยา กำลังเผชิญกับ 'มหาสงคราม' ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในจิตใจ เปลือกตาบางใสที่ประดับด้วยแพขนตายาวงอนนั้น หนักอึ้งประหนึ่งถูกถ่วงด้วยศิลาพันชั่ง ร่างกายที่จมจ่อมอยู่ในฟูกขนเป็ดหนานุ่มและอ้อมกอดอุ่นจัดของสามี ร้องประท้วงอย่างเกรี้ยวกราดว่า 'จงนอนต่อเถิด! โลกภายนอกนั้นหนาวเหน็บและโหดร้าย!' แต่ทว่า... จิตสำนึกส่วนลึกกลับกระซิบเตือนด้วยเสียงอันแผ่วเบา 'วันนี้คือวันคล้ายวันประสูติของจ้าวจินหลง...' หลินซีเหยาขมวดคิ้วมุ่นทั้งที่ยังหลับตา พลิกกายตะแคงหนีความจริง แต่ภาพใบหน้าของสามีที่คอยตามใจเขามาตลอดทั้งปี ภาพกองเงินกองทองที่ให้เขาถลุงเล่น และภาพแผ่นหลังกว้างที่คอยแบกเขาเดินเที่ยวชมตลาด กลับฉายชัดเ

  • ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก   บทพิเศษ 1 เมื่อลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น แต่หล่นลงบนฟูก

    กาลเวลาล่วงเลย: สองปีหลังจากเหตุการณ์ในภาคหลัก (จ้าวอัน อายุ 11 ปี) สถานที่ สำนักศึกษาหลวง แหล่งบ่มเพาะเหล่าเชื้อพระวงศ์และบุตรหลานขุนนางระดับสูง แสงตะวันยามบ่ายคล้อยสาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้ฉลุลาย เข้ากระทบกับละอองฝุ่นที่ลอยคว้างอยู่ในอากาศภายในห้องเรียนวิชา "ยุทธวิธีทางทหารและพิชัยสงคราม" ความร้อนอบอ้าวของฤดูคิมหันต์ ผสมผสานกับเสียงแมลงจักจั่นที่ร้องระงมอยู่ภายนอก ชวนให้หนังตาของผู้ที่อยู่ในห้องหนักอึ้งดุจถูกถ่วงด้วยก้อนตะกั่ว "การจะนำทัพอ้อมตีกองทัพศัตรูที่ตั้งค่ายพักแรมอยู่บนยอดเขา 'พยัคฆ์หมอบ' นั้น..." เสียงของท่านราชครูอาวุโสผู้เคร่งขรึม ดังเนิบนาบชวนง่วงงุน มือเหี่ยวย่นถือไม้เรียวชี้ไปยังแผนที่ยุทธภูมิขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่หน้าชั้นเรียน "เส้นทางลัดเลาะหุบเขานั้นเต็มไปด้วยอันตรายและกับดักธรรมชาติ เราจำเป็นต้องใช้เวลาเดินทางอ้อมสันเขาทางทิศบูรพาเป็นเวลาสามทิวาราตรี เพื่อมิให้หน่วยลาดตระเวนของศัตรูล่วงรู้ถึงการเคลื่อนพล..." ราชครูกวาดสายตามองเหล่าศิษย์ตัวน้อยที่นั่งหลังตรง แต่บางคนเริ่มสัปหงก "สามวันนี้ ทหารต้องเดินเท้า ก

  • ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก   บทที่ 31 ความฝันที่เป็นจริง และชีวิตที่ (นอน) อยู่เหนือคนทั้งหล้า [The end]

    ห้าปีล่วงเลยผ่านไป...กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผัน ฤดูกาลผันผ่านดุจสายน้ำไหล แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงเป็นนิรันดร์ ณ จวนชินอ๋อง มิเคยแปรเปลี่ยน คือ... ความเงียบสงบยามบ่าย ณ สวนท้อท้ายจวนอันร่มรื่นเปลญวนผ้าไหมขนาดใหญ่พิเศษสั่งทำขึ้นสำหรับสามคนโดยเฉพาะ ผูกโยงอยู่ระหว่างต้นท้อใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขา บนเปลนั้นมีก้อนสิ่งมีชีวิตสามก้อนนอนเบียดเสียดกันอยู่อย่างกลมกลืนก้อนแรก จ้าวอัน (อันอัน) บัดนี้เติบโตเป็นเด็กชายวัยเก้าขวบ หน้าตาคมคายเริ่มฉายแววหล่อเหลาเหมือนบิดาบุญธรรม แต่นิสัยใจคอ... ถอดแบบมารดาบุญธรรมมาทุกกระเบียดนิ้ว เขานอนกอดดาบไม้ไผ่ หลับน้ำลายยืดเปรอะแก้มก้อนที่สอง เสี่ยวเฮย สุนัขทิเบตันแมสทิฟฟ์ที่บัดนี้แก่ชราลงเล็กน้อย แต่น้ำหนักตัวเพิ่มพูนขึ้นมหาศาล นอนแผ่พุงรับสายลมก้อนที่สาม หลินซีเหยา พระชายาเอกผู้เลอโฉม กาลเวลาไม่อาจทำร้ายผิวพรรณของเขาได้เลยแม้แต่น้อย อาจเพราะนอนมากเกินไปจนแสงตะวันมิอาจสัมผัสผิว เขานอนหนุนพุงนุ่มๆ ของเสี่ยวเฮย มือถือพัดค้างไว้ที่หน้าอก"อาหญิง..." เสียงละเมอของจ้าวอันดังขึ้น "ข้าหิว... หมูหันสุกหรือยัง...""ยังกระมัง..." หลินซีเหยาตอบทั้งที่ยังหลับตาพริ้ม "นอนไปก

  • ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก   บทที่ 30 การฝึกฝนของก้อนหินน้อย และความลับของป้ายหยก

    การมีสมาชิกเพิ่มขึ้นมาในจวนชินอ๋อง มิได้ทำให้ความวุ่นวายทวีคูณแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้าม... มันกลับทำให้บรรยากาศดู "เชื่องช้า" ลงกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำจ้าวอัน (อันอัน) คุณชายน้อยวัยสี่ขวบปี ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้อย่างน่าอัศจรรย์หรืออาจกล่าวได้ว่ามิได้ปรับเลย เพราะเขายังคงนอนเป็นกิจวัตรยามสาย ณ ศาลาริมสระบัวหลินซีเหยาและจ้าวอัน นอนเรียงเคียงกันอยู่บนตั่งไม้ไผ่ตัวใหญ่ ทั้งคู่ผินหน้าไปทางสระบัว เหม่อมองมัจฉาที่แหวกว่ายวนเวียนไปมาท่วงท่าของทั้งคู่เหมือนกันราวกับพิมพ์เดียว... มือข้างหนึ่งเท้าคาง อีกข้างวางพาดหน้าท้อง และสายตาว่างเปล่าไร้จุดหมาย"ท่านอาหญิง..." จ้าวอันติดเรียกตามจ้าวหมิง ทั้งที่ความจริงต้องเรียกท่านแม่บุญธรรม หรือท่านน้า"หือ?""ปลาว่ายน้ำ... มิเหนื่อยหรือ?""เหนื่อยสิ... ดูสิ มันว่ายไปก็อ้าปากพะงาบๆ ไป... น่าเวทนายิ่งนัก""อือ... เป็นมนุษย์ดีกว่ากระมัง นอนเฉยๆ ก็มีข้าวกิน"บทสนทนาที่ดูไร้แก่นสารแต่แฝงปรัชญาความเกียจคร้าน ดำเนินไปอย่างเนิบนาบทันใดนั้น จ้าวจินหลง ก็เดินย่างสามขุมเข้ามาพร้อมดาบไม้ไผ่สองเล่ม"ลุกขึ้นได้แล้วทั้งแม่ทั้งลูก!" ท่านอ๋องประกาศก้อง "วันนี

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status