LOGIN“ฉันแค่เห็นใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกันหรอกนะ”
เจ้าของโฮมสเตย์เอ่ยกับตัวเองเบา ๆ แล้วเดินกลับเข้าไปในห้องพัก เปิดลิ้นชักหยิบนามบัตรของคุณใบปอขึ้นมามองดูอย่างพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเป็นครั้งสุดท้าย
“เอาเถอะ ละครเรื่องนึงคงไม่ได้ใช้เวลาเยอะนัก”
คำกล่าวนั้นตามมาพร้อมการถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในวัยสามสิบเจ็ดของริณ เธอไม่เคยรู้สึกว่าการตัดสินใจเรื่องไหนยากเย็นเท่าครั้งนี้เลย
นามบัตรใบนั้นมีพร้อมทั้งเบอร์ติดต่อกลับ ช่องทางโซเชียลทุกช่องทาง และอีเมล ริณจึงตัดสินใจติดต่อกลับไปผ่านอีเมล
เธอเดินไปนั่งลงบนเตียง หยิบแท็บเล็ตคู่ใจขึ้นมาแตะหน้าจอสองสามครั้ง แล้วเริ่มพิมพ์ข้อความ...
เรียนคุณใบปอ
เรื่อง การติดต่อเช่าสถานที่ 48 Hour Escape เพื่อถ่ายทำละคร
ดิฉัน ณริณทิพย์ จิรเดชารัตน์ ในนามของเจ้าของสถานที่ อนุญาตให้ใช้สถานที่ถ่ายทำได้ โดยค่าเช่าจะยึดตามจำนวนเงินที่เสนอมาครั้งแรก
แต่มีเงื่อนไขที่ต้องทำการตกลงกันดังนี้...
ข้อที่1. ระหว่างการถ่ายทำ ดิฉันสามารถสังเกตการณ์ได้ตลอดเวลา เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทางทีมงานจะให้เกียรติสถานที่ที่ดิฉันหวงแหน
ข้อที่ 2. ไม่อนุญาตให้ใส่เครดิตชื่อสถานที่ถ่ายทำโลเคชันจริง เพื่อไม่เป็นการนำมาซึ่งความวุ่นวายหลังจากนี้
หวังว่าจะได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีค่ะ
ณริณทิพย์
หลังจากการกดส่งอีเมลนั้นออกไป ริณทิ้งตัวลงนอนบนเตียงไม้แกะสลัก หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอมาตลอด กลับสั่นรัวอย่างควบคุมไม่ได้
เธอจ้องมองเพดานไม้สลับกับแสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา
‘ทำถูกแล้วใช่มั้ยริณ’ เจ้าของโฮมสเตย์ถามตัวเองในใจ
ความสงบที่เธออุตส่าห์สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นเกราะความปลอดภัยให้กับตัวเอง วันนี้เธอกลับเป็นฝ่ายจะยอมเปิดให้คนอื่นเข้ามาได้โดยง่าย
‘เอาหน่า ก็คงไม่นานหรอก’
‘แค่เปิดให้เข้าสถานที่ ไม่ได้เปิดใจสักหน่อย จะคิดมากทำไมเนี่ย’
ริณถอนหายใจยาวพลางลูบหน้าตัวเองแรงๆ หนึ่งที กลิ่นหอมจางๆ จากปลายนิ้วที่ดูเหมือนจะยังหลงเหลือสัมผัสของดาราสาวคนนั้นทำให้เธอต้องรีบข่มตาหลับ เพื่อหนีจากความรู้สึกที่เธอเองก็ยังหาคำนิยามไม่ได้
เช้าวันต่อมา...
ห้างสรรพสินค้าชื่อดังกลางเมืองหลวง
บรรยากาศหลังเวทีอีเวนต์เปิดตัวสินค้าเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เสียงไดร์เป่าผม เสียงตะโกนของเจ้าหน้าที่สตาฟ และแรงกดดันจากเวลาที่เข้มงวดเข้ามาทุกที
ปริ๊นนั่งนิ่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มอย่างประณีตดูสวยไร้ที่ติ แต่แววตาที่สะท้อนออกมากลับดูเหนื่อยล้าอย่างปิดไม่มิด
“ปริ๊น! พี่มีข่าวดีมาบอก” ใบปอวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องแต่งตัวส่วนตัว พร้อมกับชูแท็บเล็ตในมือราวกับได้ถ้วยรางวัล
“คุณริณ...เจ้าของโฮมสเตย์คนนั้น เค้ายอมให้เราใช้สถานที่แล้ว”
ดวงตาของปริ๊นที่เคยหม่นหมองกลับลุกวาวขึ้นมาทันที “จริงเหรอคะพี่ปอ คุณเค้าตกลงจริงๆ เหรอ”
ผู้จัดการสาวยิ้มกว้างกว่าเดิม “จริงแท้แน่นอน”
ใบปอเลื่อนเก้าอี้มานั่งข้าง ๆ ปริ๊น ระหว่างที่ช่างหน้าช่างผมกำลังรุมกันแต่งองค์ทรงเครื่องให้ดาราสาว คุณผู้จัดการก็อัปเดตเกี่ยวกับอีเมลที่ได้รับเมื่อคืนไปพร้อมกัน
“คุณริณเพิ่งส่งอีเมลมาให้พี่เมื่อคืนนี่เองปริ๊น แต่เค้ามีเงื่อนไขนะ”
ใบปอลดเสียงลงมาหน่อยแล้วกระซิบกระซาบ
“เค้าขอสังเกตการณ์ตอนถ่ายทำด้วย แล้วก็ไม่อนุญาตให้ใส่ชื่อสถานที่ถ่ายทำ ไม่เอาเครดิตอะไรเลย คุณริณเค้าคงหวงโฮมสเตย์แห่งนั้นมาก ไม่รู้ทำไมจู่ ๆ ถึงยอมให้เราเข้าไปถ่ายทำ ทั้งที่ตอนแรกพี่หว่านล้อมแทบตาย เธอก็ยืนยันหนักแน่นว่าไม่ให้ถ่าย” ใบปอพูดพลางไล่อ่านรายละเอียดในอีเมลอีกครั้ง
ปริ๊นจึงฉวยโอกาสเอาแท็บเล็ตไปอ่านด้วยตัวเอง สายตาของเธอไล่ตามทุกตัวอักษรที่เป็นทางการและเด็ดขาดของริณ รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก
ณริณทิพย์... แม้แต่ภาษาในอีเมลยังดูนิ่งขรึมเหมือนเจ้าตัวไม่มีผิด
“พี่ปอคะ...” ปริ๊นเอ่ยขึ้นขณะที่ช่างผมกำลังสเปรย์ผมให้เธอ “หลังจากจบงานอีเวนต์วันนี้ ปริ๊นมีคิวว่างกี่วันนะคะ?”
แววตาของดาราสาวฉายแววเปล่งประกายราวกับกำลังมีแผนการบางอย่าง
“ว่างยาวห้าวันเลยจ้ะ ก่อนจะเริ่มถ่ายโฆษณาตัวใหม่ ทำไมเหรอ? จะไปพักผ่อนที่ไหน พี่จะได้จองตั๋วให้”
ปริ๊นมองภาพตัวเองในกระจก นึกถึงคอมเมนต์ใจร้ายที่เธอเพิ่งเจอมาเมื่อคืน นึกถึงโลกที่คนพยายามตัดสินเธอทั้งที่ไม่เคยรู้จักตัวตนจริงๆ และนึกถึงท้องฟ้าของโฮมสเตย์แห่งนั้น ที่เธอเคยเห็นเพียงแค่ในรูป
“ปริ๊นจะไปโฮมสเตย์ของคุณริณค่ะ” หญิงสาวตอบด้วยเสียงมุ่งมั่นก่อนจะเอ่ยต่อ
“พี่ปอคะ ไหน ๆ ปริ๊นก็ต้องรับบทเป็นเจ้าของโฮมสเตย์ และเป็นบทนางเอกครั้งแรก ปริ๊นอยากทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ พอจะเป็นไปได้มั้ยคะถ้าปริ๊นจะขอไปเรียนรู้งานกับคุณริณ”
คำขอนั้นทำเอาผู้จัดการส่วนตัวถึงกับถอนหายใจ
“ไอได้น่ะมันก็ได้ แต่พี่ว่าไม่จำเป็นหรอกปริ๊น เรื่องการจะเล่นให้สมบทบาท เราให้ครูสอนการแสดงสอนก็ได้หนิ”
“โถ่พี่ปอ แบบนั้นมันจะสมจริงเท่ากับการไปเรียนรู้งานจริงได้ไงคะ พี่ปอช่วยจัดการให้ปริ๊นหน่อยสิคะ นะคะ น้า ๆ ๆ ปริ๊นอยากไปจริง ๆ ค่ะ”
“จะไหวเหรอปริ๊น คุณริณดูท่าทางดุจะตายไป”
เมื่อนึกถึงใบหน้าของเจ้าของโฮมสเตย์ ปริ๊นยังคงจดจำความราบเรียบบนใบหน้าอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี
เธอจำได้แม้กระทั่งแพขนตาเรียงสวยของคนอายุมากกว่า ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีพีช รวมถึงกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ทุกอย่างที่เป็นรายละเอียดของณริณทิพย์ ปริ๊นบันทึกเอาไว้ในโสตประสาทเรียบร้อยแล้ว
“เราไม่ควรตัดสินใครโดยที่ยังไม่รู้จักเค้านะคะพี่ปอ บางทีคุณริณเค้าอาจจะไม่ได้ดุก็ได้ค่ะ”
ประโยคหลังปริ๊นพูดเบาจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ “ให้ปริ๊นไปนะคะ”
ท้ายที่สุดเมื่อทนเห็นสีหน้าอ้อนวอนของคนตรงหน้าไม่ได้ พี่ใบปอจึงต้องทำหน้าที่ผู้จัดการที่ดี
“ก็ได้ ๆ เดี๋ยวพี่ลองเช็กกับทาง พี่เก๋ โปรดิวเซอร์ ดูก่อนละกันว่าเขาติดอะไรไหม ถ้าทางกองถ่ายโอเค พี่ก็ต้องโทรไปรบกวนคุณริณอีกรอบ มาลุ้นกันอีกทีละกันว่าเค้าจะอนุญาตมั้ย”
ดาราสาวนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนใบหน้าจะโปรยด้วยรอยยิ้มและแววตาเปล่งประกาย
“งั้นเอาแบบนี้ค่ะ...พี่ปอไปคุยกับโปรดิวเซอร์ให้หน่อยนะคะ ส่วนคุณริณ เดี๋ยวปริ๊นจัดการเอง”
“หมายความว่าไง คิดจะทำอะไรอีกเนี่ย”
“โอ๊ย ไม่ต้องทำหน้ากังวลขนาดนั้นค่ะ ปริ๊นไม่ทำอะไรเสียหายหรอก ก็แค่อยากคุยกับคุณริณด้วยตัวเองน่ะค่ะ”
“แน่ใจเหรอว่าโทรไปเองแล้วเค้าจะยอมน่ะ พี่เป็นผู้ใหญ่ พี่คุยให้ดีกว่า”
“เชื่อมือปริ๊นสิคะพี่ปอ...”
เจ้าของใบหน้าสวยคลี่ยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ทำเอาผู้จัดการส่วนตัวที่เห็นท่าทีนั้นแอบหวาดหวั่น
“งั้นก็ตามใจ แต่อย่าซนนะปริ๊น ช่วงนี้เธอก็รู้ว่ามีคนจ้องเล่นงานอยู่ ไหนจะข่าวเฟคนิวที่มีให้อ่านทุกวัน”
คนอายุน้อยกว่าพยักหน้าเข้าใจแต่โดยดี เธอรู้ดีว่าการขยับตัวจะทำอะไรช่วงนี้อาจจะไม่สะดวกนัก แทบจะมีกล้องวงจรปิดคอยสอดส่องอยู่ตลอดเวลาก็ว่าได้
แต่เพราะแบบนี้แหละ เธอถึงต้องหลีกหนีความวุ่นวายและหามุมสงบให้กับตัวเอง โดยที่ไม่เสียงานด้วย
“ปริ๊นจะระวังค่ะพี่ปอ ถ้าโปรดิวเซอร์เค้าไม่ติดอะไร พี่ปอช่วยแจ้งปริ๊นด้วยนะคะ”
“อืมได้ แล้วนี่ถ้าคุณริณเค้าโอเค จะไปยังไงล่ะ ให้พี่ไปส่งมั้ย”
“ไม่ค่ะ” ปราณปรีญาตอบในทันที “ปริ๊นจะขับรถไปเอง จะทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ปริ๊นจะไปอยู่กับคุณริณแบบคนธรรมดาทั่วไปนี่แหละค่ะ ช่วงเวลาห้าวันที่นั่นจะไม่มีคำว่าดารา ไม่มีนักแสดงเบอร์ต้น จะมีก็แต่...”
“แต่อะไร?”
ใบปอถามกลับในทันที ยิ่งเมื่อเห็นใบหน้าของปริ๊นดูมีความสุขในแบบที่เธอไม่เคยเห็น ผู้จัดการสาวก็ยิ่งไม่วางใจ
“จะมีก็แต่...น้องปริ๊นของพี่ริณ เท่านั้นค่ะ”
เจ้าของประโยคยิ้มกว้าง พร้อมดวงตาคู่สวยที่ส่องประกาย แน่นอนว่าการไปโฮมสเตย์ของณริณทิพย์ครั้งนี้ ปริ๊นมีแผนการบางอย่าง
แต่เป็นแผนลับที่เธอไม่สามารถบอกใครได้ แม้แต่ผู้จัดการส่วนตัว บุคคลที่ต้องรับรู้ทุกความเป็นไปของเธอ
“พูดอะไรแบบนั้นปริ๊น จะทำอะไรอย่าลืมนะว่าตัวเองเป็นใคร” ใบปอไม่ลืมที่จะเตือนสติบุคคลที่อยู่ในการดูแลของเธอ
“ไม่ลืมหรอกค่ะพี่ปอ ปริ๊นจะท่องจำให้ขึ้นใจเลย” นักแสดงสาวส่งยิ้มหวาน ๆ ให้ผู้จัดการของเธอ ก่อนจะลุกไปเตรียมตัวเรื่องเสื้อผ้าสำหรับงานอีเวนต์ที่จะเกิดขึ้นอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
ทว่ารอยยิ้มที่ทิ้งไว้นั้น กลับสร้างความกังวลใจและความเคลือบแคลงใจแก่ผู้จัดการสาวเป็นอย่างมาก
‘คิดจะทำอะไรของเธอเนี่ยปริ๊น หวังว่าคงไม่มีข่าวไม่ดีหลุดมาอีกนะ’
ใบปอยกมือกุมขมับก่อนจะลุกเดินตามดาราสาวออกไป เพราะถึงเวลาที่งานอีเวนต์เริ่มแล้ว
ริณก้าวลงไปในอ่างอาบน้ำอย่างช้าๆ แรงกระเพื่อมของน้ำทำเอาหัวใจของปริ๊นสั่นไหวไปตามจังหวะการเคลื่อนไหวของคนพี่ ริณขยับเข้าหาจนแผ่นหลังของปริ๊นแนบชิดกับขอบอ่างที่เย็นเฉียบ สวนทางกับความร้อนรุ่มจากร่างกายของคนตรงหน้าที่กำลังคืบคลานเข้ามา“ใส่ไว้แบบนี้...มันจะอาบสะอาดได้ยังไงคะ”น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่ามัวอยู่ข้างใบหู พร้อมกับฝ่ามืออุ่นที่ลูบไล้ผ่านผิวกายใต้น้ำขึ้นมาอย่างเชื่องช้า ริณไม่ได้รีบร้อน แต่ทุกสัมผัสนั้นกลับหนักแน่นและตั้งใจปลายนิ้วเรียวเกี่ยวรั้งสายบราลูกไม้ที่เปียกชุ่มให้เลื่อนหลุดออกจากลาดไหล่เนียนทีละข้าง สายตาของเธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของปริ๊น ราวกับจะบอกว่าต่อจากนี้ กระต่ายน้อยตัวนี้ไม่มีทางหนีเสือตัวนี้พ้นแล้วริณเอื้อมมือไปสัมผัสกับแผ่นหลังขาวเนียนของปริ๊นอย่างแผ่วเบา เธอบรรจงปลดตะขอชิ้นบนออกอย่างชำนาญ ก่อนจะทิ้งมันลงข้างอ่างอย่างไม่ไยดีทันทีที่ร่างกายเป็นอิสระ ความเย็นของอากาศและสัมผัสจากฝ่ามือของริณที่กอบกุมความอ่อนนุ่มทั้งสองข้างเอาไว้ทำให้ปริ๊นเผลอแอ่นอกเข้าหาตามสัญชาตญาณ“อื้อ... พี่ริณคะ”ปริ๊นครางชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่ว พยายามจะยกมือขึ้นปกปิดความกระดากอายที่จู่ๆ ก็พลุ่งพ
เมื่อรถกระบะสี่ประตูเลี้ยวเข้ามาจอดบริเวณที่จอดรถวีไอพีของโรงแรมเรียบร้อยแล้ว ปริ๊นก็รีบคว้ากระเป๋าถือคู่ใจอย่างรวดเร็วจนริณหันมอง ไม่ทันได้ถามอะไรคุณนางเอกก็รีบเปิดประตูรถลงไปราวกับมีเรื่องสำคัญบางอย่างแต่แล้วในวินาทีที่กำลังก้าวลงจากรถ รองเท้าส้นสูงของเธอก็เกิดไม่รักดี จากที่ปกติดูจะคุ้นเคยกันทุกวัน กลายเป็นว่าวินาทีนี้มันทำให้เธอข้อเท้าพลิกอย่างไม่ทันตั้งตัว จนร่างเล็กทิ้งตัวลงกับพื้นทันที“ปริ๊น!”ริณที่เห็นเหตุการณ์ตะโกนด้วยความตกใจ เธอรีบเปิดประตูรถลงมาแล้ววิ่งมาประคองร่างของแฟนสาวอย่างรวดเร็ว“ค่อย ๆ ลุกนะ เจ็บตรงไหนบ้าง เจ็บมากมั้ย”ใบหน้าของริณซีดเผือด หัวใจชาวูบไปทั้งดวง ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บปวดแบบไหน เล็กน้อยหรือมาก เธอก็ไม่อยากให้ผู้หญิงคนนี้ได้รับแม้แต่ปลายเล็บทว่าตอนนี้ความเจ็บปวดนั้นกลับเป็นตอนที่อีกฝ่ายอยู่กับเธอแท้ ๆ ปริ๊นก็ยังเจ็บตัวได้“โอ๊ย เจ็บข้อเท้าจังเลยค่ะพี่ริณ ปริ๊นคงก้าวผิดท่าแน่ ๆ เลยค่ะเมื่อกี้”ใบหน้าสวยเหยเกดูน่าสงสาร ปริ๊นซบหน้าลงกับไหล่ของริณ แต่ถึงอย่างนั้น...ริมฝีปากของเธอกลับยกยิ้มเบาๆแม้จะผิดความตั้งใจไปหน่อย เพราะคิดว่าจะแกล้งเจ็บเท้านิดหน่อย แต
รถกระบะสีดำเคลื่อนตัวออกสู่ถนนใหญ่ มุ่งหน้าไปยังย่านริมน้ำยามเย็น ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มทองอบอุ่น ริณพาคุณดารามายังร้านอาหารสไตล์โฮมเมดเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ติดริมน้ำ แม้จะเป็นร้านที่มีลูกค้าบ้างแต่ก็ไม่ได้พลุกพล่านจนน่าอึดอัด ริณเลือกโต๊ะที่ติดริมระเบียงมากที่สุด เพื่อให้ปริ๊นได้มองเห็นทัศนียภาพอย่างที่ตั้งใจลมแม่น้ำพัดมาเอื่อย ๆ พาเอากลิ่นอายความเย็นสดชื่นมาปะทะผิวหน้า ปริ๊นถอดแว่นกันแดดวางลงบนโต๊ะ เธอปล่อยให้ลมพัดผมปลิวสยายไปตามธรรมชาติ ริณมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจ เธอสั่งเมนูง่าย ๆ ที่รู้ว่าปริ๊นชอบ และไม่ลืมที่จะสั่งน้ำเก๊กฮวยเย็น ๆ มาช่วยให้คนข้าง ๆ สดชื่นขึ้น“โห ดวงอาทิตย์สวยจังค่ะพี่ริณ”ปริ๊นพึมพำ สายตามองไปที่พระอาทิตย์ดวงกลมโตที่กำลังค่อย ๆ ลับขอบฟ้าไปหลังแนวตึกระฟ้า แสงสีส้มสะท้อนกับผิวน้ำเจ้าพระยาจนดูคล้ายเพชรเม็ดงาม“สวยค่ะ...สวยมากจริง ๆ”ริณตอบรับ แต่สายตาของเธอไม่ได้มองไปที่ขอบฟ้าเลยสักนิด เธอกลับมองเพียงใบหน้าของคนที่นั่งตรงข้ามที่ตอนนี้ถูกแสงสีทองอาบไล้จนดูนวลตาปริ๊นหันกลับมาสบตาแล้วหลุดขำ“พี่ริณคะ ปริ๊นบอกให้ดูวิว ไม่ได้ให้ดูหน้าปริ๊น”“ก็วิวนั่งอยู่ต
ขณะที่โลกโซเชียลกำลังเต็มไปด้วยแฮชแท็กคำว่า #การกลับมาของเจ้าหญิง ภายในรถกระบะสี่ประตูสีดำที่จอดอยู่ไม่ไกล คนหลังพวงมาลัยกำลังนั่งพิงพนักเบาะด้วยท่าทีสบายใจ พร้อมกับสายตาที่จดจ่ออยู่กับหน้าจอแท็บเล็ตที่กำลังสตรีมไลฟ์สดงานแถลงข่าวริณเผลอคลี่ยิ้มออกมาเมื่อเห็นปริ๊นพูดตอบโต้อย่างฉะฉาน แววตาของนางเอกสาวในหน้าจอนั้นดูเติบโตและเด็ดเดี่ยวขึ้นมาก ยิ่งในตอนที่ปริ๊นเอ่ยถึงแฟนคลับ คุณแม่ และคนรัก คนที่ได้ยินแบบนั้นถึงกับหน้าร้อนผ่าว แม้ไม่มีชื่อเธอเลยสักประโยค แต่ณริณทิพย์ก็รู้ว่าเจ้าตัวหมายถึงเธอการมีแฟนเป็นดารามันรู้สึกแบบนี้เองสินะ...“พูดอะไรแบบนั้นต่อหน้าสื่อได้ไงเนี่ย เกิดมีคนถามต่อว่าคนรักหมายถึงใคร จะตอบเค้ายังไงเด็กดื้อ...”ริณพึมพำกับตัวเองด้วยความเอ็นดูคนรัก เธอสัมผัสได้ถึงความเข้มแข็งที่ส่งผ่านมาทางหน้าจอ ปริ๊นไม่ใช่ดาราสาวที่คอยแต่จะหลบหลังใครอีกต่อไปแล้ว แต่เธอคือดวงอาทิตย์ที่กำลังส่องแสงอย่างเต็มภาคภูมิ ริณกดปิดไลฟ์สดเมื่อเห็นว่าการแถลงข่าวจบลงอย่างสวยงามเธอนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเปิดแอปพลิเคชัน Instagram ขึ้นมาพื้นที่ส่วนตัวทางโซเชียลของณริณทิพย์ในตอนนี้มีผู้ติดตามเพียงหน
จะมีดาราสักกี่คนที่มาทำงานด้วยรถกระบะสี่ประตู...ปกติแล้ว แค่ปริ๊นกระดิกนิ้ว รถยุโรปแบรนด์ดังพร้อมคนขับก็มาจอดรออยู่ตรงหน้าได้ทันที แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้เธอจะติดใจกลิ่นเบาะหนังในรถของพี่ริณไปแล้ว บวกกับกลิ่นน้ำหอมดอกไม้ที่คนพี่ชอบใช้เป็นประจำ มันก็ยิ่งทำให้บรรยากาศในรถคันนี้มีความพิเศษจนไม่อยากใช้รถคันไหนอีกเลยพาหนะคู่ใจของริณเคลื่อนมาจอดสนิทอยู่ที่หน้าตึกสำนักงานใหญ่ของต้นสังกัดปริ๊น ท่ามกลางสายตาของพนักงานและนักข่าวบางคนที่เริ่มมาซุ่มรอทำข่าวการแถลงเรื่องราวช็อกวงการในครั้งนี้ ปริ๊นสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เธอขยับแว่นกันแดดสีดำขึ้นสวมเพื่อปกปิดร่องรอยความเหนื่อยล้า และเตรียมจะเอื้อมมือไปเปิดประตูรถแต่ยังไม่ทันที่มือเรียวจะสัมผัสที่เปิดประตู แรงบีบเบาๆ ที่ต้นแขนก็ทำให้เธอต้องชะงัก“เดี๋ยวค่ะ...อย่าเพิ่งไป”น้ำเสียงเรียบของริณทำให้ปริ๊นหันกลับมามองด้วยความสงสัย คนหลังพวงมาลัยไม่ได้มองถนนเบื้องหน้าอีกต่อไป แต่เธอกลับเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าหนังใบเล็กสีนู้ดที่วางอยู่ตรงเบาะหลังขึ้นมา“มีอะไรเหรอคะพี่ริณ?”ริณไม่ได้ตอบเป็นคำพูด แต่เธอรูดซิปกระเป๋าใบนั้นออก ปริ๊นถึงกับตาค้างเมื่อเห็นว่าข้างใน
ความเงียบงันของปริ๊นทำให้บรรยากาศในรถดูอึมครึมไม่น้อย ตั้งแต่รถของริณเคลื่อนตัวออกมาจากบ้านของพสุ คนที่นั่งมาด้วยกันตรงเบาะข้างก็เงียบมาตลอดทาง“พี่ต้องไปส่งคุณที่ไหนคะ”คนหลังพวงมาลัยเอ่ยถามเพื่อทำลายความเงียบ ทว่าสิ่งที่ได้กลับมาก็ยังเป็นความเงียบเช่นเดิม“มันเลยเวลานัดมาแล้วค่ะ ปริ๊นไม่กล้าไปเจอผู้ใหญ่ ไลน์หาพี่ใบปอก็ยังไม่ตอบมาเลย วันนี้ปริ๊นรู้สึกไม่โอเคเลยค่ะ”คนเด็กกว่ายังคงก้มหน้าอยู่อย่างนั้น ริณจึงตัดสินใจจอดรถหน้าร้านคาเฟ่แห่งหนึ่งที่สายตาบังเอิญไปโฟกัสกับป้ายชื่อร้านพอดีเค้กจันทร์เจ้า...ชื่อร้านเขียนเอาไว้แบบนั้นคนขับดับเครื่องยนต์อย่างใจเย็น เธอมองร่างบางที่ดูเปราะบางราวกับแก้วที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบกลุ่มผมนุ่มเบาๆ“งั้นระหว่างรอพี่ปอ ไปกินขนมอร่อย ๆ กันค่ะ”ริณเดินนำปริ๊นเข้ามาภายในร้านคาเฟ่ขนาดกะทัดรัดที่ตกแต่งด้วยโทนสีอุ่นและกลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วใหม่ สัมผัสนั้นช่วยให้ความตึงเครียดในใจของปริ๊นบรรเทาลงได้บ้าง ริณจัดแจงให้คนเด็กกว่านั่งที่โต๊ะมุมด้านในสุด ซึ่งค่อนข้างเป็นส่วนตัว ก่อนจะเดินหายไปที่เคาน์เตอร์เพียงลำพังไม่นานนักเธอก็เดินก
การได้เจอเจ้าถุงแป้ง ทำให้ริณได้เห็นบางอย่างในตัวของดาราสาวในแบบที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นอย่างเช่นตอนนี้ที่ปริ๊นกำลังนั่งป้อนน้ำเจ้ากระต่ายอยู่หน้าตะกร้าหวาย พร้อมกับพูดคุยกับสิ่งมีชีวิตตัวนั้นด้วยเสียงสองเสียงสาม“เป็นไงบ้างคะคนเก่ง หิวมุ้ยยยย โอ๋เอ๋ ๆ ไม่เป็นไรนะค้าบบ เดี๋ยวคนเก่งก็หายน้า”เสียงใส ๆ
รถเอสยูวีสีขาวเลี้ยวลัดเลาะเข้าไปตามถนนลูกรังเส้นเล็กที่โอบล้อมด้วยอุโมงค์ต้นไม้และแมกไม้รกครึ้ม จนกระทั่งมาหยุดสนิทหน้าเรือนไม้เก่าหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ริมลำธาร ลมพัดเย็นปะทะผิวหน้าทันทีที่ปริ๊นก้าวลงจากรถ เสียงน้ำจากลำธารไหลเอื่อยและกลิ่นหอมของดินทำให้ดาราสาวเผลอหลับตาพริ้มเพื่อซึมซับความสดชื่น“ท
การไปน่านของปริ๊นเต็มไปด้วยเสียงคัดค้าน โดยเฉพาะเจ้าของบ้านอย่าง พสุ เตชะกิจเดชา ผู้เป็นพ่อ เขาไม่เคยสนับสนุนงานที่ลูกสาวรักเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน เขามีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีโรงแรมมากมาย ปูทางไว้ให้ลูกสาวคนเดียวมาสานต่อ แต่ปริ๊นก็ไม่เคยเหลียวแล เพราะเธอรู้ดีว่าภาพสวยเบื้องหน้าที่เห็น มันไม่ได
“ขับรถไปน่านคนเดียวเนี่ยนะ!!”เสียงตะโกนจากปลายสายทำเอาปริ๊นต้องเอาโทรศัพท์มือถือออกห่างจากหูในทันที ถึงแม้คนที่กำลังคุยสายด้วยเป็นเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมานานถึงยี่สิบปี แต่เธอก็ยังไม่ชินกับนิสัยโหวกเหวกโวยวายของเจ้าตัวเท่าไหร่นัก“แกจะตะโกนทำไมเล่าใยไหม หูจะแตก”ใยไหม เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของปริ๊

![Boylove the Serise|ดื่มด่ำค่ำคืนอันเร่าร้อน [YAOI] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





