บททั้งหมดของ ลวงเล่ห์บุพเพรัก: บทที่ 81 - บทที่ 89

89

บทที่ 14.6

นางถึงขั้นเพ้อออกมาว่ากรรมตามสนองแล้ว ครานั้นพยายามกำจัดบุตรสาวคนเล็กเพื่ออำนาจ มาบัดนี้อำนาจที่ปรารถนา กลับกำลังทำให้แม้แต่ชีวิตก็อาจรักษาเอาไว้ไม่ได้...เมื่อเห็นโม่อวี๋เข้าไปเยี่ยม ลี่ซื่อกุมมือบุตรสาวคนเล็ก “อวี๋เอ๋อร์เจ้าฟังแม่ เจ้าแต่งงานออกเรือนไปแล้ว เจ้าไม่ได้เกี่ยวข้องกับตระกูลโม่ เจ้าเป็นฮูหยินท่านปราชญ์ฝ่าบาทต้องทรงละเว้นเจ้าแน่นอน ไป เจ้ารีบไปจากที่นี่กลับเรือนไม้ไผ่ของท่านปราชญ์ ไปเสีย เจ้ารีบไป”“ท่านแม่เรื่องราวยังไม่แน่ชัด ท่านก็ใจเย็นๆ รอสักสองสามวันท่านพ่ออาจกลับมา...”เห็นท่าทางของมารดาโม่อวี๋ได้แต่หัวใจหนักอึ้ง ท่านหมอที่เชิญมาทุกคนล้วนส่ายหน้า บอกให้หญิงสาวทำใจ นางให้คนไปตามโม่ซางเช่อและโม่เหยา รวมไปถึงให้คนไปแจ้งกับบิดาหวังว่าท้ายที่สุดแล้วบางทีโม่หวังอาจมาทันดูใจผู้เป็นฮูหยิน “ท่านแม่ ข้าให้คนไปตามท่านพ่อมาแล้ว ท่านทนหน่อยนะเจ้าคะ”“อวี๋เอ๋อร์ ลูกแม่ เจ้าไม่ต้องอภัยให้แม่ก็ได้ แม่...ขอโทษเจ้า ขอโทษที่ไม่ได้ปกป้องเจ้า ขอโทษเจ้าจริงๆ เป็นความผิดของแม่เอง...”ลี่ซื่อกุมมือของโม่อวี๋เอาไว้ นางพยายามดึงสติของลี่ซื่อเอาไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ หวังเหลือเกินว่าโ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 14.7

“ผู้อื่น? ท่านปราชญ์ข้าเป็นพี่สาวของนางท่านคงลืมไปแล้ว จะว่าไปก่อนที่นางจะแต่งให้ท่าน ท่านต่างหากที่เป็นคนนอก เช่นนั้นท่านมั่นใจได้อย่างไรว่ารู้จักนางดี บางทีท่านอาจไม่รู้ว่าเบื้องหลังของนางยังมีหลายเรื่องซ่อนอยู่ เรื่องที่นางจงใจปิดบังท่าน” โม่เหยาแค่นหัวเราะเหยียนจวิ้นยังคงยิ้ม “ก็จริง ฮูหยินน้อยกล่าวถูกต้องแล้ว ข้าลืมไปจริงๆ ด้วย คงเพราะตั้งแต่แรกพบข้าก็ช่วยชีวิตนางเอาไว้ ดังนั้นจึงลืมว่าตัวเองเป็นคนนอก”เขาหมุนรถเข็นไปเพื่อมองสบตาโม่เหยา“จะว่าไปต้องขอบคุณฮูหยินน้อยที่ทำให้ข้ารู้สึกสนใจในตัวอวี๋เอ๋อร์ขึ้นมา ท่านยังจำเรื่องในคืนนั้นได้หรือไม่ คืนนั้นนับเป็นครั้งแรกที่ข้าได้พบอวี๋เอ๋อร์ และเพราะเรื่องในคืนนั้นทำให้ข้ารู้สึกประหลาดใจ เพราะเหตุใดกันนะอวี๋เอ๋อร์จึงโชคร้ายเช่นนี้”“ท่าน! พูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร!!” โม่เหยามีท่าทีร้อนรนขึ้นมาทันทีเหยียนจวิ้นยิ้มให้อีกฝ่าย “ฮูหยินน้อยข้าให้สงสัยนัก หลายปีมานี้ท่านเคยฝันเห็นแม่นมที่สิ้นใจในสระบัวผู้นั้นบ้างหรือไม่”“ท่าน!” โม่เหยาเห็นชัดว่าหน้าซีดขาวลงด้วยความตระหนก “ท่านพูดถึงเรื่องอะไรข้าไม่เข้าใจ”รอยยิ้มของเหยียนจวิ้นหายวับไป “ไม
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 14.8

ติดสินบนเพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่งในราชสำนัก โทษหนักก็ประหารชีวิต โทษเบาก็ยึดทรัพย์และถูกส่งไปชายแดน บุตรสาวคนโตและบุตรสาวคนรองล้วนออกเรือนไปแล้ว บุตรชายบุญธรรมก็อยู่ในสถานศึกษาหลวง เขามั่นใจว่าเหยียนจวิ้นจะคุ้มครองโม่ซางเช่อได้โม่หวังกล่าวจบก็หันไปสบตากับเหยียนจวิ้น ชายหนุ่มยกสองมือคารวะผู้เป็นพ่อตา “ข้าจะดูแลอวี๋เอ๋อร์และซางเช่อเอง ขอท่านพ่อตาวางใจ”โม่หวังพยักหน้าจากนั้นถูกคนของฝ่ายตุลาการพาตัวไป ข้างๆ ยังมีรถม้าของตระกูลซูมารอรับโม่เหยาอยู่ หญิงสาวไม่แม้แต่จะหันกลับมามองน้องสาวและน้องชายที่ยืนอยู่หน้าจวนเหยียนจวิ้นหันมามองโม่อวี๋ “กลับเข้าไปด้านในเถิด ข้ายังอยู่เป็นเพื่อนเจ้าได้อีกสองสามวันก่อนกลับวังหลวง ซางเช่อเจ้าเองก็สมควรกลับไปยังสำนักศึกษาหลวงได้แล้ว”“ขอรับ” เขารับคำโดยดีจากนั้นคารวะพี่สาวคนรองและผู้เป็นอาจารย์ค่ำคืนอันเงียบงันท่ามกลางมรสุมในราชสำนัก กลุ่มคนที่กำลังลอบเข้าไปในวังหลวงพร้อมอาวุธครบมือ ผ่านเข้าไปประตูชั้นแล้วชั้นเล่า ด้วยความร่วมมือของเหล่าราชองครักษ์โดยมีซูเฉินเป็นผู้เปิดทางให้ ในที่สุดกองกำลังสวมชุดเกราะสีน้ำเงินก็ประชิดเข้าไปยังตำหนักหวงหลงของฮ่องเต้ตระกู
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 14.9

“พี่ใหญ่ เกิดอะไรขึ้นหรือ ท่านใจเย็นๆ ที่นี่จวนตระกูลโม่ ไม่มีใครแย่งเสี่ยวเอ้อเป่าไปจากท่านแน่นอน” โม่อวี๋พยายามเกลี้ยกล่อมอีกฝ่าย“อวี๋เอ๋อร์” โม่เหยาคล้ายใจเย็นลงเล็กน้อย นางก้มลงมองบุตรชายในอ้อมแขน “พวกเขาไม่มีใครยอมรับเสี่ยวเอ้อเป่าของข้า พวกเขาบอกว่าแผลเป็นไม่มีทางหาย” นางสะอื้น“ไม่ เขาจะหายดี ท่านเชื่อข้า ท่านดูสิ แผลเป็นของข้ายังเริ่มจางเลย เขาเป็นเด็กวันหน้าค่อยๆ โตขึ้นแผลนั่นก็จะค่อยๆ จางลงเอง”“แต่พวกเขาก็ยังไม่ต้องการบุตรชายของข้า เขาไม่ต้องการเสี่ยวเอ้อเป่า ไม่สิ...เขาไม่ต้องการข้า ที่เขาต้องการมีเพียงเจ้า เขา...ถึงกับเปิดโปงเรื่องที่ท่านพ่อได้ตำแหน่งมาโดยมิชอบ”ที่แท้ซูเฉินก็เป็นคนทำเรื่องนี้?!“อวี๋เอ๋อร์ เขาทำลายตระกูลโม่ไม่พอยังร่วมมือกับผู้อื่นก่อกบฏ เขาคิดสังหารทุกคนที่ขวางทาง แม้แต่สามีของเจ้า” โม่เหยาหัวเราะออกมาเสียงดังกอดบุตรชายเอาไว้ในอ้อมอก “เพียงเพื่อให้ได้เจ้ามาครอบครอง เขาถึงกับ...ถึงกับวางแผนทำลายทุกอย่างเพื่อให้เจ้าหนีไม่รอด ฮ่าๆๆ”“พี่ใหญ่ท่านฟังข้า ใจเย็นลงสักนิด เขาไม่มีทางทำสำเร็จ ข้ารักเหยียนจวิ้นไม่เคยรักเขา ไม่ว่าเขาจะทำอย่างไรข้าก็ไม่มีทางลงเอยก
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 15.1

ถึงอย่างนั้น...ตระกูลซูทั้งตระกูลกลายเป็นกบฏ ถูกคุมขังเพื่อรอลงอาญา งานศพของสองแม่ลูกจึงต้องจัดที่จวนตระกูลโม่แทนเงาพายุพัดผ่านพ้นเมืองหลวงต้าเยวี่ย แสงแดดหลังพายุฝนมักสดใสเสมอ เช่นกันกับการก่อกบฏซ้อนกบฏขององค์ชายใหญ่และองค์ชายสาม ฮ่องเต้เห็นด้วยกับวิธีการกวาดล้างอำนาจและอิทธิพลของตระกูลหลินที่หยั่งรากมานานทรงมีราชโองการให้ไต่สวนความผิด ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการที่ตระกูลหลินใส่ร้ายตระกูลเสิ่นว่าเป็นกบฏ คืนความยุติธรรมให้กับผู้ที่ตายไปแล้วและผู้ที่ยังอยู่ก็สามารถออกมาจากเงามืดหลังหลบซ่อนมาหลายปีเหยียนจวิ้นกลับมาใช้แซ่เสิ่นของมารดา ยิ่งไปกว่านั้นฮ่องเต้ยังทรงแต่งตั้งให้องค์ชายรองขึ้นเป็นรัชทายาท เหยียนจวิ้นเองก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอัครมหาเสนาบดีทั้งสองจะเป็นผู้แทนพระองค์ในการบริหารจัดการราชสำนัก เนื่องจากทรงเหน็ดเหนื่อยและเศร้าโศกกับสิ่งที่องค์ชาย ฮองเฮา และหวงกุ้ยเฟย ทรงทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย รวมไปถึงผู้คนต้องมาล้มตายไปเป็นจำนวนมากเลือดนองชโลมบนผืนดิน ชีวิตทหารหาญสูญสิ้นจากการแก่งแย่ง ผู้ทำผิดได้รับโทษจากการกระทำ ทั้งที่ถูกประหาร ทั้งที่ถูกส่งไปใช้แรงงานยังชายแดน รวมไปถึงที่ถูกปลดล
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 15.2

ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อกบฏทั้งหมดถูกส่งตัวไปคุมขัง ฝ่ายตุลาการเต็มไปด้วยนักโทษสำคัญที่เคยเป็นขุนนางใหญ่ภายในข้ามคืนขุนนางใหญ่หลายตระกูลถูกโค่นล้ม สตรีสูงศักดิ์กรีดร้องร่ำไห้เนื่องจากรับไม่ได้กับความเปลี่ยนแปลง จากจุดสูงสุดลงมายังจุดต่ำสุด บางคนถึงกับเป็นลมล้มพับลง บางคนถึงขั้นใช้แพรขาวจบชีวิตในจวนของตน ไม่ยอมถูกส่งตัวเข้าคุมขังโดยเด็ดขาด ถึงอย่างนั้นไม่ว่าจะก่นดาสาปแช่ง หรือข่มขู่อย่างไร อำนาจที่เคยมีในมือก็ไม่อาจทำให้หลุดรอดจากชะตากรรมไปได้ ทุกคนล้วนต้องชดใช้ในสิ่งที่ผู้นำตระกูลเลือกทั้งสิ้นเหยียนจวิ้นกลับมายังจวนตระกูลโม่ก็ได้ยินเสียงโวยวายท่ามกลางความตื่นตระหนก ยังดีที่เขากระโดดลงไปช่วยฮูหยินของตนเองขึ้นมาได้ กระทั่งพานางกลับเข้าไปในเรือนจวี๋ฮวาและเชิญท่านหมอมาดูอาการโม่อวี๋โศกเศร้ากับการจากไปของเสี่ยวเอ้อเป่า เด็กซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์หนึ่งเดียวในทุกๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลายปีมานี้เหยียนจวิ้นให้คนไปตามโม่ซางเช่อกลับจวนหลังพยายามกล่อมให้โม่อวี๋นอนหลับ ด้านนอกมีเขาอยู่นางที่จิตใจไม่มั่นคงสมควรได้พักสักชั่วยามเมื่อโม่ซางเช่อกลับมาถึงจวนเขาออกจากจวนตรงไปยังคุกของฝ่ายตุลาก
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 15.3

โจวอวิ๋นเสียงยังไม่วางใจเห็นเหยียนจวิ้นเร่งร้อนออกไปก็ส่งองครักษ์สองสามคนรีบตามไปด้วย เขายังสั่งให้ขันทีเร่งไปแจ้งหมอหลวงให้ไปยังจวนอัครมหาเสนาบดีซึ่งบัดนี้ก็คือจวนตระกูลเสิ่นชั่วขณะที่หมอหลวงจ้าวกำลังตรวจอาการของโม่อวี๋ที่ยังไม่ได้สติ เหยียนจวิ้นใบหน้าขาวซีดคิ้วขมวดมุ่นดูเคร่งเครียดจนแม้แต่ท่านหมอหลวงยังรู้สึกได้“ท่านอัครมหาเสนาบดียินดีด้วย ฮูหยินตั้งครรภ์แล้ว” หมอหลวงจ้าวเองก็แทบจะถอนหายใจเมื่อตรวจอย่างละเอียดแล้วพบว่านางไม่ได้ล้มป่วย“ตั้ง...ครรภ์?” เหยียนจวิ้นคล้ายยังไม่อยากเชื่อ เขาปราดเข้าไปกุมมือโม่อวี๋ “แน่ใจหรือ ท่านตรวจอีกที นางไม่ได้ล้มป่วยหรือมีอาการอื่น? นางยังไม่ได้สติเลยนะ”หมอหลวงจ้าวเห็นท่าทีลนลานของอัครมหาเสนาบดีก็ยิ้มออกมา “ท่านวางใจได้ ข้าน้อยตรวจจนละเอียดแล้ว ฮูหยินตั้งครรภ์จริงๆ ข้าน้อยจะเขียนใบสั่งยาและกำชับสิ่งที่ต้องระวัง คาดว่าอีกสักครู่ฮูหยินคงฟื้น”“แต่นางหลับไปนานมากเลยนะ”“อาจเพราะเพิ่งย้ายเข้าจวนใหม่ฮูหยินเหน็ดเหนื่อยจนเกินไปก็เป็นได้ จากนี้ขอเพียงระมัดระวังไม่ทำงานหนัก ไม่คิดมาก บำรุงรักษาร่างกายให้ดีก็เป็นอันใช้ได้”หมอหลวงจ้าวประสานสองมือคำนับเขา “ย
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 15.4

เหยียนจวิ้นกะพริบตามองฮูหยินเสนาบดีสำนักราชเลขา “ข้าเพิ่งเคยพบพวกนางวันนี้ท่านถามข้าคงไม่ค่อยถูกต้องนัก”ฮูหยินเสนาบดีสำนักราชเลขาหน้าม้านไปเล็กน้อยทว่ายังไม่ยอมแพ้ “ฮูหยินของท่านกำลังตั้งครรภ์ใกล้คลอด บางทีหากจวนอัครมหาเสนาบดีมีผู้ที่คอยช่วยแบ่งเบาเรื่องดูแลจวนแทนฮูหยิน คอยปรนนิบัติรับใช้และดูแลขณะที่ฮูหยินไม่อาจทำได้ ผูกมิตรแน่นแฟ้นสองตระกูลกลมเกลียวนี่เป็นเรื่องมงคลยิ่ง ท่านคิดเห็นเป็นเช่นไร”เหยียนจวิ้นขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขากำลังจะกล่าวคำเสียงด้านหลังก็ดังขึ้น“เรื่องมงคล? เป็นงานมงคลของผู้ใดหรือ” โม่อวี๋ที่หน้าท้องนูนป่องกำลังเดินมายังคนทั้งสี่”“ฮูหยินเจ้ามาแล้ว?” เหยียนจวิ้นรีบเดินไปประคองนาง “เหนื่อยหรือไม่ ข้ามารับเจ้ากลับจวน ข้าประชุมเสร็จแล้วจะกลับจวนไปทำปลาเผ็ดให้เจ้า”“มิใช่ต้องออกไปกับแม่ทัพใหญ่หรอกหรือ”“เขาจะตามไปรับข้าที่จวน ข้ายังต้องทำปลาเผ็ดเผื่อเขาหนึ่งจานเพราะเขาจะไปกินมื้อเที่ยงเป็นเพื่อนเราด้วย”เห็นสองสามีภรรยาสนทนากันราวกับไม่มีคนอื่น ฮูหยินเสนาบดีสำนักราชเลขารู้สึกอับอายยิ่งนัก นางมองบุตรสาวสองคนที่ทั้งงดงามน่ามอง ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่อาจดึงดูดสายตาท
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 15.5 จบ

เหยียนจวิ้นเองก็ชอบที่จะค้างคืนอยู่ที่เรือนไม้ไผ่ เขาดูเป็นคนละคนในยามที่อยู่ที่จวน ราวกับว่าที่เรือนไม้ไผ่นี้เขาเป็นเพียงสามี เป็นบิดาของบุตรสองคน แต่หากอยู่ที่จวนเขาก็คืออัครมหาเสนาบดีที่คนเคารพนับถือแผ่นหลังของสองสามีภรรยาในชุดสีเทาเรียบง่าย บิดาอุ้มบุตรชาย มือข้างหนึ่งจูงมือภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ เป็นภาพที่ทำให้ผู้คนรู้สึกได้ถึงความสุขกลางดึกคืนนั้นโม่อวี๋นอนไม่หลับ นางค่อยๆ ขยับตัวลุกจากเตียงนอน มองบุตรชายสองคนนอนก่ายขาคนละข้างบนตัวของผู้เป็นบิดา นางอดที่จะหัวเราะออกมาเสียงเบาไม่ได้ด้านนอกอากาศเย็นสบายหญิงสาวยืนลูบหน้าท้องนูนป่องของตน ก้มลงด้วยรอยยิ้ม “เจ้านอนไม่หลับสินะ ดังนั้นจึงอยากให้แม่ออกมาสูดอากาศ”เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวระยิบระยับ อยู่ๆ ก็นึกถึงชีวิตของตนก่อนที่จะตื่นขึ้นมาในร่างของโม่อวี๋ ชีวิตในโลกปัจจุบันที่วุ่นวายซับซ้อน ชีวิตอันโดดเดี่ยวไม่มีผู้ใดอยู่เคียงข้าง กระทั่งวันนี้ที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับเหยียนจวิ้น ได้รู้จัก ได้อยู่เคียงข้างเขา รักเขาและได้รับความรักตอบจากเขานางเคยคิดว่าคนเรามักไม่รู้จักพอ มีสิ่งหนึ่งก็ยังคงต้องการอีกสิ่งหนึ่ง ก็คง
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
456789
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status