สายลมกรรโชกแรงพัดพากลิ่นอายความชื้นของพายุฝนที่กำลังก่อตัวเข้ามาภายในท้องพระโรงอันกว้างใหญ่ ทว่าความหนาวเหน็บที่กัดกินไปถึงขั้วกระดูกของเหล่าขุนนางนับร้อยชีวิตที่ยืนก้มหน้าตัวสั่นงันงกอยู่นั้น หาได้มาจากลมฝนฟ้าคะนองไม่ หากแต่มาจากบุรุษเพียงผู้เดียวที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าบัลลังก์มังกรเบื้องบนบัลลังก์ทองคำสลักลายวิจิตร ฮ่องเต้หนุ่มผู้ครองแผ่นดินต้าเยี่ยนประทับนั่งด้วยท่าทีแข็งเกร็ง พระพักตร์ซีดเผือดไร้สีเลือด แววตาที่ทอดมองลงมาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นระคนอัปยศเบื้องล่างบัลลังก์นั้น คือ ‘มู่หรงเจวี๋ย’ราชครูผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ร่างสูงสง่าในชุดขุนนางสีดำสนิทปักลายพยัคฆ์เหยียบเมฆาด้วยดิ้นเงิน ยืนเอามือไพล่หลังด้วยท่วงท่าผ่อนคลายราวกับกำลังเดินชมสวนบุปผา มิใช่กำลังยืนอยู่ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง“ใต้เท้าหลิว”น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยขึ้นนั้นราบเรียบ ทว่าก้องกังวานไปทั่วโถงอันเงียบงัน มันทรงพลังเสียยิ่งกว่าเสียงอัสนีที่ฟาดลงมากลางเวหา ราวกับมัจจุราชที่กำลังขานชื่อวิญญาณดวงต่อไปขุนนางชราผมขาวโพลนผู้หนึ่งทรุดฮวบลงกับพื้น ร่างกายสั่นเทาไม่อาจควบคุม “ทะท่านราชครู ข้าผู้น้อยเพี
Last Updated : 2026-04-06 Read more