Semua Bab ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS: Bab 271 - Bab 280

294 Bab

บทที่ 271

เดิมทีเจียงถิงก็อึดอัดใจอยู่แล้วที่ต้องแยกจากกันอีกครั้งแต่พอเห็นเธอซุกอยู่ในอ้อมกอดของเขาด้วยสีหน้าอาลัยอาวรณ์ ความหงุดหงิดกลับลดลงไปไม่น้อย“ฉันจะรีบกลับมา” เขาปลอบเธอเสียงเบาเจียงจือเซี่ยตอบรับเสียงอู้อี้อย่างหงอย ๆ “พี่ระวังตัวด้วยนะ”การทำสงครามเป็นเรื่องใหญ่ เธอจะเอาแต่ใจในเรื่องนี้ได้ยังไงกันเจียงถิงไม่ตอบ นิ้วมือลูบแผ่นหลังของเธอเบา ๆ แต่ในใจกำลังคิดถึงอีกเรื่องหนึ่งลู่เจวี๋ยเป็นระดับ SS แล้ว หากผ่านศึกหนักอีกสักไม่กี่ครั้ง ก็จะสามารถรับผิดชอบภารกิจได้ด้วยตัวเองอย่างเต็มตัวต้องรีบผลักดันเขาขึ้นไป ต่อไปถ้ามีเรื่องแบบนี้ก็โยนให้เขาจัดการแทนแบบนี้เขาจะได้มีเวลาอยู่กับเจียงจือเซี่ยดี ๆ แถมยังส่งเจ้าลูกหมาป่าคนโปรดนั่นไปให้พ้นทางได้ด้วยยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวพอดีหลังคิดแผนเสร็จ เขาก็ก้มหน้าหมายจะขอจูบสักครั้ง เพื่อชดเชยความอัดอั้นที่เปิดเผยชาติกำเนิดไม่ได้ จนต้องคอยวางแผนเล่นงานตัวจริงเหมือนตัวเองเป็นคนรักลับ ๆจู่ ๆ แววตาของเขาก็ขรึมลงเขาเงยหน้าขึ้นทันที จ้องเขม็งไปนอกหน้าต่าง “ไสหัวออกมา!”พลังจิตแผ่ออกไปในพริบตา แฝงแรงโจมตีพุ่งตรงเข้าใส่กลิ่นอายที่แผ่ออกมา
Baca selengkapnya

บทที่ 272

หน้าอกของลู่เจวี๋ยกระเพื่อมขึ้นลง เขาหันไปมองเจียงถิง “คุณก็ยืนดูเฉย ๆ แล้วปล่อยให้เขาหนีไปงั้นเหรอ?”เจียงถิงเหลือบมองเขาอย่างเย็นชา “นายขวางเขาไว้ได้หรือไง?”เขาเอาชนะมู่หัวเย่ได้จริง แต่ถ้าเจ้างูนั่นคิดจะหนี ก็ไม่มีใครขวางไว้ได้ รวมถึงตัวเขาเองด้วยลู่เจวี๋ยถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะฝีมือของมู่หัวเย่สูสีกับเจียงถิง หากสู้กันตัวต่อตัว เขาก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมู่หัวเย่จริง ๆเขากัดฟันอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะปีนผ่านหน้าต่างเข้าไปทันทีทันทีที่เท้าแตะพื้น ก็ได้ยินเจียงถิงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“ฝีมือนายตกลงนะ พอหมดวันหยุดแต่งงานแล้ว ปริมาณการฝึกเพิ่มเป็นสองเท่า”ลู่เจวี๋ย “???”เจียงจือเซี่ย “……”……มู่หัวเย่เดินเอื่อย ๆ กลับไปยังเขตรับรองที่ใช้กักตัวเขาไว้เขาไม่ได้ว่างจนไม่มีอะไรทำ ถึงได้ไปแอบดูเจียงจือเซี่ยใกล้ชิดกับเพศผู้ เขามีธุระสำคัญจริง ๆรวมครั้งนี้ เขาปะทะกับลู่เจวี๋ยมาแล้วสองครั้ง จึงมั่นใจอย่างมากว่าพลังจิตของลู่เจวี๋ยเพิ่งเลื่อนขึ้นเป็นระดับ SSเจียงจือเซี่ยทำได้ยังไงกัน?เขาก้มหน้าลูบหน้าอกของตัวเองเดิมทีเขาตั้งใจจะถามเรื่องนี้ และถือโอกาสบอกเจียงจือเซี่ยว่า
Baca selengkapnya

บทที่ 273

มู่หัวเย่ไม่ได้แปลกใจ ราวกับรู้อยู่แล้วว่าจะถูกปฏิเสธเขาหุบยิ้มที่มุมปาก น้ำเสียงจริงจังขึ้นอย่างหาได้ยาก“เกล็ดประจำชีวิตของผมหายไป ทำให้พลังอ่อนกว่าช่วงสูงสุดอยู่ระดับหนึ่ง เจียงเหลียนอันตรายแค่ไหนคุณก็รู้ ถ้าพลังของผมฟื้นกลับมา ก็มีแต่จะเป็นผลดีกับคุณ ในเมื่อเราจะร่วมมือกัน ก็อย่าปิดบังกันเลย คุณว่าไหม องค์หญิง?”เจียงจือเซี่ยรู้สึกจนปัญญาเล็กน้อยพูดไปมากแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ ดอกไม้สีขาวดอกใหญ่ไม่เลือกนาย ต่อให้ป้อนดอกไม้สีขาวดอกเล็กให้นาย ก็ไม่สามารถออกฤทธิ์ได้เต็มที่อยู่ดี ทำไปก็เสียเปล่าคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็เอ่ยหลอกเขาว่า “พลังจิตของลู่เจวี๋ยเพิ่มขึ้น เพราะเขาทำพันธสัญญากับฉัน นายก็อยากทำพันธสัญญากับฉันด้วยเหรอ?”มู่หัวเย่เงียบไปครู่หนึ่งเขาจ้องเธออยู่หลายวินาที ราวกับกำลังจับดูว่าเธอโกหกหรือเปล่าแค่ทำพันธสัญญาก็เพิ่มพลังจิตได้เหรอ?แล้วเจียงถิงล่ะ? หรือว่าพลังจิตของเขาก็เพิ่มขึ้นเหมือนกัน?เจียงจือเซี่ยเห็นเขาเงียบไป จึงหัวเราะหยัน “นายรีบไปเถอะ เดี๋ยวลู่เจวี๋ยก็กลับมาแล้ว เรื่องของเจียงเหลียน นายจะบอกหรือไม่บอกก็ไม่สำคัญ ขอแค่นายอยู่ที่นี่ ไม่ช้าก็เร็วเธอก็ต้องก
Baca selengkapnya

บทที่ 274

ถ้ายังไม่เติมพลังงานอีก อย่าว่าแต่ดัดแปลงยีนให้กลายเป็นองค์หญิงเลย อีกไม่กี่วันเธอก็คงถูกเกล็ดของมู่หัวเย่ทรมานจนตาย!ก่อนเข้าสู่โหมดพัก ระบบได้ทิ้งข้อมูลชุดหนึ่งไว้ให้เธอ[ตรวจพบเป้าหมาย: ไป๋จืออวี้ เผ่านกยูง มีค่าดวงชะตาสูงกว่าคนทั่วไปมาก สามารถดูดซับดวงชะตาของเขาแล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานได้...]เมื่อไม่มีทางเลือก เธอจึงทำได้เพียงทำตามคำแนะนำที่ระบบทิ้งไว้ก่อนพัก เดินทางหลายต่อกว่าจะมาถึงดาวทะเลทรายสภาพแวดล้อมที่นี่เลวร้าย สภาพอากาศสุดขั้ว ยานลักลอบข้ามแดนที่เธอโดยสารมาเกือบเสียกลางทาง ตลอดทางต้องเจอแต่ความทุลักทุเลและลำบากไม่น้อยกว่าจะหาสถานที่ที่ระบบระบุตำแหน่งไว้เจอ เจียงเหลียนก็ยืนอึ้งอยู่กับที่บ้านหลังนี้ดูทรุดโทรมมาก แต่พอเห็นเหล่าเพศผู้ตาแดงก่ำเดินเข้าออก ก็เดาได้ไม่ยากว่า—ที่นี่คือบ่อนพนัน!เธอขมวดคิ้วอย่างรังเกียจ ลังเลอยู่หลายรอบ สุดท้ายก็ผลักประตูเข้าไปทันทีที่ก้าวเข้าประตู เสียงอึกทึกวุ่นวายและกลิ่นเหล้าราคาถูกก็พุ่งเข้าปะทะหน้า“ฉันแทงใหญ่! เปิดเลย! ไม่เชื่อหรอกว่าตานี้จะยังแพ้อีก!”“เอาชิปมาให้ฉันอีก! ฉันยังมีเหรียญทองอีกสามพันเหรียญ!”“ฮือ ๆ ฉันเสียหมดแล้ว.
Baca selengkapnya

บทที่ 275

จิ้งจอกขาวตัวเล็กร่วงลงกับพื้นทันที ขนสีขาวราวหิมะเปื้อนเลือดและฝุ่นไปทั่ว หายใจถี่และแผ่วเบา ดิ้นรนอยู่หลายครั้งก็ยังลุกไม่ขึ้นดวงตาจิ้งจอกที่ปกติสดใสมีชีวิตชีวาคู่นั้น รูม่านตาพร่าลอย ราวกับอาศัยเพียงสัญชาตญาณ ประคองลมหายใจเฮือกสุดท้ายจนกลับมาถึงที่นี่ได้“หงิง...” มันส่งเสียงร้องอย่างน่าสงสาร666 ค่อย ๆ เลื่อนเข้ามามันกวาดตามองจิ้งจอกขาวบนพื้นอย่างสงสัย ก่อนตรวจพบแผลหลายแห่งและภาวะพลังจิตแปรปรวนอย่างรุนแรงทันทีคุณเสี่ยวไป๋บาดเจ็บหนักขนาดนี้ได้ยังไง?ดวงตาอิเล็กทรอนิกส์ของ 666 เบิกกว้าง ก่อนยื่นแขนกลออกมาประคองเสี่ยวไป๋ขึ้นอย่างตั้งอกตั้งใจในฐานะพ่อบ้าน ตอนที่เจ้านายไม่อยู่บ้าน มันจำเป็นต้องดูแลสมาชิกคนอื่น ๆ ในครอบครัวให้ดี!มันวางเสี่ยวไป๋ลงบนเบาะนุ่ม ก่อนทำแผลและห้ามเลือดเบื้องต้นขณะเดียวกันก็ไม่ลืมถ่ายรูปส่งไปให้เจ้านาย[เจ้านาย! คุณเสี่ยวไป๋กลับมาแล้ว!]……ภายในพระราชวัง เจียงจือเซี่ยกำลังช่วยลู่เจวี๋ยเก็บสัมภาระเพราะวันนี้วันลาหลังแต่งงานของลู่เจวี๋ยสิ้นสุดลงแล้ว เขาต้องกลับไปที่กองทัพสมแล้วที่กองกำลังใต้บังคับบัญชาของพี่ใหญ่เข้มงวด ต่อให้เป็นสามีเอกขององค์
Baca selengkapnya

บทที่ 276

เจียงจือเซี่ยเห็นเขาก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย“ซูเฉิน? งานทางห้องวิจัยเสร็จแล้วเหรอ?”ซูเฉินเดินเข้ามาหาอย่างอ่อนโยน ก่อนจับมือเธออย่างเป็นธรรมชาติ “ผลลัพธ์ของโครงการวิจัยออกมาค่อนข้างดี ฝ่าบาทเลยอนุญาตให้หยุดพักได้”วันหยุดครั้งนี้เขาตั้งใจเลือกช่วงเวลานี้แล้วยื่นขอลากับฝ่าบาทโดยเฉพาะ!“องค์หญิง ผมอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนคุณได้ไหม?” น้ำเสียงและท่าทางของเขาทั้งนอบน้อมและสนิทสนม วางตัวได้อย่างพอดีเจียงจือเซี่ยรับมือกับท่าทางเหมือนภรรยาตัวน้อยของซูเฉินไม่ค่อยไหวก่อนหน้านี้เธอไม่รู้ว่าเขามีใจให้ มองยังไงก็มองไม่ออกแต่พอความรู้สึกถูกเปิดเผยและสถานะความสัมพันธ์ก็ตกลงกันแล้ว หากสังเกตดี ๆ ก็จะเห็นว่าหลายอย่างซ่อนอยู่ในรายละเอียดอย่างเช่นแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของเขาในตอนนี้เธอทนสายตานั้นไม่ไหวจนต้องเบือนหน้า “อ่า ได้สิ พอดีก่อนเราจะทำพันธสัญญากัน จะได้ช่วยปรับพลังจิตของนายให้เสถียรดีเสียก่อน”ซูเฉินยิ้มอย่างพอใจตอนนั้นเอง เทอร์มินัลของเจียงจือเซี่ยก็สั่นขึ้นมาเธอก้มลงดู ก็เห็นข้อความจาก 666 เด้งขึ้นมาแค่เห็นรูปแวบเดียว สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปทันที……ภายในวิลล่า เจียงจื
Baca selengkapnya

บทที่ 277

เจียงจือเซี่ยเงยหน้ามองเขาอย่างงุนงงอ้อ ใช่แล้ว ช่วงไวต่อความรู้สึก!ตั้งแต่ลู่เจวี๋ยกับเจียงถิงทำพันธสัญญากับเธอ ไม่ว่าจะมีธุระหรือไม่ก็ชอบมาเกาะติดอยู่ข้าง ๆ ทั้งสองได้รับการปลอบประโลมจนเต็มอิ่ม ช่วงเวลาพิเศษนี้จึงไม่เคยเกิดขึ้นอีกเลยพอเขาเตือนขึ้นมา เธอถึงนึกเรื่องนี้ได้ซูเฉินหลุบตาลงเล็กน้อย ใบหูแดงระเรื่อ“ผมขอ...ให้องค์หญิงช่วยปลอบประโลมผมหน่อยได้ไหม?”เขาไม่ได้โกหก ช่วงไวต่อความรู้สึกของเขามาถึงแล้วจริง ๆ แต่ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้เพียงแต่เขารู้ว่าองค์หญิงใจอ่อน จึงอยากใช้ข้ออ้างนี้ให้องค์หญิงเข้ามาใกล้ชิดเขาเท่านั้นสายตาของเจียงจือเซี่ยหลบวูบเล็กน้อย เมื่อนึกถึงสภาพคอของตัวเองตอนปลอบประโลมซูเฉินครั้งก่อนเธอพยักหน้า “ได้”จะไม่ตกลงได้ยังไง? ในเมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะทำพันธสัญญากับเขายิ่งตอนนี้พลังจิตของซูเฉินยังเปราะบาง จะปล่อยให้เกิดเรื่องเพราะความกระสับกระส่ายในช่วงเป็นสัดอีกไม่ได้ดวงตาของซูเฉินเป็นประกายขึ้นมาทันทีทั้งสองนั่งลงบนโซฟา เจียงจือเซี่ยหลับตา ปล่อยพลังจิตออกมาพลังอ่อนโยนแผ่ออกจากตัวเธอ พร้อมกลิ่นหอมคุ้นเคยที่ทำให้รู้สึกอุ่นใจ ค่อย ๆ โอบล้อม
Baca selengkapnya

บทที่ 278

ในที่สุด ซูเฉินก็ค่อย ๆ ผละออกเล็กน้อย หน้าผากแนบกับหน้าผากเธอ ลมหายใจของทั้งคู่ประสานกัน“องค์หญิง ขอบคุณครับ” น้ำเสียงของเขาแหบพร่าอย่างมาก แต่แววตากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ไม่จางหาย “ขอบคุณที่ยอมเลือกผม”ใบหน้าของเจียงจือเซี่ยร้อนผ่าว เธอยื่นมือดันเขาเบา ๆ “อย่า...อย่าพูดแบบนี้ตลอดสิ...”เธอไม่เข้าใจเลยว่าคนที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ ทำไมถึงชอบพูดให้ตัวเองดูต่ำต้อยนักซูเฉินหัวเราะเบา ๆ จุ๊บมุมปากเธออีกครั้ง ก่อนจะยอมผละออกอย่างอ้อยอิ่งทั้งสองหันไปมองจิ้งจอกน้อยบนเบาะเจ้าตัวเล็กยังคงขดตัวเป็นก้อน ซุกหัวเข้าไปในตัวจนมิด เหลือเพียงหูคู่หนึ่งที่สั่นไหวเล็กน้อยเจียงจือเซี่ยกระแอมเบา ๆ “คืนนี้ให้มันนอนในห้องฉันเถอะ เจ็บขนาดนี้ต้องคอยดูอาการหน่อย”ซูเฉินยกยิ้มเล็กน้อย “ได้ครับ”ขณะที่เขาลุกขึ้น สายลมอ่อน ๆ ก็พัดผ่านจากด้านนอกบนหลังคาวิลล่า มู่หัวเย่กัดฟัน พยายามกลั้นเสียงครางอู้อี้ที่กำลังจะหลุดออกจากลำคอสุดกำลังสีหน้าเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นหนึ่งชั่วโมงก่อน เขาสัมผัสได้ผ่านเกล็ดว่าเจียงเหลียนเหมือนกำลังกลับมา ยิ่งเธอเข้าใกล้เขา การรับรู้ผ่านเกล็ดก็ยิ่งช
Baca selengkapnya

บทที่ 279

เช้าวันรุ่งขึ้น เจียงจือเซี่ยเก็บของเรียบร้อย เตรียมตัวกลับวังหลวงมู่หัวเย่ยังถูกคุมขังอยู่ในวังหลวง ส่วนเจียงเหลียนก็ยังไร้ร่องรอยและอาจปรากฏตัวอีกได้ทุกเมื่อ เธอจึงจากไปนานเกินไปไม่ได้เธอไม่รู้เลยว่า มู่หัวเย่แอบมาหาเธอแล้ว และยังถูกเจ้าดอกไม้สีขาวดอกใหญ่จอมเผด็จการล็อกเป้าไว้เรียบร้อยหนิงอี้มองเธอเก็บของ หูจิ้งจอกขยับเล็กน้อยตอนนี้เขายังไปวังหลวงไม่ได้ ทางถนนมืดยังมีเรื่องอีกมากรอให้เขาจัดการถ้าเขาไปตอนนี้...เจียงจือเซี่ยอย่าร้อนใจจนร้องไห้ขึ้นมาล่ะเมื่อคิดแบบนั้น เขาก็ลุกขึ้น ขยับเข้าไปคลอเคลียข้างเท้าของเพศเมีย แล้วใช้หางถูไถขาของเธอเจียงจือเซี่ยก้มหน้าลง ก็เห็นเจ้าจิ้งจอกน้อยกำลังมองเธอด้วยดวงตาจิ้งจอกคู่สวยที่มีชีวิตชีวา“โอ๊ย เจ้าตัวน้อย ยังเจ็บอยู่เลย อย่าวิ่งซนสิ”เธออุ้มเจ้าจิ้งจอกน้อยขึ้นมา วางกลับลงบนเบาะนุ่ม แล้วลูบมันสองทีหนิงอี้เงยหน้าอย่างว่าง่าย มองเธอลูบตัวเขาเสร็จแล้วหันไปเก็บของต่อแววตาของเขาดูซับซ้อน อย่าร้องไห้ล่ะ เขาแค่ไปไม่กี่วัน แค่ไม่กี่วันเท่านั้น...เจียงจือเซี่ยเก็บของเสร็จ พอหันกลับมาก็ถึงกับงงไปเลยบนเบาะว่างเปล่า เหลือเพียงคราบเลือ
Baca selengkapnya

บทที่ 280

ส่วนเขาในฐานะมือขวาคนสำคัญของลูกพี่ เป็นคนแรกและคนเดียวที่รู้ว่าเพศเมียคนนี้คือองค์หญิงสามผู้สูงศักดิ์ที่สุดแห่งจักรวรรดิ!ลูกพี่นี่ไม่ธรรมดาจริง ๆ ถึงกับสานสัมพันธ์กับราชวงศ์ได้เลย แหะ ๆ ๆ...เจียงจือเซี่ยงงว่าเขาหัวเราะอะไร แต่ก็ไม่มีอารมณ์จะสนใจ จึงเดินตามเข้าไปในห้องรับรองทันทีที่ผลักประตูเปิด กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นก็พุ่งปะทะหน้าเธอขมวดคิ้วทันทีภายในห้อง หมิงเย่ที่ยังคงสวมชุดคลุมสีดำทั้งตัวนั่งอยู่ด้านหนึ่งของโต๊ะยาว ใบหน้าสวมหน้ากากสีเงินปิดไว้อย่างมิดชิด เผยให้เห็นเพียงริมฝีปากซีดขาวและคางเจียงจือเซี่ยลูบจมูก เดินเข้าไปช้า ๆ พลางอดพึมพำสงสัยในใจไม่ได้ที่ถนนมืดมีเรื่องต่อสู้ฆ่าฟันกันเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ?ทำไมหมิงเย่ถึงบาดเจ็บอยู่บ่อย ๆ นะ ครั้งนี้ยิ่งหนักจนกลิ่นคาวเลือดปิดไม่มิดเลยด้วยซ้ำหมิงเย่หันมามองเธอเช่นกัน ดวงตาคู่นั้นใต้หน้ากากสงบนิ่งและลึกล้ำ “องค์หญิง มาแล้วเหรอครับ ได้ยินว่าช่วงนี้คุณติดต่อหาผมหลายครั้ง มีอะไรหรือเปล่าครับ?”เจียงจือเซี่ยลังเลเล็กน้อย ก่อนเอ่ยว่า “นายบาดเจ็บเหรอ? ทำไมไม่ไปทำแผลก่อนล่ะ? เรื่องของฉันก็ไม่ได้รีบขนาดนั้น”แม้เธอจะสงสัย แต่คำพู
Baca selengkapnya
Sebelumnya
1
...
252627282930
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status