جميع فصول : الفصل -الفصل 80

212 فصول

บทที่ 70 ไทเฮาและฮ่องเต้

"ไทเฮาทรงห่วงพระอาการของกุ้ยเฟย จึงเสด็จมาเยี่ยมพระองค์ด้วยพระองค์เอง! เปิดประตู!" ชิงหลัวหน้าซีดจนแทบหมดสี เซี่ยเยว่หลันหันไปสบตาหลี่เซวียนเพียงเสี้ยวอึดใจทั้งสองต่างเข้าใจตรงกันว่า ครั้งนี้หากพลาดเพียงก้าวเดียวมิใช่เพียงชื่อเสียงของกุ้ยเฟยที่จะพังทลาย แต่อ๋องเจ็ดเองก็อาจถูกกล่าวหาว่าลอบเข้าตำหนักในของฮ่องเต้ซึ่งมีโทษถึงชีวิต หลี่เซวียนสบตาเซี่ยเยว่หลันเพียงชั่วครู่ จากนั้นเขากลับยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย "ไม่ต้องหลบแล้ว" เซี่ยเยว่หลันชะงัก "พระองค์..." "ยิ่งหลบ ยิ่งผิด ยิ่งน่าสงสัย...นี่ก็จะยามซื่อแล้ว" เขายกมือจัดชายอาภรณ์สีดำของตนอย่างรวดเร็ว ก่อนปลดผ้าคลุมหน้าที่ใช้ปกปิดเมื่อคืนออก เผยใบหน้าหล่อเหลาสงบนิ่งดังเดิม จากนั้นจึงเดินไปหยิบพัดหยกที่วางอยู่บนชั้นหนังสือมาไว้ในมือ เพียงพริบตาเดียวบุรุษที่เคยเป็นเงาในราตรี ก็กลับกลายเป็นอ๋องเจ็ดผู้สุขุม สง่างาม ราวกับเพิ่งเดินเข้าตำหนักมาเมื่อครู่นี้ เขาหันมองชิงหลัว "เปิดประตู" ชิงหลัวอ้าปากค้าง "แต่..." "ทำตามที่ข้าบอก" น้ำเสียงหนักแน่นจนไม่มีผู้ใดกล้าคัดค้าน ชิงหลัวรีบสูดล
last updateآخر تحديث : 2026-09-06
اقرأ المزيد

บทที่ 71 คำสั่งเด็ดขาดของไทเฮา

"ลูกขอรับผิดเอง" เซี่ยเยว่หลันแอบประหลาดใจ นางไม่คิดว่า ฮ่องเต้จะยอมรับผิดโดยไม่แก้ตัวแม้แต่น้อย ไทเฮาจึงหันกลับมามองนางอีกครั้ง "ตั้งแต่วันนี้ กุ้ยเฟยไม่ต้องไปถวายความเคารพที่ตำหนักอายุวัฒนะ พักรักษาตัวหนึ่งเดือน ทุกอย่างให้หมอหลวงดูแล" เซี่ยเยว่หลันรีบคุกเข่าอย่างช้าๆ ประคองตัวไม่ให้ถูกแผลจนเจ็บซ้ำจนชิงหลัวต้องเข้ามาประคองนางไว้ "หม่อมฉัน...ขอบพระทัยเพคะ" ไทเฮาพยักพระพักตร์ แต่ทันใดนั้น...พระองค์กลับหันไปทางหลี่เซวียนราวกับนึกบางอย่างขึ้นมาได้ "เซวียนเอ๋อร์ เจ้าสนิทกับหมอแห่งสำนักชิงเฟิงมิใช่หรือ" หลี่เซวียนประสานมือ "พ่ะย่ะค่ะ เสด็จแม่ต้องการสิ่งใดหรือพ่ะย่ะค่ะ" "ถ้าเช่นนั้น ต่อจากนี้โอสถของกุ้ยเฟย แม่ให้เจ้าเป็นผู้จัดหาด้วยตนเอง" ประโยคนั้นทำให้ทุกคนชะงัก แม้แต่หลี่จิ้งเหยียนก็เงยพระพักตร์ขึ้นทันที เพราะนั่นหมายความว่าไทเฮาเพิ่งพระราชทานเหตุผลอันชอบธรรม ให้อ๋องเจ็ดสามารถเข้าออกตำหนักชิงอวิ๋นได้โดยไม่มีผู้ใดกล้าคัดค้านอีกต่อไป หลี่เซวียนเองก็นิ่งไปเพียงเสี้ยวอึดใจด้วยความแปลกใจ ก่อนจะค้อมศีรษะรับบัญชา "กระหม่อมรับพระบัญชาเสด็จแม่" เซี่ยเยว่
last updateآخر تحديث : 2026-09-07
اقرأ المزيد

บทที่ 72 เครือข่ายที่ยืมมาใช้

ตำหนักชิงอวิ๋นกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง หลังจากไทเฮาเสด็จกลับไปพร้อมฮ่องเต้ เสียงฝีเท้าของขบวนเสด็จค่อยๆ ห่างออกไปจนไม่ได้ยิน เซี่ยเยว่หลันยังคงนั่งอยู่บนเตียง สายตาจับจ้องไปยังประตูตำหนักที่ปิดลงแล้ว ในใจของนางยังคงวนเวียนอยู่กับพระบัญชาของไทเฮา ตั้งแต่วันนี้อ๋องเจ็ดสามารถนำโอสถเข้ามาในตำหนักชิงอวิ๋นได้อย่างเปิดเผย ไม่จำเป็นต้องลอบเข้ามา ไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนและไม่จำเป็นต้องเสี่ยงชีวิตเหมือนเมื่อคืนอีก "ไทเฮาทรงตั้งใจช่วยพวกเราจริงหรือ" นางเอ่ยขึ้นในที่สุด หลี่เซวียนซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลหันกลับมา "ข้าเองก็ไม่แน่ใจ ไม่อาจหยั่งใจเบื้องลึกของเสด็จแม่ได้" เซี่ยเยว่หลันขมวดคิ้ว "แต่ถึงอย่างไรครั้งนี้ก็เหมือนพระองค์ทรงช่วยเรา" "ใช่" หลี่เซวียนเดินกลับมาหยุดข้างเตียง "และนั่นต่างหากที่ยิ่งน่าระวัง" หญิงสาวเงยหน้ามองเขา "เพราะเหตุใดกัน" "เพราะในวังหลวง..." เขาเอ่ยช้าๆ "ไม่มีสิ่งใดที่เรียกว่าความช่วยเหลือโดยไม่มีเหตุผล” เซี่ยเยว่หลันนิ่งไป หลี่เซวียนทอดสายตาไปยังประตูที่ฮ่องเต้เพิ่งเสด็จออกไป "เสด็จแม่ไ
last updateآخر تحديث : 2026-09-07
اقرأ المزيد

บทที่ 73 เมื่อหงส์ฟื้นตื่น

ครู่หนึ่งเซี่ยเยว่หลันจึงเอ่ยขึ้น "เช่นนั้นตั้งแต่วันนี้ หม่อมฉันขอยืมใช้เครือข่ายของพระองค์" หลี่เซวียนหันกลับมา "ตกลง แต่มีข้อแม้" หญิงสาวเลิกคิ้ว "ข้อใด" "หากข้อมูลใดเกี่ยวข้องกับชีวิตของเจ้า เจ้าต้องบอกข้าก่อนลงมือ" เซี่ยเยว่หลันนิ่งไป "เหตุใด" "เพราะข้าไม่ต้องการให้เจ้ากลายเป็นศพอีกราย" น้ำเสียงของเขาเย็นลงเล็กน้อย "เมื่อคืนข้าเกือบช่วยเจ้าไม่ทัน ข้าไม่ต้องการให้เกิดขึ้นอีก" หญิงสาวมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าช้า ๆ "ได้" หลี่เซวียนจึงลุกขึ้น "พักเสีย เรื่องที่เหลือ ข้าจะจัดการเอง" แต่ก่อนที่เขาจะเดินไปถึงประตู...เซี่ยเยว่หลันกลับเรียกเขาไว้ "อ๋องเจ็ด" ชายหนุ่มหยุดฝีเท้า "ขอบพระทัย" หลี่เซวียนหันกลับมามองนาง คราวนี้ไม่มีคำล้อเล่น ไม่มีรอยยิ้มมีเพียงสายตาที่อ่อนลงอย่างชัดเจน "ไม่ต้องขอบคุณ ข้าไม่ช่วยผู้ใดโดยมิมีข้อแลกเปลี่ยน" เขาหยุดไปเล็กน้อย "วันนึงเจ้าอาจเป็นคนช่วยข้ากลับคืนมาเช่นกัน" เซี่ยเยว่หลันขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ แต่หลี่เซวียนไม่ได้อธิบาย เขาเพียงเปิดประตูแล้วก้าวออกไป ทิ้งให้หญิงสาวนั่งมองแผ่นหลังขอ
last updateآخر تحديث : 2026-09-09
اقرأ المزيد

บทที่ 74 สิ่งที่แปรเปลี่ยนไป

ตำหนักจัดงานเลี้ยงในยามค่ำคืนสว่างไสวราวกับกลางวัน โคมแดงนับร้อยแขวนเรียงรายไปตามระเบียงยาว เสียงดนตรีดังแผ่วเบา กลิ่นดอกไม้หอมอบอวลไปทั่วสวนหลวง เหล่าขุนนางและพระสนมทยอยเดินทางเข้ามายังงาน แต่ทันทีที่เซี่ยเยว่หลันปรากฏตัวขึ้น... บทสนทนาหลายแห่งก็เงียบลง สายตานับไม่ถ้วนหันมาทางนาง บางสายตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ บางสายตาเต็มไปด้วยความระแวดระวังและบางสายตา...กลับมีความผิดหวังที่ปิดไม่มิด เซี่ยเยว่หลันเดินผ่านทุกคนอย่างสงบนิ่งราวกับไม่เห็นสายตาเหล่านั้นแต่ภายในใจ...นางกลับจดจำทุกสีหน้า ทุกปฏิกิริยา ไม่มีใครรู้ว่าในช่วงเวลาที่นอนประชวรอยู่ในตำหนัก นางได้เรียนรู้สิ่งหนึ่งคนที่กลัวเจ้าจะตาย...อาจไม่ได้เป็นคนที่รักเจ้าและคนที่ผิดหวังเมื่อเห็นเจ้ายังมีชีวิตอยู่...ต่างหากที่ควรจับตามองที่สุด "เซี่ยกุ้ยเฟยเสด็จ" เสียงขันทีประกาศดังขึ้น หลายคนรีบค้อมกาย เซี่ยเยว่หลันเดินเข้าไปยังที่นั่งของตนแต่ก่อนที่นางจะนั่งลง...เสียงหนึ่งกลับดังขึ้นจากอีกด้าน "ในที่สุดกุ้ยเฟยก็หายประชวรเสียทีนะเพคะ" น้ำเสียงนั้นอ่อนหวาน ฟังดูเหมือนเป็นความห่วงใยแต่เซี่ยเยว่หลันกลับรู้ทันทีว่า...
last updateآخر تحديث : 2026-09-09
اقرأ المزيد

บทที่ 75 สนมเฟย

เซี่ยเยว่หลันกำลังจะเอ่ยถามต่อ ทว่าเสียงดนตรีที่บรรเลงอยู่กลางสวนหลวงกลับหยุดลงเสียก่อน บทสนทนาหลายแห่งค่อยๆ เงียบเสียงลง เหล่าขุนนางต่างลุกขึ้นจากที่นั่ง ขณะที่พระสนมแต่ละตำหนักรีบจัดอาภรณ์ของตนให้เรียบร้อย ก่อนหันไปยังทางเดินด้านหน้า “ฝ่าบาทเสด็จ!” เสียงขันทีประกาศก้องไปทั่วสวน หลี่จิ้งเหยียนก้าวเข้ามาในงานด้วยท่วงท่าสง่างาม ฉลองพระองค์สีดำปักลายมังกรทองขับให้พระองค์ดูน่าเกรงขามยิ่งกว่าเดิม ทว่าในคืนนี้...สิ่งที่ทำให้สายตาของผู้คนจับจ้องกลับไม่ใช่เพียงฮ่องเต้ แต่เป็นสตรีสองคนที่เดินเคียงข้างพระองค์มาหนึ่งคือซูหว่านหนิง อีกหนึ่งคือสตรีที่เซี่ยเยว่หลันไม่เคยพบหน้ามาก่อน นางสวมอาภรณ์สีแดงเข้ม ปักลายดอกเหมยสีทองอย่างประณีต ชายแขนเสื้อพลิ้วไหวตามจังหวะก้าวเดิน เส้นผมดำสนิทถูกเกล้าสูง ประดับด้วยปิ่นทองลายหงส์เพียงชิ้นเดียว ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องประดับมากมายเพราะใบหน้าของนางก็โดดเด่นมากพอแล้ว หญิงผู้นั้นดูงดงาม สง่างามและเยือกเย็น ที่สำคัญ...นางมีท่าทีมั่นใจราวกับรู้ดีว่าตนเองยืนอยู่ตรงไหนในวังแห่งนี้ ซูหว่านหนิงหันไปมองนาง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสนิทสนม “
last updateآخر تحديث : 2026-09-09
اقرأ المزيد

บทที่ 76 ละครโรงใหญ่

เซี่ยเยว่หลันมองภาพตรงหน้าอย่างเงียบงัน เมื่อครู่นางยังยืนอยู่ดีๆ แต่เพียงไม่กี่ประโยค มู่เฟยกลับกลายเป็นสตรีผู้ถูกกุ้ยเฟยรังแกเสียแล้ว ช่างแสดงได้ดีสมบทบาทจริงๆ หากนางไม่เห็นกับตาว่ามู่หลิงซีจงใจล้มลงเอง นางก็คงเกือบเชื่อไปแล้ว “พี่หญิง...” ซูหว่านหนิงรีบเข้ามาประคองแขนมู่หลิงซี สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความเป็นห่วง “ท่านเจ็บตรงไหนหรือไม่?” “ข้าไม่เป็นไร” มู่หลิงซีส่ายหน้าเบาๆ “อย่าได้ทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่เลย” “แต่...” ซูหว่านหนิงกัดริมฝีปาก สายตาของนางเหลือบมองเซี่ยเยว่หลัน ก่อนจะรีบหลุบลง ท่าทางนั้นทำให้คนรอบข้างยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล เซี่ยเยว่หลันแทบอยากปรบมือให้ หนึ่งคนเล่นบทน่าสงสาร อีกหนึ่งคนเล่นบทน้องสาวผู้ปกป้องพี่ ช่างเข้าขากันเสียจริง ไม่น่าเชื่อว่านางหายจากอาการประชวรมาเพื่อมาเจอละครฉากใหญ่ “หว่านหนิง” มู่หลิงซีเอ่ยเสียงเบา “อย่าพูดอะไรอีก” “แต่พี่หญิง...เมื่อครู่ข้าเห็น...” “ข้าไม่เป็นไร” มู่หลิงซีบีบมือของน้องสาวเบาๆ ราวกับเตือนให้นางหยุดพูด จากนั้นจึงหันไปทางฮ่องเต้ “ฝ่าบาท คืนนี้เป็
last updateآخر تحديث : 2026-09-09
اقرأ المزيد

บทที่ 77 เพลงพิณของมู่เฟย

เซี่ยเยว่หลันกล่าวด้วยรอยยิ้ม หลี่จิ้งเหยียนมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเบาๆ เพราะรู้สึกแปลกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของนาง “เจ้านี่...ปากหวานขึ้นกว่าเดิมมาก” “หม่อมฉันเพียงพูดความจริงเพคะ” เซี่ยเยว่หลันตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน “หรือฝ่าบาททรงคิดว่าหม่อมฉันไม่ควรคิดถึงพระองค์?” “ข้าไม่ได้พูดเช่นนั้น” “เช่นนั้นก็ดีเพคะ” นางยิ้มแล้วนั่งลง หลี่จิ้งเหยียนจึงประทับลงข้างกัน ภาพนั้นทำให้บรรยากาศรอบข้างเงียบลงเล็กน้อย มู่หลิงซีมองภาพตรงหน้าอย่างสงบนิ่งแต่ปลายนิ้วของนางกลับกำชายแขนเสื้อแน่นขึ้น เซี่ยเยว่หลันเห็นทุกอย่างแต่ทำเหมือนไม่เห็น นางยกถ้วยสุราขึ้นจิบ พลางมองไปยังโต๊ะของเหล่าพระสนม คืนนี้...นางไม่คิดจะทะเลาะกับใคร เพราะการทะเลาะกันตรงๆ มีแต่ทำให้อีกฝ่ายได้ประโยชน์เสียมากกว่า หากมู่หลิงซีต้องการให้นางกลายเป็นสตรีใจร้อน โหดร้าย และรังแกพระสนมคนใหม่...นางก็จะไม่เล่นตามบทนั้น แต่จะเขียนบทใหม่ให้อีกฝ่ายแทน “ฝ่าบาท” “ว่าอย่างไร?” “คืนนี้มู่เฟยเพิ่งเข้าร่วมงานเลี้ยงเป็นครั้งแรกใช่หรือไม่เพคะ?” หลี่จิ้งเหยียนพยักหน้า “ใช่” เซี่ยเยว่หล
last updateآخر تحديث : 2026-09-10
اقرأ المزيد

บทที่ 78 พิณคงโหวกับกู่เจิง

มู่หลิงซีสูดลมหายใจเข้าเบาๆ นางเดินไปนั่งลงตรงหน้าโต๊ะพิณอย่างสง่างาม คืนนี้เป็นครั้งแรกที่นางได้ร่วมงานเลี้ยงต่อหน้าคนทั้งวังและเป็นครั้งแรกที่นางได้แสดงฝีมือต่อหน้าฮ่องเต้ นางย่อมไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือ ปลายนิ้วเรียวงามแตะลงบนสายพิณ เสียงแรกดังขึ้นกังวานใส ก่อนท่วงทำนองจะค่อยๆ ไหลออกมาอย่างนุ่มนวล เหล่าขุนนางต่างหยุดสนทนา เหล่าพระสนมเองก็หันไปมอง แม้แต่หลี่จิ้งเหยียนยังทอดพระเนตรมู่หลิงซีอยู่ครู่หนึ่ง ซูหว่านหนิงยิ้มอย่างภาคภูมิใจ “พี่หญิงของหม่อมฉันเก่งที่สุดแล้วเพคะ” หลินซิวอี๋เองก็เอ่ยชม “มู่เฟยเหนียงเหนียงทรงบรรเลงได้ไพเราะจริงๆ เพคะ” คำชมดังขึ้นเรื่อยๆ มู่หลิงซีจึงยิ่งตั้งใจเล่น นางรู้ดีว่า...นี่คือช่วงเวลาของนาง ทว่าเซี่ยเยว่หลันกลับนั่งฟังอย่างเงียบๆ นางไม่ได้มีสีหน้าหงุดหงิดไม่ได้แสดงความริษยา ตรงกันข้าม...ริมฝีปากของนางกลับยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม เสียงพิณยังคงดังต่อเนื่องจนกระทั่งเซี่ยเยว่หลันเอ่ยขึ้น “ไพเราะจริงๆ” มู่หลิงซีเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย “ขอบพระทัยกุ้ยเฟยเพคะ” “แต่...” คำว่า แต่ ทำให้หลายคนหันมามอง เซี่ยเยว่หลันเอียง
last updateآخر تحديث : 2026-09-10
اقرأ المزيد

บทที่ 79 เมื่อพยายามแทนที่

ค่ำคืนยังคงดำเนินต่อไป เสียงดนตรีกลับมาบรรเลงอีกครั้ง ทว่าความสนใจของผู้คนกลับไม่ได้อยู่ที่การแสดงเบื้องหน้าอีกแล้ว หลายคนยังคงแอบมองไปทางเซี่ยกุ้ยเฟยและมู่เฟย เมื่อครู่...ทุกคนเห็นชัดเจนว่าเซี่ยกุ้ยเฟยสามารถกลบเสียงพิณของมู่เฟยได้อย่างหมดจด แต่ไม่มีใครกล้าพูดออกมาตรงๆ เพราะหากพูดว่าเซี่ยกุ้ยเฟยจงใจ ก็เท่ากับกล่าวหาพระสนมชั้นสูงต่อหน้าฮ่องเต้ มู่หลิงซีเองก็นั่งลงที่เดิมแล้ว ใบหน้าของนางกลับมาอ่อนโยนดังเดิมราวกับเรื่องเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น ซูหว่านหนิงโน้มตัวเข้าไปกระซิบ “พี่หญิง...” “อืม?” “พระองค์ไม่เป็นอะไรจริงหรือเพคะ?” มู่หลิงซีส่ายหน้า “ข้าไม่เป็นไร” “แต่เมื่อครู่...” “อย่าพูดเรื่องนั้น” น้ำเสียงของมู่หลิงซีแผ่วเบา “คืนนี้คนมองพวกเรามากเกินไปแล้ว” ซูหว่านหนิงเม้มริมฝีปาก ก่อนจะพยักหน้า มู่หลิงซีเหลือบมองไปทางเซี่ยเยว่หลันอีกฝ่ายกำลังนั่งสนทนากับฮ่องเต้อย่างอารมณ์ดี ใบหน้าของนางไม่มีร่องรอยของความสะใจแม้แต่น้อยกลับดูเหมือนสตรีที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเพิ่งทำให้ใครเสียหน้า มู่หลิงซีหัวเราะในใจ เซี่ยกุ้ยเฟย...เจ
last updateآخر تحديث : 2026-09-10
اقرأ المزيد
السابق
1
...
678910
...
22
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status