โดยส่วนตัวฉันมักเลือกช่องทางที่ถูกลิขสิทธิ์ก่อนเสมอ เพราะคุณภาพภาพและเสียงค่อนข้างแน่นกว่าแหล่งมืดๆ — แพลตฟอร์มอย่าง Apple TV (iTunes), Google Play Movies/YouTube Movies มักให้ตัวเลือกเช่า/ซื้อแบบ HD หรือ Full HD ซึ่งถ้ามีพากย์ไทยมักจะระบุไว้ในรายละเอียดของแทร็กเสียง ส่วนบริการสตรีมรายใหญ่ๆ อย่าง 'Netflix' หรือ 'Prime Video' บางครั้งมีรูปแบบพากย์ไทย แต่คอนเทนต์เหล่านี้เปลี่ยนแปลงตามภูมิภาค ฉะนั้นวิธีที่ฉันทำคือดูช่องทางเช่า/ซื้อดิจิทัลก่อน ถ้าอยากได้ 1080p แท้จริงและพากย์ไทยคมๆ การซื้อดิจิทัลหรือแผ่น Blu-ray มักปลอดภัยกว่า
ที่ผมใช้บ่อยคือร้านที่ให้บริการเช่าหรือซื้อหนังดิจิทัล เช่น Google Play Movies (ปัจจุบันอยู่ในแอป Google TV บางระบบ) และ Apple TV / iTunes ซึ่งมักจะมีทั้งแบบเช่า (rent) และซื้อ (buy) แต่ละเจ้าอนุญาตให้เลือกแทร็กเสียง ถ้าผู้จัดจำหน่ายมีพากย์ไทยก็จะสามารถเปลี่ยนเป็นพากย์ไทยได้จากเมนูภาษาเสียง ถ้าไม่มีพากย์ไทยก็อาจมีซับไทยแทน
วิธีคิดของฉันเวลาเลือกคือดูว่าต้องการเก็บไว้ดูหลายครั้งหรือแค่ครั้งเดียว ถ้าอยากดูบ่อยก็ซื้อ หากแค่ลองดูก็เช่า นอกจากนี้ดูให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ของเรารองรับไฟล์และบริการนั้น ๆ — บางครั้งซื้อบน Apple TV ก็จะสะดวกถ้าใช้ไอโฟนหรือแอปเปิลทีวี แต่ถ้าใช้แอนดรอยด์ Google TV จะง่ายกว่า สุดท้ายการจ่ายเงินแบบดิจิทัลทำให้ได้คุณภาพเสียงและภาพที่ดีกว่าไฟล์เถื่อน และสนับสนุนงานสร้างต่อไปด้วย
ข่าวดีคือมีหลายช่องทางที่ถูกลิขสิทธิ์ซึ่งมักจะมีให้เช่าหรือซื้อ 'Ted 2' แบบพากย์ไทย แต่ความจริงคือไม่ได้ทุกแพลตฟอร์มจะใส่แทร็กพากย์ไทยมาด้วยเสมอไป ฉันมักจะเริ่มจากร้านออนไลน์ใหญ่ๆ ก่อน เช่น Apple TV (iTunes) กับ Google Play / YouTube Movies เพราะสองที่นี้มักจะระบุข้อมูลแทร็กเสียงและคำบรรยายไว้ชัดเจน ถ้าเจอคำว่า 'Thai' หรือ 'พากย์ไทย' ในรายละเอียด ก็มั่นใจได้ระดับหนึ่งว่ามีพากย์ไทยจริง