เวลาพูดคุยกันในชีวิตประจำวัน ฉันเห็นคนใช้คำอย่าง 'ramble', 'prattle', หรือ 'go off on a tangent' บ่อย ๆ ซึ่งแตกต่างจากคำในสถานการณ์เป็นทางการอย่างสิ้นเชิง
มุมภาษาศาสตร์ช่วยให้ฉันคิดแบบเป็นระบบว่าการใช้ 'เพ้อเจ้อ' ในภาษาอังกฤษเปลี่ยนไปตาม register (ระดับภาษา) และ genre (ประเภทข้อความ) การพูดธรรมดา ๆ กับเพื่อนจะมีอิสระในการใช้สำนวนที่ยืดยาวหรือจินตนาการ เช่น 'I was just rambling on about...' แต่ในงานเขียนวิชาการ คำเหล่านี้ต้องถูกแทนที่ด้วยคำที่มีน้ำหนักเชิงวิชาการ เช่น 'the argument lacks coherence' หรือ 'the narrative is tangential' เหตุผลคือผู้อ่านเชิงวิชาการคาดหวังความชัดและหลักฐานมากกว่ารสวรรณศิลป์
ฉันมักแนะนำให้นักเขียนมองตัวอย่างสื่อสองแบบเปรียบเทียบ เช่น พลอตใน 'The Great Gatsby' ที่ใช้ภาษาสะท้อนอารมณ์ กับบทความวิจัยที่ต้องการเหตุผลเชิงตรรกะ พอเห็นความต่างจะช่วยเลือกคำที่เหมาะสมและหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดเวลาถ่ายทอดไอเดีย
เมื่อ One Night Stand ดันทำให้เกิดอีกหนึ่งชีวิต
การแต่งงานเพราะความจำเป็นจึงเกิดขึ้น
ข้อตกลงคือ ห้ามรัก ห้ามวุ่นวาย ห้ามหึงหวง ห้ามแสดงตัว
ห้ามให้คนอื่นรู้ว่าเราเป็นอะไรกัน
แต่ไหงกลายเป็นเขาที่จ้องจะละเมิดข้อตกลงนั้นตลอดเวลา