เข้าสู่ระบบซินซินเกิดมาบนโลกใบนี้นับเป็นเวลาก็ได้เป็นเวลากว่าสามวันแล้ว ตอนนี้ซินน้อยสามารถลืมตาของตัวเองกวาดมองได้โดยรอบแล้ว ซินน้อยได้กลายเป็นขวัญใจของโรงหมอแห่งนี้ไปแล้ว ด้วยนั่นเป็นเพราะเด็กน้อยคนนี้ไม่งอแงเหมือนเด็กคนอื่นเลยเวลาจะกินก็ร้องแอ๊ ๆ
เวลารู้สึกไม่สบายตัวก็ร้องแอ๊แค่คำเดียว ทุกคนต่างพากันคิดว่าเด็กอะไรหนอทำไมช่างรู้ความได้ขนาดนี้กัน โดยปกติเด็กที่เกิดมาก็จะตัวแดง ๆ ผิวย่น ๆ แต่สำหรับซินซินกลับแตกต่างทุกอย่าง
มีแค่วันแรกเกิดเท่านั้นที่มีลักษณะเหมือนทารกทั่วไป แต่พอเริ่มวันที่สองขึ้นมาซินตัวน้อยกินนมเก่งมากและก็ช่างโชคดีที่น้ำนมแม่มีเพียงพอต่อความต้องการของเจ้าตัวน้อยนี้
ตอนแรกทั้งหมอและพยาบาลรวมทั้งพ่อและแม่ก็กังวล หากเจ้าตัวน้อยกินมากเกินไปก็อาจจะทำให้ท้องอืดหรือจะไม่สบายได้
แต่ทุกคนก็พากันแปลกใจเพราะเจ้าตัวน้อยนี้ไม่มีอาการใด ๆ เลยทั้งสิ้น แต่กลับมีเนื้อมีหนังเพิ่มขึ้นมาอีกต่างหากผ่านไปแค่สามวันเจ้าตัวน้อยตอนนี้มีแก้มที่อวบอิ่ม ปากแดงน้อย ๆ ที่มักจะมีรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลา
เวลาอารมณ์ดีมาก ๆ เจ้าตัวน้อยก็มักจะฉีกยิ้มกว้างจนเห็นเหงือกสีแดงของตนพาให้คนที่เห็นต่างชุ่มชื่นหัวใจไปตาม ๆ กัน หลงจินเป่าได้ตั้งชื่อให้เจ้าตัวน้อยว่าหลงซินซินเพราะตัวเขาได้ฝันเห็นเจ้าแม่หนี่วามาบอกว่าเด็กคนนี้จะเป็นดาวนำโชคของเขาและครอบครัว ตั้งแต่นั้นมาทุกคนก็มักจะพากันเข้ามาทักทายเด็กคนนี้กันเป็นประจำ
“ซินน้อยลูกรักดวงใจของพ่อวันนี้ก็อารมณ์ดีเหมือนเดิมเลยเด็กดีวันนี้เราจะได้กลับบ้านกันแล้วนะดีใจไหมลูก” ซินซินคิดตามที่พ่อของตนพูด คุณย่าของเราใจดีมากพี่ชายถึงจะดูเซ่อ ๆ ไปบ้างแต่ก็ยังนิสัยดี
“อือ อา” ซินซินยิ้มจนเหงือกบานออกมาจนจินเป่าต้องเอามือกุมหน้าอกตัวเอง อ่าลูกสาวใครกันช่างน่ารักเสียจริงน่ารักเสียจนเขาไม่อยากให้ใครมาเห็นลูกสาวของตนเลย เพราะกลัวว่าจะมีคนมาขโมยลูกของเขาไป
เมื่อทำเรื่องออกจากโรงหมอแล้วพ่อแม่ลูกสามคนก็เป็นห่วงแม่และลูกชายที่อยู่ที่บ้านเช่นกัน เพราะตั้งแต่วันแรกที่ ซูเหมยมาคลอดซินซินแม่ก็มาเพียงแค่วันเดียวแล้วก็บอกว่าตอนกลับไปก็จะไปทำเรื่องหย่ากับพ่อของเขา
เขาเองก็ได้แต่หวังว่าจะผ่านไปด้วยดีแต่นี่ก็สองวันแล้วที่แม่ของเขาเงียบหายไปเขารู้สึกใจคอไม่ดีเท่าไหร่นัก เมื่อทั้งสามคนเดินมาถึงในสถานที่รอรถโชคดีที่พวกเขาไม่ต้องรอนานก็สามารถขึ้นรถกลับหมู่บ้านของตนได้เลย
“จินเป่า เหมยเหมยนี่ลูกคนเล็กของเธอสองคนเหรอน่าตาน่ารักดีแท้” ป้าเจียงคนที่อยู่ข้างบ้านของจินเป่าทักสองสามีภรรยาขึ้นมา
“สวัสดีครับ/ค่ะป้าเจียง ไม่ทราบว่าป้าเจียงเห็นแม่ของผมบ้างไหมครับ” จินเป่าถามกับป้าเจียงถึงเรื่องแม่ของตน
“ป้าเห็นเมื่อสองวันก่อนนะ วันนั้นเยว่จินได้ไปตามหัวหน้าหมู่บ้านและคณะกรรมการประจำกองพลให้มาทำเรื่องหย่าและหนังสือตัดขาดออกจากบ้านหลง วันนั้นมีเรื่องมีราวกันใหญ่โตเชียวล่ะแต่ป้าก็เข้าใจอาเยว่นะทนมาได้ตั้งหลายปีเป็นป้านะไอ้ผัวชั่วแบบนั้นเลือดหัวมันคงออกไปนานแล้ว” ป้าเจียงแกพูดขึ้นมาอย่างใส่อารมณ์
ทุกคนที่อยู่ในรถก็ต่างพยักหน้าเห็นด้วยเพราะเยว่จินเป็นคนดีไม่น่าจะต้องมาพลาดแต่งงานให้กับเจ้าชั่วอย่างตาอี้ได้เลย คนที่อยู่ในรถไถทุกคนส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นญาติกัน อย่างตาและยายของเขาแม้จะอยู่ในเมืองแต่พื้นเพของตาก็เป็นคนในหมู่บ้านจิวหูแห่งนี้
ทางด้านเจ้าตัวน้อยที่มองคนนู้นทีคนนั้นทีด้วยความสนใจพร้อมเก็บข้อมูลที่ชาวบ้านเหล่านี้ต่างพูดถึงปู่ของตนมาด้วย “แล้วมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือครับร้ายแรงหรือเปล่า แม่กับลูกชายของผมเป็นยังไงบ้างครับป้าเจียง” จินเป่าเองก็เอ่ยถามออกมาอย่างร้อนใจ ทางด้านซูเหมยเองก็เป็นกังวลเช่น เดียวกัน
“จะมีอะไรก็นางอี้เหลียนนะสิโวยวายอยากได้เงินถึงเอา เรื่องของหลานมาขู่เยว่จินว่า อยากจะหย่าก็ได้แต่ถ้าจินเป่าและฮัวเหมยตัดขาดจากตระกูลหลงต้องมีเงินมาจ่ายหนึ่งพันหยวน
นางคนนี้มันชั่วไหมล่ะเงินตั้งมากมายขนาดนั้นเยว่จินจะไปเอามาจากไหน อีนางแม่รองนั่นยังบอกอีกนะว่าหากไม่มีลูกทั้งสองของเยว่จินรวมทั้งหลานก็ยังเป็นคนของตระกูลหลงอยู่ดี” ป้าเจียงพูดขึ้นมาด้วยความเดือดดาล
“ใช่ยังมีอีกนะนางอี้เหลียนมันบอกว่าจะให้ฮัวเหมยแต่งงานไปอยู่กับลูกชายของคนขายเนื้อที่ชื่ออาฮุยด้วย ใคร ๆ ก็รู้กันทั้งนั้นว่าเจ้าผู้ชายคนนี้วัน ๆ ไม่ทำอะไร ทั้งขี้เกียจขี้เหล้า ติดการพนันว่าง่ายเรื่องชั่ว ๆ ทุกอย่างมันทำทั้งหมด” คราวนี้เป็นป้าจูซิ่งเอ่ยขึ้นมาบ้าง
“ละแล้วอย่างนี้แม่ผมจะทำยังไงไม่ใช่แม่ตบตีกับแม่รองไปแล้วเหรอ แล้วพ่อก็ไม่เคยเข้าข้างพวกผมเลยป่านนี้แม่กับลูกผมไม่แย่ไปแล้วเหรอครับ” จินเป่าตอนนี้เริ่มนั่งไม่ติดซะแล้ว
“โอ๊ยไม่แย่หรอกเพราะตอนแรกทุกคนก็คิดว่าจะแย่เหมือน กันแต่เพราะเยว่จินเป็นคนฉลาดไงเลยเอาตัวลูกหลานและฮัวเหมยรวมทั้งหลาน ๆ ตัวน้อยพ้นจากตระกูลหลงมาได้” ป้าจูซิ่งก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง
“เยว่จินเธอมีหนังสือตัดขาดเรื่องลูกนานแล้วตั้งแต่ตอนที่เธอคลอดหลานออกมานั่นแหละจินเป่า ตอนนั้นอี้เหลียนมันมักจะหาเรื่องมารังแกหลานอยู่บ่อย ๆ ตอนยังเด็กแม่ของหลานก็เลยได้ไปเสนอเงินส่วนหนึ่งซึ่งเป็นสินเดิมให้กับย่าของหลาน และให้ย่ากับปู่และพ่อของเจ้ายินยอมลงหนังสือตัดขาดเรื่องลูกของเธอทุกคนทั้งหมด หากทางนั้นไม่ทำตามในหนังสือสัญญาสามารถแจ้งทางการมาจับได้ทันที” ป้าเจียงก็พูดขึ้นมาอย่างคนรู้จริง
“ตอนนั้นป้าเองยังเสียดายเงินแทนเลยเงินตั้งสามร้อยหยวนเลยนะ ป้าว่าน่าจะเป็นสินเดิมของเยว่จินทั้งหมดเลยด้วย พอนางอี้เหลียนอยากจะได้เงินขึ้นมาอีกจึงได้หน้าแหกไปเพราะว่ามันไม่รู้เรื่องราวในครั้งนั้น
และมันก็ไม่รู้มีความมั่นหน้ามาจากไหนเป็นแค่เมียรองมีสิทธิ์อะไรมายุ่งกับลูกของเมียหลวง" ป้าจูซิ่งก็มีอารมณ์โมโหขึ้นมาอีกรอบ
ตอนนี้ทุกคนที่อยู่ในรถต่างก็พูดคุยถึงเรื่องนี้กันอย่างมากเพราะตระกูลหลงจัดว่าไม่ใช่ตระกูลเก่าแก่ของหมู่บ้านจิวหูแห่งนี้ แล้วนิสัยของคนตระกูลนี้นับวันยิ่งแสดงแต่ด้านแย่ ๆออกมาให้เห็น ทั้งเห็นแก่ตัว ขี้อิจฉา เอาเปรียบ
ซินน้อยก็ตั้งใจฟังและก็เก็บข้อมูลจนตอนนี้ตาน้อย ๆ ของเธอก็เริ่มหรี่ลง หรี่ลงจนหลับไป ทางด้านซูเหมยก็โอบกอดลูกน้อยของเธอให้กระชับขึ้นเพราะกลัวลูกสาวตัวน้อยจะหนาว ช่วงนี้เป็นช่วงต้นฤดูหนาวแล้วอากาศจึงค่อนข้างเริ่มเย็นลงเล็กน้อย
ยิ่งในขณะที่รถไถเคลื่อนที่ลมก็จะยิ่งตีเข้ามาเธอต้องปกป้องลูกน้อยผู้น่าสงสารคนนี้ให้ดีที่สุด เนื่องด้วยลูกสาวเธอคลอดก่อนกำหนดจึงมีโอกาสที่จะป่วยง่ายกว่าเด็กทั่วไป
รถใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็เข้ามาในเขตหมู่บ้าน ตอนนี้จินเป่าเองก็สงสัยในเมื่อแม่ของเขาหย่าจากชายผู้นั้นแล้วจะไปอยู่ที่ไหนกันล่ะ
“ป้าเจียงป้าพอจะรู้ไหมครับว่าตอนนี้แม่ผมไปอยู่ที่ไหนกัน” จินเป่าถามขึ้นเพราะเขากลัวแม่จะลำบาก
“อยู่ที่ดินติดชายเขาข้างทะเลสาบจิวหูนะ เห็นผู้ใหญ่บ้านบอกว่าที่ตรงนั้นเป็นที่เก่าแก่ของตระกูลซู ทุกคนก็เพิ่งมารู้ก็ตอนที่เยว่จินหย่านี่แหละเพราะแม่ของหลานเก็บเป็นความลับไว้เป็นอย่างดี จนได้หย่าและมีหนังสือตัดขาดจากตระกูลหลงแล้วนั่นแหละถึงได้บอกความจริงออกมา” ป้าเจียงพูดขึ้น
“พูดแล้วก็สมน้ำหน้าคนบ้านหลงนะโดยเฉพาะเจ้าชั่วตาอี้นะ มันคงจะคิดเสียดายที่ดินผืนนี้เหมือนกันแหละเพราะที่ดินตั้ง 12 หมู่เลยนะ และยังมีบ้านอิฐหลังใหญ่ถึงห้าห้องนอนเลยทีเดียว
แต่ก่อนว่าที่ดินตรงนี้เป็นของเศรษฐีคนไหนกันที่แท้ก็เป็นของคนใกล้ตัว ฮ่า ๆ ป้าล่ะสะใจชะมัด ยิ่งได้เห็นหน้าชายโฉดหญิงชั่วพวกนั้นด้วยยิ่งรู้สึกดีที่พวกมันต่างพากันพ่ายแพ้ให้กับคนที่พวกมันดูถูกมาตลอด” ครั้งนี้เป็นป้าจูซิ่งเป็นผู้พูด
ฝ่ายจินเป่าเมื่อรู้ว่าแม่และลูกชายของตนมีที่อยู่แล้วก็เบาใจตอนนี้รถไถก็ได้จอดที่หน้าบ้านของผู้ใหญ่บ้านแล้ว จินเป่าก็ได้มองเห็นแม่และลูกชายของตนส่งยิ้มมาให้พวกเขาทั้งสามเมื่อพากันลงจากรถแล้วก็รีบเดินตรงมาหาผู้เป็นแม่ทันที
“แม่ครับอากาศเริ่มเย็นแล้วแม่ไม่หนาวเหรอครับจะออกมายืนรอผมทำไมกัน แล้วอาซานล่ะลูกหนูหนาวไหมครับ” คนที่เป็นทั้งลูกชายและพ่อเอ่ยถามทั้งสองคนด้วยความเป็นห่วง
“อาเป่าลูกเข้าไปทำเรื่องเปลี่ยนสกุลเถอะแม่ได้ตัดขาดจากทางนั้นมาแล้ว ตอนนี้อาซานก็เปลี่ยนมาเป็นซูไท่ซานแล้ว” แม่รีบบอกลูกชายของตน
เมื่อได้ยินที่แม่บอกจินเป่าก็ปฏิบัติตามทันที เมื่อเข้าไปที่บ้านผู้ใหญ่บ้านและทำการเปลี่ยนชื่อสกุลของตนและลูกสาวตัวน้อยแล้ว ทั้งห้าคนต่างก็พากันเดินกลับบ้านหลังใหม่ของพวกเขาทันที แต่ช่างเป็นโชคร้ายที่ระหว่างเดินได้มาเจอกับอี้เหลียนเข้า
“แหม ๆ ๆ ลูกสามแม่รองได้ข่าวว่าลูกได้ลูกสาวมาเหรอสงสัยว่าเด็กคนนี้จะเป็นหายนะของครอบครัวบ้านใหญ่ของพวกลูกแล้วล่ะ เพราะเกิดมาวันแรกก็ทำให้ย่าของตนหย่าขาดจากปู่และทำให้พ่อและพี่ชายก็มาถูกตัดขาดจากตระกูลด้วย ช่างเป็นเด็กที่นำหายนะมาจริง ๆ นะจ๊ะ” คำพูดจีบปากจีบคอของอี้เหลียนที่แสนจะแสบแก้วหูได้ปลุกให้ซินซินตื่นขึ้น จริง ๆ ซินซินตื่นตั้งแต่คนขี้เหร่คนนี้ว่าเธอเป็นตัวหายนะแล้ว
ทางด้านครอบครัวทั้งสี่คนเมื่อได้ยินคำพูดแย่ ๆ ที่ออกมาจากปากของอี้เหลียนก็ต่างพากันโมโห และเยว่จินก็กำลังจะเอ่ยปากโต้เถียงออกไปแต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรก็ได้มีบางสิ่งบางอย่างมาจัดการแทนเธอซะแล้ว
ทางด้านซินน้อยที่ตอนนี้กำลังอยากจะจัดการคนก็ได้คิดว่าหากมีผึ้งบินมาต่อยปากเน่า ๆ ของคนแบบนี้ได้จะดีสักแค่ไหนกัน เพราะว่าบางทีเผื่อในอนาคตอยากจะพูดจะจาอะไรจะได้รู้จักระวังปากเอาไว้บ้าง และพอสิ้นสุดความคิดของซินซินก็ได้มีผึ้งบินมาจากไหนไม่รู้สามสี่ตัวแล้วทุกตัวต่างก็มุ่งเป้าไปที่ปากของอี้เหลียนทันที
เมื่อทุกคนที่อยู่ตรงนี้ได้เห็นเหตุการณ์ต่างก็นิ่งค้างด้วยไม่เคยเห็นเรื่องแบบนี้มาก่อนผึ้งบินมาต่อยแค่คนคนเดียว ทางด้านซินน้อยที่ตอนนี้ได้แต่ยิ้มร่าด้วยความชอบใจ อยากได้หายนะเหรอได้เลยนี่ยังไงล่ะพอใจกับหายนะของตัวเองครั้งนี้ไหม ฮิฮิ
หลังจากซินซินกับมู่หลงเฉินเดินทางกลับมายังมณฑลของตัวเอง เด็กน้อยไท่ไท่ผู้ฉลาดแสนซนก็ได้เข้าโรงเรียนระดับประถมซึ่งเป็นการเข้าเรียนทั้งที่อายุยังน้อยทำให้ครูในโรงเรียนได้ให้เขาทำแบบทดสอบมากมายเด็กชายก็ทำทุกวิชาได้เป็นอย่างดี ที่เป็นอย่างนี้ก็ต้องยกความดีความชอบให้กับจิวจิวผู้ที่คอยสอนสั่งเด็กน้อยในเรื่องต่าง ๆ ตามที่เจ้าตัวได้รู้มาจากซินซินในครั้งอดีตส่วนพี่เลี้ยงอีกสามนั้นก็ต่างสั่งสอนในเรื่องที่พวกเขาถนัดไม่ว่าจะเป็นเรื่องการต่อสู้ เรื่องการวางแผน การใช้มารยาต่าง ๆ ทำให้เด็กน้อยทั้งฉลาดและเจ้าเล่ห์เกินกว่าใครส่วนพ่อกับแม่ของเจ้าตัวนั้นตั้งแต่กลับมาจากไร่ชาพวกเขาก็ต่างยุ่งอยู่กับการทำงานแม้จะมีลุงและอาคอยช่วยก็ตาม“ไท่ไท่แม่กับพ่อจะยุ่งสักพักนะ เมื่อไหร่ที่กิจการของเราอยู่ตัว แม่จะอยู่กับลูกอย่างเต็มที่เลย” หญิงสาวกล่าวกับบุตรชายหลังมืออาหารเย็น“พ่อเองก็จะอยู่กับลูกเหมือนกัน” มู่หลงเฉินอุ้มบุตรชายยกขึ้นสูงทำให้เขาหัวเราะออกมาอย่างถูกใจไม่ว่าคนทั้งสองจะยุ่งและเหนื่อยขนาดไหนแต่สิ่งที่สองสามีภรรยาต่างทำไม่เคยขาดก็คือการเข้ามาหอมแก้มบุตรชายต
“ซินซินลูกเป็นอะไรครับ ทำไมร้องไห้ไม่หยุดเลย” มู่หลงเฉินพยายามกล่อมบุตรชายเท่าไหร่ เขาก็ไม่ยอมเงียบ ชายหนุ่มจึงได้ถามภรรยาสาวอย่างจนใจ“ส่งลูกมาให้ซินซินเถอะค่ะ แล้วพวกเราไปห้องคุณปู่กัน” ซินซินกล่าวออกมาอย่างยากลำบากเพราะรู้ว่าสามีรักผู้เป็นปู่มากขนาดไหน“หมายความว่า” มู่หลงเฉินกล่าวเพียงแค่นั้น หลังจากที่ชายหนุ่มส่งลูกให้ภรรยาแล้วเขาก็รีบวิ่งจากห้องนอนของตนไปหาผู้เป็นปู่ทันที“คุณปู่” มู่หลงเฉินตะโกนเรียกปู่ชราเสียงดัง แต่ไร้ซึ่งการตอบรับทำให้ชายหนุ่มรู้ทันทีว่าปู่ได้จากเขาไปแล้วจากไปตลอดกาลมู่หลงเฉินมีเพียงดวงตาที่แดงก่ำเพียงเท่านั้น แม้อยากจะหลั่งน้ำตามากทว่าเขาไม่อาจทำได้เนื่องจากผู้เป็นปู่ไม่ชอบให้ลูกผู้ชายร้องไห้ แม้จะทุกข์ใจมากขนาดไหนก็ตามจงห้ามหลั่งน้ำตาชายหนุ่มนึกย้อนไปถึงช่วงหัวค่ำ ปู่พูดกับเขาคล้ายเป็นการสั่งเสีย “แกโตแล้วมีครอบครัวที่ดีแล้วจงใช้ชีวิตให้ดี ตอนนี้ปู่ก็หมดห่วงแล้วจะได้ไปอย่างสบายใจหลังจากปู่ไม่อยู่ แกเข้าไปในห้องหนังสือของปู่นะ ปู่ได้เตรียมทุกอย่างไว้หมดแล้ว”ในตอนนั้นเขาพยายามจะแย้ง แต่ปู่ก็ยกมือห้าม เขาจึงได้แต
และหลังจากที่ครอบครัวของซินซินรู้ว่าบุตรหลานของตนตั้งครรภ์ พวกเขาต่างก็พากันทำอาหารบำรุงให้ซินซินกินทุกวัน จนทำให้หญิงสาวตื้นตันในความเอาใจใส่ของคนรอบตัวเป็นอย่างมากรวมถึงน้องชาย และพี่ชายก็ไม่ให้พี่สาวน้องสาวต้องทำงานหนักเหมือนเคยอีก ส่วนซานซานก็ได้ทำการยื่นเรื่องขอเรียนจบแล้ว จากนั้นเจ้าตัวก็กลับมาทำงานที่บ้านโดยที่ซินซินได้แนะนำให้เขาได้รู้จักกับลี่มี่ทางโทรศัพท์ จากนั้นคนทั้งคู่ก็มักจะติดต่อกันแทบจะตลอดเวลา“พี่ชาย พี่คิดยังไงกับพี่สาวลี่มี่อย่างนั้นเหรอ” ซินซินผู้กินผลไม้รสเปรี้ยวอยู่ถามไถ่พี่ชายผู้ยังโสดด้วยความอยากรู้หลังจากได้รู้มาว่าผู้เป็นพี่มักจะไปเจอกับลี่มี่มาแล้วหลายครั้งจากมู่มู่“เขาก็เป็นผู้หญิงเก่ง น่ารัก โก๊ะ ๆ ดูตลกดีคล้ายกระต่าย น้องถามทำไม” ซานซานละจากงานในมือมองหน้าผู้เป็นน้องอย่างสงสัย“พี่ไม่รู้สึกพิเศษอะไรอย่างอื่นบ้างเลยหรือคะ อย่างเช่นอยากเจอหน้าเขาบ่อย ๆ คิดถึงอะไรทำนองนี้” ซินซินถามไปก็ก้มหน้ากินผลไม้ของตนต่อไป“พี่ก็คุยกับเขาอยู่ทุกวันนะ คิดถึงอย่างนั้นหรือ” ชายหนุ่มผู้พี่นิ่งคิดก่อนที่เขาจะถามตนเองวนไปมาว่าคิดอย่างไ
เสียงพิธีกรบนเวทีได้ประกาศถึงเวลาส่งตัวบ่าวสาวเข้าห้องหอ ทำให้มู่หลงเฉินรีบอุ้มหญิงสาวข้างกายขึ้นในวงแขนแกร่งทันทีอย่างไม่รีรอ“พี่เฉิน!” ซินซินส่งเสียงเรียกชื่อชายหนุ่มอย่างตกใจการกระทำอันใจร้อนของชายหนุ่มได้ทำให้แขกในงานเลี้ยงต่างส่งเสียงโห่แซวเขาโดยเฉพาะอดีตลูกน้องเก่าของชายหนุ่มผู้ไม่เคยคิดว่าอดีตเจ้านายของตนจะเป็นคนใจร้อนภายในห้องหอของคู่บ่าวสาวซึ่งอยู่กันตามลำพังในตอนนี้ ซินซินได้แต่บีบมือเข้าหากันแน่นด้วยความตื่นเต้นหัวใจเต้นรัวเร็วแทบจะทะลุออกจากอกส่วนมู่หลงเฉินเขามองหญิงสาวที่นั่งก้มหน้าอยู่บนริมขอบเตียงนิ่งด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยนที่หายากของเจ้าตัว“ซินซินน้องจะไม่เงยหน้ามองพี่สักนิดเลยหรือครับ” เสียงทุ้มของบุรุษหนุ่มกล่าวขึ้นหลังจากที่เขานั่งลงข้างกายหญิงสาว“เอ่อ” ซินซินประหม่าเกินกว่าจะพูดออกมามู่หลงเฉินยกยิ้มด้วยความเอ็นดูภรรยาตัวน้อย ดังนั้นชายหนุ่มจึงได้ก้มหน้าอันหล่อเหลาของตนลงไปทางด้านหน้าของหญิงสาวทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนและกลิ่นกายของชายหนุ่มเข้ามาปะทะจมูกของซินซินจากนั้นชายหนุ่มจึงได้นำมือของตนจับปลายคางเล็กข
ภายในรถพยาบาลซึ่งได้เปิดประตูหลังเอาไว้ ซินซินตอนนี้ก็กำลังช่วยทำแผลให้กับคู่หมั้นหนุ่มอย่างตั้งใจ“พี่เฉินเจ็บมากไหมคะ” ซินซินถามเขาในระหว่างที่ตัดเสื้อของชายหนุ่มออกและเห็นแผลยาว ที่แม้ว่าเลือดจะหยุดแล้วแต่ปากแผลที่เปิดออกก็ยังคงให้ความน่ากลัวอยู่ดี“ไม่เจ็บครับ ยาที่น้องให้พี่กินได้ผลดีมาก” ชายหนุ่มตอบหญิงสาวที่มีน้ำตาคลอหน่วย“จะไม่เจ็บได้ยังไงกัน ตอนซินซินเห็นมีดของคนร้ายหันมาทางพี่น้องหัวใจแทบหยุดเต้น” ซินซินพูดไปมือก็ทำแผลไปอย่างระมัดระวัง“พี่ขอโทษที่ทำให้น้องเป็นกังวล ต่อไปนี้พี่จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกน้องวางใจได้” มู่หลงเฉินเอามือลูบศีรษะของหญิงสาวกล่าวปลอบโยนเสียงอ่อน“พี่ยังคิดว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้อีกหรือคะ” ซินซินสูดจมูกของตนกล่าวพร้อมส่งตาเขียวให้ชายหนุ่มด้านหน้า“ไม่มีแล้วครับ ต่อไปจะไม่มีแล้วพี่คะ..คิดว่า” “พี่เฉินเราแต่งงานกันเถอะค่ะ ซินซินไม่รอจนอายุยี่สิบแล้ว” ซินซินพูดโพล่งขึ้นมา โดยที่มู่หลงเฉินยังกล่าวไม่ทันจบว่าเขากำลังจะทำเรื่องลาออกชายหนุ่มนิ่งงันคล้ายถูกสาป เขาจ้องมองใบหน้าสวยหวานของหญิงคนรักนิ่ง
“เสี่ยวเฉินนายต้องใจเย็น ๆ นะเข้าใจไหมไม่อย่างนั้นแผนของเราพังแน่” ชุนเอามือตบบ่าพร้อมกล่าวกับว่าที่หลานเขยเสียงหนัก“ทราบ” ชายหนุ่มรับคำแม้ในใจจะรู้สึกไม่เป็นสุขก็ตาม“หัวหน้าเราจับหล่อนมาได้แล้ว นำไปหมู่บ้านเลยไหม” รองหัวหน้าของโจรชั่วพูดด้วยความดีใจที่มันสามารถจับตัวหญิงสาวผู้งดงามมาได้“พาไปเลย รีบหน่อยก็ดี หน้าตาหญิงผู้นี้ดูดีเสียด้วย อย่างนี้น่าจะขายได้ราคางามอยากจะเรียกค่าไถ่แต่ไม่มีข้อมูลช่างน่าเสียดาย” หัวหน้าของพวกมันกำลังจะเอามือหยาบลูบใบหน้าของซินซินแต่มันก็ได้ถูกขัดจังหวะโดยนกตัวหนึ่งที่ถ่ายมูลรดหัวของมันอย่างตั้งใจ“ไอ้นกบ้าที่ตั้งมากมาขี้ใส่หัว...” ถ้อยคำอันหยาบคายถูกพ่นออกจากปากของมันอย่างต่อเนื่อง ส่วนลูกน้องของมันก็รีบพาซินซินหนีห่างจากผู้เป็นหัวหน้าของตนด้วยกลัวว่าจะโดนลูกหลงจนพวกมันพาตัวซินซินมาถึงรถจากนั้นพวกมันก็นำตัวซินซินใส่เข้าไปภายในรถที่พวกมันหาซื้อมาได้อย่างผิดกฎหมายด้วยเงินจำนวนสูงและหญิงสาวที่พวกมันได้จับมา“เสี่ยวเฉินขับตามไปได้ ทิ้งระยะห่างไกล ๆ ด้วยล่ะ” ชุนกล่าวย้ำกับว่าที่หลานเขยชายหนุ่มพยักหน้ารับด







