Share

เงาปีศาจ

last update Tanggal publikasi: 2025-10-31 23:50:37

ทันทีที่เสียงบรรยายเรื่องราวเก่าแก่เงียบหายไป ความเงียบอันเยือกเย็นก็เข้าปกคลุมลานกว้างนั้นอีกครั้ง มีเพียงเสียงน้ำหยดติ๋งๆ จากแท่นหินโบราณที่ตั้งอยู่กลางสระน้ำสีดำสนิท และเสียงหายใจถี่กระชั้นของ มายู กับโอกิเท่านั้น

ลำแสงจากไฟฉายของโอกิส่องไปที่สระน้ำ เผยให้เห็นผิวน้ำที่กำลังก่อตัวเป็นคลื่นลูกใหญ่ เงาดำจำนวนนับไม่ถ้วนที่พุ่งออกมาจากผิวน้ำนั้นไม่ใช่เงาที่กระจัดกระจาย แต่เป็นรูปร่างของสิ่งมีชีวิตที่คล้ายหนามแหลม คล้ายควันดำที่ถูกอัดแน่นจนแข็งตัว พวกมันเคลื่อนไหวอย่างว่องไวและไร้ทิศทางราวกับฝูงแมลงที่ถูกรบกวน

แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือร่างเงายักษ์ที่ผุดขึ้นมาจากใจกลางสระน้ำ ร่างนั้นสูงใหญ่เกินกว่าต้นไม้ที่ปกคลุมป่า มันมีเขาที่บิดเกลียวและโค้งงอราวกับกิ่งก้านที่ตายแล้วของต้นไม้สีดำ มีดวงตาสีแดงฉานเปล่งประกายดุจถ่านไฟที่กำลังลุกโชนนับร้อยดวงบนใบหน้าอันบิดเบี้ยวคล้ายหัวกะโหลก มันคือ "เงาอสูรเฝ้าหีบ" (The Ward of the Shadow Chest)

“นั่นมัน… ไม่ใช่แค่เงาปีศาจแล้ว!” โอกิพูดเสียงพร่า มือที่กำมีดอาคมของเขาสั่นเล็กน้อย แต่สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่ศัตรูอย่างไม่ลดละ

มายูที่ยืนอยู่ข้างเขา ใบหน้าซีดเผือด แต่แววตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธอกระชับขวดวิญญาณในมือแน่น “มันคือ… ผู้เฝ้าหีบที่แท้จริง… พลังของมัน… มหาศาลเกินกว่าที่เราจะจินตนาการได้”

ขณะที่ทั้งคู่กำลังประเมินสถานการณ์ เงาอสูรเฝ้าหีบก็เงยหน้าขึ้นสู่ความมืดมิดเบื้องบน พร้อมกับส่งเสียงคำรามที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งป่า ราวกับเสียงของแผ่นดินไหว แรงสั่นสะเทือนนั้นทำให้ มายูและโอกิต้องยกมือขึ้นอุดหู และร่างเงาปีศาจตัวเล็กๆ ที่คล้ายหนามแหลมนับพันตัวก็พุ่งเข้าใส่พวกเขาเป็นระลอกแรก

“ถอยไปโอกิ!” มายูตะโกน

โอกิตอบสนองทันที เขาโยนไฟฉายลงพื้นเพื่อให้ลำแสงยังคงส่องสว่าง ก่อนจะยกมีดอาคมขึ้นป้องกันตัว เงาปีศาจตัวเล็กๆ เหล่านั้นพุ่งเข้าใส่เขาพร้อมกัน แต่โอกิก็ตอบโต้ด้วยความเร็ว เขาหมุนตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับตวัดมีดเป็นวงกว้าง มีดอาคมผ่าร่างเงาเหล่านั้นได้สำเร็จ ทำให้พวกมันสลายกลายเป็นควันดำจางๆ

“แกก็รู้ว่าต้องทำยังไง มายู! จัดการดวงวิญญาณพวกนี้ซะ!” โอกิตะโกน ขณะที่รับการโจมตีจากอีกระลอกหนึ่ง

มายูพยักหน้า เธอยกขวดวิญญาณขึ้น พร้อมกับร่ายคาถาบทเดิมอย่างรวดเร็ว แม้จะยังรู้สึกอ่อนเพลีย แต่เธอก็ต้องทำหน้าที่ของเธอให้สมบูรณ์ แสงสีดำอมม่วงจากเงาปีศาจที่สลายตัวเริ่มถูกดูดเข้าไปในขวดทีละดวงๆ แต่จำนวนของพวกมันนั้นมากมายเกินไป

“มันเยอะเกินไปโอกิ! ฉันเก็บไม่ทัน!” มายูร้อง

ทันใดนั้น เงาอสูรเฝ้าหีบก็ยกแขนขนาดมหึมาขึ้น พลังงานสีดำอมม่วงรวมตัวกันที่ปลายนิ้ว ก่อนจะพุ่งเข้าใส่โอกิราวกับสายฟ้าสีดำ โอกิไม่สามารถหลบพ้นได้ทัน ร่างของเขาถูกกระแทกเข้ากับโคนต้นไม้อย่างรุนแรงอีกครั้ง เลือดสดๆ ไหลซึมออกจากศีรษะ

“อั่ก!” โอกิไอออกมาอย่างแรง มีดอาคมหลุดจากมือเขาและไปตกอยู่ข้างแท่นหินกลางสระ

“โอกิ!” มายูตะโกนอย่างตื่นตระหนก เธอวิ่งไปหาโอกิทันที แต่เงาปีศาจตัวเล็กๆ ก็เข้าขวางทางเธอไว้

“อย่าเข้ามา!” เสียงคำรามของเงาอสูรดังก้อง “พลังของเจ้าน่าสนใจ… แต่ผู้ชายคนนี้… สร้างความรำคาญ!”

“แกต้องการอะไรจากพวกเรากันแน่!” มายูตะโกนใส่เงาอสูร ขณะที่เธอพยายามใช้ขวดวิญญาณป้องกันตัวเองจากการโจมตีของเงาปีศาจตัวเล็กๆ แต่พวกมันก็ไม่ได้มีวิญญาณที่กักเก็บได้ง่ายๆ เหมือนตัวก่อนหน้า

“สิ่งที่ข้าต้องการคือ… พลังที่สามารถปลดปล่อยข้าได้อย่างสมบูรณ์!” เงาอสูรตอบ เสียงของมันเต็มไปด้วยความกระหายอำนาจ “พลังที่ซ่อนอยู่ในตัวพวกเจ้า… คือกุญแจสำคัญ!”

โอกิพยายามยันตัวลุกขึ้น เขารู้สึกมึนงงไปหมด แต่เขาก็รู้ว่าเขาต้องทำอะไรสักอย่าง เขาพยายามคลานไปหามีดอาคมที่อยู่กลางสระน้ำ

“มายู… อย่าสนใจมัน… รีบไปที่หีบ…!” โอกิพูดอย่างยากลำบาก “หีบนั่น… อาจจะเป็นวิธีเดียวที่จะหยุดมันได้!”

คำพูดของโอกิทำให้มายูชะงัก เธอเข้าใจทันที นี่อาจเป็นความหวังสุดท้ายของพวกเขา หากหีบนี้คือต้นตอของเงาดำทั้งหมด การจัดการกับหีบอาจเป็นวิธีเดียวที่จะยุติเรื่องทั้งหมดนี้ได้

“โอกิ… นายแน่ใจนะ?” มายูถามอย่างกังวล

“ฉันจะถ่วงเวลาให้เอง! ไปซะ!” โอกิตะโกน เขาลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก แล้วใช้พลังเฮือกสุดท้ายพุ่งไปที่กลุ่มเงาปีศาจตัวเล็กๆ ที่อยู่รอบๆ มีดอาคมของเขา

ขณะที่โอกิกำลังต่อสู้กับกลุ่มเงาปีศาจตัวเล็กๆ อย่างดุเดือดเพื่อเบิกทางให้ มายู ร่างกายของเขาก็ถูกเงาปีศาจพุ่งชนและสร้างบาดแผลหลายแห่ง แต่เขาก็ยังคงยืนหยัดและพุ่งเข้าไปกลางวงเงาปีศาจอย่างไม่ลดละ

“ฉันจะไป!” มายูตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เธอหยิบไฟฉายที่โอกิทำหล่นขึ้นมาถือ ก่อนจะเริ่มวิ่งไปที่ขอบสระน้ำสีดำสนิท

“หยุดเดี๋ยวนี้! เจ้าเด็กโง่!” เงาอสูรเฝ้าหีบคำรามอย่างเกรี้ยวกราด มันยกเท้าขนาดมหึมาขึ้นและกระทืบลงบนพื้นดินอย่างแรง การกระทืบครั้งนั้นส่งคลื่นพลังงานสีดำพุ่งเข้าใส่มายู

มายูหลบคลื่นพลังงานนั้นอย่างฉิวเฉียด แต่เธอก็ล้มลงที่ขอบสระ มือของเธอยังคงกำขวดวิญญาณและไฟฉายเอาไว้แน่น

“ไม่ทันแล้ว มายู! พลังของหีบกำลังตื่นขึ้น!” เสียงของเงาอสูรดังก้องในหัวของมายู

ขณะที่มายูกำลังลุกขึ้น เธอก็สังเกตเห็นว่าน้ำในสระสีดำเริ่มเรืองแสงสีม่วงหม่นอย่างรุนแรง และหีบไม้ที่อยู่กลางแท่นหินก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงเช่นกัน

“มันกำลังจะปลดปล่อยพลังทั้งหมด!” มายูคิดในใจ เธอต้องรีบไปที่หีบให้ได้

“โอกิ! ฉันไปแล้วนะ!” มายูตะโกนบอกโอกิ

“ไปเลยมายู! ฉันจะรออยู่ตรงนี้!” โอกิที่ต่อสู้อยู่ตอบกลับมาด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

มายูมองไปที่สระน้ำสีดำสนิท เธอรู้ว่าเธอต้องทำอะไร เธอกระโดดลงไปในสระน้ำสีดำนั้นทันที น้ำในสระนั้นเย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็ง และความมืดมิดก็กลืนกินเธอไปทันที

ขณะที่มายูดำดิ่งลงไปในน้ำ ไฟฉายในมือของเธอก็ดับลงทันที ความมืดมิดเข้าครอบงำเธอ มายูรู้สึกเหมือนกำลังจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของมหาสมุทรที่ไม่มีที่สิ้นสุด เธอพยายามว่ายน้ำไปข้างหน้าอย่างสุดกำลัง แต่ความมืดมิดนั้นกลับหนาแน่นราวกับกำแพง

“ฉันต้องไป… ฉันต้องไปให้ถึงหีบ!” มายูคิดในใจ เธอพยายามรวบรวมสติ และใช้สัญชาตญาณในการว่ายน้ำ

ทันใดนั้น มายูก็รู้สึกถึงแรงดึงดูดที่มองไม่เห็น มันดึงเธอไปทางแท่นหินโบราณที่อยู่กลางสระน้ำ เธอรู้ว่าเธอมาถูกทางแล้ว มายูพยายามว่ายน้ำตามแรงดึงดูดนั้นอย่างสุดกำลัง และในที่สุด เธอก็มาถึงแท่นหินโบราณนั้น

มายูปีนขึ้นไปบนแท่นหินอย่างทุลักทุเล เธอหายใจหอบถี่ด้วยความเหนื่อยล้า และเมื่อเธอมองไปยังหีบไม้โบราณที่อยู่ตรงหน้า เธอต้องตกตะลึง

หีบไม้ไม่ได้เป็นเพียงหีบธรรมดา มันมีลวดลายสลักเป็นรูปดวงตาสีแดงฉานนับพันดวงที่กำลังกระพริบ และมีห่วงโซ่สีดำสนิทพันรอบหีบเอาไว้หลายชั้น แต่ห่วงโซ่เหล่านั้นกำลังปริแตกออกทีละเส้นๆ

“ไม่นะ! มันกำลังจะเปิด!” มายูอุทาน เธอยกขวดวิญญาณในมือขึ้นมาดู มันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับว่าวิญญาณเงาปีศาจที่ถูกกักเก็บไว้กำลังพยายามดิ้นรนออกมา

มายูรู้ว่าเธอไม่มีเวลาแล้ว เธอต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อหยุดยั้งหีบนี้ ก่อนที่พลังทั้งหมดจะถูกปลดปล่อยออกมา เธอพยายามหาจุดอ่อนของหีบ แต่ก็ไม่พบสิ่งใดที่สามารถทำลายหีบได้

“โอกิ! ฉันไม่รู้จะทำยังไงดี!” มายูตะโกนเสียงดัง แต่เสียงของเธอถูกกลืนหายไปในความมืดมิดและเสียงคำรามของเงาอสูรที่ต่อสู้อยู่กับโอกิ

ทันใดนั้น มายูก็รู้สึกถึงพลังงานมหาศาลที่พุ่งออกมาจากหีบ มันไม่ใช่พลังงานที่มุ่งร้าย แต่มันเป็นพลังงานที่บริสุทธิ์และทรงพลัง มันสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งร่างของเธอ และในเสี้ยววินาทีนั้น มายูก็รู้ว่าเธอต้องทำอะไร

เธอรู้ว่าพลังงานบริสุทธิ์ของเธอคือสิ่งที่เงาปีศาจต้องการ และมันก็เป็นสิ่งที่สามารถหยุดยั้งหีบได้เช่นกัน

มายูสูดหายใจเข้าลึกๆ เธอยกมือขึ้นเหนือหีบไม้โบราณ ก่อนจะเริ่มร่ายคาถาที่เธอไม่เคยร่ายมาก่อน มันไม่ใช่คาถาในการกักเก็บวิญญาณ แต่เป็นคาถาในการผสานพลังงาน

“โอ้ พลังแห่งป่า… จงฟังคำวิงวอน… จงผสานพลังบริสุทธิ์… กับอำนาจแห่งความมืดมิด… จงผนึกหีบอาคมนี้… ไว้ชั่วนิรันดร์!”

ขณะที่มายูร่ายคาถา พลังงานบริสุทธิ์จากร่างของเธอก็พุ่งเข้าสู่หีบไม้โบราณทันที แสงสีขาวสว่างจ้าปะทะกับลำแสงสีดำอมม่วงที่พวยพุ่งออกมาจากหีบ เกิดเป็นประกายแสงที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งป่า

ด้านนอกสระน้ำ โอกิที่กำลังต่อสู้อยู่กับเงาปีศาจตัวเล็กๆ ต้องชะงัก เขามองไปที่ลำแสงสีขาวสว่างจ้าที่พุ่งออกมาจากสระน้ำด้วยความตกตะลึง

“มายู!” โอกิร้อง เขาพยายามจะวิ่งไปหามายู แต่เงาปีศาจตัวเล็กๆ ก็เข้าขวางทางเขาไว้

“แกไม่รอดหรอก!” โอกิคำราม เขาใช้มีดอาคมฟันเข้าใส่เงาปีศาจเหล่านั้นอย่างบ้าคลั่ง แต่จำนวนของพวกมันนั้นมากมายเกินไป

ขณะที่มายูกำลังผสานพลังงานของเธอกับหีบไม้โบราณ เธอก็รู้สึกเหมือนร่างกายกำลังถูกดูดพลังงานออกไปทีละน้อยๆ ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วทั้งร่าง แต่เธอก็ยังคงร่ายคาถาต่อไปอย่างไม่ลดละ

“ฉันต้องทำได้… ฉันต้องทำได้!” มายูคิดในใจ

ในที่สุด คาถาของมายูก็สำเร็จ แสงสีขาวสว่างจ้าและลำแสงสีดำอมม่วงผสานกันจนกลายเป็นลำแสงสีทองอ่อนๆ ก่อนจะพุ่งเข้าสู่หีบไม้โบราณอย่างรวดเร็ว ห่วงโซ่สีดำที่ปริแตกก็เริ่มประสานกันอีกครั้ง และหีบไม้ก็กลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง

มายูทรุดตัวลงบนแท่นหินด้วยความเหนื่อยล้า เธอหายใจหอบถี่ แต่ก็ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ

“ฉันทำได้แล้ว…” มายูพึมพำ

ด้านนอกสระน้ำ เงาอสูรเฝ้าหีบที่กำลังจะเข้ามาโจมตีโอกิก็ชะงัก ร่างของมันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ดวงตาสีแดงฉานนับร้อยดวงของมันจ้องมองมาที่มายูด้วยความตกตะลึง

“ไม่นะ! เป็นไปไม่ได้!” เงาอสูรคำรามอย่างเกรี้ยวกราด “เจ้าเด็กโง่! เจ้าทำลายแผนของข้า!”

เงาอสูรพุ่งตัวเข้าใส่มายูอย่างรวดเร็ว โอกิที่เห็นเหตุการณ์นั้นก็พุ่งตัวเข้าไปขวางทันที

“ไม่ยอมให้แกทำร้ายมายูหรอก!” โอกิคำราม เขายกมีดอาคมขึ้นฟันเข้าใส่ร่างเงาอสูรอย่างสุดกำลัง

มีดอาคมไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับเงาอสูรได้เลย แต่การกระทำของโอกิก็ทำให้เงาอสูรชะงักไปครู่หนึ่ง

“แก… แกมันน่ารำคาญจริงๆ!” เงาอสูรพูดเสียงเยือกเย็น ก่อนจะใช้แขนขนาดมหึมาตบเข้าใส่โอกิอย่างรุนแรง

โอกิถูกกระแทกเข้ากับต้นไม้ข้างหลังอีกครั้ง ร่างของเขากระเด็นไปไกลจนหมดสติ มายูที่เห็นเหตุการณ์นั้นก็ร้องไห้ออกมาด้วยความตกใจ

“โอกิ!”

มายูพยายามจะลุกขึ้นไปหาโอกิ แต่เงาอสูรก็ก้าวเข้ามาประชิดเธออย่างรวดเร็ว

“ตอนนี้… ถึงตาของเจ้าแล้ว!” เงาอสูรพูดเสียงเย็นเยียบ ก่อนจะยกมือขึ้นเหนือศีรษะของมายู

มายูหลับตาลงอย่างยอมจำนน เธอรู้ว่าเธอไม่มีทางสู้กับมันได้เลย แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น เธอก็รู้สึกถึงพลังงานบริสุทธิ์ที่กลับเข้ามาในร่างของเธออีกครั้ง

“ฉัน… ฉันไม่ยอมแพ้หรอก!” มายูลืมตาขึ้น ดวงตาของเธอฉายแววความมุ่งมั่นอีกครั้ง

มายูรวบรวมพลังทั้งหมดที่มี ก่อนจะใช้ขวดวิญญาณในมือฟาดเข้าที่ศีรษะของเงาอสูรอย่างแรง

“แกไม่รอดหรอก!” มายูตะโกน

เงาอสูรคำรามด้วยความเจ็บปวด ร่างของมันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ก่อนจะสลายกลายเป็นควันดำจางๆ ไปในที่สุด

มายูทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความเหนื่อยล้า เธอหายใจหอบถี่ ก่อนจะคลานไปหาโอกิที่หมดสติอยู่

“โอกิ… นายไม่เป็นอะไรนะ…” มายูพูดเสียงสั่น เธอโอบกอดโอกิไว้แน่น

ขณะที่มายูกำลังกอดโอกิอยู่นั้น เธอก็รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนจากพื้นดินอีกครั้ง มายูเงยหน้าขึ้นมอง และก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นว่าหีบไม้โบราณที่เธอเพิ่งผนึกไปนั้นกลับสั่นสะเทือนอีกครั้ง และมีรอยร้าวปรากฏขึ้นบนหีบ!

“ไม่นะ! ทำไมถึงเป็นแบบนี้!” มายูอุทาน

มายูรู้ว่าเธอไม่มีทางเลือกแล้ว เธอต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อหยุดยั้งหีบนี้ ก่อนที่พลังทั้งหมดจะถูกปลดปล่อยออกมาอีกครั้ง

มายูตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เธอรวบรวมพลังทั้งหมดที่มี ก่อนจะใช้พลังบริสุทธิ์ของเธอผสานกับหีบไม้โบราณอีกครั้ง

แสงสีขาวสว่างจ้าและลำแสงสีดำอมม่วงผสานกันจนกลายเป็นลำแสงสีทองอ่อนๆ อีกครั้ง มายูร่ายคาถาเดิมซ้ำอีกครั้ง แต่คราวนี้เธอร่ายคาถาด้วยพลังทั้งหมดที่มี

“โอ้ พลังแห่งป่า… จงฟังคำวิงวอน… จงผสานพลังบริสุทธิ์… กับอำนาจแห่งความมืดมิด… จงผนึกหีบอาคมนี้… ไว้ชั่วนิรันดร์!”

ในที่สุด คาถาของมายูก็สำเร็จ แสงสีทองอ่อนๆ พุ่งเข้าสู่หีบไม้โบราณอย่างรวดเร็ว รอยร้าวบนหีบก็ค่อยๆ หายไป และหีบไม้ก็กลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง มายูทรุดตัวลงบนแท่นหินด้วยความเหนื่อยล้า เธอหายใจหอบถี่ แต่ก็ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ

“ฉันทำได้แล้ว…” มายูพึมพำ

มายูหันไปมองโอกิที่หมดสติอยู่ เธอรู้ว่าพวกเขาปลอดภัยแล้ว มายูโอบกอดโอกิไว้แน่น ก่อนจะปล่อยให้ความเหนื่อยล้าเข้าครอบงำเธอไปในที่สุด

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • 5/B ป่าต้องสาป   ปรับ

    แสงแรกของอรุณรุ่งสาดส่องเข้ามาในศาลเจ้าโบราณที่ตั้งอยู่ท่ามกลางความเงียบสงบของป่า อิจิ และ ฮารุ ยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ใบหน้าของพวกเขามีร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการผจญภัยที่ยาวนาน แต่ดวงตาของทั้งคู่ยังคงฉายแววความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว หลังจากการเดินทางผ่าน เมืองแห่งความทรงจำ และการเผชิญหน้ากับ ‘ผู้พิทักษ์’ ที่ถูกควบคุมโดย ‘ผู้ตื่น’ พวกเขาได้รับรู้ถึงแผนการอันชั่วร้ายของ ‘ผู้ตื่น’ ที่ต้องการจะลบเลือนความทรงจำของมนุษย์เกี่ยวกับอดีตทั้งหมด เพื่อสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ที่มันคือผู้ปกครองสูงสุด “เราจะทำลาย ‘คำสาปแห่งการลืมเลือน’ ได้ยังไงอิจิ?” ฮารุถาม น้ำเสียงของเธอแผ่วเบา เธอวางผ้ายันต์แห่งความจริงลงบนฝ่ามือ มันเป็นเพียงแผ่นผ้าเก่าๆ ธรรมดาๆ ไม่มีแสงเรืองรองใดๆ เหลืออยู่แล้ว อิจิหยิบผ้ายันต์ขึ้นมาดูอย่างพินิจพิเคราะห์ “ไคบอกว่าพลังของเธอที่เชื่อมโยงกับจิตวิญญาณแห่งความทรงจำที่แท้จริงคือกุญแจ… และการทำลายคำสาปนี้จะต้องแลกด้วยพลังแห่งชีวิตของเธอทั้งหมด” “ฉันรู้… และฉันก็พร้อมที่จะเสียสละมัน” ฮารุกล่าว ดวงตาของเธอฉายแววแน่วแน่ “ฉันจะไม่ยอมให้ความจริงถูกบิดเบือนไ

  • 5/B ป่าต้องสาป   เจ็บปวด

    สายลมแห่งยามรุ่งอรุณพัดโชยมาปะทะร่าง อิจิ และ ฮารุ ที่ยืนอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆ แสงแรกของดวงอาทิตย์สาดส่องลงมายังทิวทัศน์เบื้องหน้า เผยให้เห็นยอดเขาไฟที่สูงเสียดฟ้า มันตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางผืนป่าดิบชื้นที่พวกเขาเพิ่งฝ่าฟันออกมา หมอกจางๆ ลอยปกคลุมรอบฐานของภูเขาไฟราวกับผ้าห่มสีขาว กลิ่นกำมะถันจางๆ ลอยมาตามลมเป็นสัญญาณเตือนถึงพลังงานที่ไม่สงบนิ่งที่อยู่ภายใน “นั่นแหละ… ยอดเขาไฟ” ฮารุพึมพำ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความกังวล “มันดูน่ากลัวกว่าที่คิดไว้เยอะเลยนะอิจิ” อิจิพยักหน้า สีหน้าของเขาเคร่งเครียด “ใช่… พลังงานมืดมิดที่แผ่ออกมาจากที่นั่นมันมหาศาลมาก ‘ผู้ตื่น’ กำลังจะถูกปลดปล่อยออกมาในไม่ช้า” ผ้ายันต์แห่งความจริงที่ผนึกอยู่ในฝ่ามือของฮารุเรืองแสงจางๆ เป็นการยืนยันถึงความรู้สึกของอิจิ พวกเขามีเวลาเพียงสองราตรีเท่านั้นก่อนที่ ดวงจันทร์สีเลือด จะปรากฏขึ้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พันธนาการของ ‘ผู้ตื่น’ จะอ่อนแอที่สุด “เราต้องไปถึงที่นั่นให้เร็วที่สุด” อิจิกล่าว “และเราต้องหารหัสลับแห่งบรรพกาลให้เจอด้วย” “รหัสลับนั่น… มันอยู่ที่ไหนกันนะ?” ฮารุถาม “จิตวิญญาณแห่งต้นไม้บอกแค่ว่ามันอยู่ในผืน

  • 5/B ป่าต้องสาป   พลังถูกใช้

    คืนเดือนมืดปกคลุมผืนป่าดิบชื้นทางตอนเหนือของสยามประเทศ แสงจันทร์แทบไม่สามารถส่องผ่านม่านไม้หนาทึบลงมาได้ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงม และเสียงลมกระโชกแรงที่พัดกิ่งไม้ใบหญ้าให้เสียดสีกันเป็นระยะ ราวกับเสียงกระซิบกระซาบจากวิญญาณแห่งป่า อิจิและฮารุยังคงก้าวเดินอย่างเชื่องช้า ร่างกายของอิจิอ่อนล้าจากบาดแผลที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างเต็มที่ ส่วนฮารุก็ดูซีดเซียวจากการใช้พลังแห่งชีวิตครั้งล่าสุด แต่ดวงตาของทั้งคู่ยังคงฉายแววความมุ่งมั่นที่จะค้นหาผ้ายันต์ผืนสุดท้ายที่ปรากฏในนิมิตของฮารุ “อากาศที่นี่มันแปลกๆ นะอิจิ” ฮารุพึมพำ น้ำเสียงของเธอแผ่วเบา “มันเย็นยะเยือกกว่าที่ควรจะเป็น… เหมือนมีบางอย่างกำลังจับจ้องเราอยู่” “ใช่… ฉันก็รู้สึกได้” อิจิตอบ เขากระชับดาบในมือแน่นขึ้น “พลังงานที่นี่ไม่ใช่พลังงานของปีศาจ แต่มันเป็นพลังที่เก่าแก่กว่านั้น… ลึกซึ้งกว่านั้น” ตามนิมิตของฮารุ ผ้ายันต์ผืนสุดท้ายถูกซ่อนอยู่ใต้ต้นไม้โบราณที่สูงเสียดฟ้าในป่าลึกแห่งนี้ ต้นไม้ที่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมไปทั่วบริเวณ และมีแสงสีม่วงเข้มเปล่งออกมาจากรากของมัน “เรามาถูกทางแล้วใช่ไหมอิจิ?” ฮารุถาม “ฉันหวังว่าอย่างนั้

  • 5/B ป่าต้องสาป   ทำยังไงต่อ

    ปดปีผ่านไปนับจากเหตุการณ์บน เกาะแห่งม่านหมอก โลกยังคงสงบสุขภายใต้การดูแลของ อิจิ และ ฮารุ พวกเขายังคงทำหน้าที่ผู้พิทักษ์แห่งสมดุลอย่างเงียบๆ ฮารุในวัย 26 ปี กลายเป็นที่ปรึกษาด้านการพัฒนาชุมชนให้กับเมืองหลวง เธอใช้ความเข้าใจในธรรมชาติของผู้คนและความผูกพันกับผืนดินในการช่วยฟื้นฟูหมู่บ้านและส่งเสริมการศึกษา อิจิในวัย 30 ปี ยังคงเป็นองครักษ์เงาที่แข็งแกร่งและรอบคอบ แต่บทบาทของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากผู้ปกป้องส่วนตัวของฮารุ เขากลายเป็นผู้ดูแลความมั่นคงของเมือง คอยสืบสวนเหตุการณ์แปลกประหลาดที่อาจคุกคามความสงบสุขของประชาชน ผ้ายันต์แห่งความจริงที่เคยเป็นกุญแจสำคัญในการผจญภัยครั้งก่อนๆ บัดนี้ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในหอคอยแห่งปัญญาของเมืองหลวง เป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้และความจริงที่ไม่มีวันถูกลืม แม้โลกจะสงบสุข แต่ภายในใจของอิจิกลับมีความรู้สึกบางอย่างค้างคามาตลอด เขาไม่เคยลืมคำพูดของ ‘ผู้ตื่น’ ที่ว่า “ข้าจะกลับมา!” และความรู้สึกของเขาบอกว่าความสงบสุขนี้อาจเป็นเพียงม่านบังตา “อิจิ นายยังคงกังวลเรื่องนั้นอยู่หรือเปล่า?” ฮารุถามในขณะที่พวกเขากำลังเดินเล่นในสวนของวังหลวง แสงจันทร์สาดส่องลงมาต้

  • 5/B ป่าต้องสาป   กระซิบ

    หลังจากทำข้อตกลงกับหัวหน้าเผ่าสึนะ ไคลด์ ไดชิ และดาอิ ก็เริ่มต้นภารกิจที่อันตรายที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยเผชิญมา การเดินทางสู่ แหล่งพลังอาคมแห่งเงาที่แท้จริง ซึ่งซ่อนอยู่ลึกใต้เกาะแสงอรุณ มีเพียงไคลด์เท่านั้นที่รู้ทางเข้า ซึ่งต้องเดินทางผ่านทางน้ำใต้ดินที่ซับซ้อน "พวกเราทุกคนต้องรู้ว่าความมืดมิดที่พวกเจ้าเคยทำลายไปนั้น...เป็นแค่ เปลือกนอก ของพลังงานทั้งหมด" ไคลด์กล่าวขณะนำทางพวกเขาไปยังปากถ้ำที่ถูกซ่อนไว้ใต้รากต้นไม้ใหญ่ริมทะเลสาบ "พลังเงาที่แท้จริงไม่ได้มีไว้เพื่อทำลายล้าง แต่มีไว้เพื่อ รักษาสมดุลของผืนดิน เมื่อหลายศตวรรษก่อน ผู้พิทักษ์รุ่นก่อนได้ผนึกมันไว้ไม่ให้ถูกผู้ใดครอบครอง" ปากทางสู่ความมืด ปากถ้ำนั้นแคบและมืดมิด มีเพียงแสงจากตะเกียงอาคมที่ดาอิสร้างขึ้นเท่านั้นที่ช่วยให้พวกเขามองเห็นได้ ไคลด์ลงไปในน้ำก่อน ตามมาด้วยไดชิและดาอิ พวกเขาต้องว่ายน้ำตามกระแสน้ำใต้ดินที่เย็นเฉียบและมืดสนิทไปนานหลายนาที เมื่อกระแสน้ำสงบลง พวกเขาก็พบว่าตัวเองอยู่ใน อุโมงค์หินขนาดใหญ่ ที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำค้างและเสียงสะท้อนที่น่าขนลุก พื้นผิวของผนังถ้ำเต็มไปด้วย คริสตัลเงาสีดำ ที่ส่องแสงสลัว ๆ บ่งบอกถ

  • 5/B ป่าต้องสาป   แก้สถานการณ์

    สองปีผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับความฝัน อิจิ และ ฮารุ กลับมาใช้ชีวิตที่เงียบสงบในเมืองหลวงของสยามประเทศ เมืองที่เคยถูกม่านหมอกแห่งการลืมเลือนปกคลุม บัดนี้กลับมาคึกคักและสดใสกว่าเดิม ผู้คนใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและจดจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน แม้บาดแผลจากอดีตจะยังคงอยู่ แต่พวกเขาก็เรียนรู้ที่จะอยู่กับมันและสร้างอนาคตที่ดีกว่า ฮารุในวัย 18 ปี เติบโตเป็นหญิงสาวที่งดงามและเปี่ยมด้วยจิตใจที่เมตตา เธอทุ่มเทเวลาให้กับการสอนหนังสือเด็กๆ ในหมู่บ้านที่เคยถูกทำลาย และช่วยเหลือผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา แม้พลังแห่งชีวิตจะหายไปจนหมดสิ้น แต่จิตวิญญาณอันบริสุทธิ์และเข้มแข็งของเธอกลับเปล่งประกายยิ่งกว่าเดิม อิจิยังคงเป็นองครักษ์เงาของเธอ คอยปกป้องเธอจากห่างๆ และเฝ้ามองการเติบโตของเธอด้วยความภาคภูมิใจ เขารู้สึกถึงความสงบสุขที่แท้จริงที่เขาไม่เคยสัมผัสได้มาก่อน “อาจารย์ฮารุ! วันนี้จะเล่านิทานเรื่องอะไรให้ฟังคะ?!” เสียงใสๆ ของเด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งดังขึ้น เด็กๆ หลายคนมารวมตัวกันรอบๆ ฮารุ ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความคาดหวัง ฮารุยิ้มอ่อนโยน “วันนี้อาจารย์จะเล่าเรื่องของ ผ

  • 5/B ป่าต้องสาป   ก้าวต่อไป

    ท้องฟ้ายามค่ำคืนเหนือยอดเขาไฟอัคคีแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานยาม ดวงจันทร์สีเลือด โคจรขึ้นมาเต็มดวง แสงสีโลหิตอาบไล้ทิวทัศน์รอบข้างให้ดูน่าขนลุกยิ่งกว่าเดิม เสียงคำรามกึกก้องจากปากปล่องภูเขาไฟดังกึกก้องไม่หยุดหย่อน ราวกับเสียงหายใจอันหนักหน่วงของอสูรร้ายที่กำลังจะตื่นจากการหลับใหลที่ยาวนานนับพันปี กลิ่น

  • 5/B ป่าต้องสาป   สายลม

    สายลมแห่งยามรุ่งอรุณพัดโชยมาปะทะร่าง อิจิ และ ฮารุ ที่ยืนอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆ แสงแรกของดวงอาทิตย์สาดส่องลงมายังทิวทัศน์เบื้องหน้า เผยให้เห็นยอดเขาไฟที่สูงเสียดฟ้า มันตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางผืนป่าดิบชื้นที่พวกเขาเพิ่งฝ่าฟันออกมา หมอกจางๆ ลอยปกคลุมรอบฐานของภูเขาไฟราวกับผ้าห่มสีขาว กลิ่นกำมะถันจางๆ ลอ

  • 5/B ป่าต้องสาป   บาดเจ็บ

    คืนเดือนมืดปกคลุมผืนป่าดิบชื้นทางตอนเหนือของสยามประเทศ แสงจันทร์แทบไม่สามารถส่องผ่านม่านไม้หนาทึบลงมาได้ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงม และเสียงลมกระโชกแรงที่พัดกิ่งไม้ใบหญ้าให้เสียดสีกันเป็นระยะ ราวกับเสียงกระซิบกระซาบจากวิญญาณแห่งป่า อิจิและฮารุยังคงก้าวเดินอย่างเชื่องช้า ร่างกายของอิจิอ่อนล้าจ

  • 5/B ป่าต้องสาป   เดือนมืด

    คืนเดือนมืดปกคลุมผืนป่าดิบชื้นทางตอนเหนือของสยามประเทศ แสงจันทร์แทบไม่สามารถส่องผ่านม่านไม้หนาทึบลงมาได้ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงม และเสียงลมกระโชกแรงที่พัดกิ่งไม้ใบหญ้าให้เสียดสีกันเป็นระยะ ราวกับเสียงกระซิบกระซาบจากวิญญาณแห่งป่า อิจิและฮารุยังคงก้าวเดินอย่างเชื่องช้า ร่างกายของอิจิอ่อนล้าจ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status