Beranda / แฟนตาซี / 5/B ป่าต้องสาป / ผ้ายันต์ผืนแรก

Share

ผ้ายันต์ผืนแรก

last update Tanggal publikasi: 2025-10-31 23:55:24

มายูกับโอกิทรุดตัวลงกับพื้นหินข้างๆ ประตูมิติสีขาวสว่างจ้าที่เพิ่งปรากฏขึ้นจากการสลายตัวของเงาอสูรผู้เฝ้าทาง ลำแสงอ่อนโยนของมันสาดส่องไปบนใบหน้าของทั้งคู่ เป็นแสงแห่งความหวังเพียงหนึ่งเดียวในความมืดมิดของป่าต้องสาป

ความเหนื่อยล้าเข้าจู่โจมพวกเขาอย่างรุนแรงยิ่งกว่าการถูกโจมตีทางกายภาพ มายูหอบหายใจอย่างหนัก เธอใช้พลังฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาโอกิในระหว่างการต่อสู้ ทำให้ตอนนี้ร่างกายของเธอแทบจะหมดสิ้นพลังงาน

“เรา… เราชนะแล้วโอกิ” มายูพูดเสียงแผ่ว แต่ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความโล่งใจ

โอกิพยักหน้าอย่างช้าๆ เขาลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล มือที่กำมีดอาคมของเขาสั่นเล็กน้อย เขาหันไปมองประตูมิติที่เรืองแสงอยู่ตรงหน้า

“เราทำได้มายู… แต่ดูเหมือนว่าหนทางกลับบ้านจะไม่ง่ายอย่างที่คิด” โอกิพูด เขาเลื่อนมือไปสัมผัสที่ซากของเงาอสูรผู้เฝ้าทางที่สลายไป มันทิ้งไว้เพียงกองหินสีดำที่ถูกฉาบด้วยควันสีม่วงจางๆ

“หมายความว่าไงโอกิ?” มายูถามอย่างกังวล

โอกิใช้มีดอาคมเขี่ยซากหินนั้น ก่อนจะพบกับสิ่งของที่ซ่อนอยู่ใต้ซาก: มันคือแผ่นหินขนาดเท่าฝ่ามือ มีสัญลักษณ์โบราณสลักอยู่ และมีพลังงานมืดมิดบางอย่างแผ่ออกมา

“ฉันคิดว่านี่คือสิ่งที่มันเฝ้าอยู่” โอกิพูดพลางหยิบแผ่นหินนั้นขึ้นมา มายูใช้พลังฟื้นฟูของเธอส่องสว่างที่แผ่นหิน เผยให้เห็นสัญลักษณ์ที่สลักไว้ มันเป็นภาพของหีบไม้โบราณที่ตั้งอยู่บนแท่นหิน และมีวงกลม 5 วงล้อมรอบหีบนั้น

“มันคือแผนที่เหรอ?” มายูถาม

“ไม่แน่ใจ… แต่ฉันคิดว่ามันคือคำเตือน” โอกิพูด เขาพยายามอ่านสัญลักษณ์โบราณนั้นอย่างตั้งใจ “สัญลักษณ์พวกนี้… มันไม่ใช่แค่ภาพวาด แต่มันคือคำจารึกโบราณ…”

โอกิใช้เวลานับสิบนาทีในการพยายามแปลความหมายของสัญลักษณ์เหล่านั้นอย่างตั้งใจ มายูนั่งเฝ้าเขาอย่างเงียบๆ พยายามรวบรวมพลังฟื้นฟูของเธอเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่ไม่คาดฝัน

“เจอแล้วมายู… ฉันอ่านออกแล้ว” โอกิพูดด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด

มายูเงยหน้าขึ้นมองโอกิทันที “มันว่ายังไงบ้างโอกิ?”

โอกิกำแผ่นหินไว้แน่น ดวงตาของเขามองไปที่หีบไม้ที่พวกเขาเพิ่งผนึกไว้ตรงลานสระน้ำ “มันบอกว่า… ‘กุญแจทั้งห้าถูกซ่อนไว้ ภายใต้คำสาปของป่าต้องสาป หากผู้ใดพึงปรารถนาปลดผนึกหรือผนึกชั่วนิรันดร์ จักต้องรวบรวมผ้ายันต์ผนึกวิญญาณทั้งห้าผืน’”

มายูหน้าซีด “ผ้ายันต์ผนึกวิญญาณ? หมายความว่าเราต้องหาผ้ายันต์ทั้ง 5 ผืนก่อนที่เราจะกลับบ้านได้เหรอ?”

“ไม่เชิง” โอกิพูด เขามองไปที่ประตูมิติสีขาว “ประตูนี้เปิดแล้ว เรากลับบ้านได้ แต่… ถ้าเรากลับไปตอนนี้… การผนึกหีบที่เธอทำไว้มันจะไม่ยั่งยืนหรอก มายู”

“นายรู้ได้ยังไง?”

“คำจารึกบอกไว้… ‘พลังบริสุทธิ์จักเพียงชะลอการปลดปล่อย แต่พลังผนึกที่แท้จริงต้องมาจากกุญแจทั้งห้าเท่านั้น’” โอกิถอนหายใจอย่างหนัก “มายู… การผนึกครั้งที่สองของเธอเมื่อคืนนี้… มันแค่ซื้อเวลาให้เราเท่านั้น”

มายูเงียบไปครู่หนึ่ง เธอมองไปที่ขวดวิญญาณในมือ ขวดนั้นยังคงสั่นสะเทือนเบาๆ ตลอดเวลา

“แล้วเราจะทำยังไงดีโอกิ?” มายูถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสับสน “เราควรจะกลับบ้านไปขอความช่วยเหลือจากไอโกะ หรือจะตามหาผ้ายันต์ที่นี่?”

“ถ้าเรากลับไปตอนนี้… เราก็แค่หนีปัญหาไป” โอกิพูด “หีบนั่นจะเปิดออกในไม่ช้า และเงาดำจะแผ่กระจายไปทั่วโลกของเรา นั่นคือเหตุผลที่เรามาที่นี่แต่แรกไม่ใช่เหรอ? เพื่อหยุดมัน!”

“แต่เราแทบจะไม่รอดจากการต่อสู้ครั้งล่าสุดเลยนะโอกิ!” มายูพยายามใช้เหตุผล “เราบาดเจ็บทั้งคู่ เราแทบไม่เหลือพลังงานแล้วนะ”

“นั่นคือเหตุผลที่เราต้องฝึกฝนพลังฟื้นฟูของเธอให้เชี่ยวชาญกว่านี้ มายู” โอกิยืนกราน “และเราก็ต้องใช้ข้อมูลจากแผ่นหินนี้ให้เป็นประโยชน์”

โอกิชี้ไปที่สัญลักษณ์บนแผ่นหิน “คำจารึกนี้มีคำใบ้เกี่ยวกับที่ตั้งของผ้ายันต์ผืนแรก… มันบอกว่า: ‘ผืนแรกซ่อนอยู่ใต้สายตาของอสูรร้าย ผู้ที่หลับใหลอยู่ใต้รากไม้ที่ดำมืดที่สุด… และจะปรากฏขึ้นเมื่อยามแสงแห่งชีวิตส่องกระทบ’”

มายูคิดอย่างหนัก เธอรู้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของเธอไปตลอดกาล

“ใต้รากไม้ที่ดำมืดที่สุด… หมายถึงที่ที่เราเจอเงาปีศาจผู้พิทักษ์ต้นไม้สีดำนั่นเหรอ?” มายูถาม

“อาจจะใช่” โอกิพูด “แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ… ‘และจะปรากฏขึ้นเมื่อยามแสงแห่งชีวิตส่องกระทบ’”

“แสงแห่งชีวิต…” มายูพึมพำ “หมายถึงอะไรกัน? แสงอาทิตย์ไม่สามารถส่องเข้ามาในป่านี้ได้เลยนะ”

โอกิและมายูมองหน้ากัน ก่อนที่ความคิดหนึ่งจะผุดขึ้นมาในหัวของทั้งคู่พร้อมกัน

“พลังของเธอ!” โอกิพูดอย่างตื่นเต้น “แสงแห่งชีวิตก็คือพลังฟื้นฟูของเธอไง มายู!”

“ถ้าอย่างนั้น… เราต้องกลับไปที่ลานต้นไม้สีดำอีกครั้งเหรอ?” มายูถามด้วยความหวาดหวั่น

“เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้วมายู” โอกิพูด “เราต้องไปหาผ้ายันต์ผืนแรกก่อนที่เงาดำจะฟื้นตัวกลับมา”

การกลับไปสู่ลานต้นไม้สีดำและความซับซ้อนของสถานการณ์

หลังจากพักฟื้นร่างกายจนมั่นใจว่าพอจะต่อสู้ได้อีกครั้ง โดยการใช้คาถาฟื้นฟูของมายูอย่างต่อเนื่อง ทั้งคู่ก็ตัดสินใจที่จะกลับไปยังลานต้นไม้สีดำ พวกเขาต้องทิ้งประตูมิติสีขาวไว้เบื้องหลัง เลือกที่จะเผชิญหน้ากับความจริงแทนที่จะหนีไปสู่ความปลอดภัยชั่วคราว

การเดินทางกลับไปยังลานต้นไม้สีดำนั้นเต็มไปด้วยความตึงเครียด มายูห่อขวดวิญญาณไว้ในผ้าพันคอของโอกิ เพื่อลดแรงสั่นสะเทือนของวิญญาณที่ถูกกักเก็บไว้ ขณะที่โอกิเป็นผู้ถือไฟฉายและมีดอาคมนำทางไปในความมืดมิด

“มายู… เธอรู้สึกยังไงบ้าง?” โอกิถาม เมื่อสังเกตเห็นว่า มายูจับที่หน้าอกของเธอแน่น

“ฉันรู้สึกถึงหีบนั่นตลอดเวลาเลยโอกิ” มายูพูด “มันเหมือนมีคลื่นเสียงบางอย่างกำลังเรียกหาฉันอยู่ลึกๆ… แต่ตอนนี้มันมีพลังงานอีกอย่างแทรกเข้ามาด้วย”

“พลังงานอะไร?”

“พลังงานของผ้ายันต์ที่ถูกผนึก” มายูตอบ “มันเป็นพลังงานที่บริสุทธิ์กว่าพลังของฉันเสียอีก… ฉันสัมผัสได้ว่ามันถูกสร้างมาเพื่อควบคุมพลังงานมืดโดยเฉพาะ”

“ถ้าอย่างนั้นก็เป็นสัญญาณที่ดี” โอกิพูด “แสดงว่าเรามาถูกทางแล้วมายู”

เมื่อมาถึงลานต้นไม้สีดำ ทั้งคู่ก็ต้องเผชิญหน้ากับภาพที่ไม่น่าจดจำของรากไม้ที่ใหญ่โตและบิดเบี้ยว ต้นไม้สีดำยังคงตั้งตระหง่านอยู่กลางลาน แต่ตอนนี้มันดูเงียบสงบอย่างน่ากลัว

“เราต้องหาใต้รากไม้ที่ใหญ่ที่สุด” โอกิพูดพลางใช้ไฟฉายส่องไปที่รากไม้ขนาดยักษ์ของต้นไม้สีดำ

“แล้วเราจะทำยังไงให้มันปรากฏขึ้นมาล่ะโอกิ?” มายูถาม “รากไม้นั่นมันแข็งแกร่งมากเลยนะ”

“เราต้องใช้พลังของเธอมายู” โอกิพูด “ลองใช้พลังฟื้นฟูของเธอฉายเข้าไปที่รากไม้ดูสิ… ลองใช้มันเป็นแสงสว่างแห่งชีวิตอย่างที่คำจารึกบอก”

มายูพยักหน้า เธอรวบรวมสมาธิอย่างเต็มที่ ก่อนจะยกมือขึ้นเหนือรากไม้ที่ใหญ่ที่สุด เธอไม่ได้ร่ายคาถารักษา แต่ร่ายคาถาที่เปลี่ยนพลังงานฟื้นฟูให้เป็นลำแสงบริสุทธิ์

“โอ้ พลังแห่งปฐพี… จงสำแดงแสงแห่งชีวิต… ณ ที่ซ่อนเร้น… จงเปิดเผยผ้ายันต์ผนึกวิญญาณ!”

ทันใดนั้น ลำแสงสีเขียวทองอ่อนๆ ก็พุ่งออกมาจากมือของมายูและพุ่งเข้าสู่รากไม้ที่ใหญ่โต เมื่อแสงนั้นสัมผัสกับรากไม้ รากไม้สีดำก็เริ่มเรืองแสงสีม่วงหม่น ก่อนที่จะค่อยๆ ปริแตกออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นโพรงเล็กๆ ที่อยู่ด้านใน

“ดูนั่นโอกิ!” มายูร้องด้วยความตื่นเต้น

ในโพรงนั้น มีวัตถุบางอย่างเรืองแสงสีทองอ่อนๆ อยู่ มันคือผืนผ้าสีขาวที่เต็มไปด้วยอักขระโบราณสีทองที่เปล่งประกาย ผ้ายันต์ผืนแรกที่พวกเขาตามหา!

โอกิรีบเข้าไปในโพรงทันที เขาหยิบผ้ายันต์นั้นขึ้นมาอย่างระมัดระวัง เมื่อเขาแตะต้องมัน ผ้ายันต์ก็ส่องแสงสว่างจ้า ก่อนที่แสงนั้นจะพุ่งเข้าสู่ร่างกายของโอกิ

“อั่ก!” โอกิร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

“โอกิ! เกิดอะไรขึ้น!” มายูรีบวิ่งเข้าไปหาเขา

โอกิทรุดตัวลงกับพื้น ผ้ายันต์ยังคงอยู่ในมือของเขา แต่ตอนนี้มันหยุดเรืองแสงแล้ว โอกิหายใจหอบถี่ แต่ก็ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ

“ไม่ต้องกลัวมายู… ฉันไม่เป็นไร” โอกิพูด “มัน… มันแค่ถ่ายทอดพลังบางอย่างมาให้ฉัน”

“พลังอะไร?”

“พลังในการต้านทานเงาปีศาจ” โอกิอธิบาย “ฉันรู้สึกเหมือนมีเกราะป้องกันบางอย่างหุ้มอยู่รอบตัวฉัน… พลังของผ้ายันต์นี้… มันถูกผนึกไว้ในตัวฉันแล้ว”

มายูมองผ้ายันต์ในมือของโอกิอย่างสงสัย “ผ้ายันต์นี้… มันไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อผนึกหีบอย่างเดียว แต่มันถูกสร้างมาเพื่อเสริมพลังให้กับผู้ที่ครอบครองด้วยเหรอ?”

“อาจจะใช่” โอกิพูด “นี่เป็นเพียงผืนแรก… เราต้องหาอีกสี่ผืนมายู ถ้าเรามีผ้ายันต์ครบทั้งหมด เราก็จะมีพลังมากพอที่จะเผชิญหน้ากับอะไรก็ได้”

แต่ทันใดนั้น เสียงคำรามที่คุ้นเคยก็ดังก้องไปทั่วทั้งลาน ต้นไม้สีดำที่เคยเงียบสงบก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง และเงาปีศาจตัวเล็กๆ นับร้อยตัวก็เริ่มก่อตัวขึ้นจากผิวดินรอบๆ ต้นไม้

“แย่แล้ว! พวกมันกลับมาแล้ว!” โอกิพูดอย่างตื่นตระหนก “การใช้พลังของเธอทำให้พวกมันตื่นขึ้นมา!”

“เราต้องหนีโอกิ!” มายูตะโกน

“ไม่ทันแล้วมายู!” โอกิพูด เขายืนขึ้นอย่างมั่นคง โดยมีผ้ายันต์ผืนแรกอยู่ในมือ “เราต้องสู้! เราต้องใช้ผ้ายันต์ผืนนี้ในการต่อสู้ครั้งนี้!”

การต่อสู้เพื่อผ้ายันต์ผืนแรกและบทเรียนใหม่

เงาปีศาจตัวเล็กๆ นับร้อยตัวพุ่งเข้าใส่พวกเขาพร้อมกัน โอกิใช้มีดอาคมฟันเข้าใส่เงาปีศาจเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว มายูยืนอยู่ข้างหลังเขา คอยรักษาและเสริมพลังให้เขาอย่างต่อเนื่อง

“มายู! ใช้พลังของเธอโจมตีพวกมันด้วยสิ!” โอกิพูดขณะที่เขาฟันเงาปีศาจตัวหนึ่งจนสลายไป

“ฉันทำไม่ได้โอกิ! พลังของฉันมีไว้เพื่อรักษาเท่านั้น!” มายูพูด

“เธอต้องทำได้มายู! ลองใช้พลังของเธอพุ่งเข้าไปที่พวกมันดูสิ! ลองเปลี่ยนมันให้เป็นแสงสว่างแห่งการทำลายล้าง!” โอกิพูดอย่างเร่งรีบ

มายูรวบรวมสมาธิ เธอหลับตาลง ก่อนจะจินตนาการถึงพลังฟื้นฟูของเธอให้เปลี่ยนเป็นลำแสงที่รุนแรง เธอพุ่งมือไปข้างหน้า ก่อนจะปล่อยลำแสงสีเขียวทองอ่อนๆ พุ่งเข้าใส่กลุ่มเงาปีศาจ

“จงทำลาย!” มายูคำราม

ลำแสงนั้นพุ่งเข้าใส่กลุ่มเงาปีศาจอย่างรวดเร็ว และเงาปีศาจเหล่านั้นก็สลายไปในทันที!

“ได้ผล! มายู! เธอทำได้แล้ว!” โอกิพูดด้วยความตื่นเต้น

“ฉัน… ฉันทำได้แล้วจริงๆ ด้วย!” มายูพูดอย่างทึ่งในพลังใหม่ของตัวเอง

ตอนนี้ การต่อสู้ดำเนินไปอย่างสมดุล โอกิใช้มีดอาคมฟันเข้าใส่เงาปีศาจอย่างดุดัน มายูใช้พลังโจมตีของเธอสลายเงาปีศาจเหล่านั้นอย่างต่อเนื่อง พวกเขาต่อสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใคร จนกระทั่งเงาปีศาจตัวสุดท้ายก็สลายไปในที่สุด

มายูและโอกิทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความเหนื่อยล้าอีกครั้ง แต่ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะ

“เรา… เราชนะอีกแล้วโอกิ!” มายูพูด

“แน่นอนอยู่แล้วมายู” โอกิพูด “เรามีผ้ายันต์ผืนแรกอยู่ในมือแล้ว… และเธอเองก็ได้ค้นพบพลังที่แท้จริงของตัวเองแล้วด้วย”

มายูพยักหน้า เธอมองไปที่โอกิด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความรักและความผูกพันที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

“เราจะไปหาผ้ายันต์อีกสี่ผืนที่เหลือได้ที่ไหนโอกิ?” มายูถาม

โอกิยิ้มเล็กน้อย เขาลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง และหยิบแผ่นหินที่ถูกจารึกไว้ขึ้นมาอีกครั้ง

“คำใบ้ต่อไปอยู่ในนี้แหละมายู…” โอกิพูด “‘ผืนที่สองซ่อนอยู่ในหุบเขาแห่งความเงียบงัน ที่ซึ่งเสียงกระซิบของคนตายไม่เคยหยุดลง…’”

มายูกับโอกิมองหน้ากันด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความตื่นเต้น ความหวาดกลัว และความมุ่งมั่นที่จะทำภารกิจให้สำเร็จให้ได้

“เราจะไปที่นั่นกันเถอะโอกิ” มายูพูด “เราต้องหาผ้ายันต์ให้ครบทั้งห้าผืน ก่อนที่หีบจะเปิดออกอีกครั้ง!”

โอกิพยักหน้า เขายื่นมือไปหามายู ทั้งคู่จับมือกันแน่น ก่อนจะเดินก้าวเข้าไปในความมืดมิดของป่าต้องสาบอีกครั้ง เพื่อตามหาผ้ายันต์ผืนที่สอง...

เนื้อหาในตอนนี้มีความซับซ้อนตามที่ต้องการ โดยเน้นที่การค้นพบผ้ายันต์ผืนแรก และการพัฒนาพลังของมายูในการโจมตีพร้อมกับบทสนทนาที่แสดงถึงความผูกพันของทั้งคู่

คุณอยากให้การเดินทางไปยัง "หุบเขาแห่งความเงียบงัน"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • 5/B ป่าต้องสาป   ปรับ

    แสงแรกของอรุณรุ่งสาดส่องเข้ามาในศาลเจ้าโบราณที่ตั้งอยู่ท่ามกลางความเงียบสงบของป่า อิจิ และ ฮารุ ยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ใบหน้าของพวกเขามีร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการผจญภัยที่ยาวนาน แต่ดวงตาของทั้งคู่ยังคงฉายแววความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว หลังจากการเดินทางผ่าน เมืองแห่งความทรงจำ และการเผชิญหน้ากับ ‘ผู้พิทักษ์’ ที่ถูกควบคุมโดย ‘ผู้ตื่น’ พวกเขาได้รับรู้ถึงแผนการอันชั่วร้ายของ ‘ผู้ตื่น’ ที่ต้องการจะลบเลือนความทรงจำของมนุษย์เกี่ยวกับอดีตทั้งหมด เพื่อสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ที่มันคือผู้ปกครองสูงสุด “เราจะทำลาย ‘คำสาปแห่งการลืมเลือน’ ได้ยังไงอิจิ?” ฮารุถาม น้ำเสียงของเธอแผ่วเบา เธอวางผ้ายันต์แห่งความจริงลงบนฝ่ามือ มันเป็นเพียงแผ่นผ้าเก่าๆ ธรรมดาๆ ไม่มีแสงเรืองรองใดๆ เหลืออยู่แล้ว อิจิหยิบผ้ายันต์ขึ้นมาดูอย่างพินิจพิเคราะห์ “ไคบอกว่าพลังของเธอที่เชื่อมโยงกับจิตวิญญาณแห่งความทรงจำที่แท้จริงคือกุญแจ… และการทำลายคำสาปนี้จะต้องแลกด้วยพลังแห่งชีวิตของเธอทั้งหมด” “ฉันรู้… และฉันก็พร้อมที่จะเสียสละมัน” ฮารุกล่าว ดวงตาของเธอฉายแววแน่วแน่ “ฉันจะไม่ยอมให้ความจริงถูกบิดเบือนไ

  • 5/B ป่าต้องสาป   เจ็บปวด

    สายลมแห่งยามรุ่งอรุณพัดโชยมาปะทะร่าง อิจิ และ ฮารุ ที่ยืนอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆ แสงแรกของดวงอาทิตย์สาดส่องลงมายังทิวทัศน์เบื้องหน้า เผยให้เห็นยอดเขาไฟที่สูงเสียดฟ้า มันตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางผืนป่าดิบชื้นที่พวกเขาเพิ่งฝ่าฟันออกมา หมอกจางๆ ลอยปกคลุมรอบฐานของภูเขาไฟราวกับผ้าห่มสีขาว กลิ่นกำมะถันจางๆ ลอยมาตามลมเป็นสัญญาณเตือนถึงพลังงานที่ไม่สงบนิ่งที่อยู่ภายใน “นั่นแหละ… ยอดเขาไฟ” ฮารุพึมพำ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความกังวล “มันดูน่ากลัวกว่าที่คิดไว้เยอะเลยนะอิจิ” อิจิพยักหน้า สีหน้าของเขาเคร่งเครียด “ใช่… พลังงานมืดมิดที่แผ่ออกมาจากที่นั่นมันมหาศาลมาก ‘ผู้ตื่น’ กำลังจะถูกปลดปล่อยออกมาในไม่ช้า” ผ้ายันต์แห่งความจริงที่ผนึกอยู่ในฝ่ามือของฮารุเรืองแสงจางๆ เป็นการยืนยันถึงความรู้สึกของอิจิ พวกเขามีเวลาเพียงสองราตรีเท่านั้นก่อนที่ ดวงจันทร์สีเลือด จะปรากฏขึ้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พันธนาการของ ‘ผู้ตื่น’ จะอ่อนแอที่สุด “เราต้องไปถึงที่นั่นให้เร็วที่สุด” อิจิกล่าว “และเราต้องหารหัสลับแห่งบรรพกาลให้เจอด้วย” “รหัสลับนั่น… มันอยู่ที่ไหนกันนะ?” ฮารุถาม “จิตวิญญาณแห่งต้นไม้บอกแค่ว่ามันอยู่ในผืน

  • 5/B ป่าต้องสาป   พลังถูกใช้

    คืนเดือนมืดปกคลุมผืนป่าดิบชื้นทางตอนเหนือของสยามประเทศ แสงจันทร์แทบไม่สามารถส่องผ่านม่านไม้หนาทึบลงมาได้ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงม และเสียงลมกระโชกแรงที่พัดกิ่งไม้ใบหญ้าให้เสียดสีกันเป็นระยะ ราวกับเสียงกระซิบกระซาบจากวิญญาณแห่งป่า อิจิและฮารุยังคงก้าวเดินอย่างเชื่องช้า ร่างกายของอิจิอ่อนล้าจากบาดแผลที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างเต็มที่ ส่วนฮารุก็ดูซีดเซียวจากการใช้พลังแห่งชีวิตครั้งล่าสุด แต่ดวงตาของทั้งคู่ยังคงฉายแววความมุ่งมั่นที่จะค้นหาผ้ายันต์ผืนสุดท้ายที่ปรากฏในนิมิตของฮารุ “อากาศที่นี่มันแปลกๆ นะอิจิ” ฮารุพึมพำ น้ำเสียงของเธอแผ่วเบา “มันเย็นยะเยือกกว่าที่ควรจะเป็น… เหมือนมีบางอย่างกำลังจับจ้องเราอยู่” “ใช่… ฉันก็รู้สึกได้” อิจิตอบ เขากระชับดาบในมือแน่นขึ้น “พลังงานที่นี่ไม่ใช่พลังงานของปีศาจ แต่มันเป็นพลังที่เก่าแก่กว่านั้น… ลึกซึ้งกว่านั้น” ตามนิมิตของฮารุ ผ้ายันต์ผืนสุดท้ายถูกซ่อนอยู่ใต้ต้นไม้โบราณที่สูงเสียดฟ้าในป่าลึกแห่งนี้ ต้นไม้ที่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมไปทั่วบริเวณ และมีแสงสีม่วงเข้มเปล่งออกมาจากรากของมัน “เรามาถูกทางแล้วใช่ไหมอิจิ?” ฮารุถาม “ฉันหวังว่าอย่างนั้

  • 5/B ป่าต้องสาป   ทำยังไงต่อ

    ปดปีผ่านไปนับจากเหตุการณ์บน เกาะแห่งม่านหมอก โลกยังคงสงบสุขภายใต้การดูแลของ อิจิ และ ฮารุ พวกเขายังคงทำหน้าที่ผู้พิทักษ์แห่งสมดุลอย่างเงียบๆ ฮารุในวัย 26 ปี กลายเป็นที่ปรึกษาด้านการพัฒนาชุมชนให้กับเมืองหลวง เธอใช้ความเข้าใจในธรรมชาติของผู้คนและความผูกพันกับผืนดินในการช่วยฟื้นฟูหมู่บ้านและส่งเสริมการศึกษา อิจิในวัย 30 ปี ยังคงเป็นองครักษ์เงาที่แข็งแกร่งและรอบคอบ แต่บทบาทของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากผู้ปกป้องส่วนตัวของฮารุ เขากลายเป็นผู้ดูแลความมั่นคงของเมือง คอยสืบสวนเหตุการณ์แปลกประหลาดที่อาจคุกคามความสงบสุขของประชาชน ผ้ายันต์แห่งความจริงที่เคยเป็นกุญแจสำคัญในการผจญภัยครั้งก่อนๆ บัดนี้ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในหอคอยแห่งปัญญาของเมืองหลวง เป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้และความจริงที่ไม่มีวันถูกลืม แม้โลกจะสงบสุข แต่ภายในใจของอิจิกลับมีความรู้สึกบางอย่างค้างคามาตลอด เขาไม่เคยลืมคำพูดของ ‘ผู้ตื่น’ ที่ว่า “ข้าจะกลับมา!” และความรู้สึกของเขาบอกว่าความสงบสุขนี้อาจเป็นเพียงม่านบังตา “อิจิ นายยังคงกังวลเรื่องนั้นอยู่หรือเปล่า?” ฮารุถามในขณะที่พวกเขากำลังเดินเล่นในสวนของวังหลวง แสงจันทร์สาดส่องลงมาต้

  • 5/B ป่าต้องสาป   กระซิบ

    หลังจากทำข้อตกลงกับหัวหน้าเผ่าสึนะ ไคลด์ ไดชิ และดาอิ ก็เริ่มต้นภารกิจที่อันตรายที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยเผชิญมา การเดินทางสู่ แหล่งพลังอาคมแห่งเงาที่แท้จริง ซึ่งซ่อนอยู่ลึกใต้เกาะแสงอรุณ มีเพียงไคลด์เท่านั้นที่รู้ทางเข้า ซึ่งต้องเดินทางผ่านทางน้ำใต้ดินที่ซับซ้อน "พวกเราทุกคนต้องรู้ว่าความมืดมิดที่พวกเจ้าเคยทำลายไปนั้น...เป็นแค่ เปลือกนอก ของพลังงานทั้งหมด" ไคลด์กล่าวขณะนำทางพวกเขาไปยังปากถ้ำที่ถูกซ่อนไว้ใต้รากต้นไม้ใหญ่ริมทะเลสาบ "พลังเงาที่แท้จริงไม่ได้มีไว้เพื่อทำลายล้าง แต่มีไว้เพื่อ รักษาสมดุลของผืนดิน เมื่อหลายศตวรรษก่อน ผู้พิทักษ์รุ่นก่อนได้ผนึกมันไว้ไม่ให้ถูกผู้ใดครอบครอง" ปากทางสู่ความมืด ปากถ้ำนั้นแคบและมืดมิด มีเพียงแสงจากตะเกียงอาคมที่ดาอิสร้างขึ้นเท่านั้นที่ช่วยให้พวกเขามองเห็นได้ ไคลด์ลงไปในน้ำก่อน ตามมาด้วยไดชิและดาอิ พวกเขาต้องว่ายน้ำตามกระแสน้ำใต้ดินที่เย็นเฉียบและมืดสนิทไปนานหลายนาที เมื่อกระแสน้ำสงบลง พวกเขาก็พบว่าตัวเองอยู่ใน อุโมงค์หินขนาดใหญ่ ที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำค้างและเสียงสะท้อนที่น่าขนลุก พื้นผิวของผนังถ้ำเต็มไปด้วย คริสตัลเงาสีดำ ที่ส่องแสงสลัว ๆ บ่งบอกถ

  • 5/B ป่าต้องสาป   แก้สถานการณ์

    สองปีผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับความฝัน อิจิ และ ฮารุ กลับมาใช้ชีวิตที่เงียบสงบในเมืองหลวงของสยามประเทศ เมืองที่เคยถูกม่านหมอกแห่งการลืมเลือนปกคลุม บัดนี้กลับมาคึกคักและสดใสกว่าเดิม ผู้คนใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและจดจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน แม้บาดแผลจากอดีตจะยังคงอยู่ แต่พวกเขาก็เรียนรู้ที่จะอยู่กับมันและสร้างอนาคตที่ดีกว่า ฮารุในวัย 18 ปี เติบโตเป็นหญิงสาวที่งดงามและเปี่ยมด้วยจิตใจที่เมตตา เธอทุ่มเทเวลาให้กับการสอนหนังสือเด็กๆ ในหมู่บ้านที่เคยถูกทำลาย และช่วยเหลือผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา แม้พลังแห่งชีวิตจะหายไปจนหมดสิ้น แต่จิตวิญญาณอันบริสุทธิ์และเข้มแข็งของเธอกลับเปล่งประกายยิ่งกว่าเดิม อิจิยังคงเป็นองครักษ์เงาของเธอ คอยปกป้องเธอจากห่างๆ และเฝ้ามองการเติบโตของเธอด้วยความภาคภูมิใจ เขารู้สึกถึงความสงบสุขที่แท้จริงที่เขาไม่เคยสัมผัสได้มาก่อน “อาจารย์ฮารุ! วันนี้จะเล่านิทานเรื่องอะไรให้ฟังคะ?!” เสียงใสๆ ของเด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งดังขึ้น เด็กๆ หลายคนมารวมตัวกันรอบๆ ฮารุ ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความคาดหวัง ฮารุยิ้มอ่อนโยน “วันนี้อาจารย์จะเล่าเรื่องของ ผ

  • 5/B ป่าต้องสาป   ผู้พิทักษ์ป่า?

    ยิ่งลึกเข้าไปในป่าเท่าไหร่ พืชพรรณก็ยิ่งดูแปลกตามากขึ้นเท่านั้น บางต้นมีใบสีดำสนิท บางต้นมีดอกสีแดงเข้มเหมือนเลือดหยด กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นคาวจางๆ ลอยมาตามลม ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ รากไม้บิดเกลียวพันกันยุ่งเหยิงราวกับงูยักษ์ที่กำลังต่อสู้กันเอง เสียงกรอบแกรบจากใบไม้แห้งใต้ฝ่าเท้ากลายเป็นเสียงเดียวที่บ

  • 5/B ป่าต้องสาป   ก้าวต่อไป

    ท้องฟ้ายามค่ำคืนเหนือยอดเขาไฟอัคคีแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานยาม ดวงจันทร์สีเลือด โคจรขึ้นมาเต็มดวง แสงสีโลหิตอาบไล้ทิวทัศน์รอบข้างให้ดูน่าขนลุกยิ่งกว่าเดิม เสียงคำรามกึกก้องจากปากปล่องภูเขาไฟดังกึกก้องไม่หยุดหย่อน ราวกับเสียงหายใจอันหนักหน่วงของอสูรร้ายที่กำลังจะตื่นจากการหลับใหลที่ยาวนานนับพันปี กลิ่น

  • 5/B ป่าต้องสาป   ผู้เฝ้าหีบ

    ความมืดมิดเข้าปกคลุมป่าต้องสาปอย่างสมบูรณ์ ไร้ซึ่งแสงจากดวงอาทิตย์ที่ส่องลอดเข้ามาแม้แต่น้อย มีเพียงลำแสงจากไฟฉายของโอกิเท่านั้นที่ฉายสาดส่องไปรอบๆ ตัดกับเงามืดทึบของต้นไม้ที่บิดเบี้ยวดูน่ากลัวกว่าเดิมในยามค่ำคืน มายูและโอกิพยุงกันออกมาจากลานต้นไม้สีดำ พวกเขาเดินกลับมาตามทางที่เข้ามาอย่างเงียบๆ ควา

  • 5/B ป่าต้องสาป   ป่าต้องสาปที่เงียบสงัด

    มายู และโอกิยืนอยู่เบื้องหน้าสิ่งที่ดูคล้ายประตูมิติที่เรืองแสงสีม่วงหม่น แสงนั้นสั่นระริกราวกับลมหายใจของสิ่งมีชีวิตโบราณ บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นรัวระดมอยู่ในอก ไอเย็นยะเยือกแผ่ออกมาจากช่องว่างบิดเบี้ยวตรงหน้า ราวกับกำลังเชิญชวนให้ก้าวเข้าสู่ห้วงแห่งความลึกล

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status