Share

ผู้เฝ้าหีบ

last update Terakhir Diperbarui: 2025-05-27 17:26:58

ความมืดมิดเข้าปกคลุมป่าต้องสาปอย่างสมบูรณ์ ไร้ซึ่งแสงจากดวงอาทิตย์ที่ส่องลอดเข้ามาแม้แต่น้อย มีเพียงลำแสงจากไฟฉายของโอกิเท่านั้นที่ฉายสาดส่องไปรอบๆ ตัดกับเงามืดทึบของต้นไม้ที่บิดเบี้ยวดูน่ากลัวกว่าเดิมในยามค่ำคืน มายูและโอกิพยุงกันออกมาจากลานต้นไม้สีดำ พวกเขาเดินกลับมาตามทางที่เข้ามาอย่างเงียบๆ ความเหนื่อยล้ากัดกินร่างกาย แต่จิตใจยังคงเต็มไปด้วยคำถามมากมายเกี่ยวกับสิ่งที่เพิ่งเผชิญหน้า

“แน่ใจนะว่าไม่เป็นไรจริงๆ โอกิ?” มายูถามอีกครั้ง เมื่อเห็นโอกิยังคงเดินกะเผลกเล็กน้อยจากแรงกระแทกจากเงาปีศาจผู้พิทักษ์

โอกิพยักหน้า สีหน้าเขาซีดเผือดแต่ก็ยังคงความแข็งแกร่ง “ไม่เป็นไรมากหรอก แค่จุกๆ นิดหน่อย ไม่คิดว่ามันจะแรงขนาดนั้น” เขาก้มมองมีดอาคมในมือที่ยังคงมีคราบของเงาปีศาจติดอยู่จางๆ “ไม่น่าเชื่อเลยว่ามีดเล่มนี้จะใช้ได้ผลกับมันจริงๆ”

“นั่นเพราะมันเป็นเงาปีศาจที่รวมตัวกันไงล่ะ” มายูอธิบายพลางชูขวดที่เก็บวิญญาณเอาไว้ “วิญญาณพวกนี้มันรวบรวมพลังจนมีตัวตนแทบจะสมบูรณ์แบบ มันเลยมีจุดอ่อนที่ชัดเจนกว่าเงาปีศาจธรรมดาที่กระจัดกระจาย”

พวกเขาเดินต่อมาอีกพักใหญ่ ลำแสงจากไฟฉายของโอกิส่องไปข้างหน้า เผยให้เห็นทางเดินที่เต็มไปด้วยรากไม้และกิ่งไม้ที่ระโยงระยาง จนกระทั่ง มายูก็ชะงักเท้า

“เดี๋ยวก่อนโอกิ” เธอพูดเสียงแผ่ว ดวงตาของเธอจับจ้องไปที่ความมืดเบื้องหน้า แต่ไม่ใช่ด้วยความโล่งใจที่ใกล้จะถึงทางออก แต่เป็นความกังวล

“มีอะไรเหรอ?” โอกิถาม พยายามใช้ไฟฉายส่องไปตามทิศทางที่ มายูมอง

มายูไม่ได้ตอบ เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังฟังบางอย่างที่คนอื่นไม่ได้ยิน สีหน้าของเธอเคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ จนโอกิเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ

“มายู?”

“ฉัน… ได้ยินอะไรบางอย่าง” มายูกระซิบ เสียงของเธอแทบจะเลือนหายไปในความเงียบของป่า “มันไม่ใช่เสียง… แต่มันเหมือนความรู้สึก… เหมือนมีใครบางคนกำลังเรียกหา”

“เรียกหาใคร? เราเหรอ?” โอกิถาม ไฟฉายในมือเขาเริ่มสั่นเล็กน้อย เขารู้สึกขนลุกกับบรรยากาศที่เปลี่ยนไป

“ไม่แน่ใจ… แต่มันมาจากข้างในป่า… ลึกเข้าไปกว่าเดิม” มายูตอบ พลางหันกลับไปมองความมืดมิดที่อยู่เบื้องหลัง พวกเขาเพิ่งออกมาจากตรงนั้นแท้ๆ และดูเหมือนจะมีบางอย่างกำลังดึงดูดเธอให้กลับเข้าไป

โอกิขมวดคิ้ว “เธอหมายความว่าไง? เราเพิ่งจัดการกับไอ้ตัวประหลาดนั่นไปนะ มายู! เราควรจะออกไปจากที่นี่ได้แล้วไม่ใช่เหรอ?” น้ำเสียงของเขาเริ่มมีแววหงุดหงิดเล็กน้อย ความอ่อนล้าทำให้เขาหมดความอดทน

“ฉันรู้… แต่เสียงนี้มัน… มันไม่เหมือนกับสัญญาณของเงาปีศาจ” มายูพูด เธอสัมผัสขวดวิญญาณในมือเบาๆ “มันเป็นพลังงานที่แตกต่างออกไป… พลังงานที่บริสุทธิ์กว่า… แต่ก็ลึกลับกว่า”

“บริสุทธิ์?” โอกิทวนคำ “ในป่าต้องสาปเนี่ยนะ? เธอแน่ใจเหรอมายูว่าไม่ได้คิดไปเอง? หรือโดนพิษของป่าเข้าไปแล้ว?” เขาถามด้วยน้ำเสียงกึ่งประชดประชัน ไฟฉายในมือยังคงส่องส่ายไปมาอย่างหงุดหงิด

คำพูดของโอกิทำให้มายูหันมามองเขา ดวงตาของเธอฉายแววไม่พอใจ “ฉันรู้ว่าฉันรู้สึกอะไรโอกิ! ฉันสัมผัสได้ถึงพลังงานมาตั้งแต่เด็ก นายก็รู้ไม่ใช่เหรอ?”

“แต่สิ่งที่สัมผัสได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงมันต่างกันนะ มายู! เราเกือบเอาชีวิตไม่รอดมาแล้วนะ!” โอกิขึ้นเสียง เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเพื่อนถึงได้ดื้อรั้นขนาดนี้

“แล้วนายคิดว่าเรามาที่นี่ทำไมล่ะโอกิ?” มายูสวนกลับ เสียงของเธอเริ่มแข็งกร้าวขึ้น “เรามาเพื่อหาคำตอบไม่ใช่เหรอ? เพื่อหาต้นตอของเงาดำทั้งหมด! แล้วถ้าเสียงนี้มันนำเราไปสู่ความจริงล่ะ? นายจะไม่ตามไปเหรอ?”

“แต่เราต้องมีแผนสิ มายู! ไม่ใช่พุ่งเข้าไปโดยไม่คิดหน้าคิดหลังแบบนี้!” โอกิพยายามใช้เหตุผล ลำแสงไฟฉายของเขาสั่นไหวตามอารมณ์

“แล้วนายคิดว่าเรามีเวลามากแค่ไหนกัน?” มายูพูดเสียงดังขึ้น “ไอ้เงาดำพวกนั้นมันกระจัดกระจายไปทั่ว อาจจะก่อความวุ่นวายที่ไหนก็ได้! เราต้องรีบหยุดมัน!”

บรรยากาศระหว่างทั้งคู่เริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ ความเหนื่อยล้าและความกดดันจากการเผชิญหน้ากับเงาปีศาจตัวแรกทำให้ความอดทนของทั้งคู่ลดลง และความคิดเห็นที่แตกต่างกันก็เริ่มสร้างรอยร้าวเล็กๆ ในมิตรภาพของพวกเขา

มายูถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอกำขวดวิญญาณในมือแน่น “ฉันจะไม่ปล่อยให้มันค้างคาอยู่อย่างนี้หรอกนะโอกิ ถ้าเสียงนี้มันนำไปสู่คำตอบ… ฉันจะตามไป”

โอกิมองเพื่อนด้วยความผิดหวัง “แล้วถ้ามันเป็นกับดักล่ะ? เธอไม่คิดจะระวังตัวบ้างเลยรึไง?”

“ฉันไม่ได้ไม่ระวัง แค่ฉันเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง” มายูยืนกราน “นายจะไปกับฉันไหมล่ะ?”

โอกิเงียบไป เขาถอนหายใจอย่างหงุดหงิด แสงไฟฉายส่ายไปตามความมืดที่ไร้จุดสิ้นสุด แม้จะไม่เห็นด้วย แต่เขาก็ไม่สามารถทิ้งมายูไว้คนเดียวในป่าต้องสาปแห่งนี้ได้ หลังจากที่พวกเขาผ่านอะไรมาด้วยกันมากมาย

“เฮ้อ… โอเค! ก็ได้!” โอกิพูดเสียงอ่อนลงแต่ยังคงมีแววไม่พอใจ “แต่ถ้าเจออะไรแปลกๆ ขึ้นมาอีก เธอก็ห้ามโทษฉันนะ”

“ไม่มีทางหรอก” มายูยิ้มให้เขาเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความโล่งใจที่เพื่อนยังคงอยู่เคียงข้าง “ขอบคุณนะโอกิ”

ทั้งคู่หันกลับไปเผชิญหน้ากับความมืดมิดของป่าอีกครั้ง มายูหลับตาลง พยายามตั้งใจฟังเสียงเพรียกที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ในหัว เสียงนั้นไม่ใช่คำพูด แต่เป็นทำนองที่ลึกลับและเยือกเย็น มันดูดดึงเธอราวกับแม่เหล็ก แรงดึงดูดนั้นรุนแรงจนเธอไม่อาจปฏิเสธได้

“ทางนี้แหละ…” มายูพูด เธอเปิดตาขึ้น ดวงตาของเธอตอนนี้ฉายแววมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยม “ลึกเข้าไปกว่าเดิม…”

พวกเขาเดินกลับเข้าไปในป่าที่มืดมิดกว่าเดิม ไฟฉายของโอกิกลายเป็นแสงสว่างเดียวที่นำทาง รากไม้ที่บิดเบี้ยวดูน่ากลัวกว่าเดิมในความมืดที่ไร้ขอบเขต เสียงสัตว์ประหลาดที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนดังขึ้นจากความมืดรอบกาย ทำให้บรรยากาศยิ่งวังเวงและกดดัน

ยิ่งลึกเข้าไป เสียงเพรียกที่มายูได้ยินก็ยิ่งชัดเจนและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มันนำพาพวกเขามายังบริเวณที่ต้นไม้ดูเก่าแก่และใหญ่โตกว่าส่วนอื่น ใบไม้ของต้นไม้เหล่านี้มีสีดำสนิทราวกับดูดกลืนแสงทั้งหมดเอาไว้ และที่กลางป่าทึบนั้นเอง ลำแสงจากไฟฉายของโอกิก็ฉายไปกระทบกับสิ่งที่ไม่คาดคิด

ลานกว้างแห่งหนึ่งปรากฏขึ้นเบื้องหน้าพวกเขา กลางลานนั้นมีสระน้ำขนาดใหญ่ที่น้ำเป็นสีดำสนิท ราวกับกระจกที่สะท้อนความมืดมิดรอบตัว แต่สิ่งที่ทำให้ทั้งคู่ตกตะลึงคือ ที่กลางสระน้ำนั้น มีแท่นหินโบราณตั้งตระหง่านอยู่ และบนแท่นหินนั้น มีสิ่งของบางอย่างวางอยู่… มันคือหีบไม้เก่าแก่ที่คุ้นตา หีบเดียวกับที่พวกเขาเจอที่ท้ายแปลงผักของโรงเรียน!

แต่สิ่งที่แตกต่างคือ จากหีบนั้นมีลำแสงสีดำอมม่วงพวยพุ่งขึ้นสู่ความมืดมิดเบื้องบน มันคือลำแสงที่พวกเขาเพิ่งเห็นจากเงาปีศาจผู้พิทักษ์ต้นไม้สีดำ แต่คราวนี้มันดูยิ่งใหญ่และทรงพลังกว่ามาก และจากลำแสงนั้นเอง เสียงเพรียกที่ มายูได้ยิน ก็เปล่งออกมาอย่างชัดเจน… ไม่ใช่เสียงเรียกหา แต่เป็นเสียงบรรยายเรื่องราวเก่าแก่ที่ถูกลืมเลือน…

เสียงนั้นเล่าถึงอำนาจโบราณที่ถูกกักเก็บไว้ในหีบ ความผิดพลาดในอดีตที่ทำให้พลังนั้นหลุดรอดออกมา และคำสาปที่ปกคลุมป่าแห่งนี้มานานนับศตวรรษ

“นั่นมัน… หีบใบนั้น!” โอกิพูดเสียงสั่น ลำแสงไฟฉายในมือเขาสั่นระริก เขาก็ไม่คิดว่าพวกเขาจะมาเจอต้นตอของเรื่องทั้งหมดที่นี่

มายูไม่ได้ตอบ เธอเดินเข้าไปใกล้สระน้ำอย่างช้าๆ ดวงตาของเธอจ้องมองไปที่หีบโบราณนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความตกใจ ความหวาดกลัว และความอยากรู้อยากเห็นที่ไม่อาจต้านทานได้

“นี่คือที่มาของเงาดำทั้งหมดเหรอ…” มายูพึมพำกับตัวเอง

ขณะที่เธอกำลังจ้องมองหีบอยู่นั้น จู่ๆ เงาดำจำนวนนับไม่ถ้วนก็เริ่มก่อตัวขึ้นจากผิวน้ำสีดำของสระน้ำ พวกมันไม่ได้มีรูปร่างคล้ายมนุษย์เหมือนเงาปีศาจที่เคยเจอ แต่เป็นเพียงกลุ่มควันสีดำที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว พวกมันพุ่งเข้าใส่มายูและโอกิจากทุกทิศทาง

“ระวัง!” โอกิตะโกน เขายกมีดอาคมขึ้นเตรียมพร้อมต่อสู้ แต่จำนวนของเงาดำนั้นมากมายมหาศาลเกินกว่าที่พวกเขาจะรับมือได้เพียงลำพัง

เสียงกระซิบที่เคยเป็นทำนองลึกลับ ตอนนี้กลายเป็นเสียงหัวเราะอันเยือกเย็นที่ดังก้องไปทั่วทั้งลาน พร้อมกับเสียงร่ายคาถาโบราณที่ฟังดูไม่เป็นภาษา แต่กลับทำให้เส้นขนทั่วร่างของทั้งคู่ลุกชัน และจากสระน้ำสีดำนั้นเอง ค่อยๆ มีร่างเงาขนาดใหญ่กว่าที่เคยเจอ ผุดขึ้นมาจากความมืดมิด… ร่างนั้นมีรูปร่างคล้ายสัตว์ร้ายในตำนาน มีเขาที่บิดเกลียวและดวงตาสีแดงฉานนับร้อยดวงที่มองมายังพวกเขา

นี่คือผู้เฝ้าหีบที่แท้จริง… และมันดูเหมือนจะทรงพลังกว่าเงาปีศาจที่เคยเจอมาหลายเท่า

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • 5/B ป่าต้องสาป   ปรับ

    แสงแรกของอรุณรุ่งสาดส่องเข้ามาในศาลเจ้าโบราณที่ตั้งอยู่ท่ามกลางความเงียบสงบของป่า อิจิ และ ฮารุ ยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ใบหน้าของพวกเขามีร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการผจญภัยที่ยาวนาน แต่ดวงตาของทั้งคู่ยังคงฉายแววความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว หลังจากการเดินทางผ่าน เมืองแห่งความทรงจำ และการเผชิญหน้ากับ ‘ผู้พิทักษ์’ ที่ถูกควบคุมโดย ‘ผู้ตื่น’ พวกเขาได้รับรู้ถึงแผนการอันชั่วร้ายของ ‘ผู้ตื่น’ ที่ต้องการจะลบเลือนความทรงจำของมนุษย์เกี่ยวกับอดีตทั้งหมด เพื่อสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ที่มันคือผู้ปกครองสูงสุด “เราจะทำลาย ‘คำสาปแห่งการลืมเลือน’ ได้ยังไงอิจิ?” ฮารุถาม น้ำเสียงของเธอแผ่วเบา เธอวางผ้ายันต์แห่งความจริงลงบนฝ่ามือ มันเป็นเพียงแผ่นผ้าเก่าๆ ธรรมดาๆ ไม่มีแสงเรืองรองใดๆ เหลืออยู่แล้ว อิจิหยิบผ้ายันต์ขึ้นมาดูอย่างพินิจพิเคราะห์ “ไคบอกว่าพลังของเธอที่เชื่อมโยงกับจิตวิญญาณแห่งความทรงจำที่แท้จริงคือกุญแจ… และการทำลายคำสาปนี้จะต้องแลกด้วยพลังแห่งชีวิตของเธอทั้งหมด” “ฉันรู้… และฉันก็พร้อมที่จะเสียสละมัน” ฮารุกล่าว ดวงตาของเธอฉายแววแน่วแน่ “ฉันจะไม่ยอมให้ความจริงถูกบิดเบือนไ

  • 5/B ป่าต้องสาป   เจ็บปวด

    สายลมแห่งยามรุ่งอรุณพัดโชยมาปะทะร่าง อิจิ และ ฮารุ ที่ยืนอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆ แสงแรกของดวงอาทิตย์สาดส่องลงมายังทิวทัศน์เบื้องหน้า เผยให้เห็นยอดเขาไฟที่สูงเสียดฟ้า มันตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางผืนป่าดิบชื้นที่พวกเขาเพิ่งฝ่าฟันออกมา หมอกจางๆ ลอยปกคลุมรอบฐานของภูเขาไฟราวกับผ้าห่มสีขาว กลิ่นกำมะถันจางๆ ลอยมาตามลมเป็นสัญญาณเตือนถึงพลังงานที่ไม่สงบนิ่งที่อยู่ภายใน “นั่นแหละ… ยอดเขาไฟ” ฮารุพึมพำ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความกังวล “มันดูน่ากลัวกว่าที่คิดไว้เยอะเลยนะอิจิ” อิจิพยักหน้า สีหน้าของเขาเคร่งเครียด “ใช่… พลังงานมืดมิดที่แผ่ออกมาจากที่นั่นมันมหาศาลมาก ‘ผู้ตื่น’ กำลังจะถูกปลดปล่อยออกมาในไม่ช้า” ผ้ายันต์แห่งความจริงที่ผนึกอยู่ในฝ่ามือของฮารุเรืองแสงจางๆ เป็นการยืนยันถึงความรู้สึกของอิจิ พวกเขามีเวลาเพียงสองราตรีเท่านั้นก่อนที่ ดวงจันทร์สีเลือด จะปรากฏขึ้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พันธนาการของ ‘ผู้ตื่น’ จะอ่อนแอที่สุด “เราต้องไปถึงที่นั่นให้เร็วที่สุด” อิจิกล่าว “และเราต้องหารหัสลับแห่งบรรพกาลให้เจอด้วย” “รหัสลับนั่น… มันอยู่ที่ไหนกันนะ?” ฮารุถาม “จิตวิญญาณแห่งต้นไม้บอกแค่ว่ามันอยู่ในผืน

  • 5/B ป่าต้องสาป   พลังถูกใช้

    คืนเดือนมืดปกคลุมผืนป่าดิบชื้นทางตอนเหนือของสยามประเทศ แสงจันทร์แทบไม่สามารถส่องผ่านม่านไม้หนาทึบลงมาได้ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงม และเสียงลมกระโชกแรงที่พัดกิ่งไม้ใบหญ้าให้เสียดสีกันเป็นระยะ ราวกับเสียงกระซิบกระซาบจากวิญญาณแห่งป่า อิจิและฮารุยังคงก้าวเดินอย่างเชื่องช้า ร่างกายของอิจิอ่อนล้าจากบาดแผลที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างเต็มที่ ส่วนฮารุก็ดูซีดเซียวจากการใช้พลังแห่งชีวิตครั้งล่าสุด แต่ดวงตาของทั้งคู่ยังคงฉายแววความมุ่งมั่นที่จะค้นหาผ้ายันต์ผืนสุดท้ายที่ปรากฏในนิมิตของฮารุ “อากาศที่นี่มันแปลกๆ นะอิจิ” ฮารุพึมพำ น้ำเสียงของเธอแผ่วเบา “มันเย็นยะเยือกกว่าที่ควรจะเป็น… เหมือนมีบางอย่างกำลังจับจ้องเราอยู่” “ใช่… ฉันก็รู้สึกได้” อิจิตอบ เขากระชับดาบในมือแน่นขึ้น “พลังงานที่นี่ไม่ใช่พลังงานของปีศาจ แต่มันเป็นพลังที่เก่าแก่กว่านั้น… ลึกซึ้งกว่านั้น” ตามนิมิตของฮารุ ผ้ายันต์ผืนสุดท้ายถูกซ่อนอยู่ใต้ต้นไม้โบราณที่สูงเสียดฟ้าในป่าลึกแห่งนี้ ต้นไม้ที่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมไปทั่วบริเวณ และมีแสงสีม่วงเข้มเปล่งออกมาจากรากของมัน “เรามาถูกทางแล้วใช่ไหมอิจิ?” ฮารุถาม “ฉันหวังว่าอย่างนั้

  • 5/B ป่าต้องสาป   ทำยังไงต่อ

    ปดปีผ่านไปนับจากเหตุการณ์บน เกาะแห่งม่านหมอก โลกยังคงสงบสุขภายใต้การดูแลของ อิจิ และ ฮารุ พวกเขายังคงทำหน้าที่ผู้พิทักษ์แห่งสมดุลอย่างเงียบๆ ฮารุในวัย 26 ปี กลายเป็นที่ปรึกษาด้านการพัฒนาชุมชนให้กับเมืองหลวง เธอใช้ความเข้าใจในธรรมชาติของผู้คนและความผูกพันกับผืนดินในการช่วยฟื้นฟูหมู่บ้านและส่งเสริมการศึกษา อิจิในวัย 30 ปี ยังคงเป็นองครักษ์เงาที่แข็งแกร่งและรอบคอบ แต่บทบาทของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากผู้ปกป้องส่วนตัวของฮารุ เขากลายเป็นผู้ดูแลความมั่นคงของเมือง คอยสืบสวนเหตุการณ์แปลกประหลาดที่อาจคุกคามความสงบสุขของประชาชน ผ้ายันต์แห่งความจริงที่เคยเป็นกุญแจสำคัญในการผจญภัยครั้งก่อนๆ บัดนี้ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในหอคอยแห่งปัญญาของเมืองหลวง เป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้และความจริงที่ไม่มีวันถูกลืม แม้โลกจะสงบสุข แต่ภายในใจของอิจิกลับมีความรู้สึกบางอย่างค้างคามาตลอด เขาไม่เคยลืมคำพูดของ ‘ผู้ตื่น’ ที่ว่า “ข้าจะกลับมา!” และความรู้สึกของเขาบอกว่าความสงบสุขนี้อาจเป็นเพียงม่านบังตา “อิจิ นายยังคงกังวลเรื่องนั้นอยู่หรือเปล่า?” ฮารุถามในขณะที่พวกเขากำลังเดินเล่นในสวนของวังหลวง แสงจันทร์สาดส่องลงมาต้

  • 5/B ป่าต้องสาป   กระซิบ

    หลังจากทำข้อตกลงกับหัวหน้าเผ่าสึนะ ไคลด์ ไดชิ และดาอิ ก็เริ่มต้นภารกิจที่อันตรายที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยเผชิญมา การเดินทางสู่ แหล่งพลังอาคมแห่งเงาที่แท้จริง ซึ่งซ่อนอยู่ลึกใต้เกาะแสงอรุณ มีเพียงไคลด์เท่านั้นที่รู้ทางเข้า ซึ่งต้องเดินทางผ่านทางน้ำใต้ดินที่ซับซ้อน "พวกเราทุกคนต้องรู้ว่าความมืดมิดที่พวกเจ้าเคยทำลายไปนั้น...เป็นแค่ เปลือกนอก ของพลังงานทั้งหมด" ไคลด์กล่าวขณะนำทางพวกเขาไปยังปากถ้ำที่ถูกซ่อนไว้ใต้รากต้นไม้ใหญ่ริมทะเลสาบ "พลังเงาที่แท้จริงไม่ได้มีไว้เพื่อทำลายล้าง แต่มีไว้เพื่อ รักษาสมดุลของผืนดิน เมื่อหลายศตวรรษก่อน ผู้พิทักษ์รุ่นก่อนได้ผนึกมันไว้ไม่ให้ถูกผู้ใดครอบครอง" ปากทางสู่ความมืด ปากถ้ำนั้นแคบและมืดมิด มีเพียงแสงจากตะเกียงอาคมที่ดาอิสร้างขึ้นเท่านั้นที่ช่วยให้พวกเขามองเห็นได้ ไคลด์ลงไปในน้ำก่อน ตามมาด้วยไดชิและดาอิ พวกเขาต้องว่ายน้ำตามกระแสน้ำใต้ดินที่เย็นเฉียบและมืดสนิทไปนานหลายนาที เมื่อกระแสน้ำสงบลง พวกเขาก็พบว่าตัวเองอยู่ใน อุโมงค์หินขนาดใหญ่ ที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำค้างและเสียงสะท้อนที่น่าขนลุก พื้นผิวของผนังถ้ำเต็มไปด้วย คริสตัลเงาสีดำ ที่ส่องแสงสลัว ๆ บ่งบอกถ

  • 5/B ป่าต้องสาป   แก้สถานการณ์

    สองปีผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับความฝัน อิจิ และ ฮารุ กลับมาใช้ชีวิตที่เงียบสงบในเมืองหลวงของสยามประเทศ เมืองที่เคยถูกม่านหมอกแห่งการลืมเลือนปกคลุม บัดนี้กลับมาคึกคักและสดใสกว่าเดิม ผู้คนใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและจดจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน แม้บาดแผลจากอดีตจะยังคงอยู่ แต่พวกเขาก็เรียนรู้ที่จะอยู่กับมันและสร้างอนาคตที่ดีกว่า ฮารุในวัย 18 ปี เติบโตเป็นหญิงสาวที่งดงามและเปี่ยมด้วยจิตใจที่เมตตา เธอทุ่มเทเวลาให้กับการสอนหนังสือเด็กๆ ในหมู่บ้านที่เคยถูกทำลาย และช่วยเหลือผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา แม้พลังแห่งชีวิตจะหายไปจนหมดสิ้น แต่จิตวิญญาณอันบริสุทธิ์และเข้มแข็งของเธอกลับเปล่งประกายยิ่งกว่าเดิม อิจิยังคงเป็นองครักษ์เงาของเธอ คอยปกป้องเธอจากห่างๆ และเฝ้ามองการเติบโตของเธอด้วยความภาคภูมิใจ เขารู้สึกถึงความสงบสุขที่แท้จริงที่เขาไม่เคยสัมผัสได้มาก่อน “อาจารย์ฮารุ! วันนี้จะเล่านิทานเรื่องอะไรให้ฟังคะ?!” เสียงใสๆ ของเด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งดังขึ้น เด็กๆ หลายคนมารวมตัวกันรอบๆ ฮารุ ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความคาดหวัง ฮารุยิ้มอ่อนโยน “วันนี้อาจารย์จะเล่าเรื่องของ ผ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status