เข้าสู่ระบบชีวิตในมหาวิทยาลัยของไอรีนหลังจากวันนั้นเปรียบเสมือนการเดินอยู่บนปากเหว ความกดดันไม่ได้มาจากคิรินเพียงคนเดียวอีกต่อไป แต่ดูเหมือนว่าคิรัน น้องชายฝาแฝดผู้มีรอยยิ้มร้ายกาจจะขยันหาเรื่องมาให้เธอไม่ได้หยุดหย่อน คิรันมักจะปรากฏตัวในสถานที่ที่เธออยู่เสมอ ไม่ว่าจะในโรงอาหาร ห้องสมุด หรือแม้แต่ทางเดินระหว่างตึก
วันนั้นอากาศร้อนอบอ้าว ไอรีนเพิ่งเลิกคลาสวิชาพื้นฐาน เธอเดินถือแก้วน้ำเย็นจัดออกมาจากคาเฟ่ด้วยความเหนื่อยล้า พยายามเร่งฝีเท้าเพื่อจะไปยังที่จอดรถให้เร็วที่สุด แต่ในจังหวะที่เธอกำลังเลี้ยวผ่านมุมตึกที่เป็นจุดอับสายตา ร่างสูงใหญ่ที่คุ้นตาก็ก้าวออกมาจากห้องทำงานส่วนตัวของผู้บริหารพอดี พรึ่บ! ไอรีนเบรกเท้าไม่ทัน ร่างกายของเธอเซถลาเข้าปะทะกับแผงอกแกร่งของคิรันอย่างจัง แรงปะทะทำให้แก้วน้ำเย็นในมือของเธอหลุดกระเด็น น้ำหวานเย็นเฉียบราดรดลงบนเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดของเขาจนเปียกชุ่มไปทั่วทั้งแถบ "อร๊ายย! ขอโทษค่ะ! ฉันไม่ได้ตั้งใจ!" ไอรีนร้องลั่นด้วยความตกใจ รีบวางแก้วลงแล้วควานหาทิชชู่ในกระเป๋าออกมาเช็ดให้เขาด้วยความลนลาน "ยัยเด็กซุ่มซ่าม!" คิรันสบถออกมาเบาๆ เขาไม่ได้โกรธจนถึงกับอาละวาด แต่นัยน์ตาคมกริบนั้นกลับพราวระยับราวกับเจอของเล่นชิ้นใหม่ที่น่าแกล้ง เขารวบข้อมือทั้งสองข้างของไอรีนไว้แน่น "น้ำราดขนาดนี้ จะให้เช็ดออกด้วยทิชชู่แผ่นเดียวเนี่ยนะ?" "ปล่อยนะ! ฉัน... ฉันจะไปหาผ้ามาเช็ดให้" ไอรีนพยายามดึงมือออก หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความหวาดกลัว ไม่ใช่แค่เพราะความซุ่มซ่ามของตัวเอง แต่เป็นเพราะสัมผัสร้อนแรงที่แผ่ออกมาจากตัวของเขา คิรันโน้มตัวลงมาใกล้ ใบหน้าของเขาห่างจากหน้าเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร กลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่ดุดันและร้อนแรงทำให้ไอรีนแทบสิ้นสติ "เธอทำเสื้อฉันพัง เธอต้องรับผิดชอบ" "รับ... รับผิดชอบยังไงคะ?" คิรันยกยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ดูเจ้าชู้และร้ายกาจในคราวเดียวกัน "ไปห้องทำงานฉัน... ถอดเสื้อฉันออก แล้วเอาไปซักให้สะอาดเดี๋ยวนี้" "ไม่! ฉันทำไม่ได้!" ไอรีนปฏิเสธทันควัน ใบหน้าของเธอแดงก่ำด้วยความอับอายและตื่นตระหนก "ฉันจะซื้อตัวใหม่ชดใช้ให้ หรือจะให้จ่ายค่าซักรีดเท่าไหร่ก็ได้ แต่ฉันจะไม่ไปห้องทำงานของคุณ!" "ปฏิเสธเหรอ?" คิรันเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะใช้มือหนาเชยคางเธอให้เงยขึ้นสบตาเขา สายตาคู่นั้นกวาดมองเธอราวกับจะกลืนกินทั้งตัว "ไอรีน... เธอควรจะรู้ไว้ว่า ในมหาวิทยาลัยนี้ คำสั่งของฉันคือคำขาด ถ้าไม่อยากให้ฉันทำให้เธออับอายต่อหน้าคนทั้งคณะ ก็เดินตามมาดีๆ" ไอรีนรู้สึกเหมือนถูกต้อนจนมุม ความกลัวที่เธอมีต่อ 'ฝาแฝด' ของชายคนนี้ยังคงฝังใจอยู่ลึกๆ และการต้องมาเผชิญกับน้องชายที่มีนิสัยดุดันและเอาแต่ใจกว่าแบบนี้ ยิ่งทำให้เธอรู้สึกไร้ทางสู้ เธอจำใจเดินตามคิรันเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวที่กว้างขวางและดูโอ่อ่า ทันทีที่ประตูห้องปิดลง กลิ่นอายความเป็นส่วนตัวของเขาก็ทำให้ไอรีนรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังก้าวเข้าสู่กรงขังอีกครั้ง คิรันเดินไปถอดเสื้อเชิ้ตที่เปียกชุ่มออก เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและกล้ามเนื้อที่สมบูรณ์แบบของชายหนุ่มที่ดูแลร่างกายเป็นอย่างดี ไอรีนรีบหันหน้าหนีด้วยความเขินอาย แต่คิรันกลับก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอจากด้านหลัง "หันมาสิ... ทำไมต้องกลัว? เมื่อกี้ยังทำท่าจะเช็ดให้ฉันอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?" เขาเอ่ยเสียงพร่าข้างใบหู "คุณ... คุณไม่ได้จะให้ฉันซักเสื้อจริงๆ ใช่ไหม?" ไอรีนถามเสียงสั่น พยายามรวบรวมสติที่เหลืออยู่น้อยนิด "ซักเสื้อเหรอ? หึ... ฉันแค่หาวิธีดึงตัวเธอเข้ามาในห้องนี้เฉยๆ" คิรันหันร่างบางให้กลับมาเผชิญหน้า มือหนาโอบกอดเอวบางไว้แน่น ไม่ให้เธอมีโอกาสได้หนีไปไหน "คนอย่างฉันไม่ชอบอะไรที่น่าเบื่อหรอกนะไอรีน แต่กับเธอ... ฉันรู้สึกว่ายิ่งแกล้ง ยิ่งสนุก" ไอรีนรู้สึกถึงความอันตรายที่พุ่งพล่านอยู่ในบรรยากาศ เธอเป็นเพียงลูกคุณหนูผู้อ่อนต่อโลก ในขณะที่ชายตรงหน้าคือเสือร้ายที่ไม่รู้จักคำว่าพอ เขาไม่ได้แค่ต้องการแกล้ง แต่เขากำลังมองเธอเป็นเหยื่อที่เขาสามารถจะขย้ำเมื่อไหร่ก็ได้ตามใจชอบ ความซวยที่เริ่มต้นขึ้นจากน้ำหกใส่ กำลังนำพาไอรีนให้ถลำลึกลงไปในเกมพิศวาสของคิรัน โดยที่เธอยังไม่รู้เลยว่า คิริน พี่ชายฝาแฝดของเขากำลังจะก้าวเข้ามาในชีวิตเธอในฐานะพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจของครอบครัว และความลับที่เธอพยายามปกปิดไว้ กำลังจะถูกเปิดเผยออกมาในไม่ช้า... ในสถานการณ์ที่เธอก็ไม่อาจจะเลี่ยงได้อีกต่อไป "คิรัน... ได้โปรด อย่าทำอะไรฉันเลย" เธออ้อนวอน แววตาสั่นระริก แต่คิรันกลับหัวเราะชอบใจ "ถ้าอยากให้ฉันหยุด... ก็ลองพิสูจน์ให้ฉันเห็นสิว่า ทำไมฉันต้องยอมฟังเธอ?" ในห้องทำงานที่เงียบสงัด เกมการปั่นหัวและการคุกคามทางอารมณ์ของคิรันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และไอรีนก็ตกเป็นผู้พ่ายแพ้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องนี้แล้วท่ามกลางบรรยากาศที่อึดอัดภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลวิมลเกียรติยศ ความเงียบงันที่แผ่ปกคลุมไม่ได้เป็นความสงบ แต่เป็นความกดดันที่รอวันระเบิดออก หลังจากที่คิรินและคิรันต่างได้รับรู้ถึงความกระหายที่ฝ่ายหนึ่งมีต่อไอรีนอย่างออกนอกหน้าในที่สุด สงครามเย็นระหว่างฝาแฝดก็ถึงจุดแตกหักภายในห้องทำงานชั้นบนสุดที่กั้นเสียงได้เป็นอย่างดี คิรินวางแก้วเหล้าสีอำพันลงบนโต๊ะไม้ราคาแพง เขามองน้องชายที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสายตาที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็ง ในขณะที่คิรันเองก็จ้องกลับด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงแห่งความท้าทาย"แกกำลังจะทำให้ทุกอย่างพัง คิรัน" คิรินเอ่ยเสียงเรียบ "พันธะสัญญาที่พ่อทำไว้ไม่ได้มีไว้เพื่อให้แกเอาไปเล่นสนุกจนเสียการควบคุม เธอคือเครื่องบรรณาการที่มีค่าของตระกูล ไม่ใช่ของเล่นส่วนตัวของแกเพียงคนเดียว"คิรันแค่นยิ้มที่มุมปาก "ค่า? พี่พูดคำว่าค่าออกมาได้ยังไง ในเมื่อพี่เองก็ดูเหมือนจะ 'ติดใจ' ในรสสัมผัสของเธอไม่ต่างจากผม ผมเห็นสายตาที่พี่มองเธอตอนที่เธอเผลอ มันไม่ได้มีความหมายแค่เรื่องสัญญาหรอกนะพี่ชาย... พี่ก็แค่ไม่อยากยอมรับว่าพี่เองก็ต้องการเธอเหมือนกัน"คำพูดแทงใจดำของคิรันทำให้คิรินชะ
ความตึงเครียดภายในคฤหาสน์หรูหราของตระกูตระกูลเวนิสโซ่พุ่งสูงขึ้นราวกับปรอทแตก หลังจากเหตุการณ์ที่คิรินไปปรากฏตัวและข่มขู่ธันวา ไอรีนถูกนำตัวกลับมายังคฤหาสน์ทันทีด้วยสีหน้าที่ไร้ความรู้สึก ทว่าในใจของเธอพายุแห่งความหวาดกลัวกำลังก่อตัวคิรันที่รออยู่ในห้องโถงกว้างของคฤหาสน์มองดูพี่ชายที่พาร่างของไอรีนเข้ามาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม เขารู้ดีว่าคิรินกำลังโกรธ... โกรธที่ธันวาเข้ามาแตะต้องสิ่งที่เขามองว่าเป็นของเล่นชิ้นโปรดของเขา"พี่ดูหัวเสียนะ" คิรันเดินเข้ามาประชิดพี่ชาย "แค่ไอ้รุ่นพี่กระจอกนั่นมาแตะตัวไอรีน พี่ถึงกับต้องลงมือเองเลยเหรอ?"คิรินไม่ตอบโต้ด้วยวาจา เขาดันร่างไอรีนให้เข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวที่ไม่มีใครสามารถรบกวนได้ ไอรีนรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่บอกว่าค่ำคืนนี้จะไม่จบลงง่ายๆ ร่างสูงของทั้งคิรินและคิรันปิดประตูลงพร้อมกัน เสียงกลอนประตูที่ล็อคแน่นหนาทำให้หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำ"ไอรีน..." คิรินเริ่มเอ่ยปาก ขณะที่เขาถอดสูทออกอย่างใจเย็น "ความลับของเธอเริ่มสั่นคลอนแล้วนะ ธันวาคนนั้นมันเริ่มรู้มากเกินไป... และฉันก็ไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับสิ่งที่ฉันกำลัง 'เล่น' อยู่"
ความรู้สึกเสพติดที่ไอรีนได้รับจากสัมผัสของพี่น้องฝาแฝดในห้องพักอาจารย์เมื่อวันก่อน ยังคงหลอกหลอนเธอราวกับเงาตามตัว หลังจากที่คิรินและคิรันแยกย้ายกันไปหลังจากเสร็จสิ้นกิจกามที่ไร้ความปรานี พวกเขาไม่ได้ปล่อยให้เธอได้พักผ่อนอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับส่งเธอกลับมาใช้ชีวิตนักศึกษาปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นไอรีนเดินเข้ามาในบริเวณคณะบริหารธุรกิจด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป เธอรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายที่พร้อมจะขาดสะบั้นได้ทุกเมื่อ ร่างกายของเธอยังคงหลงเหลือความเจ็บปวดจากการถูกกระทำอย่างหนักหน่วง แต่มันกลับแฝงไปด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เธอเองก็เริ่มจะไม่เข้าใจตัวเองในขณะที่เธอกำลังก้าวเดินไปตามทางเดินเพื่อจะเข้าเรียนวิชาถัดไป สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นใครบางคนที่กำลังยืนพิงกำแพงรอเธออยู่... 'ธันวา' รุ่นพี่ปีสี่ที่สนิทสนมและคอยช่วยเหลือเธอมาตลอดตั้งแต่เข้าเรียน"ไอรีน เป็นอะไรหรือเปล่า ดูหน้าตาไม่ดีเลยนะ" ธันวาทักทายด้วยความเป็นห่วง เขารีบก้าวเข้ามาหาเธอพร้อมกับสำรวจใบหน้าที่ซีดเซียวของไอรีนอย่างใกล้ชิดไอรีนพยายามปั้นยิ้มที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุด "ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่ธันวา แค
บรรยากาศภายในห้องพักอาจารย์ที่คับแคบกลับกลายเป็นสมรภูมิรักที่ร้อนระอุและไร้ทางออก ไอรีนรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเรือลำน้อยที่กำลังถูกคลื่นยักษ์จากชายสองคนโหมกระหน่ำเข้าใส่ คิรินที่เคยมั่นคงและนิ่งเฉย บัดนี้กลับเผยด้านที่น่าสะพรึงกลัวและกดดัน ส่วนคิรันก็เปรียบเสมือนเปลวเพลิงที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างรอบตัวให้เป็นจุณ ไม่มีพื้นที่ว่างสำหรับคำปฏิเสธ ไม่มีช่องว่างให้เธอได้ร้องขอความเมตตา คิรินกดร่างบางให้จมลงกับโซฟารับแขกตัวยาว สัมผัสของเขาในวันนี้ต่างจากทุกครั้ง มันเต็มไปด้วยความต้องการที่พุ่งพล่านและเร่งเร้า ราวกับต้องการตอกย้ำให้คิรันเห็นว่าเขาก็สามารถรุนแรงได้ไม่แพ้กัน "เธอคิดว่าตัวเองเป็นเครื่องบรรณาการที่นิ่งเฉยได้งั้นเหรอ?" คิรินกระซิบเสียงเย็นข้างใบหู ก่อนจะใช้ริมฝีปากขบเม้มลำคอระหงของเธอจนเกิดรอยจ้ำแดง มือหนาปลดเปลื้องอาภรณ์ของเธอออกด้วยความรวดเร็วและเด็ดขาด ทิ้งให้ร่างกายของเธอเปลือยเปล่าอยู่ภายใต้สายตาที่กระหายของแฝดทั้งสอง คิรันไม่ปล่อยให้พี่ชายได้ครอบครองพื้นที่นาน เขาแทรกตัวเข้ามาประชิด ลูบไล้ไปตามเรือนร่างที่สั่นสะท้านของไอรีน สัมผัสของเขาคือความเร่าร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกขุม
ภายในห้องพักอาจารย์ที่เงียบเชียบและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของบุรุษเพศ ไอรีนยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้อง สายตาของคิรันที่จ้องมองมานั้นราวกับจะแผดเผาเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่อยู่ให้มอดไหม้ไปเสียตรงนั้น เขายังคงยืนอยู่ที่เดิม ปิดประตูห้องลงอย่างช้าๆ เสียงกลอนประตูดัง กริ๊ก เหมือนเป็นสัญญาณเตือนว่าเธอกำลังก้าวเข้าสู่กรงขังที่เต็มไปด้วยความอันตรายอีกครั้ง"เธอกล้าหาญกว่าที่ฉันคิดนะ... ที่กล้าเดินเข้ามาหาถึงถิ่นแบบนี้" คิรันเอ่ยเสียงต่ำพลางสาวเท้าเข้ามาหาเธอช้าๆ ท่าทางการเดินของเขามีความมั่นใจอย่างผู้ล่าที่รู้ดีว่าเหยื่อไม่มีทางหนีพ้นไอรีนเม้มริมฝีปากแน่น เธอพยายามจะทำใจดีสู้เสือ แม้ว่าข้างในใจจะสั่นไหวจนแทบคุมไม่อยู่ "ฉันแค่... อยากจะมาบอกว่า อย่าคิดว่าฉันจะยอมแพ้ให้กับเกมของคุณง่ายๆ"คิรันหยุดลงตรงหน้าเธอ แววตาที่ดุดันของเขาเปลี่ยนเป็นความพึงพอใจที่ลึกล้ำ เขายกมือขึ้นสัมผัสเส้นผมของเธออย่างแผ่วเบา ทว่าแฝงไปด้วยแรงบีบที่สื่อถึงการครอบครอง "เกมงั้นเหรอ? สำหรับเธออาจจะเป็นเกม แต่สำหรับฉัน... มันคือการตามล่าสิ่งที่ฉันหมายตาไว้ตั้งแต่วันแรกที่เห็นเธอ"เขาโน้มตัวลงมาใกล้จนหน้าผากของเขาสัมผัสกับเธอ ไอรีนห
ความเงียบสงัดที่เข้ามาเยือนห้องรับแขกหลังจากพายุอารมณ์ผ่านพ้นไปนั้นช่างบาดลึกและน่าอึดอัดกว่าเสียงกรีดร้องใดๆ ไอรีนนอนนิ่งอยู่บนโซฟา ร่างกายบอบช้ำราวกับถูกพายุโหมกระหน่ำจนไม่เหลือชิ้นดี เสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นเป็นเพียงเศษซากของศักดิ์ศรีที่เธอเคยรักษาไว้ ความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศกระทบผิวหนังที่ยังคงร้อนผ่าวด้วยรอยรักที่ประทับไว้ทั่วร่างคิรินและคิรันไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว พวกเขาจากไปหลังจาก 'ตีตรา' จองจำเธอไว้ด้วยพันธสัญญาที่เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ทิ้งให้เธออยู่กับความว่างเปล่าและความคิดที่เริ่มบิดเบี้ยวไอรีนค่อยๆ พยุงตัวขึ้นนั่ง มือสั่นเทาหยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่อย่างทุลักทุเล ในหัวของเธอมีเพียงภาพใบหน้าที่เหมือนกันราวกับแกะของคนทั้งคู่ สัมผัสที่ต่างกันสุดขั้วยังคงติดแน่นอยู่บนผิวหนัง สัมผัสของคิรินที่เหมือนน้ำแข็งอาบยาพิษ กับสัมผัสของคิรันที่เหมือนเปลวเพลิงไร้การควบคุม... ทั้งสองอย่างกำลังทำลายความมั่นใจสุดท้ายของเธอจนหมดสิ้นเธอเดินกลับขึ้นไปที่ห้องนอนของตัวเอง ล็อคประตูแน่นหนาแล้วทรุดตัวลงกับพื้นห้อง เธอพยายามที่จะโกรธ เธอพยายามที่จะเกลียด แต่ความรู้สึกเหล่านั้นกลับจางหา
ค่ำคืนที่แสนยาวนานผ่านพ้นไปทิ้งไว้เพียงความเหนื่อยล้าที่กัดกินลึกลงไปในจิตใจของไอรีน เธอตื่นขึ้นมาในห้องสวีทของโรงแรมหรูที่คิรินจัดเตรียมไว้ให้ แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไม่ใช่ความหรูหราของสถานที่ หากแต่เป็นความรู้สึกที่ว่า 'โลก' ของเธอได้บิดเบี้ยวไปอย่างสิ้นเชิงหลังเหตุการณ์ปะทะกันอย
ท่ามกลางความเงียบงันที่ถูกทำลายด้วยเสียงเคาะประตูที่หนักแน่นและดุดันจากคิรัน ไอรีนรู้สึกเหมือนหัวใจของเธอถูกบีบจนแทบแหลกสลาย ห้องทำงานของคิรินที่เคยดูโอ่อ่าและน่าเกรงขามในสายตาคนทั่วไป บัดนี้กลับกลายเป็นกรงขังที่แสนอึดอัดสำหรับเธอ"พี่ครับ! ผมรู้ว่าพี่อยู่ข้างใน... และผมรู้ว่าไอรีนอยู่กับพี่ เปิดปร
เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในอก ไอรีนตื่นขึ้นมาบนเตียงนุ่มในห้องสวีทของโรงแรมหรูที่เธอถูกบังคับให้ค้างคืน ความเงียบงันภายในห้องทำให้เธอรู้สึกว้าเหว่และไร้ทางออก กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของคิรินที่ยังติดอยู่ที่หมอนข้างเป็นเครื่องเตือนใจว่าเธออยู่ในถิ่นของเสือที่พร้อมจะขย้ำเธอได้ทุกเมื่อเธ
ลิฟต์ส่วนตัวเคลื่อนตัวขึ้นสู่ชั้นสูงสุดของโรงแรมหรูด้วยความเร็วที่สม่ำเสมอ บรรยากาศภายในห้องโดยสารแคบๆ นั้นกดดันจนไอรีนรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวเบาบางลง เธอทำได้เพียงยืนกอดอกตัวเองไว้แน่น สัมผัสจากมือของคิรินที่กุมข้อมือเธอไว้ยังคงหลงเหลือความร้อนแรงราวกับจะทิ้งรอยไหม้เอาไว้บนผิวหนังเมื่อประตูลิฟต์เ







