Masukภายในห้องทำงานกว้างขวางที่ตกแต่งด้วยโทนสีดำและสีเทาเข้ม ไอรีนรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่กลางถ้ำของอสูรกาย อากาศรอบกายดูจะเบาบางจนเธอแทบหายใจไม่ออก สายตาคมกริบของคิรันที่มองมาที่เธอนั้นไม่ได้มีความอ่อนโยนหรือความเห็นใจเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย มันมีแต่ความกระหายใคร่รู้และความร้ายกาจที่พร้อมจะฉีกกระชากความมั่นใจของเธอให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
"ทำไม... ถึงต้องเป็นฉัน?" ไอรีนถามเสียงแผ่ว พยายามรักษาระยะห่างจากร่างสูงที่เปลือยท่อนบนแผงอกแกร่งเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่ดูแข็งแรง คิรันเดินเข้ามาหาเธอช้าๆ เขากระตุกยิ้มที่มุมปาก เผยให้เห็นเขี้ยวเล็กๆ ที่ดูอันตรายพอๆ กับแววตา "คำถามน่าเบื่อจังนะไอรีน เธอเป็นคนสวย... เป็นคนน่าแกล้ง และที่สำคัญที่สุด เธอมีอะไรบางอย่างที่ทำให้ฉันรู้สึก 'สนใจ' ตั้งแต่วินาทีแรกที่ชนกัน" เขาก้าวประชิดตัวจนไอรีนไม่มีทางหนี แผ่นหลังของเธอชนเข้ากับโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งขนาดใหญ่ คิรันใช้แขนข้างหนึ่งกักตัวเธอไว้ในอ้อมแขน ในขณะที่มืออีกข้างหนึ่งเชยคางเธอขึ้นบังคับให้สบตา "ฉันไม่ใช่ของเล่นของคุณนะ" ไอรีนพยายามเค้นเสียงให้ดูเข้มแข็ง แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระดอนออกมา "ใครบอกว่าเธอเป็นของเล่น?" คิรันเลิกคิ้วสูง ก่อนจะก้มลงมากระซิบที่ข้างหู เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นประสาท "เธอมันก็แค่ 'เหยื่อ' ที่หลงเข้ามาในถิ่นของฉัน... และเหยื่อที่หลงเข้ามาแล้วน่ะ ไม่มีวันได้ออกไปง่ายๆ หรอกนะ" คำพูดของเขาส่งผลให้ไอรีนตัวสั่นสะท้าน เธอเริ่มสัมผัสได้ถึงความต่างของคิรินและคิรัน คนพี่คือความเย็นชาที่น่าสะพรึงกลัว เหมือนพายุที่มาเงียบๆ แต่ทำลายล้างทุกอย่าง แต่คนน้องอย่างคิรันกลับเป็นเหมือนไฟที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างที่ขวางหน้า เขาคือความดุดัน ความเอาแต่ใจ และความเจ้าชู้ที่พร้อมจะเล่นสนุกกับความรู้สึกของเธอ คิรันเริ่มไล้ปลายนิ้วไปตามแนวสันกรามของเธอ มันเป็นสัมผัสที่ดูแผ่วเบาแต่กลับกดดันจนเธอแทบหยุดหายใจ เขาไม่ได้เร่งรีบ แต่เขากำลังสนุกกับการเห็นเธอหวาดกลัวและสั่นสะท้านภายใต้การควบคุมของเขา "คุณ... คุณต่างจากพี่ชายของคุณมากเลยนะ" ไอรีนเผลอหลุดปากออกไปโดยไม่ทันยั้งคิด คำพูดนั้นทำให้ดวงตาของคิรันวาวโรจน์ขึ้นมาทันที เขากระชับร่างบางเข้าหาตัวจนไร้ช่องว่างระหว่างกัน "อย่าเอาฉันไปเปรียบเทียบกับไอ้พี่ชายผู้แสนดีจอมปลอมนั่น... คิรินมันอาจจะชอบทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ แต่ฉันไม่ใช่ ฉันคือปีศาจที่เธอควรจะกลัวให้มากที่สุด" เขากดจูบลงบนลำคอของเธออย่างรุนแรงและแสดงความเป็นเจ้าของ ไอรีนพยายามดิ้นรน แต่แรงของเขานั้นมหาศาลเกินกว่าที่เธอจะต่อต้านได้ เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกกดทับด้วยความร้ายกาจของเขา รสสัมผัสที่เขามอบให้นั้นช่างดิบเถื่อนและเร่าร้อน แตกต่างจากครั้งไหนที่เธอเคยเจอมาอย่างสิ้นเชิง "จำไว้ไอรีน... ที่นี่คืออาณาจักรของฉัน ไม่ว่าเธอจะเคยเป็นของใคร หรือใครเคยแตะต้องเธอมา... นับจากวินาทีนี้ไป เธอต้องจำแค่รสสัมผัสของฉันคนเดียว" คิรันประกาศกร้าว ไอรีนได้แต่น้ำตาคลอเบ้า ความรู้สึกอัปยศและความกลัวตีรวนอยู่ในใจ เธอเป็นเพียงลูกคุณหนูที่เคยถูกปกป้องมาตลอดชีวิต แต่ตอนนี้เธอกลับถูกฝาแฝดมาเฟียแย่งชิงและบงการชีวิตราวกับสิ่งของที่ไม่มีหัวใจ คิรันไม่ได้แค่ต้องการความสัมพันธ์ชั่วคราว แต่เขากำลังเริ่มสร้างกรงขังใหม่ให้กับเธอ กรงขังที่เปี่ยมไปด้วยความร้ายกาจและความใคร่ เขาต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาสามารถสยบลูกสาวตระกูลใหญ่ผู้แสนบริสุทธิ์คนนี้ได้ ไม่ว่าเธอจะเคยถูกใครตีตราไว้ก่อนหน้านี้ก็ตาม เขาผลักร่างบางให้ลงไปนั่งบนโซฟารับแขกตัวนุ่ม สายตาของเขาจับจ้องเธอราวกับเสือที่กำลังมองเหยื่อที่ใกล้จะหมดแรงขัดขืน "วันนี้ฉันจะปล่อยเธอไปก่อน... ถือว่าเป็นรางวัลที่เธอมาหาฉันถึงห้อง" เขาโน้มตัวลงมาประทับจูบเบาๆ บนหน้าผากของเธอ ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหยิบเสื้อเชิ้ตตัวใหม่มาสวมใส่ท่าทีของเขาดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคนราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น "พรุ่งนี้... เตรียมตัวไว้ให้ดี ไอรีน เพราะเกมของเรามันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น" ไอรีนลุกขึ้นเดินออกมาจากห้องทำงานของคิรันด้วยความสั่นสะท้านไปทั้งตัว เธอรีบก้าวเท้าออกจากคณะบริหารด้วยความรู้สึกที่เหมือนกับว่าเธอได้สูญเสียอิสระภาพไปอย่างถาวร เธอไม่รู้เลยว่าคิรันกำลังมีแผนการอะไรอยู่ในหัว และการที่พี่น้องสองคนนี้ต้องมาพัวพันกับเธอมันคือเรื่องบังเอิญหรือความตั้งใจกันแน่ ท่ามกลางแสงไฟยามเย็นของมหาวิทยาลัย ไอรีนพยายามรวบรวมสติ เธอรู้ว่าเธอต้องหนี... แต่เธอจะหนีจากสองมาเฟียนี้ไปได้อย่างไรในเมื่อตอนนี้บัตรประจำตัวนักศึกษาใบนั้นก็ยังอยู่ในมือของคิริน และตัวเธอก็ตกอยู่ในกำมือของคิรัน ชะตากรรมของไอรีน วิมลเกียรติยศ กำลังดิ่งลงสู่ความมืดมิด และดูเหมือนว่าความสดใสในรอยยิ้มของเธอ กำลังจะถูกกลืนกินโดยความร้ายกาจของฝาแฝดคู่นี้อย่างไม่มีวันหวนคืนท่ามกลางบรรยากาศที่อึดอัดภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลวิมลเกียรติยศ ความเงียบงันที่แผ่ปกคลุมไม่ได้เป็นความสงบ แต่เป็นความกดดันที่รอวันระเบิดออก หลังจากที่คิรินและคิรันต่างได้รับรู้ถึงความกระหายที่ฝ่ายหนึ่งมีต่อไอรีนอย่างออกนอกหน้าในที่สุด สงครามเย็นระหว่างฝาแฝดก็ถึงจุดแตกหักภายในห้องทำงานชั้นบนสุดที่กั้นเสียงได้เป็นอย่างดี คิรินวางแก้วเหล้าสีอำพันลงบนโต๊ะไม้ราคาแพง เขามองน้องชายที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสายตาที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็ง ในขณะที่คิรันเองก็จ้องกลับด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงแห่งความท้าทาย"แกกำลังจะทำให้ทุกอย่างพัง คิรัน" คิรินเอ่ยเสียงเรียบ "พันธะสัญญาที่พ่อทำไว้ไม่ได้มีไว้เพื่อให้แกเอาไปเล่นสนุกจนเสียการควบคุม เธอคือเครื่องบรรณาการที่มีค่าของตระกูล ไม่ใช่ของเล่นส่วนตัวของแกเพียงคนเดียว"คิรันแค่นยิ้มที่มุมปาก "ค่า? พี่พูดคำว่าค่าออกมาได้ยังไง ในเมื่อพี่เองก็ดูเหมือนจะ 'ติดใจ' ในรสสัมผัสของเธอไม่ต่างจากผม ผมเห็นสายตาที่พี่มองเธอตอนที่เธอเผลอ มันไม่ได้มีความหมายแค่เรื่องสัญญาหรอกนะพี่ชาย... พี่ก็แค่ไม่อยากยอมรับว่าพี่เองก็ต้องการเธอเหมือนกัน"คำพูดแทงใจดำของคิรันทำให้คิรินชะ
ความตึงเครียดภายในคฤหาสน์หรูหราของตระกูตระกูลเวนิสโซ่พุ่งสูงขึ้นราวกับปรอทแตก หลังจากเหตุการณ์ที่คิรินไปปรากฏตัวและข่มขู่ธันวา ไอรีนถูกนำตัวกลับมายังคฤหาสน์ทันทีด้วยสีหน้าที่ไร้ความรู้สึก ทว่าในใจของเธอพายุแห่งความหวาดกลัวกำลังก่อตัวคิรันที่รออยู่ในห้องโถงกว้างของคฤหาสน์มองดูพี่ชายที่พาร่างของไอรีนเข้ามาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม เขารู้ดีว่าคิรินกำลังโกรธ... โกรธที่ธันวาเข้ามาแตะต้องสิ่งที่เขามองว่าเป็นของเล่นชิ้นโปรดของเขา"พี่ดูหัวเสียนะ" คิรันเดินเข้ามาประชิดพี่ชาย "แค่ไอ้รุ่นพี่กระจอกนั่นมาแตะตัวไอรีน พี่ถึงกับต้องลงมือเองเลยเหรอ?"คิรินไม่ตอบโต้ด้วยวาจา เขาดันร่างไอรีนให้เข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวที่ไม่มีใครสามารถรบกวนได้ ไอรีนรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่บอกว่าค่ำคืนนี้จะไม่จบลงง่ายๆ ร่างสูงของทั้งคิรินและคิรันปิดประตูลงพร้อมกัน เสียงกลอนประตูที่ล็อคแน่นหนาทำให้หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำ"ไอรีน..." คิรินเริ่มเอ่ยปาก ขณะที่เขาถอดสูทออกอย่างใจเย็น "ความลับของเธอเริ่มสั่นคลอนแล้วนะ ธันวาคนนั้นมันเริ่มรู้มากเกินไป... และฉันก็ไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับสิ่งที่ฉันกำลัง 'เล่น' อยู่"
ความรู้สึกเสพติดที่ไอรีนได้รับจากสัมผัสของพี่น้องฝาแฝดในห้องพักอาจารย์เมื่อวันก่อน ยังคงหลอกหลอนเธอราวกับเงาตามตัว หลังจากที่คิรินและคิรันแยกย้ายกันไปหลังจากเสร็จสิ้นกิจกามที่ไร้ความปรานี พวกเขาไม่ได้ปล่อยให้เธอได้พักผ่อนอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับส่งเธอกลับมาใช้ชีวิตนักศึกษาปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นไอรีนเดินเข้ามาในบริเวณคณะบริหารธุรกิจด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป เธอรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายที่พร้อมจะขาดสะบั้นได้ทุกเมื่อ ร่างกายของเธอยังคงหลงเหลือความเจ็บปวดจากการถูกกระทำอย่างหนักหน่วง แต่มันกลับแฝงไปด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เธอเองก็เริ่มจะไม่เข้าใจตัวเองในขณะที่เธอกำลังก้าวเดินไปตามทางเดินเพื่อจะเข้าเรียนวิชาถัดไป สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นใครบางคนที่กำลังยืนพิงกำแพงรอเธออยู่... 'ธันวา' รุ่นพี่ปีสี่ที่สนิทสนมและคอยช่วยเหลือเธอมาตลอดตั้งแต่เข้าเรียน"ไอรีน เป็นอะไรหรือเปล่า ดูหน้าตาไม่ดีเลยนะ" ธันวาทักทายด้วยความเป็นห่วง เขารีบก้าวเข้ามาหาเธอพร้อมกับสำรวจใบหน้าที่ซีดเซียวของไอรีนอย่างใกล้ชิดไอรีนพยายามปั้นยิ้มที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุด "ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่ธันวา แค
บรรยากาศภายในห้องพักอาจารย์ที่คับแคบกลับกลายเป็นสมรภูมิรักที่ร้อนระอุและไร้ทางออก ไอรีนรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเรือลำน้อยที่กำลังถูกคลื่นยักษ์จากชายสองคนโหมกระหน่ำเข้าใส่ คิรินที่เคยมั่นคงและนิ่งเฉย บัดนี้กลับเผยด้านที่น่าสะพรึงกลัวและกดดัน ส่วนคิรันก็เปรียบเสมือนเปลวเพลิงที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างรอบตัวให้เป็นจุณ ไม่มีพื้นที่ว่างสำหรับคำปฏิเสธ ไม่มีช่องว่างให้เธอได้ร้องขอความเมตตา คิรินกดร่างบางให้จมลงกับโซฟารับแขกตัวยาว สัมผัสของเขาในวันนี้ต่างจากทุกครั้ง มันเต็มไปด้วยความต้องการที่พุ่งพล่านและเร่งเร้า ราวกับต้องการตอกย้ำให้คิรันเห็นว่าเขาก็สามารถรุนแรงได้ไม่แพ้กัน "เธอคิดว่าตัวเองเป็นเครื่องบรรณาการที่นิ่งเฉยได้งั้นเหรอ?" คิรินกระซิบเสียงเย็นข้างใบหู ก่อนจะใช้ริมฝีปากขบเม้มลำคอระหงของเธอจนเกิดรอยจ้ำแดง มือหนาปลดเปลื้องอาภรณ์ของเธอออกด้วยความรวดเร็วและเด็ดขาด ทิ้งให้ร่างกายของเธอเปลือยเปล่าอยู่ภายใต้สายตาที่กระหายของแฝดทั้งสอง คิรันไม่ปล่อยให้พี่ชายได้ครอบครองพื้นที่นาน เขาแทรกตัวเข้ามาประชิด ลูบไล้ไปตามเรือนร่างที่สั่นสะท้านของไอรีน สัมผัสของเขาคือความเร่าร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกขุม
ภายในห้องพักอาจารย์ที่เงียบเชียบและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของบุรุษเพศ ไอรีนยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้อง สายตาของคิรันที่จ้องมองมานั้นราวกับจะแผดเผาเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่อยู่ให้มอดไหม้ไปเสียตรงนั้น เขายังคงยืนอยู่ที่เดิม ปิดประตูห้องลงอย่างช้าๆ เสียงกลอนประตูดัง กริ๊ก เหมือนเป็นสัญญาณเตือนว่าเธอกำลังก้าวเข้าสู่กรงขังที่เต็มไปด้วยความอันตรายอีกครั้ง"เธอกล้าหาญกว่าที่ฉันคิดนะ... ที่กล้าเดินเข้ามาหาถึงถิ่นแบบนี้" คิรันเอ่ยเสียงต่ำพลางสาวเท้าเข้ามาหาเธอช้าๆ ท่าทางการเดินของเขามีความมั่นใจอย่างผู้ล่าที่รู้ดีว่าเหยื่อไม่มีทางหนีพ้นไอรีนเม้มริมฝีปากแน่น เธอพยายามจะทำใจดีสู้เสือ แม้ว่าข้างในใจจะสั่นไหวจนแทบคุมไม่อยู่ "ฉันแค่... อยากจะมาบอกว่า อย่าคิดว่าฉันจะยอมแพ้ให้กับเกมของคุณง่ายๆ"คิรันหยุดลงตรงหน้าเธอ แววตาที่ดุดันของเขาเปลี่ยนเป็นความพึงพอใจที่ลึกล้ำ เขายกมือขึ้นสัมผัสเส้นผมของเธออย่างแผ่วเบา ทว่าแฝงไปด้วยแรงบีบที่สื่อถึงการครอบครอง "เกมงั้นเหรอ? สำหรับเธออาจจะเป็นเกม แต่สำหรับฉัน... มันคือการตามล่าสิ่งที่ฉันหมายตาไว้ตั้งแต่วันแรกที่เห็นเธอ"เขาโน้มตัวลงมาใกล้จนหน้าผากของเขาสัมผัสกับเธอ ไอรีนห
ความเงียบสงัดที่เข้ามาเยือนห้องรับแขกหลังจากพายุอารมณ์ผ่านพ้นไปนั้นช่างบาดลึกและน่าอึดอัดกว่าเสียงกรีดร้องใดๆ ไอรีนนอนนิ่งอยู่บนโซฟา ร่างกายบอบช้ำราวกับถูกพายุโหมกระหน่ำจนไม่เหลือชิ้นดี เสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นเป็นเพียงเศษซากของศักดิ์ศรีที่เธอเคยรักษาไว้ ความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศกระทบผิวหนังที่ยังคงร้อนผ่าวด้วยรอยรักที่ประทับไว้ทั่วร่างคิรินและคิรันไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว พวกเขาจากไปหลังจาก 'ตีตรา' จองจำเธอไว้ด้วยพันธสัญญาที่เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ทิ้งให้เธออยู่กับความว่างเปล่าและความคิดที่เริ่มบิดเบี้ยวไอรีนค่อยๆ พยุงตัวขึ้นนั่ง มือสั่นเทาหยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่อย่างทุลักทุเล ในหัวของเธอมีเพียงภาพใบหน้าที่เหมือนกันราวกับแกะของคนทั้งคู่ สัมผัสที่ต่างกันสุดขั้วยังคงติดแน่นอยู่บนผิวหนัง สัมผัสของคิรินที่เหมือนน้ำแข็งอาบยาพิษ กับสัมผัสของคิรันที่เหมือนเปลวเพลิงไร้การควบคุม... ทั้งสองอย่างกำลังทำลายความมั่นใจสุดท้ายของเธอจนหมดสิ้นเธอเดินกลับขึ้นไปที่ห้องนอนของตัวเอง ล็อคประตูแน่นหนาแล้วทรุดตัวลงกับพื้นห้อง เธอพยายามที่จะโกรธ เธอพยายามที่จะเกลียด แต่ความรู้สึกเหล่านั้นกลับจางหา
คำว่า "พันธสัญญา" ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของไอรีนซ้ำไปซ้ำมาราวกับเสียงระฆังแห่งความหายนะ เธอไม่ได้เป็นเพียงแค่เหยื่อที่บังเอิญเดินหลงทางเข้าไปในชีวิตของมาเฟียฝาแฝด แต่เธอกำลังกลายเป็นเดิมพันในเกมอำนาจที่เก่าแก่กว่าที่เธอจะจินตนาการถึงคิรินและคิรันไม่ได้แค่ยืนมองเธออยู่ในห้องรับแขกของบ้านตระกูลวิมลเ
บรรยากาศในห้องสวีทหลังพายุอารมณ์สงบลงยังคงเต็มไปด้วยความอึดอัดที่หนักหน่วง คิรินยังคงยืนอยู่ที่เดิม เขาไม่ได้โวยวาย ไม่ได้อาละวาด แต่นัยน์ตาคู่คมกริบนั้นกลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก เขามองดูร่างของไอรีนที่หอบหายใจรวยรินอยู่ในอ้อมกอดของคิรันด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออกคิรันลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าของ
บรรยากาศในห้องสวีทเปลี่ยนเป็นสมรภูมิอารมณ์ทันทีที่คิรันก้าวเข้ามา รังสีความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากพี่ชายฝาแฝดปะทะกับความท้าทายที่ไร้ความเกรงกลัวของคิรัน ไอรีนยืนตัวสั่นอยู่ตรงกลางระหว่างคนสองคนที่หน้าตาเหมือนกันราวกับพิมพ์เดียวกัน แต่กลับแผ่รังสีแห่งความร้ายกาจออกมาคนละรูปแบบ"ออกไปจากห้องของฉัน คิ
บรรยากาศภายในห้องสวีทส่วนตัวของคิรินในคืนนี้ดูจะแตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งพื้นขับเน้นให้ห้องดูอบอุ่นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาที่คิรินโปรดปรานอบอวลไปทั่วห้อง ไอรีนยืนอยู่กลางห้องด้วยความรู้สึกที่เปราะบาง เธอเพิ่งผ่านพ้นความวุ่นวายจากเหตุการณ์เผชิญหน้า







