“เอาเด็กไหม”
“ไม่ล่ะ”
ไคเร็นไม่ได้เซ้าซี้ต่อ เขายกแก้วเหล้าขึ้นจิบเงียบๆ ไม่นานเด็กของตัวเองก็เดินเข้ามาทิ้งตัวนั่งข้างๆ
สองพี่น้องนิสัยต่างกันคนละขั้ว แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันเลยคือ…ความใจร้อน
เดิมทีผู้เป็น ‘ครินทร์’ คนเป็นพ่อตั้งใจให้ทั้งคู่ช่วยกันดูแล K1NG CLUB แต่ไคเร็นที่ยังเรียนอยู่ปีสามไม่สนใจงานบริหาร หลงใหลการแข่งรถมากกว่า จึงโยนภาระทั้งหมดให้พี่ชายรับผิดชอบเพียงคนเดียว
โชคดีที่ตระกูลไกรวณิชคุณมีธุรกิจอยู่ในมือหลายอย่าง หากวันหนึ่งไคเร็นเบื่อสนามแข่งแล้วอยากหันมาทำธุรกิจ ครอบครัวก็พร้อมเปิดทางให้เสมอ
“ไปไหนวะ” ไคเร็นเงยหน้าขึ้นมองพี่ชายที่ลุกขึ้น
“สูบบุหรี่” เขาตอบกลับเสียงเรียบ ก่อนจะเดินออกไปยังโซนสำหรับสูบบุหรี่ข้างนอก
คิเร็นเปิดประตูออกมา หยิบบุหรี่มาคาบไว้ในปากแล้วใช้ไฟแช็กลนปลายกระบอกจนควันคลุ้งไปตามสายลม ฝนหยุดตกแล้ว แต่กลิ่นดินชื้นหลังฝนยังอบอวลอยู่ในอากาศ
อัดควันเข้าปอดช้าๆ ก่อนผ่อนลมหายใจออก ควันสีเทาลอยผ่านใบหน้าคมคาย ในขณะที่นิโคตินค่อยๆ ซึมเข้าสู่ร่างกาย ความหงุดหงิดที่คุกรุ่นมาตลอดเริ่มเบาบางลง
“ขอยืมไฟแช็กได้ไหมคะ”
คิเร็นปรายสายตามองหญิงสาวที่เดินเข้ามาหยุดตรงหน้า ท่าทางของอีกคนแสดงออกชัดเจนว่าไม่ได้อยากยืมแค่ไฟแช็ก เพียงแค่ใช้เป็นข้ออ้างเปิดทางเข้าหาเท่านั้น เขายื่นให้โดยไม่พูดอะไร
หญิงสาวเอื้อมมือรับไฟแช็กมา แถมยังตั้งใจทำให้ปลายนิ้วสัมผัสโดนมือของเขา ก่อนจุดบุหรี่อย่างคล่องแคล่วแล้วส่งคืนเขาไปด้วยรอยยิ้มหวาน
“ใช่พี่คิเร็นไหมคะ”
“ใช่”
“ว่าแล้ว จำมายด์ได้ไหมคะ”
คิเร็นมองหน้าเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าสั้นๆ รอยยิ้มของหญิงสาวกว้างขึ้นทันทีที่อีกคนบอกว่าจำได้
“ดีใจจัง… นึกว่าพี่จะจำไม่ได้แล้ว”
‘มายด์’ เคยเรียนโรงเรียนเดียวกับคิเร็น พอรู้ว่าเขาสอบติดมหา’ลัยวาแซร์ เธอก็ตั้งใจอ่านหนังสืออย่างหนัก จนสอบเข้าที่เดียวกันได้สำเร็จ
“ได้ยินว่าที่นี่เป็นคลับของพี่เหรอคะ”
“อืม”
“คลับสวยนะคะ เทสดีเหมือนเจ้าของเลย”
“ขอบคุณครับ” เขาตอบรับตามมารยาท ถึงจะรำคาญแต่ยังไงก็เป็นลูกค้า
มายด์มองคิเร็นอัดบุหรี่เข้าปอดครั้งแล้วครั้งเล่า แววตาฉายชัดว่าชอบเขามากแค่ไหน ตอนเรียนว่าหล่อแล้ว โตมายิ่งหล่อไปกันใหญ่
คนอะไรใช้คำว่าหล่อได้เปลืองมาก
“ปกติเข้าคลับบ่อยไหมคะ”
“บางวัน”
“แล้วแบบนี้…ถ้าวันไหนอยากเจอเจ้าของร้าน ต้องมาวันไหนเหรอคะ?”
เธอเริ่มอ่อยเขาแล้ว…
คิเร็นปรายสายตามองมายด์อีกครั้ง ตอนนี้อีกคนกำลังกำลังส่งสายตาเชื้อเชิญ พร้อมรอยยิ้มยั่วเย้าอย่างมั่นใจ ราวกับเชื่อว่าไม่มีผู้ชายคนไหนปฏิเสธเสน่ห์ของเธอได้
หากแต่ว่า…มันใช้ไม่ได้กับคนอย่างคิเร็น
“แค่นึกอยากมาใช้บริการที่คลับก็ขอบคุณแล้วครับ”
รอยยิ้มบนใบหน้ามายด์หุบลงทันที เธอเคยชินกับการที่ใครต่อใครโอนอ่อนตาม เข้าหาใครไม่เคยนก แต่กับรุ่นพี่คนนี้แล้วคงไม่ง่าย
คิเร็นหันไปขยี้ก้นบุหรี่ลงในจานเขี่ย ควันสุดท้ายลอยจางหาย ก่อนที่เขาจะตั้งท่าเดินกลับเข้าไปข้างใน
แต่ทว่า….
หมับ
“จะเป็นอะไรไหมคะ ถ้ามายด์อยากดื่มกับพี่คิเร็นสักแก้ว เห็นแก่ที่เราเคยเรียนโรงเรียนเดียวกันนะคะ”
สายตาคมเข้มค่อยๆ ลดลงมองมือที่จับแขน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองมายด์ที่พยายามทอดสะพานอย่างหนัก
“ขอโทษด้วยนะ พี่ไม่ว่าง”
พูดจบ มือหนาก็ดันมือเรียวออกจากแขนแล้วเดินกลับเข้าไปข้างในทันที
หญิงสาวยืนเม้มริมฝีปากด้วยความขัดใจ การเข้าหาคิเร็นยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา เธออัดควันบุหรี่เข้าปอด ก่อนผ่อนลมหายใจออกช้าๆ พยายามระบายความหงุดหงิดที่ก่อตัวขึ้น
“ขอโทษนะครับ ชื่ออะไรเหรอครับ”
มายด์หันหน้าไปตามต้นเสียง ก่อนพบหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งเดินเข้ามาหาด้วยรอยยิ้ม แววตาฉายชัดว่ากำลังสนใจเธอ และนั่นจึงทำให้รอยยิ้มกลับมาแต่งแต้มบนใบหน้ามายด์อีกครั้ง
ต่อให้คืนนี้เธอไม่ได้คิเร็น อย่างน้อยได้หนุ่มตี๋มาเยียวยาก็ยังดี…
วันต่อมา
มหาวิทยาลัยวาแซร์
“สรุปคืนนี้แกจะมาไหมน้ำขิง” เสียงของฮันนี่เอ่ยถามเพื่อนสนิทที่กำลังก้มหน้ากินข้าวกลางวันเงียบๆ
น้ำขิงเงยหน้าขึ้น สลับมองฮันนี่กับอลิน ทั้งคู่กำลังจ้องเธอตาแป๋ว รอคำตอบด้วยความคาดหวัง
“ถ้าแกไม่มาฉันไม่มีเพื่อนที่ไหนแล้วนะ นิสัยไม่ดีขนาดนี้ เพื่อนยิ่งน้อยๆ อยู่”
“ฉันก็อยากไปนะ แต่….”
“อยากไปก็ต้องไม่มีคำว่าแต่สิ” ฮันนี่รีบแทรกทันที “ปีที่แล้วแกก็เบี้ยววันเกิดฉัน แล้วทุกครั้งที่ชวนไปดื่มก็ปฏิเสธตลอด”
พูดจบฮันนี่ก็ยกแขนกอดอกเชิดหน้าหนีทำแก้มป่องราวกับเด็กน้อยเตรียมงอนจนอลินหลุดหัวเราะ
“คืนนี้ถ้าแกไม่มา ฉันงอนจริงด้วย”
น้ำขิงอดขำไม่ได้ ก่อนหันไปสบตาอลินที่พยักหน้าส่งสัญญาณเชียร์อยู่ข้างๆ
“โอเค ไปก็ไป”
“จริงนะ! แกพูดแล้วนะ!”
ยิ่งกว่าถูกรางวัลที่หนึ่งเมื่อได้ยินคำตอบที่รอคอย สีหน้าบูดบึ้งคล้ายกับจะงอนเพื่อนเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มทันควัน
“ไปร้านไหนกัน”
“ฉันจองคิงส์คลับไว้”
“คิงส์คลับ?” เธอทวนชื่อร้านพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นสูง แม้จะไม่ใช่สายเที่ยวกลางคืน แต่ก็ใช่ว่าจะไม่รู้จักคลับชื่อดังแห่งนี้
ชื่อของ K1NG CLUB ปรากฏอยู่บนหน้าฟีดโซเชียลแทบทุกสัปดาห์ ทั้งบรรยากาศสุดหรู ลูกค้าระดับไฮเอนด์ และเหล่าหนุ่มสาวหน้าตาดีที่ผลัดกันเช็กอิน จนกลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กของสายปาร์ตี้ไปแล้ว
K1NG CLUB
ทันทีที่มาถึงคลับ ฮันนี่แจ้งชื่อผู้จองกับพนักงาน ก่อนทั้งสามคนจะถูกพาไปยังโซนวีไอพีทันที
น้ำขิงที่เพิ่งก้าวเข้าสถานบันเทิงเป็นครั้งแรก ทุกอย่างรอบตัวชวนให้ตื่นตาตื่นใจไปหมด ทั้งแสงไฟ เสียงดนตรีที่กระหึ่มไปทั่วทั้งคลับ ผู้คนที่แต่งตัวจัดเต็มไม่มีใครยอมใคร มองไปทางไหนก็เจอแต่คนหน้าตาดี
คืนนี้ฮันนี่กับอลินรับบทเป็นดีไซเนอร์จำเป็น จับน้ำขิงแปลงโฉมจากยัยเฉิ่มให้กลายเป็น ‘ยัยคนสวยขา’
น้ำขิงอยู่ในชุดเดรสสีดำเข้ารูปตัดกับผิวขาวผุดผ่อง ความยาวเหนือหัวเข่าเพียงเล็กน้อย ผมยาวสลวยถูกม้วนลอนเบาๆ รับกับใบหน้าสวยหวาน และคืนนี้อลินเป็นคนแต่งหน้าให้
“คืนนี้แกสวยมากนะน้ำขิง” อลินเอ่ยชมไม่ขาดปากตั้งแต่ออกจากคอนโดฮันนี่จนถึงคลับ
“ความสวยที่มีก็หัดเอาออกมาใช้บ้าง” ฮันนี่สมทบ พลางยิ้มอย่างพอใจ
พวกเธอรู้ดีว่าน้ำขิงไม่เคยเที่ยวกลางคืนมาก่อน นี่เป็นครั้งแรก เลยตั้งใจจับน้ำขิงแปลงโฉมแบบจัดเต็ม ถึงแม้คืนนี้คนที่ควรโดดเด่นที่สุดจะเป็นเจ้าของวันเกิดก็ตาม
“ฉันไม่ชินเลยอะ….” เธอรู้สึกเขินไปหมด ถึงในนี้จะมีคนแต่งตัวจัดเต็มกว่าก็ตาม
“เดี๋ยวก็ชิน” ฮันนี่ตอบ “พอแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมแบบนี้แกก็ดูมีออร่าเหมือนกันนะ ยังกับลูกคนรวย”
“พูดเวอร์” เธอส่ายหน้าไปมาเบาๆ พลางยกมือเกาท้ายทอยแก้เขิน
“จริง ใช่ไหมอลิน”
“ใช่ ผิวก็ขาวเป็นแก้วเป็นแสงมาก แกควรเริ่มหัดใช้ความสวยให้เป็นประโยชน์ได้แล้วนะ”
น้ำขิงได้แต่ยิ้มแห้งๆ ไม่รู้จะตอบกลับยังไง เพราะตั้งแต่เกิดมาแทบไม่มีใครเคยชมเธอเวอร์ขนาดนี้
ไม่นานนักเครื่องดื่มก็ถูกยกมาวางบนโต๊ะ คืนนี้มีกันแค่สามสาว ฮันนี่ไม่ใช่คนคบเพื่อนสะเปะสะปะ เธอเชื่อมาตลอดว่าการมีเพื่อนสนิทไม่กี่คนที่จริงใจต่อกัน ยังมีค่ามากกว่าการมีเพื่อนมากมายแต่ไว้ใจไม่ได้
และสำหรับเธอ…
แค่น้ำขิงกับอลินก็เพียงพอแล้ว
ระหว่างที่น้ำขิงกำลังใช้เวลาร่วมกับเพื่อนสนิท พร้อมสัมผัสสีสันของการเที่ยวกลางคืนเป็นครั้งแรกในชีวิต ความประหม่าและความเคอะเขินที่เคยมีก็ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
จากคนที่เอาแต่นั่งเงียบๆ คอยมองบรรยากาศรอบตัว ตอนนี้เธอเริ่มปล่อยตัวเองให้สนุกไปกับค่ำคืนตรงหน้า แต่แล้วราวกับมีใครกระชากความสุขทั้งหมดออกไปในพริบตา
ดวงตาคู่สวยที่เผลอไปสบเข้ากับใครบางคนที่เพิ่งเดินเข้ามาอย่างไม่ได้ตั้งใจ หัวใจดวงน้อยพลันไหววูบทันที
คิเร็น…
เจ้าหนี้ของเธอ
สายตาคู่นั้นยังคงดูไร้อารมณ์ไม่เปลี่ยน ความสนุกที่กำลังได้ที่ค่อยๆ เลือนหาย เธอไม่คิดว่าจะเจอเขาที่นี่
แบบนี้…เรียกว่าบังเอิญหรือซวยดี?