“ทำไมไปส่งอาหารนานจัง… ตะ…ตายแล้ว! ไปทำอะไรมาน้ำขิง! ทำไมแผลเต็มตัวแบบนี้!”
ผู้จัดการร้านกำลังจะอ้าปากบ่นที่เธอหายไปเกือบชั่วโมง ทั้งที่บ้านลูกค้าอยู่ห่างจากร้านไม่ถึงสิบนาที ทว่าคำตำหนิทั้งหมดกลับกลืนหายลงคอทันทีที่เห็นสภาพของน้ำขิง
เสื้อผ้าเปียกชื้นเปื้อนไปหมด ตามหัวเข่าและแขนเป็นแผลถลอกมีเลือดซึมออกมา สีหน้าบึ้งตึงเมื่อครู่พลันแปรเปลี่ยนเป็นความตกใจและเป็นห่วงในทันที
“ขอโทษค่ะพี่องุ่น” น้ำขิงรีบยกมือไหว้ พลางส่งยิ้มเจื่อนๆ “พอดีหนูหักรถหลบหมาที่วิ่งตัดหน้า รถเลยล้มค่ะ”
เธอเลือกเล่าเพียงครึ่งเดียวของความจริง ส่วนเรื่องชนเฟอร์รารีคันละหลายสิบล้านเธอไม่กล้าปริปากบอกใคร เกรงว่าจะทำให้ทุกคนแตกตื่นไปมากกว่านี้
“โอ๊ย น้ำขิง!” พี่องุ่นอุทานเสียงหลง ก่อนรีบเดินเข้ามาจับแขนเธอสำรวจร่างกาย “ดูซิเนี่ย แผลเต็มตัวไปหมดเลย แถมยังเปียกฝนอีก”
แววตาดุๆ เมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเป็นห่วงในชั่วพริบตาเดียว
“จะทำงานไหวไหมเนี่ย กลับไปพักไหม พี่ให้ลาแบบไม่หักเงิน”
“ไม่เป็นไรค่ะ หนูทำไหว”
“แน่นะ?”
“หนูทำไหวจริงๆ ค่ะ”
องุ่นมองหน้าน้ำขิงอยู่พักหนึ่ง สีหน้ายังเต็มไปด้วยความกังวล สุดท้ายก็ได้แต่ถอนหายใจเบาๆ ก่อนพยักหน้า
“งั้นก็ไปเปลี่ยนชุดแล้วไปเสิร์ฟต่อ”
น้ำขิงยิ้มบางๆ ก่อนก้มหัวให้อีกฝ่าย แล้วรีบเดินผ่านเข้าไปยังหลังร้าน ทั้งที่เจ็บไปทั้งตัว แต่ตอนนี้เธอไม่มีแก่ใจจะกลับไปพัก เพราะสิ่งที่ถ่วงอยู่ไม่ใช่แผลจากอุบัติเหตุ แต่คือหนี้ก้อนมหึมาที่เพิ่งแบกติดตัวมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
หลังจากเปลี่ยนชุดเสร็จเรียบร้อย น้ำขิงก็ออกมาทำงานต่อทันที วันนี้ลูกค้าเยอะกว่าปกติ เธอเดินเสิร์ฟอาหารแทบไม่ได้หยุด แต่เพราะร่างกายยังระบมจากอุบัติเหตุ สมาธิจึงไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
เธอเสิร์ฟอาหารผิดโต๊ะบ้าง บางโต๊ะรออาหารนานจนเริ่มไม่พอใจ เสียงบ่นดังเข้าหูแทบไม่ขาดสาย
“น้องคะ อาหารโต๊ะพี่ยังไม่ได้อีกเหรอ”
“สั่งอีกอย่างทำไมได้อีกอย่าง!”
“บริการช้าจัง คนยิ่งกำลังหิวๆ”
น้ำขิงได้แต่ก้มหน้าขอโทษลูกค้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับวันนี้ไม่ใช่วันของเธอเลยจริงๆ
•••
ปัง…
น้ำขิงกลับมาถึงห้องในช่วงห้าทุ่มกว่าๆ ทันทีทีถึงห้อง ความเหนื่อยล้าที่พยายามฝืนมาตลอดทั้งวันก็ถาโถมเข้าใส่จนแทบหมดแรงยืน
น้ำขิงถอดรองเท้า ก่อนเดินทอดน่องไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลแล้วเดินมานั่งลงตรงปลายเตียง เธอค่อยๆ ยกขาข้างที่มีแผลถลอกขึ้นมา ก้มมองบาดแผลถลอกตามหัวเข่าและหน้าแข้ง
เลือดที่เคยซึมเริ่มแห้งติดผิวหนัง เหลือไว้เพียงรอยแสบ มือเล็กหยิบสำลีชุบยาฆ่าเชื้อ ค่อยๆ แตะลงบนบาดแผลอย่างแผ่วเบา
“ซี๊ด…” เธอสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อความแสบแล่นขึ้นมา
หลังจากทำแผลให้ตัวเองเสร็จ เธอนำกล่องปฐมพยาบาลไปเก็บที่เดิม หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งในกระเป๋าออกมา ดวงตาคู่สวยไล่อ่านหนี้สินก้อนโตทั้งหมดอย่างละเอียดอีกครั้ง
ทั้งหมดล้านห้า…
ตัวเลขบนหน้าจอเริ่มเลือนพร่า ดวงตาคู่สวยร้อนผ่าวจนต้องกะพริบถี่ๆ เธอสูดน้ำมูกเบาๆ รีบปาดน้ำตาที่ไหลลงแก้มทิ้งลวกๆ
ท้อได้…
เหนื่อยได้…
แต่ห้ามถอย เพราะปัญหามีไว้แก้ไม่ใช่มีไว้หนี
สู้เขาน้ำขิง ฮึบ!
K1NG CLUB
ในเมื่อเฟอร์รารีลูกรักเพิ่งถูกสอยท้ายมา คืนนี้คิเร็นจึงเปลี่ยนมาขี่บิ๊กไบค์คู่ใจแทน
เสียงท่อคำรามดังกระหึ่มมาแต่ไกล ไม่นานรถสีดำด้านก็เลี้ยวเข้ามาจอด เจ้าของรถถอดหมวกกันน็อกออกเผยใบหน้าหล่อเหลา ผมสีดำยุ่งเล็กน้อยจากการสวมหมวกขับให้ลุคของเขาดูเซอร์มีเสน่ห์ กรามคม สันจมูกโด่ง แววตาเรียบเฉยยิ่งเสริมให้ใบหน้าคมเข้มดูน่าค้นหา
ผู้ชายส่วนใหญ่สะดุดตากับบิ๊กไบค์คันแรร์ที่หาได้ยาก ส่วนผู้หญิง…แน่นอนว่าความสนใจทั้งหมดกลับตกไปอยู่ที่เจ้าของรถเพียงคนเดียว
คิเร็นเดินเข้าไปในคลับโดยมีการ์ดคอยโค้งศีรษะให้ ท่ามกลางสายตาของสาวๆ ที่จ้องมองตาเป็นมัน หากแต่เจ้าตัวกลับไม่สนใจเลยสักนิด
ไม่มีใครไม่รู้จักเขา ระดับเจ้าของ K1NG CLUB แถมยังเป็นลูกชายจากตระกูลมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่ไม่มีใครกล้าหือด้วย เขาเดินขึ้นมาชั้นสองของโซนวีไอพีพิเศษที่มีกระจกกั้น ข้างล่างมองขึ้นมาไม่เห็น แต่ข้างบนเห็นทุกอย่างข้างล่างชัดเจน ก่อนจะหย่อนตัวนั่งลง
“เป็นไรวะ”
เสียงของ ‘ไคเร็น’ น้องชายที่อายุน้อยกว่าหนึ่งปีเอ่ยถามเสียงเรียบ สายตาปรายมองพี่ชายที่สีหน้าบึ้งตึงผิดปกติ
“เฟอร์รารีโดนชนท้าย”
“ใครชนวะ”
“รุ่นน้องที่มหา’ลัย เห็นบอกว่าหักหลบหมาจนมาชนท้ายรถกู”
แค่นึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ความหงุดหงิดก็พลันก่อตัวขึ้นมาอีกครั้ง มือหนาคว้าแก้วเหล้าตรงหน้าขึ้นจิบ หวังให้แอลกอฮอล์ช่วยกดอารมณ์ที่ยังคุกรุ่นลงบ้าง
“แล้วมึงทำไงล่ะทีนี้”
แม้อายุจะห่างกันเพียงปีเดียว แต่สองพี่น้องไม่เคยเรียกกันว่าพี่หรือน้อง ใช้สรรพนามเดียวกับตอนคุยกับเพื่อนมาตั้งแต่เด็ก
“เด็กนั่นไม่มีเงินจ่ายค่าซ่อม ขอกูผ่อนเดือนละหมื่น กูเลยบอกให้เวลาไม่เกินห้าเดือนใช้คืนให้ครบ ขู่ตัดนิ้วแม่งไปด้วย”
“มึงนี่แม่งเหี้ยฉิบหาย กูจะฟ้องแม่” ไคเร็นพูด พร้อมกับยกมือข้างถือแก้วเหล้าชี้หน้าพี่ชาย
“ถ้าไม่ติดว่าเป็นผู้หญิงกูต่อยไปนานแล้ว”
เฟอร์รารีลูกรักจอดของมันอยู่ดีๆ ยังมีความสามารถขับมาชน เขาโกรธมาก ถ้าไม่ติดว่าเป็นผู้หญิง รายต่อไปที่จะโดนกระทืบต่อจากลูกหนี้ก็ยัยคู่กรณีนั่นแหละ
“คู่กรณีมึงคือผู้หญิงเหรอวะ”
“เออ”
“สวยไหมวะ ถ้าสวยมึงก็จับทำเมียเลยดิ”
“กูไม่ได้บ้าตัณหา จะได้หน้ามืดตามัวเอากับใครมั่วซั่ว”
พูดจบก็ยกแก้วเหล้าในมือขึ้นจิบ ในใจยังคงคุกรุ่นไปด้วยแรงอารมณ์จากเรื่องเฟอร์รารีลูกรักโดนชนท้าย
ถ้าไม่ติดว่าเป็นผู้หญิงนะ…