น้ำขิงเป็นฝ่ายหลบสายตาไปก่อน เธอเว้นจังหวะอยู่ราวสามวินาที จากนั้นค่อยๆ หันกลับไปมองเขาอีกครั้ง ก่อนจะพบว่าเขาเดินขึ้นบันไดเชื่อมต่อระหว่างชั้นสอง
ไม่คิดว่าจะเจอเขา กรุงเทพแคบเกินไปไหม คลับมีตั้งเยอะแยะแต่ดันเจอเขาที่นี่ แค่รู้ว่าเจ้าหนี้อยู่ในสถานที่เดียวกัน ความสนุกเมื่อครู่ก็แทบมลายหายไปหมด
ตอนนี้เริ่มอยากกลับแล้ว คิเร็นเห็นว่าเธอออกมาเที่ยวแบบนี้ ไม่รู้จะถูกมองว่าเป็นลูกหนี้ใช้ชีวิตสบายเกินไปหรือเปล่า
หนี้ยังใช้ไม่ทันเริ่มใช้เขาสักบาท…
“แอบมองหนุ่มเหรอน้ำขิง” อลินเข้ามากอดคอเอ่ยถาม หรี่สายตาจับผิดเพื่อนอย่างเปิดเผย
“นี่แกมองพี่คิเร็นเหรอ ร้ายไม่เบาเหมือนกันนะยัยน้ำขิง เล่นของสูงซะด้วย” ฮันนี่เสริมขึ้น พลางหันไปยิ้มกริ่มกับอลินอย่างรู้กัน
“มองปกติตามประสาคนรู้จักไง”
“แต่ถ้าแกสนใจ เดี๋ยวฉันดีลให้ได้นะ” ฮันนี่เสนอ
“บะ…บ้าเหรอ! ไม่เอาๆ” น้ำขิงรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธทันควัน ทำเอาฮันนี่กับอลินหัวเราะออกมาพร้อมกัน
“ถ้าแกสนใจพี่คิเร็น ยัยฮันนี่ช่วยได้นะ” ลินบอกพลางยักคิ้ว
ครอบครัวของฮันนี่กับคิเร็นทำธุรกิจร่วมกัน จะให้ช่วยเป็นแม่สื่อคงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ปัญหาคือเธอไม่เคยคิดจะเข้าใกล้คิเร็นตั้งแต่แรก
คนหนึ่งพยายามหลบหน้าแทบตาย แต่อีกสองคนกลับคอยยุให้เดินเข้าไปหาเขาอยู่ได้
“ฉันไม่ได้สนใจ…”
“ฉันส่งข้อความบอกเขาแล้ว บอกว่าเพื่อนอยากชนแก้วด้วย” ฮันนี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางชูโทรศัพท์ขึ้นมา
“ฮะ! มะ…ไม่เอานะฮันนี่! แกรีบยกเลิกข้อความเลยนะ”
“ไม่ทันแล้วจ้า คิเร็นอ่านแล้ว” ฮันนี่หัวเราะคิกคัก ก่อนก้มมองหน้าจอโทรศัพท์อีกครั้ง “อุ๊ย! พี่คิเร็นตอบแล้ว เขาบอกว่าอีกสิบนาทีจะลงมา”
น้ำขิงนิ่งค้างไปพักใหญ่ ราวกับสมองหยุดทำงานชั่วขณะ ในใจอุทานร้องคำว่า ‘ซวย’ ตัวใหญ่ๆ
ทำไงดีทีนี้…
“เห็นไหม ฉันบอกแล้วว่าดีลได้” ฮันนี่หัวเราะอย่างภูมิใจ
“ฉันไม่ได้ชอบเขา แกเรียกเขามาทำไม”
“ทำไมล่ะ พี่คิเร็นหล่อจะตาย ถ้าแกจะชอบก็ไม่แปลก เอาหน่าน้ำขิงไม่ต้องกลัวเสียฟอร์มหรอก”
เขาหล่อจริงยอมรับ ถ้าชอบจริงไม่กลัวเสียฟอร์มเลยสักนิด แต่เธอไม่ได้ชอบเขา ที่ไม่อยากเพราะเขาเป็นเจ้าหนี้ต่างหากเล่า!
หญิงสาวได้แต่กลืนคำพูดทั้งหมดลงคอ จะอธิบายก็ไม่ได้ว่าคนที่เพื่อนกำลังพยายามจับคู่ให้ คือเจ้าหนี้ที่เธอติดเงินอยู่ล้านกว่าบาท
สิบนาทีเหมือนจะนานแต่ไม่เลย…
“พี่คิเร็นมาแล้ว!”
หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ ร่างบางชะงักไปทั้งตัว ไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมอง สองขาราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น ก่อนที่ไออุ่นจากใครบางคนจะแผ่เข้ามาใกล้ ตามมาด้วยกลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยของคืนนั้น
น้ำขิงสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด เหลือบสายตาไปทางหางตาอย่างช้าๆ เงาสูงใหญ่ดูดีทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น
เขากำลังยืนอยู่ข้างกายเธอ…
“เพื่อนอยากชนแก้วด้วยอะพี่คิเร็น” ฮันนี่พูดด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนปรายสายตาไปทางน้ำขิงอย่างมีเลศนัย
“ฮันนี่!” เธอปรามเพื่อนสนิท แก้มร้อนผ่าวจนอยากหายตัวไปจากตรงนี้ ก่อนจะหันไปมองเขาที่ยืนข้างๆ
คิเร็นปรายสายตามองลูกหนี้เพียงนิด ไม่นานเครื่องดื่มก็ถูกยื่นมาให้ทั้งคู่คนละแก้ว ต่างคนต่างรับแก้วจากฮันนี่มา ทีแรกน้ำขิงไม่กล้าชน
ฮันนี่พยักเพยิดส่งสัญญาณ น้ำขิงสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อรวบรวมความกล้า ก่อนยื่นแก้วออกไปชนกับแก้วในมือคิเร็นเบาๆ เสียงดัง กริ๊ง
น้ำขิงไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตาเขา รีบยกเครื่องดื่มขึ้นจิบทันทีราวกับกำลังหลบซ่อนความประหม่า
ฮันนี่กับอลินหันมองหน้ากัน ก่อนยิ้มมุมปากอย่างคนมีแผนการ ทั้งคู่ขยับออกมาเต้นอยู่ด้านหน้า พลางโยกตัวไปตามจังหวะเพลง ก่อนอลินจะแกล้งเสียหลักชนไหล่น้ำขิง
ร่างบางเสียหลักพุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่ทันตั้งตัว หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ เมื่อชนเข้ากับแผงอกแกร่งของคิเร็นเต็มๆ
มือหนาเลื่อนมาจับเอวบางไว้อัตโนมัติ สัมผัสนั้นทำให้น้ำขิงรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง หัวใจที่เต้นเร็วอยู่แล้วเต้นแรงกว่าเดิมราวกับจะหลุดออกมาจากอก
“ขะ…ขอโทษค่ะ” เธอรีบขอโทษ พลางขยับตัวออกจากอ้อมแขนของเขาเล็กน้อย
ระยะห่างระหว่างทั้งคู่แทบไม่เปลี่ยนเลย เธอเหลือบมองซ้ายทีขวาที ตอนนี้ฮันนี่กับอลินขยับมายืนปิดทางไว้เสียหมด ราวกับตั้งใจไม่เปิดโอกาสให้เธอหลบหนี
ส่วนคิเร็นยังคงยืนนิ่งไม่คิดจะขยับให้เธอยืนด้วย ทั้งที่พื้นที่ข้างตัวเขากว้างพอให้ขยับได้อีกตั้งเยอะ
“เอ่อ…ช่วยขยับให้นิดนึงได้ไหมคะ”
คิเร็นขยับให้ ‘นิดนึง’ ตามที่อีกคนขอจริงๆ
“เป็นหนี้อยู่แท้ๆ แต่ยังมีกะจิตกะใจออกมาดื่ม”
“วันเกิดเพื่อนค่ะ”
“อ่า” เขาพยักหน้ารับสั้นๆ สีหน้าเรียบนิ่งจนเดาไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่
“อย่าเข้าใจผิดนะคะ หนูไม่ได้อยากชนแก้วกับพี่คิเร็น เพื่อนแกล้ง”
“งั้นเหรอ” คิเร็นหันไปมองน้ำขิง
“ค่ะ”
“แล้วทำไมจู่ๆ เพื่อนแกล้งล่ะ ถ้าไม่ได้ทำอะไรให้เพื่อนเข้าใจผิดก่อน” เขาเอ่ยถามเสียงเรียบ
น้ำขิงชะงัก ทุกคำถามของเขาราวกับกำลังค่อยๆ ไล่ต้อนให้จนมุม จะให้ตอบยังไง บอกว่าก่อนหน้านี้เธอมองเขางั้นเหรอ? เธอเลือกกลืนคำตอบทั้งหมดลงคอ ก่อนยกแก้วขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด
รสชาติขมปร่าของเครื่องดื่มแล่นผ่านปลายลิ้น แต่ก็ยังไม่ขมเท่าความอึดอัดที่กำลังเผชิญอยู่ เธอวางแก้วเปล่าลงบนโต๊ะ
“ขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะคะ”
“จะไปไหนน้ำขิง”
“ไปห้องน้ำ” เธอตอบฮันนี่
“ไม่อยู่กับพี่คิเร็นก่อน เขาอุตส่าห์ลงมาหาแกนะ”
“ปวดฉี่อะ”
“อั้นไว้ก่อน” ฮันนี่รีบคว้าแขนเพื่อนไว้ “แกรู้ไหมว่าปกติพี่คิเร็นไม่ใช่คนที่จะลงมาหาใครง่ายๆ”
น้ำขิงโชคดีมากที่คนอย่างคิเร็นยอมลงมาหาเองถึงที่ เคยได้ยินผู้หญิงเมาท์กันให้แซ่ด การจะเข้าหาคิเร็นยากยิ่งมาก เพราะเขาไม่เล่นกับใครง่ายๆ
“พี่คิเร็นไม่ใช่คนที่แกควรเดินหนีนะ รู้ไหมว่าตอนนี้การที่พี่คิเร็นมาหาแกถึงโต๊ะ ทำสาวๆ ทั้งคลับอิจฉาแกอยู่นะ ไม่เชื่อลองมองไปรอบๆ สิย่ะ”
น้ำขิงกวาดสายตามองไปรอบๆ ตามที่เพื่อนสนิทบอก จริงอย่างที่อลินบว่า เพียงแค่คิเร็นเข้ามายืนตรงนี้ก็ราวกับพกสปอร์ตไลต์ติดตัวมาด้วย บรรดาสาวๆ ต่างมองเขามาด้วยแววตาพราวระยับ บางคนถึงขั้นส่งรอยยิ้มและสายตาเชื้อเชิญอย่างไม่คิดปิดบัง
“ฉันอุตส่าห์ช่วยแกเต็มที่ อย่าทำให้เสียเครดิต” ฮันนี่กระซิบข้างหู พลางดันน้ำขิงกลับมายืนที่เดิม ไม่ยอมปล่อยให้เดินหนีไปห้องน้ำ ในใจอดบ่นไม่ได้
อยากให้เพื่อนมีผัว แต่เพื่อนดันใช้สกิลหลบหนีเก่งซะงั้น
อุตส่าห์รวบรวมความกล้าส่งข้อความไปหาคิเร็น บอกว่าเพื่อนอยากชนแก้วด้วย ทั้งที่ไม่ได้คาดหวังว่าอีกฝ่ายจะตอบกลับ แต่พอเขาตอบมีหรือที่เธอจะไม่ยัดโอกาสนี้ใส่มือเพื่อนสนิท
คืนนี้….เพื่อนต้องมีผัว!
“แต่ฉันไม่ได้ชอบเขานะ” น้ำขิงรีบแก้ตัว
“โอ๊ยย แกรู้ไหมเขาเป็นใคร พี่คิเร็นเป็นถึงเจ้าของคิงส์คลับเลยนะ! ไม่ชอบก็คว้าไว้ก่อน”
กึกกก
น้ำขิงชะงัก ก่อนจะหันไปมองหน้าเขาอีกครั้งอย่างอึ้งๆ คิเร็นน่ะเหรอเจ้าของ K1NG CLUB สุดท้ายแล้วเธอต้องจำใจอยู่ตรงนี้ต่อ ทั้งที่ตอนแรกตั้งใจหนีไปซ่อนตัวในห้องน้ำสักพัก
“ฉันจะไปแล้ว”
“ไปไหนคะ?” เธอถามอย่างไม่คิดอะไร
“อยากให้อยู่ต่อ?” คิเร็นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
หลงตัวเองชะมัด
เธอแค่คิดแต่ไม่กล้าพูดออกมา
“เปล่าค่ะ แค่ถาม”
“เพื่อนฉันรออยู่ข้างบน” เขาพยักหน้าไปยังโซนวีไอพีชั้นสอง
“อ๋อ งั้นดื่มแก้วนี้ด้วยกันก่อนสิคะ” อย่างน้อยถือเป็นการขอบคุณที่เขาอุตส่าห์ลงมาชนแก้วด้วย
คิเร็นรับแก้วจากมือเล็ก เพียงปลายนิ้วของทั้งคู่สัมผัสกันแผ่วเบา หัวใจดวงน้อยก็พลันกระตุกวูบ ราวกับมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นผ่านปลายนิ้วตรงเข้าสู่กลางอก ทำให้เธอรีบชักมือกลับ ก่อนเม้มริมฝีปากบางเพื่อกลบอาการประหม่า
น้ำขิงไม่รู้เลยว่าตอนนี้ฮันนี่แอบถ่ายรูปเก็บไว้ หันไปยิ้มกริ่มกับอลินเขินแทนเพื่อนกันสองคน
คนที่ไม่เคยดื่มแอลกอฮอล์มาก่อนแถมยังเป็นครั้งแรก น้ำขิงเมาง่ายกว่าเพื่อนสองคน ทั้งที่เพิ่งดื่มไปไม่กี่แก้ว ร่างบางเซไปหาคิเร็นอย่างไม่ตั้งใจ
“ขอโทษค่ะ…”
“เมาแล้ว?”
“นิดหน่อยค่ะ”
“คออ่อนฉิบหาย”
“ใครจะคอแข็งแบบพี่คิเร็น” เธอบ่นอุบเบาๆ ก่อนจะนั่งลงโซฟาเพราะยืนไม่ไหว
ดื่มเหล้าครั้งแรก…
เมาครั้งแรก…
คออ่อนอย่างที่เขาว่าจริงๆ นั่นแหละยัยน้ำขิง
“เมาเหรอน้ำขิง” อลินเข้ามาถาม
“นิดหน่อย”
“งั้นพักดื่มก่อน หน้าแกแดงหมดแล้ว”
“ฉันขอไปห้องน้ำก่อนได้ไหม”
“ได้ๆ เดี๋ยวฉันพาไป”
“ไม่เป็นไร แกอยู่กับฮันนี่เถอะ ห้องน้ำใกล้แค่นี้เอง”
คืนนี้เป็นวันเกิดของฮันนี่ เธอไม่อยากดึงเพื่อนออกมาจากโต๊ะ ปล่อยให้นั่งอยู่คนเดียว อีกอย่างโซนวีไอพีก็มีห้องน้ำแยกไว้สำหรับลูกค้าอยู่แล้ว จึงไม่ต้องเดินฝ่าผู้คนให้วุ่นวาย
“ถ้าไม่ไหวโทรหรือทักมานะ”
น้ำขิงพยักหน้าให้เพื่อนสนิทเป็นเชิงรับรู้ ก่อนหมุนตัวเดินออกจากโต๊ะเพียงลำพัง
หลังจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ น้ำขิงกดชักโครก ก่อนเดินออกมาล้างมือ ปล่อยให้ความเย็นของน้ำช่วยเรียกสติที่เริ่มเลือนเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์
ใบหน้าสวยหวานเงยขึ้นมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก แก้มทั้งสองข้างขึ้นสีแดงระเรื่อ ดวงตาคู่สวยดูปรือเล็กน้อยเพราะความมึนเมา ก่อนจะเดินออกมาจากห้องน้ำ เพียงแค่ก้าวพ้นประตูเธอก็ต้องชะงัก
ร่างสูงของคิเร็นยืนพิงกำแพงอยู่ไม่ไกล มือหนาล้วงกระเป๋ากางเกง สายตามองมาทางเธอนิ่งๆ
“มาเข้าห้องน้ำเหรอคะ” เธอถามออกไปทั้งที่รู้ว่าคำถามฟังดูไร้สาระ
“เพื่อนเธอขอให้ตามมาดู” เขาตอบสั้นๆ
ก่อนหน้านี้ตั้งใจกลับโต๊ะแล้ว แต่ฮันนี่เดินมาขอร้องให้ช่วยตามมาดูลูกหนี้ขี้เมาคนนี้หน่อย ด้วยความที่ทั้งสองครอบครัวรู้จักกันเขาจึงไม่อยากปฏิเสธ
“พี่คิเร็นกลับโต๊ะเลยก็ได้ค่ะ หนูไม่ได้เมาขนาดนั้น”
“เดินนำไป”
น้ำขิงไม่ได้ทำตามทันที ยืนมองหน้าคิเร็นนิ่งๆ จนอีกคนเริ่มบ่นในใจ
คนอะไรดื้อฉิบหาย….
“จะเดินไปเองหรือให้ลากไป?”
“เดินเองค่ะ” เธอเดินผ่านหน้าเขาไป พยายามไม่เดินเซเดี๋ยวโดนหาว่าเมา ประคองตัวเองเดินให้ตรงทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าเดินเซอยู่
คิเร็นเดินตามหลังมาติดๆ พลางบ่นในใจตามไปด้วย เมียก็ไม่ใช่แต่ภาระฉิบหาย
“ส่งถึงตรงนี้ก็ได้ค่ะ โต๊ะอยู่ใกล้แค่นี้เอง พี่คิเร็นกลับโต๊ะเลยก็ได้ค่ะ” เธอหมุนตัวกลับไปบอกเขา เมื่อมาถึงทางเข้าโซนวีไอพีแล้ว
ใครบางคนเดินชนแผ่นหลังเธอเข้าเต็มแรงจนเสียหลัก ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ยังทำให้โลกโคลงเคลงจึงทำให้ร่างของน้ำขิงจึงเซพุ่งไปข้างหน้าตรงเข้าหา…คิเร็น
เพียงเสี้ยววินาที ริมฝีปากนุ่มก็ประกบลงบนริมฝีปากของเขาอย่างไม่ตั้งใจ
เธอจูบเขา