Mag-log in“ห้าชั่วโมง”
“สามร้อยบาทค่ะ ขอพร้อมบัตรประชาชนนะคะ” ผมล้วงแบงค์ร้อยสามใบวางลงบนเคาน์เตอร์อย่างลวกๆ ถูมือไปมาอย่างหมายมาดตอนที่ล้วงบัตรประชาชนในกระเป๋ากางเกงส่งให้พนักงานหญิงแก่ที่ยืนหน้าตึงอยู่ตรงเคาน์เตอร์เก่าๆ
ป้าพนักงานผู้หญิงหน้าตาบ้านๆ คนนั้นให้ผมเขียนชื่อตัวเองลงไปในใบเอกสารอะไรสักอย่าง ในขณะที่จะเหลือบมองไปทางน้องมนต์คนสวยที่ยืนสะอื้นซิกๆ ทำตาปริบๆ อยู่ข้างหลังผม
สัมผัสได้ว่าน้องส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปทางป้าด้วย ผมเลยหันกลับไปมอง แล้วน้องก็สะดุ้งโหยง เพราะสายตาผมเตือนครั้งที่หนึ่ง ประมาณว่า
อย่าขอความช่วยเหลือ ไม่งั้นจะไม่จบที่น้ำเดียว!
“ไม่ทราบว่า...” ป้าอ้าปากพูดขึ้นมา ผมรีบเปลี่ยนสายตาหันไปมองด้วยสีหน้าใสซื่อ “น้องผู้หญิงอายุถึงสิบแปดหรือยังคะ เห็นใส่ชุดนักเรียน ถ้าไม่ถึงไม่สามารถเปิดห้องให้ได้นะคะ”
ชิบหาย
ผมก็ลืมว่าน้องอายุเท่าไหร่เลยไง
“ถึงครับ” พูดไปแบบขายผ้าเอาหน้ารอด แต่น้องบอกว่าสิบแปด ก็ถึงจริงๆ “พอดีแฟนผมชอบแต่งชุดนักเรียนย้อนวันวาน จริงๆ ถึงแล้วครับ”
“อ๋อค่ะ” พนักงานมองหน้าน้องมนต์ที่ทำหน้าตื่นกับคำแก้ตัวของผม “พอดีช่วงนี้มีพวกโรคจิตลักพาตัวเด็กนักเรียน ม.ปลาย มาข่มขืนที่โรงแรมแถวนี้บ่อยๆ เลยต้องเข้มงวดนิดหน่อยค่ะ”
แอบสะอึกเสียงดัง เหมือนกำลังโดนด่าทางอ้อม
“ถ้าไม่ติดอะไรแล้วสามารถขึ้นไปที่ห้องชั้นสอง เลขที่ห้อง 209 ได้เลยค่ะ”
“ขอบคุณครับพี่” ผมตอบอย่างเริงร่าเมื่อเห็นว่าป้าแกไม่มีท่าทีสงสัยถึงผมจะทำชั่วอยู่ก็ตาม ขณะที่จูงมือนุ่มของน้องมนต์คนสวยขึ้นบันไดไปบนชั้นสอง
น้องมนต์ที่ขืนตัวไว้แต่สุดท้ายก็ไม่สู้มือผมอยู่ดี คนตัวเล็กกว่าถูกพาเข้ามาในห้อง 209 ที่พนักงานเปิดห้องทำความสะอาดรอเอาไว้
สิ่งแรกที่ผมทำคือสำรวจตรวจตราโรงแรมเป็นอย่างแรกเพราะไม่เคยมาแม้ว่าจะมีเพื่อนที่ช่ำชองเรื่องพวกนี้มากก็ตาม เริ่มด้วยการล็อคห้องแล้วเปิดห้องน้ำดู ที่นี่มีผ้าเช็ดตัว สบู่โง่ๆ กับถุงยางขนาด 52 ตามมาตรฐานชายไทยไว้พร้อมเสร็จ
พอดีกับของของผมพอดี
แต่อึดอัดมีดในกางเกงชิบหาย ว่าจะเอามาแทงไอ้เต้หน่อยก็ง่อยกินเพราะเจอหญิงที่ถูกใจ ผมเลยล้วงด้ามมีดปลายแหลมดึงออกมาจากกางเกงยีนส์ต่อหน้าน้องมนต์คนสวยที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่มุมห้อง
“อะ... เอ่อ!” เธอหน้าตื่นตอนผมล้วงมีดมาวางบนโต๊ะที่ติดหน้ากระจกหน้าห้องน้ำ น้ำตาไหลพรูออกมาเหมือนสั่งได้ “พะ... พี่จะเอามีดมาทำอะไรหนูเหรอคะ”
“พี่พกไว้เป็นอาวุธป้องกันตัวค่ะ” จริงๆ จะมาแทงคนนั่นแหละ แต่พูดไปเดี๋ยวผู้หญิงจะกลัวเอาเปล่าๆ ผมเลยแก้ต่างสร้างความเป็นคนดีให้ตัวเอง “ก็อย่างว่า อาชีวะศึกษาถ้าไม่มีเรื่องมีราวก็แปลกแยก”
“...”
“ว่าแต่ถามทำไม?” ท้ายประโยคหันไปจ้องหน้าอีกฝ่ายแบบไม่คิดอะไรมาก พอเห็นว่าเธอเริ่มขยับตัวหนี ผมก็เดินเข้าไปใกล้ๆ จนชิด ดวงหน้าจิ้มลิ้มฉายแววสั่นกลัวอย่างเห็นได้ชัด
ปึง
“พะ พี่” ผมท้าวแขนกับผนังข้างตัวคนตัวเล็กกว่า เพราะตัวสูงกว่าน้องมากเลยต้องก้มหน้าลง เด็กสาววัยรุ่นหน้าตาจิ้มลิ้ม หุ่นบางเหมือนกระดาษ กับขนาดหน้าอกที่... แต่ไม่ทันได้กะขนาดน้องก็ยกสองแขนขึ้นมาบังซะก่อน ผมตีสีหน้าทันที “ยะ... อย่าทำอะไรหนูเลยนะคะ”
แต่ผมไม่พูดพร่ำหรือรอทำเพลง ช้อนตัวบางๆ ของน้องขึ้นพาดบ่าอย่างรวดเร็วทันที น้องมนต์กรี๊ดลั่นตอนที่ผมปล่อยตัวน้องลงบนเตียงแบบกะทันหันแล้วขึ้นคร่อมทั้งตัว
“กรี๊ด! มะ... ไม่เอา” ผมฟัดแก้มน้อง คนตัวเล็กดิ้นขลุกขลักอยู่ใต้ตัวผม ดิ้นรนสุดชีวิตในขณะที่ผมกัดแก้มอีกฝ่ายเพราะว่ามันช่างย้วยและนุ่มนิ่มเหมือนมาชเมลโล่
หน้าอกน้องหอบถี่ขึ้นลงเป็นจังหวะเพราะแรงสั่นกลัว ผมมองปราดเดียวก็รู้ได้ในทันทีว่าน่าจะคัพเอเพราะหน้าอกน้องเล็กกว่าที่คิดไว้
แต่ไม่เป็นไร พอดีว่าผมชอบผู้หญิงนมเล็กอยู่แล้วด้วย
จนจังหวะหนึ่ง
“เฮือก” น้องหอบเฮือกออกมาเหมือนกลัวจนต้องกลั้นหายใจ และตอนนี้กำลังจะขาดอากาศ ผมรีบผละออกทันที มือเล็กปัดป่ายไปทั่วตอนที่พยายามจะดันหน้าผมออกตอนที่ผมเปลี่ยนท่า เลื่อนมือลงต่ำทำท่าจะปลดซิปกระโปรงยาว “มะ... ไม่เอานะคะ หนูกลัว หนูไม่เคยจริงๆ ไม่เอานะคะ ฮึก”
จังหวะนั้นนิ้วผมดันชะงักอยู่กับที่ เพราะน้องสั่นจนหอบถี่ขึ้น คราวนี้เหมือนเป็นโรคหอบ จนทำให้รู้สึกว่าตัวเองกำลังทำอะไรที่ไม่ดีมากๆ ลงไป
“ถามจริง” ผมถามชิดหน้าน้อง พยายามแก้เก้อเพราะเอาจริงๆ ผมก็ยังเวอร์จิ้นแล้วก็รู้สึกประหม่าขึ้นมา “ซิงจริงดิ?”
“...”
“แบบว่าไม่เคยโดนเลยไรงี้ไหม?” พอถามไปตรงๆ ทั้งที่ยังคามือไว้ตรงซิปกระโปรง น้องมนต์ก็พยักหน้าหงึกหงักแบบงงๆ ทั้งที่หน้ายังแดงก่ำ
“มะ... ไม่เคยเลยค่ะ” ผมครางรับเมื่ออีกฝ่ายละล่ำละลั่กเหมือนพยายามอ้อนวอนหาทางรอด “... หนูไม่เคยมีแฟนมาก่อนเลยค่ะ แล้วก็ยังเรียนอยู่ มันไม่เหมาะสม”
“เค” ผมครางรับสั้นๆ รู้สึกแปลกใหม่นิดหน่อย พอๆ กับมีความคิดที่ว่า “ถามจริง ถ้าพี่สปาร์คจอยหนู หนูจะยอมพี่ปะ?”
น้องมนต์ส่ายหน้าหวือจนหัวแทบหลุด “นะ หนูจะมีหลังจากที่แต่งงานแล้วเท่านั้นค่ะ”
ผมชะงักไป แล้วก็นั่งคิดหนักกับตัวเอง วัยหัวเลี้ยวหัวต่อทำให้ผมไม่คำนึงถึงผิดชอบชั่วดี แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมานั่งคิดเป็นจริงเป็นจัง
ผมไม่อยากทำลายใคร
“ก็ได้” ผมหยัดตัวออกจากร่างกายเล็กๆ ของเธอ น้องมนต์คนสวยทำหน้าเหวอเมื่อบทจะหยุดผมก็หยุดง่ายๆ ความคิดที่ว่ามันอยากฟันไม่ได้หายไป มันยังอยู่และยิ่งมากขึ้น แต่ผมตัดสินใจได้แล้ว
“... คะ?”
“แต่งงานกับพี่ดีไหม” อีกฝ่ายเบิกตาโตเมื่อกูพูดออกมาโต้งๆ “พอดีพี่ชอบหนูมาก เห็นครั้งแรกก็แบบตกหลุมรักเลยอะ แบบรอได้ ถ้าจะได้สปาร์คจอยด้วย”
“...”
“ถือว่าวันนี้เราเข้าม่านรูดด้วยกัน เป็นแฟนกันแล้วนะ” ผมทึกทักเอาเอง เพราะผมชอบแล้วผมต้องได้อะ อีกอย่างก็ไม่เคยมีแฟนเป็นจริงเป็นจัง ผมยังซิงแถมไร้เดียงสารู้จักแค่โลกต่อยตี เลยไม่รู้ว่าควรต้องจีบผู้หญิงยังไง “ฝากไปบอกแม่ด้วย”
“...!!”
ก็ผมสปาร์คกับน้องตั้งแต่แรกพบอะ แล้วผมก็ต้องได้น้องมาเป็นแฟนด้วย
[จบพาร์ท : ตะขวด]
เวลาผ่านไปสามเดือนครึ่ง พี่ขวดมักออกไปเจอกับหลิงหลิงอาทิตย์ละครั้ง ในขณะที่เจ้าขาเติบโตขึ้นจนอายุสองขวบกว่าหนูเม้มริมฝีปากแน่น นี่ก็คืออีกวันที่พี่ขวดออกไปข้างนอกกับดาราสาวที่สวยไปหมดทุกมุมแบบนั้นโดยบอกกับหนูว่าเป็นการเจอกันเพราะธุรกิจเท่านั้น ทิ้งให้หนูอยู่กับเจ้าขา นั่งอยู่ในห้องเล่นกับลูก เฝ้ามองดูพัฒนาการของลูกเป็นเวลาสามเดือน จนหนูอุ้มเด็กคล่องขึ้น เพราะวันๆ ต้องขอแม่นมมานั่งเล่นกับลูกของตัวเองระหว่างที่รอสามีกลับมาเจ้าขาติดหนูมาก พูดคำว่าม๊าได้เป็นคำแรก แถมยังชอบนอนซบกับอกหนูเวลาจะกินนมนอนอีกต่างหากเด็กน้อยที่แสนน่ารัก ถ้าแม่ไม่มีหนู แม่จะเป็นยังไงกันนะ“ม้า ม้า”เจ้าขาเรียกหนูล่ะค่ะ หนูคลี่ยิ้มให้ลูกแล้วมองลูกเดินเตาะแตะมาหา หลังจากพยายามฝึกลูกเดินเองโดยมีแม่นมจับตาดูอยู่ประมาณเดือนกว่าๆ เจ้าขาก็เดินได้ แต่ไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่นัก บางครั้งก็ล้มหน้าคะมำอยู่บ่อยๆ แต่เจ้าขาช่างเป็นเด็กน้อยที่เข้มแข็งเหลือเกิน ไม่ว่าจะล้มหน้าคะมำสักกี่ครั้ง ก็ไม่เคยร้องไห้ออกมาเลย“คุณหนูท่าจะโตเป็นเด็กที่แข็งแรงมากเลยนะคะ ตอนแรกดูพัฒนาการช้า ก็เลยต้องปรึกษาคุณหมอของเด็กอยู่ตั้งนานแหน่ะ” แม่นมคนน
น้องมนต์คลี่ยิ้มออกมาอย่างโล่งอก ไม่ว่าสองปีที่ผ่านมาผมจะผ่านอะไรมาบ้าง หรือแม้ว่าเราจะห่างกันขนาดไหน แต่ความรู้สึกที่ผมมีต่อน้องยังเท่าเดิม เหมือนเดิมเสมอมาผมไม่ได้หมายความว่าไม่แคร์น้อง แต่ในคืนนั้น มันมีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้น แม้ว่าหลังจากนี้จะมีอะไรเข้ามากีดขวางความรักของผมและความสัมพันธ์ของครอบครัวของเรา ผมจะขอรับมันไว้แต่เพียงผู้เดียวที่บอกว่าไม่แคร์น่ะ คือไม่แคร์ว่าใครจะมองผมว่าเป็นยังไง เป็นคนเลวที่มีเมียหลายคน เป็นผู้ชายสองใจที่พอเป็นใหญ่เป็นโตก็ทิ้งผู้หญิงที่อยู่ด้วยกันมาตลอดไปอย่างไมใยดี ผมไม่แคร์ว่าชื่อเสียงผมจะเป็นยังไง หรือใครจะเกลียดผมมากแค่ไหนจากข่าวพวกนั้นผมขอแค่ให้น้องมนต์กับลูกปลอดภัย อยู่ข้างๆ ผมก็พอแล้ว แม้ว่ามันอาจจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ และเต็มไปด้วยขวากหนามแค่ไหนใช่ ที่หมายถึงก็คือ... ผมไม่ได้มีเซ็กซ์กับหลิงหลิงจริงๆนี่คือการจัดฉากด้วยยาปลุกเซ็กซ์ที่คุณหยวนทำพิเศษให้ มอมเมาสติสัมปชัญญะของหลิงหลิงจนคิดว่าพวกเรามีอะไรกันจริงๆ แม้ว่าสุดท้ายหลิงหลิงจะตลบหลังผมด้วยการเอายาไอซ์ที่ปนสารพิษต่อร่างกาย จงใจทำให้ผมดูเหมือนแพ้สารเสพติดในนั้น คนอื่นจะได้ไม่สงสัยและสาว
จนหมอเดินออกไปพร้อมกับคุณลี่ที่ไปพูดคุยเรื่องค่าใช้จ่าย ผมก็หลับไปอย่างเหนื่อยอ่อน ลืมตาขึ้นมาอีกทีก็เห็นมือเล็กๆ ที่กุมมือผมเอาไว้แน่น เจ้าของผมยาวสลวยที่นอนฟุบอยู่ที่ปลายเตียงทำให้ผมรู้สึกสะท้อนในใจ ผมกัดริมฝีปากแน่น ตอนที่ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นมาพิงกายกับหัวเตียงมือหนาเอื้อมไปสางผมให้เมียตัวเองอย่างอ่อนโยน ผมรู้ว่าที่ผมทำลงไปมันเหี้ยแค่ไหน ผมพูดกับคุณลี่ลงไปว่าผมไม่แคร์ นั่นก็คือผมไม่แคร์สายตาของคนอื่น ในวังวนสุดท้ายนี้ ทุกอย่างจะเฉลยออกมาในตอนท้ายเองติ๊ง ตองเสียงกริ่งหน้าบ้านที่ดังขึ้นในระหว่างที่ผมกำลังลูบผมของน้องมนต์ มันทำให้ผมผละออกไป พร้อมกับคนตัวเล็กที่สะลึมสะลือตื่นขึ้นมา เธอเงยหน้าขึ้นมองหน้าผม ก่อนที่น้องมนต์จะคลี่ยิ้มให้ จนผมได้แต่รู้สึกแย่กับรอยยิ้มที่ซื่อใสบริสุทธิ์ของเธอ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นผมเคยชอบมันมากผมไม่ได้ยิ้มกลับจนเธอแปลกใจ ได้แต่รู้การมาของผู้หญิงคนนั้นแกรกเสียงประตูนั้นเปิดออกพร้อมๆ กับหลิงหลิงในชุดเดรสปักดอกกุหลาบอย่างดี เธอเดินตรงเข้ามาหาผมต่อหน้าเมียที่ผมรัก คว้าฝ่ามือหนาของผมมากุมไว้อย่างห่วงหา ท่ามกลางสายตาที่สั่นระริกของน้องมนต์ผมดึงมือเธอออก ไม่รู้
หนูเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างแทบไม่เชื่อหูตัวเองเลย พี่ขวดที่ใจดีกับหนูมาตลอด ในตอนนี้กลายเป็นเพียงผู้ชายที่น่ากลัวคนหนึ่งเท่านั้น แววตาหนูสั่นระริก ในขณะที่ข้อมือที่ถูกบีบแน่นจากฝ่ามือแกร่งเริ่มแดงเป็นปื้นและเหมือนพี่ขวดจะรู้ว่าเขากำลังทำให้หนูกลัว ร่างสูงผละมือออกแทบจะทันที ก่อนที่จะหันหน้าหนีไปทางอื่น“ขอโทษครับ พี่คงใช้อารมณ์มากเกินไป” หนูเม้มริมฝีปาก ก่อนที่จะลูบแขนตัวเองป้อยๆ ตอนที่เขาหันหลังให้ “พี่ขอโทษที่หึงหนูจน...”“นะ... หนูไม่ได้ตั้งใจเลยนะคะ” หนูยกมือขึ้นกอดตัวเองตอนที่โพล่งแทรกขึ้นมาเสียงเบา ก่อนที่จะสะอื้นออกมาเพราะขวัญเสียจากสิ่งที่พี่ขวดทำเมื่อครู่ “หนูแค่อยากช่วยพี่ขวด... แค่เล็กน้อยก็ยังดี หนูไม่อยากอยู่เฉยๆ ให้พี่ขวดเลี้ยงดูแบบนี้นี่คะ”“คนดี” เขาปลอบประโลมพร้อมกับน้ำเสียงที่สั่นเครือ เหมือนคนกำลังรู้สึกผิด “ไม่ต้องทำอะไรให้พี่ขนาดนี้ก็ได้”“...”“พี่ไม่มีค่าพอให้หนูมาทำอะไรให้พี่หรอกครับ”หนูเงยหน้าขึ้นมองคนตัวโตอย่างไม่เข้าใจในคำที่เขาต้องการจะสื่อออกมา จนกระทั่งพี่ขวดใช้หลังมือปิดประตู ราวกับว่าเขาอยากจะขังตัวเองอยู่แต่ในนั้นหนูก้มลงมองพื้น มองปลายเท้าของตัวเองที
[พาร์ท : ตะขวด]พยายามลบความทรงจำที่ทำกับหลิงหลิงไป พยายามกลับมาเป็นพ่อและผัวที่ดีของเมียและลูกแต่ผมกลับสลัดมันออกไปจากจิตใต้สำนึกไม่ได้หัวใจของผมบอกว่านี่มันผิด มันผิดต่อน้องมนต์ ถ้าน้องมนต์รู้ว่าจะต้องเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้เพื่อแผนแก้แค้นที่สมบูรณ์ของผม เธอคงเกลียดขี้หน้าผม และไม่คิดจะกลับมารักกันอีก ดีไม่ดีเธออาจจะไม่ทนกับสถานะเมียหลวงและหอบลูกหนีกลับไปที่ไทยก็ได้แต่ผมกลับเลิกคิดเรื่องแก้แค้นไอ้หลิวเฉินไม่ได้ หลังจากที่รู้ว่าตระกูลพวกมันส่งหนอนบ่อนไส้มาเพื่อทำลายครอบครัวที่มีค่าของผม ถ้าช้ากว่านี้มันอาจจะเป็นอันตรายต่อน้องและลูก ความแค้นของผมก็มากพอที่จะหาทางทำลายมันทุกวิถีทางผมสืบรู้มาจากคุณหยวนว่าหลิงหลิงที่พยายามยั่วผมด้วยการส่งบัตรเชิญตลอดมา เธอเป็นคนรักคนแรกในชีวิตของหลิวเฉิน ที่ยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อมัน เพื่อความรักที่เห็นแก่ตัวของมันกับฟ่งเฉินผู้เป็นพ่อ และการยั่วยวนผมอาจเป็นสิ่งหนึ่งที่พวกมันต้องการ มันตลกดีที่สุดท้ายแผนที่คุณหยวนคิดขึ้นมา ก็ต้องกลับมาทำลายผู้หญิงของศัตรูเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจอยู่ดีแต่ไม่ ผมยอมมีสัมพันธ์กับหลิงหลิงเพื่อครอบครัวของเราเท่านั้นคืนนั้นหล
ร่างสูงนั่งยกนาฬิกาเรือนสีเงินในแบบที่เขาชอบขึ้นมาดู นาฬิกายี่ห้อหรูที่พ่อมักบอกให้หลิวเฉินใส่มันเสมอยามพบปะกับผู้คนที่เป็นคู่ค้าหรือเป้าหมาย เพราะนั่นมันทำให้เขาดูภูมิฐาน มีระดับ และเตะตาคนอื่นๆปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาไม่ชอบใส่นาฬิกาหรือ accessories อื่นๆ ในตัวนัก เขาชอบความเรียบง่ายมากกว่า แต่เพราะพ่อเขาอยากให้เป็นคนแบบนั้น เขาจึงจำต้องเป็นปลายนิ้วแกร่งเคาะแก้วชาจีนในมือ รอจนกระทั่งเห็นรถคันหรูจากด้านนอก พร้อมกับร่างบอบบางอ้อนแอ้นของสาวเจ้าที่เปิดประตูลงมาจากรถ เธอสะดุดรองเท้าส้นสูงอีกครั้งอย่างน่าขัน หลิวเฉินมองหุ่นบอบบางนั่นผ่านกรอบแว่น ปฏิเสธไม่ลงว่าหุ่นสเลนเดอร์คือแบบที่เขาชอบ แต่หลิงหลิงจะดูมีน้ำมีนวล และมีหน้าอกมากกว่าภรรยาของฝานเหอมากหน่อยน่าเศร้าจริงๆ เธอคนนี้คงไม่รู้ว่าสามีที่เธอมีลูกกับมันกำลังเริงรักกับผู้หญิงคนอื่นเพื่อแก้แค้นเขาจนประตูร้านอาหารจีนเปิดออกพร้อมกับคนตัวเล็กที่เดินมองซ้ายมองขวาเพื่อหาเขา หลิวเฉินนึกอยากรังแกถึงปล่อยให้เธอเดินหาเขาทั่วร้าน จนเห็นว่าเธอท่าจะมองไม่เห็นจริงๆ ถึงได้ยกมือขึ้นสูงๆ“... อะ!” ร่างเล็กอุทาน หน้าแดงก่ำอย่างขายหน้าตอนที่ค่อยๆ เดินตรงม







