INICIAR SESIÓN‘หรือว่าจะเป็นของแฟน?’
“เอ่อ พอดีเราไปทำเสื้อของรุ่นพี่เปื้อนน่ะ เลยอาสาเอากลับมาซักให้” แต่ความจริงคือโดนบังคับยัดเยียดให้เอากลับมาซักให้ต่างหากล่ะ... “อ่อ” ชเลพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะรีบแต่งตัว แล้วหยิบกระเป๋าสะพายแบรนด์เนมยี่ห้อดังขึ้นมาคล้องที่บ่า ซึ่งปาเจราก็ค่อนข้างแปลกใจอยู่เหมือนกัน ชเลหมือนคุณหนูบ้านรวยแต่ทำไมมาถึงมาอยู่ในหอพักกับรูมเมทที่เป็นก็ไม่รู้อย่างเธอ ทั้งที่อยู่หอนอกน่าจะสะดวกสบายและดีกว่า นั่นคือความสงสัยที่เก็บเอาไว้ในใจ เพราะว่าบางทีภาพที่สร้างกับร่างที่เป็นก็อาจจะแตกต่างกัน ดังนั้นปล่อยให้เป็นเรื่องส่วนตัวของเพื่อนที่ไม่ควรก้าวล่วง ชเลรีบแจ้นออกไปเพราะถ้าหากช้ากว่านี้อาจจะไม่ทันคาบเรียน เมื่อวานเธออ่านหนังสือจนเผลอหลับคาโต๊ะ แถมลืมกระทั่งตั้งนาฬิกาปลุกอีก ดีที่สะดุ้งตื่นมาได้ทันเวลาพอดีตามเวลานาฬิกาชีวิต ส่วนปาเจราเมื่อรูมเมทออกจากห้องไปแล้วก็ทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง วันนี้เธอไม่ต้องรีบนี่นา... “ขอนอนต่ออีกหน่อยน้า” ปาเจราเอ่ยเสียงงึมงำบอกกับตัวเองก่อนจะผล็อยหลับไป สะดุ้งตื่นมาอีกทีก็ตอนได้ยินเสียงโทรศัพท์ในห้องแผดเสียงดังขึ้นมาจนแก้วหูแทบแตก ในหอพักแต่ละห้องจะมีโทรศัพท์ภายในให้ใช้ฟรี และยังสามารถใช้ติดต่อสื่อสารข้ามตึกได้หมดทั้งหอพักชายและหอพักหญิงที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน อีกเรื่องหนึ่งที่เด็กปีหนึ่งชอบทำกัน เมื่อเข้ามาใหม่ๆ คือชอบสุ่มโทรหาเพื่อนคุยกันและนัดเจอใต้ตึก เธอก็เคยเห็นอยู่บ้าง และเคยได้ยินเพื่อนในสาขาพูดถึงเรื่องนี้ว่าได้แฟนจากการโทรสุ่ม แล้วก็แลกเบอร์แลกไลน์ แลกรูปกัน หากถูกใจก็สานต่อ เธอก็ยังงงๆ อยู่ว่าแบบนี้ก็ได้เหรอ? แต่อีจูมันเคยบอกว่าส่วนใหญ่ที่ทำแบบนี้เพราะว่ารู้สึกตื่นเต้นดี ก็คงจะใช่ล่ะมั้ง ส่วนเธอไม่เคยใช้วิธีนี้หรอก เธอว่ามันเสี่ยงดวงมากไป สู้เข้าไปในช่องทางโซเซียลของแต่ละคณะในมหา’ลัย และไปเลือกจากจำนวนสมาชิกในเพจตรงนั้นน่าจะตอบโจทย์มากกว่า ปาเจรายกสายโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู... “[อีเจ]” เสียงต้นสายร้องทักขึ้นมาทันที เป็นจรูญนั่นเองที่โทรเข้ามา “เออ มึงมีอะไรเนี่ย แล้วทำไมโทรเข้ามาในห้อง ไม่โทรเข้ามือถือล่ะ” “[ทำอย่างกับมึงจะรับ กูโทรเข้าเป็นสิบรอบแล้วมั้ง นึกว่าตายจนหนอนแดกไปแล้ว]” จรูญแดกดันเพื่อน “อีจู ปากมึงเนี่ยนะ” ปาเจราฮึดฮัด อีเพื่อนเวรที่แช่งชักหักกระดูกเพื่อนตัวเองเสียได้ “[ไปหาอะไรกินกันก่อนเข้าเรียนบ่าย เจอกันสักเที่ยงนะมึง กูรอหน้าหอ]” ปาเจรายกสมาร์ตวอตที่ข้อมือขึ้นมาดูเห็นว่าเป็นเวลาสิบโมงครึ่งแล้ว จึงได้ตอบกลับเพื่อนไป “เออ ได้ๆ” พอหลังจากวางสายก็รีบหยิบผ้าขนหนูที่แขวนไว้ที่ตู้เสื้อผ้า แล้วเดินเข้าห้องน้ำไปทำธุระส่วนตัว ออกมาแต่งตัวด้วยชุดนิสิตเสื้อตัวใหญ่กว่าตัวเองหนึ่งไซซ์ เธอต้องใส่ตัวหลวมๆหน่อย ไม่ใช่อะไรหรอก เธอใส่ไซส์เอสไม่ได้เพราะว่าติดนม ตัวเธอเล็กก็จริงเอวแค่ยี่สิบสาม แต่ทว่าหน้าอกและสะโพกใหญ่เกินตัว ส่วนกระโปรงนั้นก็ใส่ทรงพลีสคลุมเข่าจะได้เดินเหินได้สะดวกสบายไม่ต้องระวังอะไรมากมาย ปาเจราตัดผมหน้าม้า เส้นผมของเธอหนานุ่มดุจแพรไหมยาวดำขลับถึงกลางหลัง ปาเจราหยิบไดรส์มาจัดการผมหน้าม้า ใช้หวีม้วนแล้วใช้ความร้อนไดรส์ให้เป็นทรงเพื่อไม่ให้หน้าม้าแตก เมื่อถึงเวลานัด ดันหันไปเจอเสื้อชอปที่เธอตากเอาไว้ เกือบลืมไปแล้ว จึงส่งข้อความในโปรแกรมสนทนาไปบอกจรูญว่าขอเลทอีกสักเล็กน้อย ปาเจรารีบเอาเสื้อชอปที่แห้งสนิทดีแล้วมารีดเพื่อไม่ให้ยับจนเกินไป มากจากนั้นก็รีบพับใส่ถุงกระดาษรีบลงลิฟต์ไปตามนัด เมื่อออกจากลิฟต์มา ก็เจอกับจรูญที่นั่งรอที่โต๊ะหินอ่อนใต้ตึกหอพักลานไพลินพร้อมกับทำหน้ามุ่ย “กว่าจะเสด็จลงมาได้นะมึง” จรูญค่อนแขวะเพื่อน “กูเลทแค่สิบนาทีเองมึง” เธอยิ้มแหยเอ่ยกับเพื่อน แล้วก็รีบออกไปขึ้นรถไฟฟ้าเพื่อไปยังมหาวิทยาลัย ซึ่งห่างกันแค่เพียงหนึ่งสถานีเท่านั้น พอไปถึงยังโรงอาหารกลางก็เห็นว่า จอมนรีจองที่นั่งไว้ให้แล้ว เธอโบกมือทักทายเพื่อบอกตำแหน่ง ทั้งคู่จึงเดินเข้าไปสมทบ วางกระเป๋าลงบนเก้าอี้เสร็จ ปาเจราก็เดินไปสั่งข้าวราดแกง ส่วนจรูญนั้นสั่งก๋วยเตี๋ยวน้ำตกหมู “มาถึงนานแล้วเหรอจอม” ปาเจราเอ่ยถาม พร้อมกับวางจานอาหารของตัวเองลงบนโต๊ะ “มาได้สักพักแล้ว” จอมนรีตอบ พร้อมกับตักสุกี้หมูเข้าปาก “สุกี้หมูน่ากินอะ” ปาเจรามองถ้วยสุกี้หมูของเพื่อนตรงหน้าแล้วเอ่ยขึ้น “ลองชิมไหม?” จอมนรีเชื้อเชิญ ปาเจราไม่รอช้าเมื่อได้รับคำอนุญาตจากเพื่อนแล้ว ก็จ้วงช้อนตักอาหารในถ้วยของเพื่อนมาลองชิมทันที ‘ทำไมเรามักจะเห็นจานอาหารของเพื่อน น่ากินกว่าจานตัวเองเสมอนะ’“ทำคุย น้องดูไม่สนใจมึงสักนิด” วายุเอ่ยทับถมอีกคน เหมือนตอกปะตูปิดฝาโลงว่าแม่งไม่มีทางทำสำเร็จแน่! ‘หยามกันขนาดนี้ ไอ้พวกเพื่อนเวรตะไล’“คนนี้กูขอเวลาไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ รับรองกูกระแทกแม่งจมเตียงแน่” เมื่อถูกเพื่อนหยาม ก็ยิ่งเป็นเชื้อเพลิงเร่งปฏิกิริยาชั้นดี ให้เขาแทบทะยานไปพุ่งชนเป้าหมายในทันทีทันใด“พวกมึงคอยดูก็แล้วกัน” เขากัดกรามกรอดประกาศกร้าว สายตาคมประดุจเหยี่ยวมองไปยังโต๊ะของปาเจราเบื้องหน้าอย่างหมายมาดขณะเดียวกันกับที่ปาเจราเดินไปหยิบกระเป๋าที่โต๊ะ แล้วหันไปเอ่ยกับเพื่อนๆ...“มึง...กูเข้าห้องน้ำแปบ”“เจ เดินดีๆ ให้เราไปเป็นเพื่อนไหม?” จอมนรีเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นคนตัวเล็กเดินโงนเงนแทบไม่ตรงทางอยู่แล้ว“ไม่ต้องๆ เราไหว” เธอโบกไม้โบกมือปฏิเสธ แล้วยกสายกระเป๋าขึ้นคาดบ่าแล้วหนีบกระเป๋าไว้ใต้รักแร้ ปกติปาเจราก็ถือว่าคอแข็งในระดับหนึ่ง และจะไม่ปล่อยให้ตัวเองเมาจนขาดสติอย่างแน่นอน แต่ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงมีอาการแบบนี้ เธอดื่มไปเพียงเล็กน้อยซึ่งมันไม่เกินลิมิตของตัวเองแน่ๆทว่า...ทำไมรู้สึกว่ามึนหัวได้ขนาดนี้ ขอเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างตาสักนิดเผื่อจะสดชื่นขึ้น ปาเ
“ผับผับผับ บาร์” ตั้งอยู่หลังมหาวิทยาลัย เป็นชื่อผับที่คิดดีไม่ได้เลย และจริงๆ แล้วก็เรียกได้ว่าตั้งชื่อเลียนเสียงกระทบกระแทกของเนื้อหนังมังสาของกิจกรรมอย่างว่า มาเล่นคำกับคำว่า “ผับ”อย่างที่เข้าใจนั่นแหละที่นี่เป็นศูนย์รวมของบรรดาเสือ สิงห์ กระทิง แรด ที่มักจะชอบออกล่าเหยื่อเก็บแต้มในค่ำคืน จรูญหมายมาดว่าจะลากเพื่อนทั้งสองคน ติดสอยห้อยตามไปปาร์ตีด้วยในคืนนี้ เพื่อปลดปล่อยความตึงเครียดจากการเล่าเรียนมาตลอดสัปดาห์ทั้งสามคนมาตัวกันอยู่ที่คอนโดมิเนียมของจอมนรี หลังจากที่จรูญพาเพื่อนๆ ไปช็อปปิงเสื้อผ้าสำหรับท่องเที่ยวในยามราตรี จากนั้นเขาก็จับเพื่อนสาวแต่งตัวด้วยชุดเซ็กซี ยั่วๆ บดๆ ล่อเสือล่อตะเข้ จรูญรับบทเป็นสไตส์ลิส แต่งหน้า ทำผมให้เพื่อนทั้งสองคนออกมาเช้งกระเด๊ะ จนจำตัวเองแทบไม่ได้“จอม ถอดแว่นแล้วใส่คอนแทคเลนส์แบบนี้ก็สวยไปอีกแบบ ไม่เฉิ่มแล้ว ไหนหมุนตัวหน่อยซิจ๊ะ” จรูญหมุนนิ้วชี้วนๆ ตั้งตนเสมือนเป็นแม่เล้า หรือมาม่าซังอะไรเทือกนั้น จอมนรีสวมเสื้อเปิดไหล่ อวดผิวขาวนวลเนียนราวน้ำนมตัดกับสีดำของเสื้อ เบื้องล่างสวมกระโปรงยีนส์สั้นจู๊ดจู๋เหนือเข่า จอมนรีก็หมุนตัวช้าๆ ทำตามอย่างว่
“มึงแน่ใจนะว่าจะไปคนเดียว” จรูญถามด้วยความเป็นห่วงเพื่อน“เออ ไม่เห็นต้องกลัวอะไร” ปาเจราตอบด้วยความน้ำเสียงและแววตามุ่งมั่น“หรือว่าพี่เขาสนใจมึงวะเจ” จรูญเอ่ยขึ้นตามที่ลึกๆ แล้วใจก็แอบคิดไปแบบนั้นครึ่งหนึ่ง แต่อีกครึ่งหนึ่งก็เผื่อไว้ห้าสิบ ห้าสิบ เพราะแก๊งนั้นก็คงจะหว่านสเน่ห์ตกสาวๆ ไปเรื่อยเปื่อย ได้ก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร“ผู้ชายทรงโจร กวนตีนแบบนั้น กูไม่เอามาเป็นแฟนหรอก ไม่เป๊กเลยสักนิด” ก็มันคือเรื่องจริงนี่นา เตชเป็นผู้ชายหน้าคมเข้ม ดูเถื่อนๆ “ชิ ปากดีนะมึง พี่เขาออกจะหล่อ ใครเขาก็ชอบผู้ชายทรงแบดกันทั้งนั้น ถ้ามึงไม่เอากูเอานะ!” จรูญโพล่งคำ อีเพื่อนชะนีมันตาถั่วชัดๆ“โถ่อีจู เขาชอบผู้หญิงไหมล่ะกะเทย”“เอ้า อีนี่นี่ เดี๋ยวกูตบปากฉีก” จรูญทำท่ายกฝ่ามือขึ้นมาจะตบปากเพื่อนปากมอม ทว่าปาเจรากลับหัวเราะร่วนที่แหย่เพื่อนได้สำเร็จ“ระวังนะมึง โบราณบอกว่าเกลียดสิ่งไหนจะได้สิ่งนั้นน่ะ คิกคิก” จรูญแซวเพื่อนอีก“ฮื่อ” เธอส่ายหน้าวืด “ถ้าได้คนพรรค์นั้นมาเป็นผัวกูยอมเอาหมามาเป็นผัวดีกว่า ฮะ ฮ่า” ปาเจราหัวเราะเสียงดัง หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่มีทางเอาคนแบบนั้นมาทำผัวเด็ดขาด!“เออ ให้มันจริ
ปาเจราก็ยกแก้วน้ำเยติของตัวเองขึ้นมาดูดเสียงดังปื้ด มหา’ลัยรณรงค์ลดโลกร้อนให้นิสิตพกแก้วน้ำหรือกระติกน้ำของตัวเองมาใช้กันเอง หากซื้อน้ำชงที่นี่ก็จะไม่มีแก้วพลาสติกให้ เว้นแต่ซื้อน้ำเปล่าหรือเครื่องดื่มที่เป็นขวดพลาสติกแบบรีไซเคิลเท่านั้น ดังนั้นพวกเธอจึงพกแก้วมากันเอง เมื่อกินอาหารเที่ยงแล้วเสร็จ ก็หันมาพูดกับเพื่อนๆ ต่อ“ก่อนเข้าเรียน พากูไปตึกวิดวะหน่อยนะ จะเอาเสื้อไปคืน”“ได้ๆ” จรูญตอบรับ ปาเจราไม่รู้ว่าจะคืนเสื้อได้ที่ไหน ง่ายที่สุดก็ต้องไปที่ตึกวิศวะนั่นแหละ เขาก็คงจะอยู่ที่นั่น เธออยากจะรีบๆ คืนเสื้อให้เขาเสียที ต่อไปนี้จะได้ไม่ต้องมีเรื่องอะไรที่ต้องมายุ่งเกี่ยวหรือเกี่ยวข้องกันอีกทั้งสามเดินมาหยุดที่ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ ปาเจรามองไปรอบๆ ตึกที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ป้ายหน้าตึกคณะมีสัญลักษณ์เป็นเฟืองเกียร์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ‘แล้วจะหาเขาคนนั้นเจอได้อย่างไรกันตึกก็ออกจะกว้าง’พอดีว่าเห็นวิศวะกลุ่มหนึ่งเดินออกมาจากตึกพอดี เธอจึงได้เข้าไปสอบถาม“ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าพี่เตชอยู่ในตึกไหมคะ” ปาเจราเอ่ยถาม วิศวะกลุ่มนี้หันมองหน้ากันแล้วถามกันว่ามีใครเห็นบ้าง ก่อนที่จะได้คำตอบว
‘หรือว่าจะเป็นของแฟน?’“เอ่อ พอดีเราไปทำเสื้อของรุ่นพี่เปื้อนน่ะ เลยอาสาเอากลับมาซักให้” แต่ความจริงคือโดนบังคับยัดเยียดให้เอากลับมาซักให้ต่างหากล่ะ...“อ่อ” ชเลพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะรีบแต่งตัว แล้วหยิบกระเป๋าสะพายแบรนด์เนมยี่ห้อดังขึ้นมาคล้องที่บ่า ซึ่งปาเจราก็ค่อนข้างแปลกใจอยู่เหมือนกัน ชเลหมือนคุณหนูบ้านรวยแต่ทำไมมาถึงมาอยู่ในหอพักกับรูมเมทที่เป็นก็ไม่รู้อย่างเธอ ทั้งที่อยู่หอนอกน่าจะสะดวกสบายและดีกว่า นั่นคือความสงสัยที่เก็บเอาไว้ในใจ เพราะว่าบางทีภาพที่สร้างกับร่างที่เป็นก็อาจจะแตกต่างกัน ดังนั้นปล่อยให้เป็นเรื่องส่วนตัวของเพื่อนที่ไม่ควรก้าวล่วงชเลรีบแจ้นออกไปเพราะถ้าหากช้ากว่านี้อาจจะไม่ทันคาบเรียน เมื่อวานเธออ่านหนังสือจนเผลอหลับคาโต๊ะ แถมลืมกระทั่งตั้งนาฬิกาปลุกอีก ดีที่สะดุ้งตื่นมาได้ทันเวลาพอดีตามเวลานาฬิกาชีวิต ส่วนปาเจราเมื่อรูมเมทออกจากห้องไปแล้วก็ทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง วันนี้เธอไม่ต้องรีบนี่นา...“ขอนอนต่ออีกหน่อยน้า” ปาเจราเอ่ยเสียงงึมงำบอกกับตัวเองก่อนจะผล็อยหลับไป สะดุ้งตื่นมาอีกทีก็ตอนได้ยินเสียงโทรศัพท์ในห้องแผดเสียงดังขึ้นมาจนแก้วหูแทบแตก ในหอพักแต่ละห้องจ
จอมนรีขับรถมาส่งเพื่อนทั้งสองที่หอพักในนอกของมหาวิทยาลัย ที่นี่จะมีอาคารที่พักอยู่ทั้งหมดหกตึก แยกเป็นหอพักหญิงสี่ตึก และหอพักชายสองตึก เป็นหอพักสูงแปดชั้น สามารถเลือกได้ว่าจะอยู่กันกี่คนมีห้องสองคน สามคน และสี่คน ราคาห้องเป็นไปตามจำนวนคน หากคนน้อยราคาก็จะสูงกว่านั่นเอง แต่มันก็ยังถูกกว่าออกไปอยู่หอนอก และที่นี่ก็มีคนคอยดูแลตลอดจึงมีความปลอดภัยสูงปาเจราเลือกอยู่ห้องสองคน เช่นเดียวกับจรูญ หอในนอกจะไม่สามารถเลือกรูมเมทเองได้ จะเป็นทางกองกิจการนิสิตที่จัดสรรมาให้หอพักจะตั้งเป็นชื่อดอกไม้ หอพักหญิงประกอบไปด้วย หอพลับพลึง พุดตาน ลานไพลิน และเทียนกิ่ง ปาเจราอยู่ตึกลานไพลินส่วนหอพักชายจะมีหอพักพยับเมฆ และพยับหมอก จรูญอยู่ตึกพยับเมฆ“ขอบใจนะ อุตส่าห์มาส่ง กลับดีๆ ล่ะ” ปาเจราบอกจอมนรีแล้วก็โบกมือร่ำลากัน“อื้อ แล้วคุยกันในไลน์นะ” จอมนรีตอบเพื่อนด้วยรอยยิ้ม ทั้งสามคนแลกเบอร์แลกไลน์กันและยังตั้งชื่อแก๊งด้วยว่า “อัญมณีแห่งตะวันออก” หลังจากนั้นจอมนรีก็ขับรถกลับคอนโดมิเนียมที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลกันมากนักปาเจราเข้ามาในห้องก็เห็นว่ารูมเมทของเธอ กำลังล้างจานอยู่ที่ซิงค์ล้างจานบริเวณระเบียงห้







