Se connecter[มังกร Part]
ส่งวีนัสเสร็จผมก็เดินกลับมายังใต้ตัวตึก ระหว่างเดินก็หยิบสิ่งของที่อยู่ในถุงออกมาดู กล่องสี่เหลี่ยมเนื้อกำมะหยี่ ตรงฝากล่องสลักชื่อแบรนด์ Sirin คราแรกผมเดาไม่ออกว่าคุณน้าสิริณจะให้อะไรผม แต่พอเปิดดูแล้วเห็นว่าเป็นนาฬิกาสำหรับผู้ชาย ก็อดชื่นชมไม่ได้ว่าท่านตาถึงมาก รู้จักเลือกเรือนที่เหมาะกับวัยรุ่น แถมยังแฝงดวงดาวมาให้หลอกหลอนผมด้วย
"มึงมีสาวไม่บอกเพื่อนเหรอวะ"
เดินมาถึงโต๊ะไอ้วินซ์ก็รีบโยนคำถามมาอย่างไว ที่บอกให้เธอมาที่นี่ นั่นเท่ากับว่าก็ไม่ได้คิดปิดบังอะไร วันหนึ่งไอ้พวกขี้เสือกพวกนี้ก็ต้องรู้เรื่องอยู่ดี
"นั่นมันวีนัส นางแบบสายแฟชั่นไม่ใช่เหรอวะ"
ผมพยักหน้าตอบไอ้เก้า ก่อนจะนั่งลงข้างไอ้เดย์ที่ไม่คิดมีคำถามเพราะมันเพิ่งจะรู้เรื่องที่ผมมีคู่หมั้นหมาดๆ ไม่นาน
"พ่อแม่กูเพิ่งจับให้หมั้นกับเธอ"
"หมั้น? หมายความว่าไง เป็นคู่หมั้นตั้งแต่เด็กเหมือนพวกในละครงี้เหรอวะ"
"มึงเคยดูละคร?" ผมถามไอ้ไฟ มันส่ายหน้าตอบทันควันเพราะถ้ามันพยักหน้า ผมคงขนลุกไปทั้งตัว
"ไม่ได้หมั้นแต่เด็ก แต่พ่อแม่เป็นเพื่อนกัน อยู่ดีๆ ไม่รู้นึกอะไรอยากให้ลูกดองกัน คิดปุ๊บ ทำปั๊บ ไม่ทันตั้งตัว"
"แล้วมึงไม่ปฏิเสธวะ ชอบเขา?"
"ไม่คิดว่าเขาชอบกูแล้วไม่ปฏิเสธบ้างล่ะวะ"
ย้อนถามไอ้วินซ์ ทั้งที่คำตอบในใจของผมมีอยู่แล้วว่าทำไมถึงไม่ปฏิเสธ คนอย่างผมทำอะไรย่อมมีเหตุผลและรอบคอบเสมอ ไม่อย่างนั้นมังกรคงไม่เติบโตได้อย่างดีจนถึงทุกวันนี้
"เขาก็อาจจะถูกพ่อแม่บังคับไง เขาสวยขนาดนั้น ถ้าไม่ถูกบีบคอบังคับ หาได้ดีกว่ามึงร้อยเท่าว่ะ"
"อย่างเช่นใคร"
เท้าผมกระดิกยิกๆ ชักหงุดหงิดกับไอ้พวกเวรที่สลับถามคำถามกับคาดเดาไปต่างๆ นาๆ ส่วนคำถามที่โยนกลับไปให้ไอ้วินซ์ ผมคิดว่ารู้คำตอบนะ...
"อย่างเช่นกูไงเพื่อน"
มันชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง ผมเลยเตะหน้าขามันไปที หมั้นไส้ไอ้คนมั่นหน้าความหล่อ คิดว่าตัวเองหล่อเลยสถาปนาตัวเองเป็นนักรักแอ้มสาวไปทั่ว ผมรอไอ้เวรนี่มันพลาดอยู่ จะซ้ำมันคนแรกเลย
"น่าจะหลักแสนว่ะ"
ได้ฤกษ์ไอ้เดย์พูด ที่มันนั่งเงียบเพราะมันเอานาฬิกาในกล่องไปดู ผมคิดไม่ต่างจากมัน ราคาคงแพงหูฉี่ แต่บ้านนี้ใจป้ำไม่แปลก ขนาดบ้านผมยังใจป้ำหอบเงินร้อยล้านพร้อมกับโฉนดที่ดินไปเป็นของหมั้นว่าที่ลูกสะใภ้ ที่จู่ๆ ก็อยากได้ขึ้นมาเพียงเพราะอยากมีหลานหน้าตาน่ารักหลายๆ คน
อยากได้น่ารัก ก็ต้องมีพ่อพันธ์ุแม่พันธุ์หน้าตาดี ผมมันก็คนหล่อซะด้วย ที่นี้ก็ลำบาก ก็ว้าวุ่นเลย กรรมมาตกที่ผมเพราะพี่ชายดันมีเมียแล้วแต่ไม่ยอมมีหลานให้
จู่ๆ ถูกจับคลุมถุงชนใครมันจะไปชอบ ผมค้านหัวชนฝาแล้ว แต่พ่อกับแม่ที่เป็นคนผลิตผมขึ้นมาเลี้ยงดูจนเติบโตรู้จักนิสัยผมดี ข้อเสนอที่สมน้ำสมเนื้อจึงถูกยื่นมาให้ ผมรีบคว้า คิดแค่ว่าค่อยไปแก้ปัญหาเอาทีหลัง แต่งงานกันแล้วเลิกรามีถมไป ผมอาจจะคุยกับวีนัสแล้วหาทางลงเรื่องนี้ที่ตรงกันได้ ทุกอย่างก็จะจบโดยที่ผมเสียสละความโสดไปชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น แต่สิ่งที่ได้ตอบแทนกลับมาคุ้มค่ามากถึงมากที่สุด
"ส้มหล่นสัส ได้เมียสวยไม่พอ พ่อตาแม่ยายสายเปย์แบบนี้ หล่นจากฟ้ามาให้กูสักคนดิวะ"
ไอ้วินซ์พูดเหมือนอิจฉาผม อันที่จริงเมียไอ้เดย์ก็สวยแบบวีนัสนั่นแหละ แต่มันไม่กล้าชมเพราะไอ้เดย์มันหวงมาก เผลอปากไวอาจปากแตกเพราะบาทาลูกชายนายพล พอเจอผมไม่พูดหน่อยก็เลยเอาใหญ่ แต่จะอวยพรให้มันสมปรารถนาสักนิดแล้วกัน
"หน้าอย่างมึงคงเอวสไลด์ไปจนตายว่ะ"
เคลียร์งานที่มหาวิทยาลัยเสร็จสิ้นก็ขับรถมายังโชว์รูมรถนำเข้ารถซูปเปอร์คาร์ที่ชื่อว่า MMD ซึ่งย่อมาจากชื่อของผมกับไอ้เดย์ที่เป็นหุ้นส่วนที่นี่ อีกสองเดือนจะเรียนจบ ผมปักหมุดธุรกิจนี้ไว้เป็นแหล่งทำเงินเลี้ยงดูผมไปจนตาย ส่วนธุรกิจผลิตและส่งออกอะไหล่รถยนต์ของครอบครัวอันนั้นมีชื่อของผมเป็นหุ้นส่วน รวมถึงผู้รับมันเป็นมรดกด้วย
"ผมส่งผังของงานที่จะจัดให้ทางอีเมล์แล้วนะครับ อยากปรับตรงไหนคงต้องรบกวนขอก่อนวันเสาร์นี้ครับ"
คุณพรชัยผู้จัดการโชว์รูมเอ่ยบอก ก่อนที่ผมจะก้าวขาเข้าไปในห้องทำงาน ผมพยักหน้าตอบรับ ทำงานกับคนมีอายุไม่ได้ยุ่งยากหากคนนั้นอยู่เป็น ผู้ชายวัยห้าสิบปีคนนี้รู้จักเข้ากับผมและไอ้เดย์ได้ดีตรงไม่จุกจิกและอยู่ถูกที่ถูกทาง แถมยังทำยอดขายได้ดีเยี่ยม การันตีผลงานโดยพ่อของผมที่เป็นคนส่งเขามาประจำอยู่ที่นี่
เข้ามาในห้องแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ได้ ผมก็หยิบนาฬิกาออกมาดูอีกครั้ง สิ่งที่สะดุดตาผมคือเพชรเม็ดเล็กตรงกลางที่เป็นรูปดาว วีนัสแปลว่าดาวศุกร์ เข้าใจเลือกมาให้จนผมไม่กล้าจะใส่จึงเก็บใส่กล่องตามเดิม
จากนั้นก็เปิดคอมพิวเตอร์ดูผังของงานที่คุณพรชัยเพิ่งบอกเมื่อครู่ อาทิตย์หน้าที่นี่จะจัดงานเปิดตัวโชว์รูมรถอย่างเป็นทางการ ทั้งที่เปิดให้บริการมานานหลายปีแล้ว แต่เพราะก่อนหน้านี้ผมเป็นนักศึกษา ภาพลักษณ์จึงไม่เหมาะสมนักในความคิดของครอบครัว ตอนนี้ผมใกล้เรียนจบ สามารถแนะนำตัวได้เต็มปากว่าคือผู้บริหารที่มีวัยวุฒิและคุณวุฒิเพียบพร้อม และในเมื่อมันเป็นการเปิดตัวธุรกิจของผม คู่หมั้นที่ทำเพียงส่งของหมั้นไปให้แทนการมีพิธีรีตองจึงจำเป็นต้องมีซีนในงานนี้ ผมเลยเลือกจ้างเธอมาทำงานมันเสียเลย
ไม่รู้นึกยังไง จู่ๆ ก็อยากดูตารางนัดหมายที่ผู้ใหญ่จัดเตรียมเอาไว้ให้ขึ้นมา ผมเข้าไปดูในแชทไลน์ของวีนัสเพราะบันทึกมันเอาในนี้ และดูเหมือนว่าอีกสองวันผมต้องเธอพาเธอไปกินข้าวอีกเหมือนเคย
ผมถอนหายใจแล้วหยิบมือถือออกจากตรงหน้าไปวางด้านข้าง ก้าวขาเข้าไปในเขตที่มีบ่วงอันใหญ่รอท่าก็คงต้องยอมรับสภาพไปก่อน
ติ๊ง! เสียงข้อความแชทไลน์ดังขึ้น ผมจำต้องหยิบมือถือกลับมาดูอีกครั้ง พลันหัวคิ้วก็ขมวดมุ่นแปลกใจเพราะเป็นวีนัสที่ส่งสติ๊กเกอร์เครื่องหมายคำถามกลับมา สายตาจึงเลื่อนขึ้นไปดูข้อความก่อนหน้า
เหี้ย! มือของผมกดโดนสติ๊กเกอร์ส่งไปให้เธอก่อน และผมจะไม่ตกใจเลยถ้าสติ๊กเกอร์นั้นไม่ใช่หมาน้อยส่งจูบ
[มังกร End]
ออกจากโชว์รูมรถเราสองคนไม่ได้กลับคอนโดมิเนียม พี่มังกรพาฉันมาร้านเหล้าที่อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยของเขาเพราะเขากับเพื่อนมาฉลองทิ้งทวนก่อนเรียนจบในอีกไม่กี่วันฉันนั่งข้างพี่แพรวอีกเหมือนเคยและวันนี้เธอก็มีข่าวดีมาบอกว่าอีกไม่ถึงสองเดือนจะแต่งงานกับพี่เดย์ เป็นเรื่องน่ายินดีและน่าอิจฉาที่สุด ฉันอิจฉาเธอที่มีผู้ชายที่รักและเฝ้ารอจะใช้ชีวิตคู่ไปด้วยกันอย่างมั่นคง"ต้องไปนะน้องวีนัส ไปเป็นเพื่อนเจ้าสาว""วีอยากไปค่ะ แต่.." เอียงหัวไปทางพี่มังกร "ไม่ให้ไปด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์""ชิ! พวกผู้ชายนิสัยไม่ดี ไม่รักก็ไม่รู้จะกั๊กทำไม"พี่แพรวคงรู้เรื่องมาจากพี่เดย์ถึงได้พูดประโยคทิ่มแทงใจฉันเต็มๆ ฉันพยักหน้าหงึกๆ เห็นด้วย พอมันเศร้าเหล้าเท่านั้นจึงเป็นทางออก ฉันหยิบแก้วมาชนกับแก้วพี่แพรว ดื่มเหมือนน้ำเปล่า ลืมสิ้นว่าเคยสองชั่วโมงไม่หมดสามแก้ว พี่วินซ์ก็เจ๋งดีจริงๆ ชงให้ฉันใหม่ตลอดเลย"พี่น่ารักจัง ขอบคุณนะคะ"พอเมาฉันก็กล้าพูดมากขึ้น เอ่ยชมพี่วินซ์ เขารับคำชมด้วยการหยิบแก้วตัวเองมาชน"เมาให้เต็มที่เลยครับ ไอ้มังกรมันชอบ เอ๊ย! มันพร้อมจะดูแล""เหรอค้า"ฉันหันไปถามคนข้างๆ พี่มังกรพาดท่อนแขนกับเอวของฉันอยู่
ไม่รู้ตัวเลยว่ามานอนอยู่ในห้องของพี่มังกรได้ยังไง ตอนตื่นขึ้นมาฉันตกใจแทบช็อก แต่พอมองไปที่ผนังห้องแล้วเห็นนาฬิกาเรือนใหญ่ ก็หายตกใจกลายเป็นงุนงง"พี่มังกร"ฉันเอ่ยเรียกเจ้าของห้อง แต่กลับไม่พบว่าภายในห้องเวลาสี่ทุ่มมีคนอยู่ คงเป็นเขาที่ไปพาฉันมาจากคาเฟ่ของพี่เก้า ทว่าเขาไปไหนนี่สิ ระหว่างรอก็เลยไปอาบน้ำแล้วกลับมาสวมใส่เสื้อยืดตัวเดิมโดยถอดชุดชั้นในยัดใส่กระเป๋าสะพายเอาไว้ จากนั้นก็เดินออกมาตรงระเบียงห้อง รับลมเย็นๆ ที่พัดมาจากแม่น้ำเจ้าพระยาตีเข้าใบหน้าแกร๊ก! แต่เพียงไม่นานเสียงประตูก็ดังขึ้น ฉันหันกลับมอง พี่มังกรเดินเข้ามาพร้อมกับถุงพลาสติกในมือ เขาเดินเลี้ยวไปทางห้องครัว ฉันก็เลยเดินตามไปบ้าง"พี่มังกรคะ"เขาหันมาสบตา แต่มือไม่หยุดหยิบของออกมาวางบนเคาน์เตอร์ "ตื่นเมื่อไหร่""สักพักแล้วค่ะ พี่ไปพาวีกลับมาได้ยังไงคะ""ไอ้เก้าโทรบอก"ฉันร้องอ๋อ "รถวีล่ะคะ""ก็จอดอยู่ที่นั่นไงครับน้อง พรุ่งนี้ค่อยไปเอา ส่วนเราก็นอนค้างที่นี่""ปฏิเสธได้ไหมล่ะคะ"พี่มังกรขึงตาดุ ไม่ตอบคำถาม แต่นั่นล่ะคือคำตอบว่าไม่ได้ ฉันเลยเลียบๆ เคียงๆ มองดูว่าเขาซื้ออะไรมา ส่วนใหญ่จะเป็นของสด มีเบียร์กระป๋องหนึ่งแพ
"เป็นอะไร ไม่สบายเหรอ" กิ๊ฟแตะฝ่ามือกับหัวไหล่ของฉัน เขย่าเบาๆ เรียกเพราะเห็นว่าฉันฟุบหน้าลงกับโต๊ะเรียนหลังจากที่อาจารย์เดินออกไปจากห้อง"ครั่นเนื้อครั่นตัวนิดหน่อย""ไปห้องพยาบาลไหม""ไม่หรอก พักสายตาสักเดี๋ยว เดี๋ยวก็จะไปทำงานต่อ""แกนี่นะ.. เกิดบนกองเงินกองทองแต่ทำงานเหมือนบ้านล้มละลาย""พวกดาราที่ทำงานเจ็ดวันต่อสัปดาห์ บ้านเขารวยกว่าฉันอีกนะ""ย่ะ ฉันนั่งเป็นเพื่อนแล้วกัน""ขอบใจ เดี๋ยวเลี้ยงหนม"ฉันยิ้มให้ยัยกิ๊ฟเพื่อนเลิฟที่ทำตัวชิลไม่ต่างจากคนเมื่อเช้า กิ๊ฟบ้านมีฐานะไม่ต่างจากฉันนักหรอก เป็นลูกผู้ดีต่างจังหวัดที่มาอยู่กรุงเทพแบบสบายๆ เรียนจบก็กลับไปช่วยกิจการครอบครัว ไม่ต้องดิ้นรนใดๆ เลยบ่ายสามฉันก็ขับรถมาที่คาเฟ่ตามที่นัดหมายกับเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า วันนี้พี่ลิลลี่ไม่มาเพราะแม่ของเธอป่วย ฉันเลยฉายเดี่ยวตั้งแต่ต้น ดีที่ทางแบรนด์มีช่างแต่งหน้าทำผมมาให้หนึ่งคนเลยทุ่นแรงไปได้นิดหน่อยคาเฟ่แมวสไตล์มินิมอลถูกเช่าเป็นสตูดิโอถ่ายทำเสื้อผ้าสามชั่วโมง โซนด้านหลังที่เป็นสวนดอกไม้ถูกปิดให้บริการเนื่องจากตรงนี้ถูกการถ่ายแบบใช้งาน ส่วนตัวคาเฟ่ยังรับลูกค้าได้ปกติ ถ่ายทำไปจนเกือบเสร็จสิ้น ฉ
เสียงกรีดร้องของฉันดังขึ้นเมื่อการสอดประสานเริ่มต้นขึ้น ฉันหลับตาปี๋ กัดริมฝีปากข่มความเจ็บปวดที่ถูกรุกรานพื้นที่หวงแหนทีละช้าๆ ทว่าไม่นานความอบอุ่นจากการโอบรัดของเขาที่ทิ้งตัวมาทาบทับก็เข้ามาช่วยผ่อนคลายพี่มังกรกดใบหน้ากับซอกคอขาว ท่อนแขนแกร่งโอบกอดลำตัวของฉัน ในขณะที่ท่อนล่างยังคงพยายามอย่างมากในการดุนดัน เขาส่งเสียงครางต่ำเป็นระยะบอกให้รู้ว่าลำบากแค่ไหน"อดทนหน่อย" สิ้นประโยคสะโพกหนาก็กระแทกเข้าหาอย่างแรงประสานเราสองคนอย่างสมบูรณ์ฉันแหงนใบหน้ากรีดร้อง จิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างไปทั่วหวังเอาคืนเขาที่ทำให้ฉันเจ็บเจียนตาย แต่เหมือนจะเป็นฉันมากกว่าที่ถูกเอาคืน พี่มังกรเบี่ยงใบหน้ามาจูบฉันไปพร้อมกับช่วงล่างที่เริ่มขยับ เสียดสีผิวเนื้อของเราด้วยความเร่าร้อน สาดใส่ความมีอำนาจของมังกรด้วยเซ็กซ์ให้ฉันศิโรราบ บ้างก็ส่งเสียงครางกระเส่าที่สื่อถึงความสุขสม ฉันไม่รู้เลยว่าเป็นเหยื่อของมังกรนานแค่ไหน รู้เพียงว่าค่ำคืนนี้ช่างยาวนานเหลือเกินและครั้งเดียวที่ฉันร้องขอ ผู้ชายติดเซ็กซ์ไม่ให้ฉันตามที่พูดจริงๆเวลาตีสามฉันตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำอย่างยากลำบาก เคยได้ยินมาบ้างว่าเซ็กซ์ครั้งแรกมักเจ็บ ฉันเชื่อ
คอนโดมิเนียมที่พี่มังกรอาศัยอยู่ใหญ่กว่าของฉันมากโข ถึงว่าทำไมไม่เอ่ยถามสักคำว่าฉันจะมานอนค้างกับเขา หรือเป็นเขาที่จะไปนอนค้างกับฉัน ฉันลงความเห็นไปก่อนเลยว่าที่นี่ดีที่สุดขณะนี้เราสองคนนั่งกันอยู่ในห้องครัว ตรงกลางโต๊ะมีพิซซ่าและเครื่องเคียงที่ซื้อเข้ามาด้วย ฉันชอบกินมันนะ แต่ด้วยรูปร่างที่ต้องดูแลจึงกินได้แค่นิดหน่อย เลาะๆ เล็มๆ ระหว่างนั่งคุยกัน"พี่จะคุยเรื่องข้อตกลง"“ก่อนอื่นพี่ควรไปใส่เสื้อค่ะ”พี่มังกรก้มมองตัวเองแล้วยักไหล่ “บ้านพี่ครับน้อง จะแก้ผ้าเดินก็ยังได้”เอาล่ะ! ฉันจะอดทนแล้วกัน แม้ว่าซิ๊กแพ๊คสวยๆ กล้ามหน้าอกแน่นๆ ที่ฝั่งขวามือมีรอยสักมังกรบ่งบอกตัวตนของเขานั่นจะกวนใจพอๆ กับหน้าหล่อเหลาของเขา“เชิญพี่พูดเลยค่ะ” ฉันเอียงตัวเล็กน้อยเพื่อไม่ให้รัศมีสายตามองเห็นเขา พยายามสนใจพิซซ่าที่กำลังกิน ทว่าหูตั้งใจฟัง“พี่จะไม่พูดไปถึงเรื่องแต่งงานเพราะเราแค่มาใช้ชีวิตให้คุ้นเคย มันคือการทดลองงาน วันหนึ่งเราอาจจะไม่โอเคแล้วถอนหมั้น.. "คำพูดของเขาทำฉันชะงักหัวใจโหวง ฉันเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองโลกสวยมาตลอดก็ตอนนี้ ก็ดันเผลอปักใจไปแล้วว่าต้องแต่งงานกับเขา มีเขาเป็นสามี แม้จะไม่มีความรัก
ไม่รู้ว่าพี่มังกรจัดการให้ฉันยังไง รู้เพียงว่าเทรนด์ทวิตเตอร์ที่เกี่ยวกับฉันหายไปทั้งหมด จิณฑ์ก็เงียบหายไปเลยตั้งแต่คืนนั้นที่ทะเลาะวิวาทกัน ส่วนเปรี้ยวไม่มาเรียนสามวันแล้ว รู้สึกหวั่นใจยังไงก็ไม่รู้ว่าเขาอาจทำอะไรเกินกว่าเหตุเพราะอำนาจและความนักเลงที่เขามีจนถึงวันเปิดตัวโชว์รูมรถ MMD ฉันถูกจ้างมาทำหน้าที่เป็นนางแบบยืนสวยๆ ข้างเจ้าของโชว์รูม ยืนยิ้มสวยๆ อย่างเดียวจริงๆ นะ ไม่ใช่พริตตี้ที่ต้องมายืนคู่กับรถด้วย แบบนี้แค่บอกให้ฉันมาในฐานะคู่หมั้นก็จบ ไม่ต้องจ้างงานลงคิวให้วุ่นวายปกติแล้วฉันจะจ้างช่างแต่งหน้าและช่างทำผมอย่างละหนึ่งคน ทว่าวันนี้พี่ลิลลี่รับหยุดทั้งหมดเพราะเห็นว่าเป็นงานคนกันเอง ไม่อยากให้วุ่นวายมีคนเอาไปเม้าท์มอยหลังจบงาน เครื่องหน้าเครื่องผมจึงไม่จัดจ้านเหมือนยามถ่ายแบบหรือถ่ายโฆษณา ชุดที่ฉันสวมใส่ก็เป็นชุดที่ทางพี่มังกรส่งมาให้ ชุดเดรสเกาะอกทรงสุ่มปิดหัวเข่าสีดำเหลือบสีแดง เข้าคู่กับเสื้อสูทสีดำของเขา เครื่องเพชรที่สวมใส่เป็นของแบรนด์ Sirin รองเท้าส้นสูงสีดำรัดข้อเท้าด้วยโบว์อันใหญ่เป็นของอภินันทนาการจากว่าที่แม่ผัวเอาเป็นว่าทุกคนหวังให้ฉันเฉิดฉายความสวยกันแบบจัดเต็ม
![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






