LOGINหลังจากส่งข้อความไปบอกพี่มังกรว่าคุณแม่ฝากของมาให้ สถานที่นัดหมายคือมหาวิทยาลัยที่เขาเรียนอยู่ ขณะนี้เวลาบ่ายโมง ฉันจึงขับรถเข้ามาจอดในลานจอดรถของคณะวิศวกรรมศาสตร์ หยิบมือถือมากดโทรออกหาเขาเพราะในข้อความบอกแค่ให้ฉันมาที่นี่
"วีอยู่ที่ลานจอดรถแล้วค่ะ"
[เข้ามานั่งรอใต้ตึก พี่ขอเวลาสักสิบห้านาที]
"ถ้างั้นขอรอในรถได้ไหมคะ"
[ตามใจ แต่รังสียูวีโดนนานๆ จะทำให้ผิวเสียได้ง่าย เธออาจจะขี้เหร่เอาได้]
"โอเคค่ะ วีจะไปรอ พี่มังกรรีบมานะคะ"
ฉันเป็นคนตัดสายทิ้งก่อนจะแยกเขี้ยวใส่หน้าจอ ขู่ด้วยรังสียูวีที่ฉันไม่ชอบเป็นอันดับต้นๆ ไม่พอ อะไรคือขี้เหร่ล่ะคะ
ดูก็รู้ว่าฉันแพ้เขาตั้งแต่เริ่ม
ห้านาทีฉันก็มาปรากฏที่ใต้ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ ทันทีที่ก้าวขาเข้ามาก็ถูกทุกสายตาที่อยู่ในที่นี้จับจ้อง หนึ่งคงเพราะความสวย สองอาจเพราะไม่คุ้นหน้าในมหาวิทยาลัย แต่อาจจะคุ้นหน้าในสื่อโซเชี่ยลมีเดียหรืออาจจะตามสื่อโฆษณาต่างๆ ที่ฉันเคยร่วมงาน ทว่าฉันด้อนท์แคร์สายตาที่มองอย่างใคร่รู้ โต๊ะว่างที่เหลือเพียงตัวเดียวจึงถูกฉันจับจอง
"วีนัสนี่หว่า กูจำได้"
"ใช่ดิ สวยว่ะ"
"ที่มีข่าวแย่งแฟนเพื่อนไปเมื่อสามเดือนก่อนน่ะเหรอวะ"
ฉันตวัดสายตามองไปยังโต๊ะข้างๆ มีผู้ชายนั่งอยู่สี่คน หากพูดถึงเรื่องที่เป็นความจริงฉันคงไม่คิดอะไรเลย แต่ประโยคสุดท้ายมันใช่ที่ไหนกัน และพอฉันหันไปมอง พวกเขาก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้ม บ้างก็โบกมือบ้ายบาย แต่อย่าคิดว่าฉันจะยิ้มตอบ กล่าวหากันแบบนั้นมันต้องโดน...
"มีอะไร"
ทว่ากลับมีคำถามลอยมาจากตรงหน้าก่อนที่ฉันจะได้โต้ตอบ ฉันละสายตาจากคนพวกนั้นมองพี่มังกร เขาสวมใส่ชุดนักศึกษาธรรมดาไม่ได้สวมใส่เสื้อช็อป สวมกางเกงยีนส์สีซีด รองเท้าก็เป็นผ้าใบคอนเวิร์สสีขาวธรรมดาแทนรองเท้าหนัง คนละลุคกับตอนที่มารับฉันไปกินข้าว แบบนั้นดูเป็นผู้ใหญ่และหล่อสมาร์ทกว่านี้ และเหมือนว่าพี่เขาจะไม่ได้ถามฉันนะ เขาถามไอ้พวกสี่กุมารนั่นต่างหาก
"กูถามพวกมึงว่ามีอะไร" เขาถามย้ำคนพวกนั้น น้ำเสียงแข็งกร้าวและดังกังวาล
"เปล่าพี่ พอดีเจอคนสวยเลยยิ้มทักทายเฉยๆ"
หนึ่งในสี่ตอบ ส่วนอีกสามหลบสายตาไปทางอื่น ดูแล้วพี่มังกรคงจะอำนาจบาตรใหญ่น่าดูถึงทำคนพวกนี้กลัว รวมถึงคนอื่นที่มองฉันก่อนหน้าก็หันหน้าหนีไปทางอื่นกันหมด
ก็เขาใกล้เรียนจบปีสี่แล้วนี่ คงเป็นรุ่นพี่ที่รุ่นน้องเคารพและเกรงกลัวนั่นแหละ
"แน่ใจว่าแค่นั้น"
"คร้าบพี่มังกร แค่นี้จริงๆ ครับ"
สิ้นคำตอบพวกเขาก็สะกิดชวนกันลุกออกไปจากโต๊ะ อันตธานหายไปอย่างรวดเร็ว พี่มังกรตวัดสายตากลับมามองฉัน เดาว่าคงเห็นฉันทำหน้าบูดถึงได้รู้ว่าต้องมีอะไรสักอย่าง
"คนพวกนั้นพูดว่าวีแย่งแฟนเพื่อน" ฉันตัดสินใจพูด เผื่อเขาจะไปจัดการให้เพราะเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง ฉันไม่ยอม
พี่มังกรพยักหน้า นั่งลงฝั่งตรงข้ามแล้วแบมือมาตรงหน้า ไม่ถามต่อว่าสิ่งที่ฉันพูดคืออะไร เขาคงเคยได้ยินข่าว หรือไม่ก็ไม่สนใจเพราะไม่ใช่เรื่องของตัวเอง
"เอาของอะไรมาให้"
"เอาไปดูเองค่ะ คุณแม่ฝากมาให้เนื่องจากที่พี่มังกรพาวีไปกินข้าวดูหนังอย่างมีความสุขมาครบทั้งสามครั้ง"
ถุงกระดาษสีดำของแบรนด์ Sirin จิลเวอรี่ถูกวางลงบนมือของเขา พี่มังกรไม่ได้เปิดดู เขาเอามันวางลงด้านข้าง
"ฝากขอบคุณคุณป้าสิริณด้วย"
"ค่ะ จะกราบลงแนบอกให้เลย แล้วบอกด้วยว่าพี่มังกรซาบซึ้งใจมาก"
เขากระตุกยิ้มมุมปากนิดๆ ด้วยใบหน้าเรียบเฉย จะว่าไปฉันก็อยากรู้จักนิสัยใจคอเขาให้มากกว่านี้ อยากรู้ว่าทำไมถึงตีสีหน้านิ่งขรึมเหมือนคนเย็นชาเก่ง แต่ลึกๆ ฉันรู้สึกว่าเขาดูกวนและยียวนเก่งอยู่ไม่น้อย ตรงนี้นั่นแหละที่ทำให้ฉันสงสัยว่าเขาเป็นคนยังไงกันแน่
"วีถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ"
เขาพยักหน้า
"ทำไมพี่ถึงทำตามคุณพ่อคุณแม่เรื่องหมั้นล่ะคะ"
"แล้วเธอล่ะ"
"เหตุผลของวีคือเป็นลูกที่ดีค่ะ พ่อแม่ต้องการอะไร ถ้าให้ได้วีก็ให้ อีกอย่างพี่มังกรก็หล่อ รวย ได้ดองด้วยก็มีแต่ผลดีใช่ไหมล่ะคะ บอกเหตุผลของพี่มังกรให้วีรู้หน่อยได้ไหมคะ เห็นบอกมีธุระแล้วฟาดด้วยเงินทุกครั้งเลย พี่มีแฟนแล้วใช่ไหมล่ะ ถ้ามีแล้วมายอมหมั้นกับวีทำไม"
เจอฉันพูดยาวเหยียดพี่มังกรก็นิ่งไปเลย เขาจ้องหน้าฉัน นัยน์ตาคมดุ ทว่ามีเสน่ห์เหลือล้นเล่นเอาฉันร้อนผ่าวพวงแก้มขึ้นมาดื้อๆ ก็ถ้าให้พูดตามจริง คู่หมั้นก็เหมือนกับแฟน ลองคิดเล่นๆ ว่าเขาเป็นแฟนฉัน มันก็น่าเขินอยู่ไม่น้อยหากถูกจ้องมองขนาดนี้
แต่ไม่กี่วินาทีพี่มังกรก็เบือนหน้าไปมองโต๊ะข้างๆ ที่ตอนนี้มีกลุ่มแก๊งใหม่มาจับจอง หนึ่งในสี่ยักคิ้วให้เขา เดาว่าคงเป็นเพื่อนของเขาเพราะทุกคนจ้องมองมาที่ฉันอย่างสนใจผิดกับแก๊งเมื่อครู่ที่หลบสายตา
"เอาไว้จะตอบในแชทแล้วกัน เดี๋ยวพี่ไปส่งที่รถ"
เขาลุกจากที่นั่ง หยิบถุงกระดาษติดมือมาด้วย รวมถึงคว้าข้อมือของฉันพาเดินมายังลานจอดรถ สัมผัสที่แตะต้องตัวกันครั้งแรกทำให้ฉันประหม่า อยากกระตุกมือหนีแต่ก็ไม่อยากทำให้เขาเสียหน้าต่อหน้าคนอื่นจึงกดอาการทุกอย่างเดินตามต้อยๆ
ครั้นเดินมาถึงรถมินิคูเปอร์สีเหลืองของฉัน ข้อมือก็ถูกปล่อยอัตโนมัติ พี่มังกรทำตัวสุภาพบุรุษเปิดประตูรถให้ ทว่าฉันยังไม่หมดเรื่องคุย ก่อนจะก้าวขาขึ้นรถจึงหันไปคุยกับเขาอีกครั้ง
"ขออีกคำถามเดียวค่ะ"
และเขาก็ยังคงพยักหน้าตอบรับ
"จ้างงานวีเหรอคะ ทำไมไม่เห็นบอกกันเลย"
"ผู้ใหญ่เขารีเควสต์มา"
เข้าใจแล้วล่ะ ไม่ว่าจะเป็นเขาหรือฉัน ก็มีผู้ใหญ่ชักนำชีวิตกันทั้งคู่
ออกจากโชว์รูมรถเราสองคนไม่ได้กลับคอนโดมิเนียม พี่มังกรพาฉันมาร้านเหล้าที่อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยของเขาเพราะเขากับเพื่อนมาฉลองทิ้งทวนก่อนเรียนจบในอีกไม่กี่วันฉันนั่งข้างพี่แพรวอีกเหมือนเคยและวันนี้เธอก็มีข่าวดีมาบอกว่าอีกไม่ถึงสองเดือนจะแต่งงานกับพี่เดย์ เป็นเรื่องน่ายินดีและน่าอิจฉาที่สุด ฉันอิจฉาเธอที่มีผู้ชายที่รักและเฝ้ารอจะใช้ชีวิตคู่ไปด้วยกันอย่างมั่นคง"ต้องไปนะน้องวีนัส ไปเป็นเพื่อนเจ้าสาว""วีอยากไปค่ะ แต่.." เอียงหัวไปทางพี่มังกร "ไม่ให้ไปด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์""ชิ! พวกผู้ชายนิสัยไม่ดี ไม่รักก็ไม่รู้จะกั๊กทำไม"พี่แพรวคงรู้เรื่องมาจากพี่เดย์ถึงได้พูดประโยคทิ่มแทงใจฉันเต็มๆ ฉันพยักหน้าหงึกๆ เห็นด้วย พอมันเศร้าเหล้าเท่านั้นจึงเป็นทางออก ฉันหยิบแก้วมาชนกับแก้วพี่แพรว ดื่มเหมือนน้ำเปล่า ลืมสิ้นว่าเคยสองชั่วโมงไม่หมดสามแก้ว พี่วินซ์ก็เจ๋งดีจริงๆ ชงให้ฉันใหม่ตลอดเลย"พี่น่ารักจัง ขอบคุณนะคะ"พอเมาฉันก็กล้าพูดมากขึ้น เอ่ยชมพี่วินซ์ เขารับคำชมด้วยการหยิบแก้วตัวเองมาชน"เมาให้เต็มที่เลยครับ ไอ้มังกรมันชอบ เอ๊ย! มันพร้อมจะดูแล""เหรอค้า"ฉันหันไปถามคนข้างๆ พี่มังกรพาดท่อนแขนกับเอวของฉันอยู่
ไม่รู้ตัวเลยว่ามานอนอยู่ในห้องของพี่มังกรได้ยังไง ตอนตื่นขึ้นมาฉันตกใจแทบช็อก แต่พอมองไปที่ผนังห้องแล้วเห็นนาฬิกาเรือนใหญ่ ก็หายตกใจกลายเป็นงุนงง"พี่มังกร"ฉันเอ่ยเรียกเจ้าของห้อง แต่กลับไม่พบว่าภายในห้องเวลาสี่ทุ่มมีคนอยู่ คงเป็นเขาที่ไปพาฉันมาจากคาเฟ่ของพี่เก้า ทว่าเขาไปไหนนี่สิ ระหว่างรอก็เลยไปอาบน้ำแล้วกลับมาสวมใส่เสื้อยืดตัวเดิมโดยถอดชุดชั้นในยัดใส่กระเป๋าสะพายเอาไว้ จากนั้นก็เดินออกมาตรงระเบียงห้อง รับลมเย็นๆ ที่พัดมาจากแม่น้ำเจ้าพระยาตีเข้าใบหน้าแกร๊ก! แต่เพียงไม่นานเสียงประตูก็ดังขึ้น ฉันหันกลับมอง พี่มังกรเดินเข้ามาพร้อมกับถุงพลาสติกในมือ เขาเดินเลี้ยวไปทางห้องครัว ฉันก็เลยเดินตามไปบ้าง"พี่มังกรคะ"เขาหันมาสบตา แต่มือไม่หยุดหยิบของออกมาวางบนเคาน์เตอร์ "ตื่นเมื่อไหร่""สักพักแล้วค่ะ พี่ไปพาวีกลับมาได้ยังไงคะ""ไอ้เก้าโทรบอก"ฉันร้องอ๋อ "รถวีล่ะคะ""ก็จอดอยู่ที่นั่นไงครับน้อง พรุ่งนี้ค่อยไปเอา ส่วนเราก็นอนค้างที่นี่""ปฏิเสธได้ไหมล่ะคะ"พี่มังกรขึงตาดุ ไม่ตอบคำถาม แต่นั่นล่ะคือคำตอบว่าไม่ได้ ฉันเลยเลียบๆ เคียงๆ มองดูว่าเขาซื้ออะไรมา ส่วนใหญ่จะเป็นของสด มีเบียร์กระป๋องหนึ่งแพ
"เป็นอะไร ไม่สบายเหรอ" กิ๊ฟแตะฝ่ามือกับหัวไหล่ของฉัน เขย่าเบาๆ เรียกเพราะเห็นว่าฉันฟุบหน้าลงกับโต๊ะเรียนหลังจากที่อาจารย์เดินออกไปจากห้อง"ครั่นเนื้อครั่นตัวนิดหน่อย""ไปห้องพยาบาลไหม""ไม่หรอก พักสายตาสักเดี๋ยว เดี๋ยวก็จะไปทำงานต่อ""แกนี่นะ.. เกิดบนกองเงินกองทองแต่ทำงานเหมือนบ้านล้มละลาย""พวกดาราที่ทำงานเจ็ดวันต่อสัปดาห์ บ้านเขารวยกว่าฉันอีกนะ""ย่ะ ฉันนั่งเป็นเพื่อนแล้วกัน""ขอบใจ เดี๋ยวเลี้ยงหนม"ฉันยิ้มให้ยัยกิ๊ฟเพื่อนเลิฟที่ทำตัวชิลไม่ต่างจากคนเมื่อเช้า กิ๊ฟบ้านมีฐานะไม่ต่างจากฉันนักหรอก เป็นลูกผู้ดีต่างจังหวัดที่มาอยู่กรุงเทพแบบสบายๆ เรียนจบก็กลับไปช่วยกิจการครอบครัว ไม่ต้องดิ้นรนใดๆ เลยบ่ายสามฉันก็ขับรถมาที่คาเฟ่ตามที่นัดหมายกับเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า วันนี้พี่ลิลลี่ไม่มาเพราะแม่ของเธอป่วย ฉันเลยฉายเดี่ยวตั้งแต่ต้น ดีที่ทางแบรนด์มีช่างแต่งหน้าทำผมมาให้หนึ่งคนเลยทุ่นแรงไปได้นิดหน่อยคาเฟ่แมวสไตล์มินิมอลถูกเช่าเป็นสตูดิโอถ่ายทำเสื้อผ้าสามชั่วโมง โซนด้านหลังที่เป็นสวนดอกไม้ถูกปิดให้บริการเนื่องจากตรงนี้ถูกการถ่ายแบบใช้งาน ส่วนตัวคาเฟ่ยังรับลูกค้าได้ปกติ ถ่ายทำไปจนเกือบเสร็จสิ้น ฉ
เสียงกรีดร้องของฉันดังขึ้นเมื่อการสอดประสานเริ่มต้นขึ้น ฉันหลับตาปี๋ กัดริมฝีปากข่มความเจ็บปวดที่ถูกรุกรานพื้นที่หวงแหนทีละช้าๆ ทว่าไม่นานความอบอุ่นจากการโอบรัดของเขาที่ทิ้งตัวมาทาบทับก็เข้ามาช่วยผ่อนคลายพี่มังกรกดใบหน้ากับซอกคอขาว ท่อนแขนแกร่งโอบกอดลำตัวของฉัน ในขณะที่ท่อนล่างยังคงพยายามอย่างมากในการดุนดัน เขาส่งเสียงครางต่ำเป็นระยะบอกให้รู้ว่าลำบากแค่ไหน"อดทนหน่อย" สิ้นประโยคสะโพกหนาก็กระแทกเข้าหาอย่างแรงประสานเราสองคนอย่างสมบูรณ์ฉันแหงนใบหน้ากรีดร้อง จิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างไปทั่วหวังเอาคืนเขาที่ทำให้ฉันเจ็บเจียนตาย แต่เหมือนจะเป็นฉันมากกว่าที่ถูกเอาคืน พี่มังกรเบี่ยงใบหน้ามาจูบฉันไปพร้อมกับช่วงล่างที่เริ่มขยับ เสียดสีผิวเนื้อของเราด้วยความเร่าร้อน สาดใส่ความมีอำนาจของมังกรด้วยเซ็กซ์ให้ฉันศิโรราบ บ้างก็ส่งเสียงครางกระเส่าที่สื่อถึงความสุขสม ฉันไม่รู้เลยว่าเป็นเหยื่อของมังกรนานแค่ไหน รู้เพียงว่าค่ำคืนนี้ช่างยาวนานเหลือเกินและครั้งเดียวที่ฉันร้องขอ ผู้ชายติดเซ็กซ์ไม่ให้ฉันตามที่พูดจริงๆเวลาตีสามฉันตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำอย่างยากลำบาก เคยได้ยินมาบ้างว่าเซ็กซ์ครั้งแรกมักเจ็บ ฉันเชื่อ
คอนโดมิเนียมที่พี่มังกรอาศัยอยู่ใหญ่กว่าของฉันมากโข ถึงว่าทำไมไม่เอ่ยถามสักคำว่าฉันจะมานอนค้างกับเขา หรือเป็นเขาที่จะไปนอนค้างกับฉัน ฉันลงความเห็นไปก่อนเลยว่าที่นี่ดีที่สุดขณะนี้เราสองคนนั่งกันอยู่ในห้องครัว ตรงกลางโต๊ะมีพิซซ่าและเครื่องเคียงที่ซื้อเข้ามาด้วย ฉันชอบกินมันนะ แต่ด้วยรูปร่างที่ต้องดูแลจึงกินได้แค่นิดหน่อย เลาะๆ เล็มๆ ระหว่างนั่งคุยกัน"พี่จะคุยเรื่องข้อตกลง"“ก่อนอื่นพี่ควรไปใส่เสื้อค่ะ”พี่มังกรก้มมองตัวเองแล้วยักไหล่ “บ้านพี่ครับน้อง จะแก้ผ้าเดินก็ยังได้”เอาล่ะ! ฉันจะอดทนแล้วกัน แม้ว่าซิ๊กแพ๊คสวยๆ กล้ามหน้าอกแน่นๆ ที่ฝั่งขวามือมีรอยสักมังกรบ่งบอกตัวตนของเขานั่นจะกวนใจพอๆ กับหน้าหล่อเหลาของเขา“เชิญพี่พูดเลยค่ะ” ฉันเอียงตัวเล็กน้อยเพื่อไม่ให้รัศมีสายตามองเห็นเขา พยายามสนใจพิซซ่าที่กำลังกิน ทว่าหูตั้งใจฟัง“พี่จะไม่พูดไปถึงเรื่องแต่งงานเพราะเราแค่มาใช้ชีวิตให้คุ้นเคย มันคือการทดลองงาน วันหนึ่งเราอาจจะไม่โอเคแล้วถอนหมั้น.. "คำพูดของเขาทำฉันชะงักหัวใจโหวง ฉันเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองโลกสวยมาตลอดก็ตอนนี้ ก็ดันเผลอปักใจไปแล้วว่าต้องแต่งงานกับเขา มีเขาเป็นสามี แม้จะไม่มีความรัก
ไม่รู้ว่าพี่มังกรจัดการให้ฉันยังไง รู้เพียงว่าเทรนด์ทวิตเตอร์ที่เกี่ยวกับฉันหายไปทั้งหมด จิณฑ์ก็เงียบหายไปเลยตั้งแต่คืนนั้นที่ทะเลาะวิวาทกัน ส่วนเปรี้ยวไม่มาเรียนสามวันแล้ว รู้สึกหวั่นใจยังไงก็ไม่รู้ว่าเขาอาจทำอะไรเกินกว่าเหตุเพราะอำนาจและความนักเลงที่เขามีจนถึงวันเปิดตัวโชว์รูมรถ MMD ฉันถูกจ้างมาทำหน้าที่เป็นนางแบบยืนสวยๆ ข้างเจ้าของโชว์รูม ยืนยิ้มสวยๆ อย่างเดียวจริงๆ นะ ไม่ใช่พริตตี้ที่ต้องมายืนคู่กับรถด้วย แบบนี้แค่บอกให้ฉันมาในฐานะคู่หมั้นก็จบ ไม่ต้องจ้างงานลงคิวให้วุ่นวายปกติแล้วฉันจะจ้างช่างแต่งหน้าและช่างทำผมอย่างละหนึ่งคน ทว่าวันนี้พี่ลิลลี่รับหยุดทั้งหมดเพราะเห็นว่าเป็นงานคนกันเอง ไม่อยากให้วุ่นวายมีคนเอาไปเม้าท์มอยหลังจบงาน เครื่องหน้าเครื่องผมจึงไม่จัดจ้านเหมือนยามถ่ายแบบหรือถ่ายโฆษณา ชุดที่ฉันสวมใส่ก็เป็นชุดที่ทางพี่มังกรส่งมาให้ ชุดเดรสเกาะอกทรงสุ่มปิดหัวเข่าสีดำเหลือบสีแดง เข้าคู่กับเสื้อสูทสีดำของเขา เครื่องเพชรที่สวมใส่เป็นของแบรนด์ Sirin รองเท้าส้นสูงสีดำรัดข้อเท้าด้วยโบว์อันใหญ่เป็นของอภินันทนาการจากว่าที่แม่ผัวเอาเป็นว่าทุกคนหวังให้ฉันเฉิดฉายความสวยกันแบบจัดเต็ม







