FAKE LOVE #7
“เรียกบริษัทฯตกแต่งภายในมาหน่อยนะ กูอยากปรับอะไรหลายอย่างเลย” คินพูดกับลูกน้องคนสนิทอย่างจงใจให้หญิงสาวที่เดินตามมาด้านหลังได้ยินด้วย “ของเก่าๆ มันถึงเวลาต้องโละทิ้งได้แล้ว เก็บไว้ก็ไม่มีค่าอะไร”
“ได้ครับนาย” ธีระพยักหน้ารับแล้วเดินนำไปเปิดประตูให้เจ้านายตนเอง “เชิญครับ” แล้วหันไปส่งยิ้มให้เอวาเล็กน้อย “เชิญครับคุณ...”
“ใครจ่ายเงินเดือนให้มึง” คินเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตรงกลางห้องประชุม “ว่าไง กูถามว่าใครจ่ายเงินเดือนให้มึง”
“นายครับ” ธีระตอบด้วยสีหน้าสงสัย
“แล้วมึงไปรับใช้คนอื่นทำไม” คินปรายตาไปมองเอวา “จะยืนอีกนานมั้ย? ฉันมีอย่างอื่นจะต้องไปทำต่อนะ” ก่อนจะหันไปสบตากับธีระ “มึงไปเรียกวิศวกรแต่ละโปรเจ็กท์ที่บริษัทฯนี้ถืออยู่มาพบกู กูให้เวลา 5 นาที ถ้าใครไม่พร้อมก็ไล่แม่งออกไปให้หมด”
“ครับนาย” ธีระพยักหน้ารับด้วยสีหน้าลำบากใจแต่ก็ยอมทำตามแต่โดยดี
“พี่นัดคุยกับผู้ถือหุ้นไม่ใช่หรอคะ แล้วอยู่ดีๆจะมาเปลี่ยนมานัดหัวหน้าโครงการ แบบนี้ใครมันจะตั้งตัวทันล่ะ”
“ฉันเป็นเจ้าของบริษัทฯ” คินยิ้มแล้วหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ “ฉันจะทำอะไรก็ได้”
“พี่คิน ไม่ควรสูบบุหรี่ในห้องประชุมแบบนี้นะคะ”
คินพ่นควันบุหรี่แล้วมองหน้าเอวาอย่างท้าทาย “แล้วไง ใครจะทำอะไรฉัน?”
“...” เอวายืนเงียบแล้วเดินไปกระแทกแฟ้มลงบนโต๊ะด้วยสีหน้าไม่พอใจ “แล้วเอวาต้องเข้าประชุมอยู่มั้ยคะ”
“ฉันสั่งให้ทำอะไรก็ทำแบบนั้นแหละ” คินเอ่ยเสียงนิ่ง “นางบำเรอแบบเธอ อย่าออกความคิดเห็นเยอะมันเปลืองพื้นที่ในสมองของฉัน”
“มันก็แค่ครั้งเดียวเท่านั้นแหละ” เอวาจ้องหน้าคินอย่างไม่ยอม “ถือว่าทำทานให้หมามันล่ะกัน”
คินพยักหน้ากวน “ใจบุญจังเลยนะ เพราะทำทานนี่เองรสชาติมันถึงได้จืดชืดน่าเบื่อขนาดนั้น แต่ก็เอาเถอะ ของฟรีมันก็แบบนี้”
“สารเลว”
“ใช่ ฉันสารเลว แล้วยังไง” คินหยักไหล่ “เธอจะทำอะไรฉัน หื้ม หน้าอย่างเธอจะทำอะไรฉันได้ แค่ฉันสร้างภาพว่ารักผู้หญิงแบบเธอก็เชื่อจนแทบจะถอนตัวไม่ขึ้น ไง ลืมไปแล้วหรอว่าฉันนี่แหละพี่คินที่แสนดีของเธอ”
“พี่คินคนนั้นเค้าตายไปจากใจฉันแล้ว”
“ดีแล้ว ถ้าเป็นแบบนั้นฉันก็ยินดีด้วย เพราะเธอจะไม่มีทางได้มันคนนั้นกลับคืนมา”
“...”
“ถ้าอยากจะโกรธ ก็โกรธตัวเองที่เกิดมาเป็นรูปมัน” คินมองไปที่อนันต์ด้วยแววตาโกรธแค้น
“ถ้าเอวาจะโกรธ เอวาจะโกรธตัวเองที่โง่”
“...”
“โง่ที่มองคนแบบพี่ผิดไป!”
เอวาจ้องหน้าคินอย่างไม่ยอมก่อนจะเปลี่ยนเป็นมองไปทางอื่นเมื่อหัวหน้าวิศวะกรทยอยกันเดินเข้ามาในห้องประชุมด้วยความรีบร้อน
“ขออนุญาตครับ”
“เชิญครับ” คินพยักหน้าแล้วผายมือไปที่โต๊ะ “ขอโทษที่นัดแบบเร่งด่วนนะครับ ผมต้องการทราบความคืบหน้าของแต่ละโครงการแบบเร่งด่วนเพื่อที่ทีมงานของผมจะได้ทำงานถูก”
“ทีมงาน?” หนึ่งในวิศวกรถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ครับ” คินพยักหน้ารับ “ผมขอแจ้งทุกท่านตรงนี้เลยนะครับว่าต้องแต่วันนี้เป็นต้นไป ทีมงานของผมจะเข้าไปควบคุมการทำงานของแต่ละโครงการ รวมถึงงบประมาณทั้งหมด” ชายหนุ่มหันไปมองหน้าเอวา “และจะมีการประเมินทุกเดือน ถ้าไซต์งานไหนไม่เข้าเป้าหมายเกณฑ์การประเมินความคืบหน้า วิศวกรเจ้าของโครงการต้องเป็นคนรับผิดชอบ”
“รับผิดชอบยังไง” เอวาสบตาชายหนุ่ม “แต่ละหน้างานมีปัญหาต่างกัน บางปัญหาแก้ได้ทันที บางปัญหาต้องใช้เวลา และบางครั้งบางปัญหาต้องใช้ความร่วมมือกับหลายหน่วยงาน แล้วทำไมหัวหน้าโครงการต้องรับผิดชอบคนเดียว”
“ถ้าควบคุมและจัดการปัญหาไม่ได้ จะเรียกว่าหัวหน้าหรอ?”
“...”
“คนเป็นหัวหน้าต้องแก้ปัญหาทุกอย่างได้ ไม่อย่างงั้นจะมีไว้ทำไม”
“แต่...”// “ผมในฐานะประธานบริษัทฯขอยึดกฎตามนี้ล่ะกันนะครับ” คินเอ่ยแทรกขึ้นพร้อมกับกวาดสายตามองวิศวกรแต่ละคนด้วยแววตาดุดัน “หวังว่าทุกคนจะเข้าใจและทำตามกฎของบริษัทฯอย่างเคร่งครัดนะครับ ยังไงผมขอทราบความก้าวหน้าของโครงการแต่ละโครงการสั้นๆ เริ่มจากคุณเลยครับ” คินผายมือไปยังวิศวกรท่านหนึ่ง “เชิญครับ”
“ครับ” วิศวกรคนดังกล่าวพยักหน้ารับแล้วลุกขึ้นไปนำเสนอความก้าวหน้าของงานด้วยความคล่องแคล่ว
-หนึ่งชั่วโมงต่อมา-
“ขอบคุณทุกคนมากนะครับ วันนี้ขอบคุณมากแล้วผมจะนัดประชุมกับทุกท่านอีกครั้ง” คินพูดพร้อมกับมองไปยังวิศวกรคนกนึ่งที่เดินเข้ามาหาเอวาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก
“เกิดอะไรขึ้นเอวา”
เอวาให้ไปมองชายหนุ่มคนดังกล่าวพร้อมกับฝืนยิ้มให้ “เอาไว้เอวาไปหาที่บ้านนะ ค่อยคุยกัน”
“งั้นเย็นนี้พี่รอ กลับพร้อมกัน”
“ค่ะ” เอวาพยักหน้ารับพร้อมกับเก็บของบนโตะแล้วทำท่าจะเดินออกจากห้องไป
“คุณเอวารินทร์”
หญิงสาวชะงักนิ่งแล้วหันไปเผชิญหน้ากับคิน “คะ?”
“อย่าเพิ่งไป”
“มีอะไรอีก เอวา...”
“บอกว่าอย่าเพิ่งไปก็คืออย่าเพิ่งไป” คินเอ่ยเสียงดุ “จะถามอะไรนักหนา มันน่ารำคาญ”
เอวายืนนิ่งมองเหล่าวิศวกรที่กำลังทยอยเดินออกแจนคนสุดท้ายปิดประตูห้องประชุมลง “มีอะไร”
“มานี่” คินพูดพร้อมกับสงสัญญาณให้หญิงสาวมายืนตรงหน้า “อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำ”
เอวาชักสีหน้าไม่พอใจแต่ก็จำยอมเดินเข้าไปหาชายหนุ่มแต่โดยดี “มีอะไร?”
“พูดกับฉันดีๆ” คินพูดพร้อมกับรั้งเอวหญิงสาวเข้ามาใกล้จนร่างบางเซล้มลงมาบนตักของตนเอง “ว๊าย! พี่คิน!”
“จะโวยวายทำไม” คินเอ่ยขึ้นพร้อมกับแสยะยิ้มเมื่อเห็นหญิงสาวทำหน้าตาตกใจเมื่อถูกตนเองอุ้มขึ้นมานั่งคร่อมบนตัก “ฉันอยาก”