Masukหลายวันผ่านไป กิจวัตรของปลายฟ้ายังคงเหมือนเดิม ตื่นเช้ามาทำอาหารคลีนให้ธีร์ จัดตารางงานที่แสนจะยุ่งเหยิงของเขา และคอยตามเก็บซากเขาที่ชอบไปเมาที่บาร์ การทุ่มเททำงานอย่างหนักทำให้ปลายฟ้าดูเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด
ธีร์เห็นปลายฟ้าที่สวมเสื้อเชิ้ตเชยๆ กับกางเกงทำงานตัวหลวม ๆ พร้อมแว่นตาหนา ๆ ก็นึกถึงวันแรกที่เจอกันไม่ได้
“ฟ้าครับ!” ธีร์เรียกเสียงดังขณะที่เขากำลังเล่นเกมมือถืออยู่ “วันนี้งานผมว่างทั้งวัน ตารางงานคุณก็ว่างใช่ไหม”
“ค่ะ”
“ดี งั้นไปดูชุดกัน” ธีร์สั่งอย่างเอาแต่ใจ “การที่ผู้จัดการของผมดูไม่ดี มันกระทบต่อภาพลักษณ์ของผมด้วยนะครับ”
ปลายฟ้าไม่สามารถปฏิเสธคำสั่งของเขาได้ ธีร์พาเธอไปช้อปปิ้งใน ห้างสรรพสินค้าหรูทันที เขาใช้เวลาเลือกเสื้อผ้าและเครื่องประดับให้เธออย่างพิถีพิถันราวกับกำลังเลือกเสื้อผ้าให้ตัวเอง
เขาบังคับให้เธอเปลี่ยนจากแว่นตาหนาๆ เป็น คอนแทคเลนส์ ทำให้ดวงตาคู่สวยแต่เศร้าของเธอปรากฏออกมาอย่างชัดเจน ตามด้วยการพาไปตัดผมและแต่งหน้าใหม่
“ใส่ชุดนี้” ธีร์ยื่น เดรสเข้ารูปสีน้ำเงินเข้มที่โชว์เรียวขา ให้เธอ “ผมเสียดายความสวยของคุณ”
กว่าจะได้ชุดที่ถูกใจและธีร์จะอนุมัติก็เกือบเย็นปลายฟ้าในลุคใหม่ สวย สง่า และดูเปราะบาง ยืนอยู่ตรงหน้าเขา ธีร์มองเธอด้วยความพึงพอใจ
เขาพาเธอมาทานอาหารที่ร้านหรู แห่งหนึ่ง บนโต๊ะอาหารหรูหราที่ถูกจัดวางอย่างวิจิตรบรรจงธีร์ส่งจานอาหารเหล่านั้นให้เธอทีละอย่างอย่างเอาใจใส่ แต่มันแฝงไว้ด้วยอำนาจของการควบคุม เขาจ้องมองทุกคำที่เธอตักเข้าปาก ราวกับกำลังควบคุมปริมาณเชื้อเพลิงที่จำเป็นต้องเติม
เมื่อปลายฟ้าวางช้อนส้อมลงเพื่อส่งสัญญาณว่าอิ่มแล้ว ธีร์ก็ไม่ได้ยอมรับการหยุดพักนั้น เขายิ้มบางๆ แล้วตักเนื้อวากิวชิ้นเล็กๆ ยื่นมาจ่อที่ริมฝีปากของเธอ
“กินเยอะๆ สิครับ” เขาคะยั้นคะยอ น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่แฝงความขี้เล่นจนทำให้เธอปฏิเสธไม่ได้
“เดี๋ยวจะหมดแรงเอา แล้วจะให้ผมออกแรงอยู่คนเดียวได้ยังไงล่ะ”
ประโยคสุดท้ายของเขา มันทำให้คิดดีไม่ได้เลย เขาออกแรงอะไรอยู่คนเดียว
เธอจำต้องอ้าปากรับอาหารคำนั้นเข้าไปอย่างจำนน เธอกลืนอาหารราคาแพงลงไปอย่างยากลำบาก ขณะที่ธีร์ยิ้มเยาะอย่างพึงพอใจกับปฏิกิริยายอมกินอาหารเข้าไป
เธอมองเขาอย่างเคืองๆ ตอนนี้เธออิ่มจะกินอะไรเข้าไปไม่ไหวแล้ว
การกระทำนั้นเรียก เสียงหัวเราะทุ้มต่ำจากลำคอของธีร์ได้ทันทีเสียงหัวเราะที่ดังและเปี่ยมไปด้วยความสุขจนทำให้ ลูกค้าโต๊ะรอบข้างหันมาสนใจ
โต๊ะของพวกเขาอย่างช่วยไม่ได้ปลายฟ้าได้แต่ก้มหน้าหลบสายตาผู้คน รู้สึกอยากจะแทรกแผ่นดินหนีจากความอับอายที่ถูกเปิดเผยเรื่องส่วนตัว
ปกติแล้วเธอไม่เคยอยู่ใกล้ผู้ชายคนไหนเกินระยะปลอดภัย ไม่สิ... ต้องเรียกว่า เกือบจะกลัว ผู้ชายด้วยซ้ำไป แต่ทำไมกับผู้ชายที่ชื่อ ธีร์ คนนี้ เธอถึงได้ยอมให้เขาเข้ามาในชีวิตเธอขนาดนี้
บรรยากาศรอบข้างบนดาดฟ้านั้น ดีงามจนน่าใจหาย แสงเทียนวอมแวม และเสียงดนตรีแจ๊สคลอเบาๆ
ทำให้ความอับอายของเธอ ค่อยๆ จางลงเธอนั่งฟังธีร์พูดเรื่องไร้สาระไปเรื่อยๆ ตั้งแต่เรื่องไวน์ราคาแพงไปจนถึงเรื่องกีฬาที่เธอไม่เข้าใจ เธอตอบบ้างไม่ได้ตอบบ้าง แต่ในใจกลับคิดวนเวียน
ทำไมกัน ทำไมเธอถึงไม่ค่อยกลัวผู้ชายตรงหน้า ทั้งๆ ที่เขานิสัยไม่ดีเลยเว้นแต่ตอนที่เขาช่วยเธอไว้
ทันใดนั้น เสียงทุ้มนุ่มของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังแทรกเข้ามาอย่างไม่คาดฝัน
“อุ๊ย! ธีร์!!! ไม่คิดว่าจะเจอคุณที่นี่”
ธีร์หันไปตามเสียงนั้นทันที สีหน้าของเขาเลี่ยนไปเป็นคนละคน ความขี้เล่นหรือหยอกเย้าก่อนหน้าหายวับไปถูกแทนที่ด้วยแววตาที่เย็นชาและเฉยเมย
ผู้หญิงคนนั้นรูปร่างสง่างามในชุดราตรีสีเข้ม เดินเข้ามาหยุดข้างโต๊ะและมองมาที่เธออย่างสำรวจ
“สวัสดีค่ะฉัน รินลดา คู่หมั้นของธีร์ค่ะ”
รินลดาแนะนำตัวด้วยรอยยิ้มที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตา ก่อนจะยื่นมือมาตรงหน้าฟ้าอย่างถือสิทธิ์ปลายฟ้าพยายามยิ้มตอบและยื่นมือออกไปสัมผัสแผ่วเบา แนะนำตัวเองอย่างรวดเร็วว่าเธอเป็นผู้จัดการส่วนตัว ของธีร์
รินลดาไม่สนใจคำตอบของฟ้ามากนัก แต่กลับเลื่อนเก้าอี้มานั่งที่ว่างข้างโต๊ะอย่างถือวิสาสะ
“ฉันขอร่วมวงด้วยนะคะ พอดีไม่ได้เจอ ธีร์ ที่รักมานานมากแล้ว” รินลดากล่าวเสียงหวาน พลางหันไปทางธีร์
“คุณพ่อคุณบอกว่าคุณไม่ว่าง ฉันเลยไปเยี่ยมท่านแทน ว่าแต่หลังจากนี้ธีร์ไปไหนต่อคะ ไปกับรินต่อเถอะค่ะ”
“รินหวังว่าคุณฟ้าคงจะกลับได้เอง ใช่ไหมคะ” รอยยิ้มจากคนที่บอกว่าเป็นคู่หมั่นธีร์เอ่ยบอกปลาฟ้า แต่ถึงจะยิ้มแต่รอยยิ่นั้นมันไม่ได้ส่งไปถึงดวงตาคมเลยสักนิด
ปลายฟ้าที่นั่งอยู่ได้แต่ ยิ้มตอบแบบฝืนๆ พยายามซ่อนความอึดอัดไว้เบื้องหลังท่าทีสงบเสงี่ยม แต่สายตาของเธอจับจ้องไปที่ ธีร์อย่างเงียบๆ ชายหนุ่มยังคงนั่งนิ่งสนิทและเฉยชาราวกับรินลดาไม่ได้อยู่ตรงนั้นด้วยซ้ำ
“ได้ค่ะคุณริน”
ความเงียบของธีร์ทำให้รินลดาต้องเอื้อมมือไป สะกิดที่ต้นแขนของเขาเพื่อเรียกความสนใจ ธีร์ มีปฏิกิริยาทันที
แต่เป็นไปในทางที่คาดไม่ถึง เขาสะบัดมือของรินลดาออกเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือมา จับข้อมือของฟ้าอย่างฉับพลันและมั่นคง
“ไปครับฟ้า” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา ไม่มองรินลดาเลยแม้แต่น้อย
“กลับกัน”
ธีร์ดึงปลายฟ้าให้ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินนำออกจากร้านไปทันที ทิ้งให้รินลดานั่งมองตามด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธและอับอาย
พวกเขาขึ้นรถคันหรูที่จอดรออยู่และมุ่งหน้ากลับสู่คอนโดทันที...
วันต่อมา
เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะที่ ธีร์กำลังจิบกาแฟ สายตาของเขาก็กวาดมองข้อความที่เข้ามาในโทรศัพท์มือถือ ข้อความนั้นมาจากบิดาของเขาเอง ธีร์วางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะข้างๆ ถ้วยกาแฟก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งๆ
"รินลดาไปฟ้องพ่อว่าแกหักหน้าเธออย่างรุนแรงเมื่อคืนนี้..." ดูก็รู้ว่ารินลดาคงจะไปฟ้องพ่อเขาชัวร์
ธีร์มองไปยังร่างบางที่แต่งตัวเตรียมเดินทาง เขาใช้สายตาสำรวจชุดของเธออย่างละเอียดก่อนจะออกคำสั่ง
“ชุดนั้น ไม่เหมาะ” ธีร์ ตัดสินใจทันทีโดยไม่ฟังเหตุผล “ไปเปลี่ยนครับ”
เธอชินเสียแล้วกับการที่ ธีร์จะต้องควบคุมรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ทุกอย่างในชีวิตของเธอ เธอถอนหายใจออกมาเล็กน้อยอย่างไม่ใส่ใจ ราวกับนี่เป็นกิจวัตรที่ต้องทำ
แม้เธอจะเตรียมชุดสบายๆ สำหรับการเดินทางไปทะเลไว้แล้ว แต่เมื่อเห็นสายตาเอาแต่ใจของเขาเธอก็รู้ดีว่าการขัดใจเขาแต่จะเสียเวลา
“ก็ได้ค่ะ” เธอตอบรับอย่างเรียบง่าย แล้วเดินไปหยิบชุดเดรสยาวสีขาวที่เขาซื้อให้มาสวมใส่ พร้อมจัดผมลอนสวยรวบครึ่งหัวให้เป็นไปตามความต้องการของเขา
ธีร์ยิ้มพอใจอย่างเห็นได้ชัดเมื่อฟ้ากลับออกมาในลุคที่เขาเลือก เขายื่นกุญแจรถให้เธอแล้วขับมุ่งหน้าไปยังสถานที่ถ่ายแบบ โดยเขาสวมเพียงเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นสบายๆ
ปลายฟ้าและธีร์เดินทางมาถึงสถานที่ถ่ายแบบของแบรนด์นาฬิกาหรูในวันรุ่งขึ้น สถานที่แห่งนี้คือ
ซีเคร็ต ฮาเวน รีสอร์ตหรูระดับอัลตร้า ลักชัวรี ที่ตั้งอยู่บนเกาะส่วนตัวแห่งหนึ่งทางภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งเป็นกิจการของธามนั่นเอง
ปลายฟ้ามองออกไปนอกกระจกรถขณะที่เรือสปีดโบ๊ทนำพวกเขาเข้าสู่เกาะรีสอร์ตแห่งนี้สมชื่อ 'ที่หลบภัยลับ' เพราะมันถูกซ่อนอยู่หลังแนวป่าชายเลนและภูเขาหินปูนที่เขียวชอุ่ม
“ไอ้ธีร์ นึกว่าจะเลท”
ธามทักทาย ก่อนจะหันมาเห็น ฟ้า ที่ดูโดดเด่นในชุดเดรสยาว
“ว้าว ใครวะเนี่ย ความน่ารักมาเต็มเลยครับ” ธามยิ้มหยอก พลางเอื้อมมือจะไปตบที่ไหล่ปลายฟ้าทักทายด้วยความลืมตัวแต่ธีร์กลับปัดมือนั้นออก คงเพราะรวมกับความหงุดหงิดเดิมจากเรื่องคู่หมั้นพลันระเบิดออกมา
เขาเข้ามาขวางระหว่างคนทั้งสอง แล้วใช้ศอก กระทุ้งเข้าที่สีข้างของธามอย่างจงใจ แม้จะไม่รุนแรงจนล้ม แต่ก็ทำให้ธามต้องผงะออกไป
“มือเท้าอยู่กับที่ไอ้ธาม อย่าแตะต้องของของฉัน” ธีร์กล่าวเสียงห้วนต่ำ เย็นชา และชัดเจน โดยที่สายตาของเขามองธามอย่างดุดัน
เธอรีบเดินเบี่ยงตัวไปหลบอยู่ด้านหลังของเขา ทันที แต่ในขณะเดียวกัน ความคิดหนึ่งก็ตีขึ้นมาในหัวของเธอ
เธอเป็นของธีร์ตอนไหน?
เธอเป็นผู้จัดการเป็นแค่คนที่ถูกจ้างมาให้ทำงานไม่ใช่หรือ แต่การแสดงความเป็นเจ้าของที่เกินเลยของเขามันทำให้งง
หลังจากเก็บข้าวของและพักผ่อนตามสมควรปลายฟ้า ก็เดินออกมายังชายหาดที่ถูกเนรมิตให้เป็นสถานที่ถ่ายทำ แสงสีทองของพระอาทิตย์ยามบ่ายแก่ๆ กำลังทอดตัวลงกระทบผืนทรายขาวและผิวน้ำทะเลสีคราม เป็นมุมที่ งดงามและสมบูรณ์แบบ ตามที่ช่างภาพต้องการ
ธีร์ยืนอยู่กลางเฟรมในชุดกางเกงว่ายน้ำรัดรูปสีเข้ม แผ่นหลังและท่อนบนที่เปลือยเปล่า เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่ถูกแกะสลักอย่างสมบูรณ์แบบ ความทุ่มเทในการออกกำลังกายของเขาสะท้อนผ่านทุกส่วนของร่างกายไหล่กว้าง หน้าท้องเป็นลอน ร่างกายที่รู้ว่าออกกำลังกายมาหนักเสมอ
ปลายฟ้าในฐานะผู้ช่วยส่วนตัว ต้องทำหน้าที่จัดเตรียมเสื้อผ้าและเครื่องดื่มอยู่ข้างๆ เต็นท์พักผ่อนริมหาด เธอต้องคอยตรวจสอบไม่ให้ทรายติดรองเท้าหรือเสื้อผ้าของธีร์ และคอยส่งน้ำดื่มเย็นๆ ให้เขาทุกครั้งที่พักเบรก
ปลายฟ้ายืนมองดูเขาทำงานอยู่ห่างๆ ความรู้สึกหนึ่งคือการชื่นชมในความสมบูรณ์แบบนั้นแต่อีกความรู้สึกหนึ่งคือ ความสับสน ที่ปะปนกับความ อับอาย ภาพเหตุการณ์บนเคาน์เตอร์หินอ่อนเมื่อคืนพลันย้อนกลับมาในความทรงจำอย่างรวดเร็ว มือของเธอเคยสัมผัสทุกส่วนที่ปรากฏตรงหน้าอย่างใกล้ชิด
ความคิดนั้นทำให้เลือดสูบฉีดขึ้นใบหน้าจนเห่อร้อน เธอรีบเบือนสายตาไปทางอื่นเพื่อควบคุมความรู้สึกที่น่าอายนั้นไว้
ทันทีที่ช่างภาพสั่งพักเบรกธีร์ที่เหงื่อซึมตามแผงอกจากการโพสท่าออกกำลังกายก็เดินตรงมายังจุดพัก เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง กวักมือเรียกปลายฟ้า ด้วยท่าทีที่ไม่ได้ขอร้องแต่เป็นคำสั่ง
“ฟ้า มานี่” เขาเอ่ยเสียงเรียบ พลางยื่นผ้าขนหนูไปให้ “มาซับหน้าให้ผมหน่อย”
ปลายฟ้า รับผ้าขนหนูมาไว้ในมืออย่างเก้ๆ กังๆ หัวใจของเธอเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ เมื่อต้องยื่นมือเข้าไปใกล้ ผิวกายที่เปียกชื้นและอบอุ่นของเขาอีกครั้ง มันคือความรู้สึกที่ น่าอับอาย น่าสับสน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เขาน่าหลงใหลมาจริงๆ
การถ่ายทำเซตที่สองเริ่มต้นขึ้นธีร์ยังคงทำงานอย่างมืออาชีพแต่ปลายฟ้าได้แต่ยืนห่าง ๆ คอยสังเกตการณ์ขณะที่พยายามไม่ให้สายตาของตนเองเผลอจ้องมองรูปร่างที่ทำให้เธอรู้สึกสับสนวุ่นวาย
แต่แล้วธามเพื่อนของธีร์ที่เพิ่งถูกถีบไปเมื่อครู่ก็เดินเข้ามาหาเธออีกครั้ง คราวนี้เขารักษาระยะห่างที่ปลอดภัย แต่ก็ส่งรอยยิ้มที่เป็นมิตรมาให้
“คุณฟ้าเป็นผู้จัดการได้ยังไงครับ? ผมว่าผมคุ้นหน้าคุณนะครับเนี่ย” ธามชวนคุยอย่างเป็นกันเอง พลางยกเครื่องดื่มเย็นๆ ขึ้นจิบ “อ่อ”
“ใช่แน่ๆ! คุณคือผู้หญิงคนนั้นนี่ ที่มารับไอ้ธีร์ที่บาร์เมื่อสองสามอาทิตย์ก่อน” ปลายฟ้าพยายามยิ้มตอบให้ดูปกติที่สุด
“งั้นฟ้าคิดว่าก็อาจจะเคยเจอคุณธามค่ะ” ธามพิงเสาไม้ใกล้ๆ ด้วยท่าทีสบายๆ
“ผมกับธีร์เป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียน รู้ไส้รู้พุงกันดี ถ้าวันไหนคุณฟ้าเบื่อๆ หรือว่างจากงานจุกจิกของไอ้ธีร์มาเที่ยวได้นะครับ ที่นี่มีที่สวยๆ เยอะ ผมพร้อมพาเที่ยวทุกที่เลย”
คำชวนนั้นทำให้ปลายฟ้ารู้สึกอึดอัดขึ้นมาทันที เธอขอบคุณเขาอย่างสุภาพพลางพยายามหาทางตัดบท
เธอเงยหน้าขึ้นมองธีร์ที่กำลังถ่ายแบบอยู่ไกลๆ เขาดูหล่อเหลาไร้ที่ติ และกำลังยิ้มอย่างสมบูรณ์แบบให้กับกล้อง
เช้าวันรุ่งขึ้น ปลายฟ้าตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดร้าวไปทั่วร่างกาย โดยเฉพาะผิวหนังบริเวณแขนและไหล่ที่แดงและระบม ธีร์นั่งอยู่ข้างเตียง เขาป้อนยาตามที่อคิณแนะนำและป้อนข้าวต้มอุ่น ๆ ให้เธออย่างนุ่มนวลปลายฟ้าจำเหตุการณ์เมื่อคืนได้ทั้งหมด ความอับอายและความรู้สึกผิดที่ต้องแสดงความอ่อนแอออกมาต่อหน้าธีร์ทำให้เธอไม่กล้าสบตาเขา“ปลายฟ้าครับ” ธีร์พูดเสียงเรียบ แต่จริงจัง “วันนี้คุณไม่ต้องไปทำงานแล้วผมจะพาคุณไปหาพี่ชายของผม”ปลายฟ้าเงยหน้าขึ้นมองธีร์อย่างสับสน“พี่คิณเป็นจิตแพทย์ครับ” ธีร์อธิบายอย่างใจเย็น “คุณไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่องราวทั้งหมด ถ้าคุณยังไม่พร้อม แต่คุณต้องไปพบเขานะครับ เพื่อตัวคุณเอง”เขาจับมือปลายฟ้าไว้เบา ๆ “ผมไม่อยากให้เรื่องแบบเมื่อคืนเกิดขึ้นอีกแล้วครับ ผมกลัว... ผมกลัวว่าคุณจะทำร้ายตัวเองหนักกว่านี้”แววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและจริงใจของธีร์ ทำให้ปลายฟ้าปฏิเสธไม่ลง เธอรู้ดีว่าเธอไม่สามารถจัดการกับความรู้สึกที่กำลังทำลายเธอจากภายในนี้ได้ด้วยตัวเองอีกต่อไป“ไม่เป็นไรแล้วนะครับ ปลายฟ้า” ธีร์บอกว่าไปนอนกันนะครับ “คุณต้องพักผ่อนเยอะๆ”ณ คลินิกของอคิณธีร์ขับรถพาปลายฟ้าไปยังค
“ปลายฟ้า! มองผมครับ! หายใจช้า ๆ นะครับ” ธีร์สั่งด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดแต่เต็มไปด้วยความห่วงใย เขาไม่รู้ว่าเธอเห็นอะไร แต่เขารู้ว่าเธอหลุดออกจากโลกแห่งความเป็นจริงไปแล้ว“ผมอยู่นี่แล้วนะครับ! ผมจะไม่ปล่อยคุณไปไหน!” ธีร์ย้ำเสียงหนักแน่น เพื่อดึงสติของเธอกลับมา “ปลอดภัยแล้วนะครับปลายฟ้า”ธีร์ใช้มือข้างที่ไม่ได้เปื้อนเลือดจากรอยเล็บประคองศีรษะของเธอไว้ แล้วค่อย ๆ กดให้เธอซบลงที่แผงอกของเขาอีกครั้ง พลางลูบหลังเธออย่างอ่อนโยนจนกระทั่งเสียงสะอื้นของเธอค่อย ๆ ลดระดับลงธีร์กอดร่างที่สั่นเทิ้มของปลายฟ้าไว้แน่น เขาใช้ร่างกายที่แข็งแรงของตัวเองเป็นกำแพง ปิดกั้นเธอจากโลกภายนอกและแสงสลัวของซอกซอย ทุกสิ่งทุกอย่างในตัวเธอตอนนี้คือความเปราะบาง ความหวาดกลัว และความเจ็บปวดที่ไม่อาจทานทนได้ปลายฟ้า ปล่อยเสียงสะอื้นที่ถูกกักเก็บไว้ทั้งหมดออกมา มันเป็นเสียงที่ไร้ถ้อยคำ แต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดจากการถูกทรยศและทำลายอย่างรุนแรง ธีร์รับรู้ได้ถึงความเปียกชื้นบนเสื้อเชิ้ตของเขา แต่เขาไม่สนใจ เขาทำเพียงแค่ลูบหลังเธอซ้ำๆ อย่างช้าๆ และมั่นคง“ปล่อยมันออกมาให้หมดเลยนะครับปลายฟ้า” ธีร์กระซิบข้างหูเธอ เสียงของเขาทุ้ม
“อ้าว! มาแล้วเหรอปลายฟ้า!” นวลจันทร์ส่งเสียงทักอย่างดีใจ แต่สำหรับปลายฟ้าแล้วภาพตรงหน้าคือภาพฝันร้ายที่กลับมาเยือนโอมยิ้มกว้างอย่างเจ้าเล่ห์ เขาไม่ได้ดูสำนึกผิดเลยแม้แต่น้อย แต่กลับดูดีใจที่ได้เจอเธอปลายฟ้าเดินเข้าไปนั่งลงตรงข้ามพวกเขาด้วยสีหน้าเย็นชา“ทำไมไม่รับสายไม่ตอบข้อความพี่เขาเลย!” นวลจันทร์เริ่มต้นตำหนิเธออย่างรวดเร็ว โดยไม่รอให้อีกฝ่ายได้พูดอะไร“จนโอมเขาต้องไปหาแม่ที่บ้าน! ทำอะไรหัดโตได้แล้วนะปลายฟ้า!”คำพูดตำหนิของแม่ราวกับมีคนมาบีบคั้นสมองของปลายฟ้าให้แน่น เธอเริ่มรู้สึกหูอื้อ ภาพตรงหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อย ความรู้สึกหวาดกลัวและคลื่นไส้ปั่นป่วนอยู่ในท้อง“พี่เขามาหาแกด้วยความหวังดี เขารักแกจะตาย” นวลจันทร์พูดต่อโดยไม่สนใจสีหน้าของลูกสาว“ปลายฟ้า พี่อุตส่าห์มาหาถึงที่นี่นะ” โอมเสริมด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนจนน่าขยะแขยง“รู้ไหมว่าพี่คิดถึงปลายฟ้ามากแค่ไหน”ความกดดันจากแม่และโอมที่ประดังเข้ามาพร้อมกัน ทำให้ปลายฟ้าแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ หัวของเธอเหมือนโดนบีบแน่น และความรู้สึกอยากอาเจียนก็แล่นขึ้นมาปลายฟ้าพยายามรวบรวมสติทั้งหมดไว้ และเปล่งเสียงออกมาเบาที่สุด เสียงที่สั่นเครือแต่
ปลายฟ้าหน้าซีดเผือด เธอเข้าใจในทันทีว่า ธีร์ ไม่ได้แค่ขอร้อง แต่กำลังใช้สถานการณ์นี้บีบบังคับเธอ เธอไม่สามารถเป็นต้นเหตุให้บริษัทต้องเสียหายได้ เธอพยักหน้าอย่างช้า ๆ ด้วยใบหน้าที่จำนนต่ออำนาจและความต้องการของเขาสุดท้ายธีร์ก็กดดันให้ปลายฟ้าถ่ายแบบจนได้ ธีร์คลี่ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ แต่รอยยิ้มนั้นไม่ได้แสดงความอ่อนโยนเลยแม้แต่น้อย เขามองไปที่ช่างภาพ“โอเคครับ ทีมงาน!” ธีร์ประกาศเสียงดัง “นางแบบคนใหม่ของเราคือคุณปลายฟ้า เตรียมเปลี่ยนชุดและแต่งหน้าทำผมให้เธอเดี๋ยวนี้! เราจะเริ่มถ่ายทำภายในสิบห้านาที”ธีร์ปล่อยให้ปลายฟ้ายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ก่อนจะเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง ทิ้งให้ปลายฟ้ารับรู้ว่าเกมนี้เธอไม่มีสิทธิ์ที่จะชนะเขาได้เลยหลังจากที่ปลายฟ้าได้รับการแปลงโฉมและกลับมาพร้อมกับแววตาที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจ ธีร์ ก็ตัดสินใจที่จะเข้าร่วมถ่ายแบบคู่กับเธอในทันทีปลายฟ้าถูกพาตัวมาพักหลังจากถ่ายแบบเดี่ยวเสร็จ ก่อนจะเริ่มถ่ายคู่กับธีร์ เธอเห็นตัวเองในกระจก... ใบหน้าที่สวยสง่าและเปี่ยมด้วยพลังอำนาจ แต่ดวงตาของเธอยังคงมีความไม่พอใจและกังวลอย่างชัดเจนธีร์ดูปลายฟ้าที่กำลังแต่งหน้า เขานั่งอยู่บ
ปลายฟ้าและธีร์นั่งอยู่ในห้องประชุมขนาดใหญ่ที่มีเครื่องปรับอากาศเย็นเฉียบ พวกเขากำลังจัดการประชุมคัดเลือกนางแบบสำหรับแบรนด์เครื่องสำอางและเสื้อผ้าไลน์ใหม่ของบริษัทชื่อว่า Zenithปลายฟ้าสวมชุดทำงานที่ดูเนี้ยบและเป็นทางการ เธอรักษาระยะห่างจากธีร์อย่างเคร่งครัด หลังจากเหตุการณ์ในคอนโด แม้ธีร์จะเข้าใจความรู้สึกของเธอแล้ว แต่เขาก็ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้นอีก และปลายฟ้าเองก็ยังคงอยู่ในโหมด 'มืออาชีพที่เย็นชา'เบื้องหน้าของธีร์คือโต๊ะที่เต็มไปด้วยแฟ้มประวัตินางแบบหลายสิบคน ธีร์เป็นผู้นำในการคัดเลือกทั้งหมดเพราะโจทย์คือต้องหานางแบบที่มีภาพลักษณ์แข็งแกร่งและดูดีพอที่เหมาะกับงานและคู่กับนายแบบอย่างเขาปลายฟ้าเป็นผู้เรียกชื่อนางแบบทีละคน เธอถือคลิปบอร์ดไว้แน่น พยายามไม่สบตากับธีร์“คนต่อไปค่ะ คุณลินนา มณีรัตน์” ปลายฟ้าประกาศเสียงเรียบประตูเปิดออก ลินนา ก้าวเข้ามาด้วยความมั่นใจ เธอเป็นนางแบบสาวสวยที่มีใบหน้าคมกริบ การแต่งกายและรอยยิ้มของเธอดูไร้ที่ติและมีความทะเยอทะยานสูง“สวัสดีค่ะคุณธีร์ สวัสดีค่ะทีมงาน” ลินนากล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามดัดให้หวานกว่าปกติลินนาเริ่มแสดงท่าทางโพสตามที่ทีมงานต้องกา
ข้อความที่ถูกส่งมาโดยตรงระบุชัดเจน "ฉันคือเจ้าของของปริ๊นเซสค่ะ"ใจของปลายฟ้าหล่นวูบ ปลายฟ้ารู้สึกใจหายมากๆ ราวกับหัวใจถูกบีบอัดจนหายใจไม่ออก เธอเคยคิดว่าเรื่องนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้น หรืออย่างน้อยก็คงไม่เกิดขึ้นเร็วขนาดนี้ เพราะธีร์เองก็ผูกพันกับเจ้าแมวน้อยตัวนี้ไปแล้วปลายฟ้าอ่านข้อความซ้ำหลายครั้ง เจ้าของตัวจริงให้รายละเอียดของแมวได้อย่างถูกต้องทุกประการ รวมถึงประวัติการรักษาและเครื่องหมายพิเศษที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน การโกหกหรือการเข้าใจผิดจึงเป็นไปไม่ได้เธอเดินกลับไปที่ห้องนั่งเล่นอย่างช้า ๆ ธีร์ยังคงนั่งทำงานอยู่บนโซฟา โดยมีปริ๊นเซสนอนหลับอย่างสบายอยู่บนตักของเขา“คุณธีร์คะ” ปลายฟ้าเอ่ยเรียกเสียงสั่นธีร์เงยหน้าขึ้นมองเธออย่างแปลกใจเมื่อเห็นสีหน้าซีดเผือดของปลายฟ้า เธอชูโทรศัพท์ให้เขาดูข้อความนั้น ธีร์ก้มลงอ่าน ก่อนที่สีหน้าของเขาจะเปลี่ยนไปเป็นความตกใจและเศร้าสร้อยเช่นกัน“เขา... เขานัดเจอที่ไหนครับ” ธีร์ถามเสียงแผ่ว พลางลูบหัวปริ๊นเซสอย่างอ่อนโยน ราวกับเป็นการบอกลาล่วงหน้า“ที่สวนสาธารณะ ตรงข้ามกับคอนโดฯ ค่ะ เขาอยากเจอน้อง แล้วก็อยากจะคุยเรื่องรับน้องกลับ”ปลายฟ้ารู้ว่าถึงเวลาที่ต







