LOGINนีน่าเบิกตากว้างเมื่อเห็นรอยสักบนอกวายุ เธอสะบัดตัวออกจากเพื่อนที่ช่วยพยุงเธอไว้แล้วพุ่งเข้ามาหาวายุพร้อมเปิดเสื้อของเขาดู
ฟึ่บ~ "อะไรอ่ะวายุ ทำไมถึงเป็นแบบนี้!" นีน่าเสียงสั่นมากเธอขยำอกเสื้อวายุทั้งสองข้างพร้อมเขย่าตัวเขาเพื่อเค้นเอาคำตอบ "..." "ทำไมถึงเป็นชื่อมัน ทำไมล่ะ อึก" นีน่าตะบะแตกเธอร้องไห้ออกมาพร้อมกับโวยวายจนคนในบริเวณนี้เริ่มกระจัดกระจาย "นีน่า ใจเย็นๆนะเว้ย" ผู้ชายเพื่อนของเธอพยายามจะยับยั้งสถานการณ์ในตอนนี้ เขาเข้าไปจับแขนนีน่าแล้วพูดเตือน "อย่ายุ่ง!" แต่โดนนีน่าตวาดกลับ เธอสะบัดแขนออกจากเขาพร้อมตวัดสายตามองเพื่อนคนนั้น ก่อนที่จะเบนมาที่ฉันซึ่งยืนอยู่ข้างหลังผู้ชายคนนั้น "..." หน้าฉันนิ่ง แต่สายตาฉันกำลังยิ้มเยาะเธออยู่ "อีฟ้า!" เพล้ง~ "กรี้ดดด" นีน่าเริ่มอาละวาดเธอหันไปคว้าแก้วบนโต๊ะพร้อมกับขว้างมาทางฉันอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครรู้ตัวว่าเธอจะทำแบบนั้นเลยมีเสียงกรีดร้องของคนที่ตกใจ ฉันเองก็ไม่ทันระวังเลยไม่ได้หลบแต่ว่าคนที่เหมือนจะรู้ทันการกระทำของนีน่าก็คือวายุ เพราะเขาปัดมือของนีน่าได้ทันแก้วใบนั้นเลยไม่กระแทกหน้าฉัน "วายุ!" นีน่าหันไปโวยใส่วายุ เขาจับแขนเธอไว้แต่นีน่าสะบัดออกพร้อมกับหันไปคว้าขวดเหล้าบนโต๊ะอีก "เห้ยนีน่า อย่าเว้ย" "นีน่าอย่า" เพื่อนของนีน่ากับวายุรีบห้ามเธอ นีน่าหันไปหาวายุทั้งน้ำตา "ห้ามทำไม..." "..." "ปกป้องมันทำไม" "ฟังฉัน..." "ไม่ ฉันดีกับนายทุกอย่าง วายุ ทำไมนายทำกับฉันแบบนี้ ฮึก ทำไม" ฟลุ่บ~ วายุดึงนีน่ามากอดต่อหน้าฉัน นีน่าดิ้นออกจากเขาแต่วายุกอดไว้แน่นเพื่อไม่ให้เธออาละวาดไปมากกว่านี้ ฉันเห็นภาพนั้น หัวใจกระตุกวูบจนชาไปเลยล่ะ "เห้ยยุ พานีน่าไปเหอะ" "อืม พาไปเคลียร์กันที่อื่น ขืนปล่อยไว้ตรงนี้อาละวาดใหญ่แน่" "ฮือออ ปล่อยนะ" "..." "ไปเหอะ เดี๋ยวค่าเสียหายฉันจัดการเอง" เพื่อนๆที่มาด้วยรีบบอกให้วายุพานีน่าออกไปจากที่นี่ ทั้งวายุทั้งนีน่ายื้อกันไปมาจนนีน่าทำเหมือนจะหมดแรง เธอทรุดลงไปแต่วายุที่ยังกอดอยู่ก็รั้งร่างเธอไว้ ก่อนจะช้อนอุ้มนีน่าขึ้น เจ็บจัง... ฟลุ่บ~ พร้อมกับเดินออกจากที่นี่ทันที เขาเดินผ่านฉัน สายตาของเขาที่ตวัดมามองฉันทำให้ฉันน้ำตาไหล "..." "ปลายฟ้า!" กึก~ ฉันยกมือขึ้นจะจับแขนเขาแต่ก็ต้องชะงักเมื่อมีเสียงหนึ่งเรียกชื่อฉันขึ้น "ตามฉันมาคุยกันหน่อยซิ" *ห้องผู้จัดการ "นี่ครั้งที่เท่าไหร่แล้ว ที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น" "..." "ฉันอุตส่าห์ปล่อยผ่านไปเพราะลูกค้าไม่เอาเรื่อง เธอกำลังทำผิดรู้ตัวหรือเปล่า "ค่ะ ทราบค่ะ" ฉันพูดพลางถอนหายใจ ฉันถูกผู้จัดการเรียกออกมาจากที่เกิดเหตุนั่น เธอกำลังตำหนิฉัน และฉันรู้ว่าฉันทำผิด "ครั้งนี้ก็อีก หรือเธอเห็นว่าอยู่เฟิร์สคลาสมีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่นก็เลยคิดว่าจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ" "ฟ้าขอโทษค่ะ" "ที่ผ่านมาฉันก็เห็นว่าเธอก็ไม่เคยก่อเรื่องอะไร หมู่นี้เธอเป็นอะไร กำลังคิดอะไรอยู่" "..." เมื่อเห็นว่าฉันได้แต่เงียบ ผู้จัดการเลยถอนหายใจพลางตบโต๊ะเสียงดัง ปึ้ง~ "ถ้าเธอไม่มีคำตอบดีๆให้ฉัน...ถึงลูกค้าจะยอมจ่ายค่าเสียหายให้เธอ ฉันก็จะต้องทำโทษเธอเพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างกับคนอื่นๆ" "..." "ฉันจะพักงานเธอสองอาทิตย์" ฉันเงยหน้ามองผู้จัดการทันที มันตั้งสองอาทิตย์เลยนะ! "ผู้จัดการ..." "ไปพักแล้วคิดทบทวนสิ่งที่เธอทำให้ดี แล้วค่อยกลับมาเจอฉันอีกสองอาทิตย์ วันนี้เธอกลับบ้านได้เลย เข้าใจใช่มั้ย" พรึ่บ~ พูดจบ ผู้จัดการก็ลุกพรวดแล้วเดินออกไปจากห้องทันที ฉันอ้าปากค้างเพราะรู้จักนิสัยเธอ ถึงเวลาปกติเธอจะค่อนข้างใจดีแต่เวลาจริงจังเธอจะเด็ดขาดมากจนบางทีฉันก็อยากจะเด็ดขาดแบบนี้บ้าง... "อ้าวฟ้า ไหงมานี้ไม่มีลูกค้าเหรอ" เสียงของข้าวหอมถามฉันทันทีที่ฉันทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ทรงสูงหน้าเคาน์เตอร์บาร์ที่เธอทำงานอยู่ เธอทำหน้าแปลกใจใส่ฉัน ก็แหงล่ะ "โดนพักงานน่ะ" "พักงาน?" "สองอาทิตย์" "บ้า พูดเป็นเล่น พักงานตั้งสองอาทิตย์ พักงานตัวท็อปอย่างแกอ่ะนะ" ฉันแค่นหัวเราะพลางพยักหน้าขอเครื่องดื่มที่เธอผสมอยู่ ข้าวหอมขมวดคิ้วพลางส่งแก้วนั้นให้ฉัน อึก~ ฉันยกขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแก้ว ข้าวหอมเท้าแขนกับเคาน์เตอร์บาร์แล้วมองหน้าฉัน "พักบ้างก็ดีนะ ดูฉันสิทำไม่ได้พักเลย เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว" สายตาเธอเหมือนจะถามว่า'ทำไม?'แต่เธอกลับเลือกที่จะพูดคำอื่นออกมา ฉันรู้ว่าข้าวคงคิดว่าไม่ถามตอนนี้จะดีกว่า "อยากพัก ก็ลองทำให้ลูกค้าอาละวาดดูดิ" ฉันพูดกลั้วหัวเราะ ไม่ใช่ว่าไม่เครียดแต่แค่ตอนนี้ฉันไม่ควรเอาเรื่องน่าปวดหัวใส่สมองเพื่อน "พอดียังไม่อยากพักเท่าไหร่...อ่ะ" ข้าวหอมยิ้มพลางส่งเครื่องดื่มมาให้ฉันอีกแก้ว "ขอบใจนะ" ฉันยิ้มพลางกระดกเครื่องดื่มสีสวยเข้าปากอีกแก้ว อีกแก้ว และอีกหลายๆแก้ว -คราม- 23.05 น. ผมวางร่างบางของปลายฟ้าที่เมาจนแทบไม่มีสติลงบนเตียงนุ่มๆของเธอ ก่อนหน้านั้นผมโทรหาเธอและเธอก็รับแต่คุยไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ผมก็เลยรีบไปที่ผับที่เธอทำงานอยู่ ผมเจอเธอนั่งดื่มอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์กับบาร์เทนดี้ที่น่าจะเป็นเพื่อนกัน เพื่อนของเธอดูเป็นห่วงแต่พอฟ้าบอกว่าผมไว้ใจได้ ผมเป็นพี่ชายเธอ เพื่อนของเธอถึงยอมปล่อยให้ผมพาเธอมาส่ง "ขอบคุณนาาาค๊าาา" ปลายฟ้าพูดเสียงยานคางพลางยิ้มบางๆเธอยังคงหลับตาพริ้มอยู่ ผมมองเธอพลางลูบผมของเธอไปด้วย "เจ็บมั้ยฟ้า" ผมเอ่ยออกมา ปลายฟ้าขมวดคิ้ว "หืมมม" "เมื่อไหร่จะยอมแพ้สักทีล่ะ" ผมคิดว่าเรื่องเดียวที่จะทำให้ปลายฟ้าเมาแบบนี้ได้น่าจะเป็นเรื่องของเพื่อนผม วายุเป็นเพื่อนผม เมื่อก่อนมันเคยคบกับเธอแต่ปัจจุบันมันคบกับนีน่าซึ่งก็เคยเป็นเพื่อนของปลายฟ้าด้วย ผมรู้ว่าไอ้วายุมันเปลี่ยนไปเพราะมันความจำเสื่อมแต่คนที่ยังไม่เปลี่ยนไปคือผม... ผมยังเหมือนเดิม หัวใจผมก็ยังเหมือนเดิม... 'พี่มีอะไรจะคุยกับฟ้า' ผมนึกถึงเรื่องเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นปลายฟ้ายังไม่มีใคร เธอเป็นผู้หญิงที่ป็อบมากสมัยเรียนเพราะเธอรวยและดูดีไปทุกอย่าง เธอเป็นผู้หญิงเพอร์เฟ็กต์คนหนึ่งเลยทีเดียว ผมจำภาพที่ตัวเองจูงมือปลายฟ้ามาที่สวนของโรงเรียนได้ 'พี่ครามมีอะไรคะ?' ปลายฟ้าถามผมแบบนั้น ผมยืนเงียบไปพักใหญ่ๆเพราะต้องรวบรวมสติและความกล้าทั้งหมด 'พี่คราม ทำไมเงียบล่ะ?' 'คือพี่...' 'หือ?' 'พี่...' '...' 'พี่ว่า...พี่ชอบฟ้าอ่ะ' 'พี่คราม...' 'พี่ไม่ได้บังคับนะ พี่แค่อยากจะบอกฟ้า เผื่อว่าฟ้า...' 'ฟ้า...ฟ้าขอโทษนะ' 'เห้ย ขอโทษพี่ทำไม เราไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย' 'คือฟ้า...ฟ้าเพิ่งตกลงคบกับวายุค่ะ' '...' ผมเงียบไปเลยเมื่อได้ยินสิ่งที่ฟ้าพูด ตลอดเวลาผมพอมองออกว่าไอ้ยุรู้สึกพิเศษกับฟ้าแต่ผมไม่ได้คิดว่ามันจะจริงจังอะไรเพราะมันดูทีเล่นทีจริง มันดูเหมือนจะจีบแต่ก็เหมือนจะไม่ได้จีบในเวลาเดียวกันที่สำคัญฟ้าดูไม่ค่อยชอบมันด้วย แล้วทำไม... 'อะ เอ่อ พี่คราม' 'อะ อื้ม ฟ้าพูดจริงเหรอ' ตอนถามคำถามนั้นผมเสียงสั่นมาก ขอบตาผมร้อนผ่าวเหมือนจะร้องไห้เลย ฟ้าไม่ได้ตอบแต่ฟ้าพยักหน้า ซึ่งมันก็คือการยืนยันคำตอบนั่นเอง 'ไม่เป็นไร...' '...' ตอนที่ฟ้าเงยหน้ามามองผม ผมก็หันหน้าหนีเธอ ผมไม่มีคำพูดอะไรออกมาอีกนอกจากหันไปโยกหัวเธอเบาๆก่อนจะหันหลังเดินออกมาจากตรงนั้นพร้อมหัวใจที่แหลกสลาย "วายุ...ฉันนน" "..." "รั..." ผมปิดปากปลายฟ้าในจังหวะที่เธอกำลังจะเพ้อคำพูดทิ่มแทงผมออกมา ผิดไหมถ้าผมไม่อยากฟัง แว่บหนึ่งผมอยากฟังคำว่า'ฟ้ารักพี่คราม'มากกว่า ผมทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียงข้างๆเธอ ผมมองกรอบหน้าสวยหวานได้รูป ดวงตากลมโตที่หลับไหล จมูกโด่งรั้นที่ผมเคยบีบเล่นเวลาจะแกล้งเธอและริมฝีปากที่ไม่เคยพูดคำที่ผมอยากได้ยินออกมาสักครั้งเลย "..." ผมโน้มหน้าลงไปใกล้ๆกับริมฝีปากสีสวยของปลายฟ้า "ฉันนน รักกก..." และผมก็ประกบริมฝีปากลงบนปากของเธอเมื่อเธอจะพูดประโยคเดิมออกมาอีก บอกแล้วว่าผมไม่อยากฟัง "พี่รักเธอนะ...ฟ้า" __________ พี่ครามน่าฉงฉาน ไรท์จะให้ครามเป็นพระเอกแล้ววว เอาแล้ว ใครจะชนะ ใครจะแพ้ แต่ที่แน่ๆตอนนี้ฟ้านำแล้วจ้า อกวายุยังมีชื่อปลายฟ้าอยู่ นีน่าช็อกแน่ๆเจอแบบนี้ นี่จะบอกว่าปลายฟ้าวางระเบิดไว้แค่ลูกแรกนะเอ้อตอนพิเศษ _____ 2 ปีต่อมา... "ในที่สุดเราก็เรียนจบกันแล้ววว" ข้าวหอม \/ "นึกว่าจะไม่รอดแล้วนะเนี่ย" ยาหยี [] "มันต้องฉลองนะ แบบชุดใหญ่ไฟกระพริบ" ลูกโซ่ O ฉันมองเพื่อนๆทั้งสามคนแสดงความดีอกดีใจและโล่งใจกันยกใหญ่เมื่อเราทุกคนสอบเสร็จแล้วและเราจบปีสี่รอรับใบปริญญา ฉันเองก็ดีใจนะ ดีใจมากๆเลยล่ะ "นั่งยิ้ม แกไม่มีอะไรจะปลดปล่อยเหรอฟ้า" ยาหยีหันมาถามฉันที่ยืนมองพวกเธอยิ้มๆ ฉันหัวเราะออกมาก่อนจะพูดขึ้น "ยินดีด้วยนะ...เพื่อนรัก" "จ้าาา" ทั้งสามคนตอบรับออกมาพร้อมกันก่อนที่เราจะกอดกัน จากนั้นก็เดินไปนั่งที่โต๊ะม้าหินประจำที่พวกเรามักจะมานั่งรวมตัวกันที่นี่ จากนั้นพวกเราก็เอาขนมอบกรอบมานั่งกินและคุยเล่นกัน พวกเราสอบเสร็จแล้วก็จริงแต่ก็ตกลงกันว่าจะนั่งอยู่ที่มหาวิทยาลัยจนกว่าจะปิด เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราจะเป็นนักศึกษาและได้อยู่ที่นี่ ต่อจากนี้ไปพวกเราก็จะต้องแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง โตขึ้นไปอีกคนละก้าวแล้ว... 16.15 น. หลังจากเรานั่งคุยกันสนุกสนานเฮฮาได้ประมาณช่วงสี่โมงเย็นกว่าๆ พี่ตะวันแฟนของลูกโซ่ก็โผล่มา เขาเดินเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเธอ ฟลุ่บ~
ตอนจบ .......... *Paradise Pub กึก~ ฉันชะงักเมื่อเดินออกมาจากห้องแต่งตัวแล้วมีใครคนหนึ่งดักหน้าไว้ "พี่ฟ้า" "ไงเหมี่ยว" ฉันยิ้มให้เด็กสาวรุ่นน้องอย่างเป็นมิตร น้องคนนี้นิสัยดีนะ "พี่ลาออกจริงเหรอ" "อืม ออกแล้วล่ะ" ฉันตอบ เพราะฉันตกลงกับวายุเรื่องนี้แล้ว ฉันตัดสินใจลาออกและจะไปทำงานที่ร้านกาแฟกับพวกเขาเพราะฉันไม่อยากให้เขาลำบากใจ ฉันเข้าใจว่าไม่มีแฟนคนไหนทนได้ที่เห็นแฟนตัวเองถูกคนอื่นลวนลามทุกวัน และรู้ว่าวายุขี้หึงมาก ไม่อย่างนั้นเขาก็คงตามมาเฝ้าฉันทุกวัน เรียกฉันมานั่งดริ๊งกับเขาทุกวัน ซึ่งมันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย "อย่างนี้เหมี่ยวก็คงคิดถึงพี่มากเลย" ฉันวางมือลงบนหัวเธอ "ตามพี่ไปมั้ยล่ะ พี่ไปทำงานที่ร้านกาแฟกับแฟนพี่" ฉันชวนน้องจากใจนะ ฉันมองถึงอนาคตของเธอ เธอเด็กกว่าฉันและถ้าเธอไม่ต้องทำงานในสถานที่แบบนี้ ฉันคิดว่าเธอน่าจะมีทางที่ดีกว่า "ถึงมันจะได้เงินน้อยกว่าที่นี่อ่ะนะ แต่มันก็มีทิปจากลูกค้าเล็กๆน้อยๆ อีกอย่างทำเป็นพาร์ทไทม์ก็ได้ มีเวลาว่างให้ไปหางานอื่นทำได้ แต่อาจจะเหนื่อยกว่าทำที่นี่หน่อยนะ ลองเปลี่ยนดูมั้ย?" ฉันเข้าใจว่าเธอต้องใช้เงินเยอะ เงิ
"ยุ เปิดลิ้นชักหยิบที่คาดผมมาให้แม่หน่อยจ่ะ" แม่บอกผม ทำให้ผมละสายตาจากทั้งสองคนหันไปเปิดลิ้นชักที่อยู่ใกล้ตัว ครืด~ "อันไหนครับ" ผมถาม เพราะภายในลิ้นชักมีที่คาดผมหลายอันมากแถมยังมีโบว์ผูกผม กิ๊บหนีบผมแล้วก็เครื่องประดับอื่นๆ "อันนั้นจ่ะ" แม่ละสายตาจากเส้นผมลอนของปลายฟ้าขึ้นมามองไปที่ลิ้นชักก่อนจะชี้มือบอกผม ผมหยิบมันขึ้นมาส่งให้แม่เงียบๆ แม่รับที่คาดผมไปใส่ให้ปลายฟ้าก่อนจะใช้มือจัดทรงผมเธออีกครั้ง "เอาล่ะ เสร็จแล้ว" ก็อก ก็อก ก็อก~ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่แม่บ้านมาเคาะประตูห้องของแม่พอดี "คุณนายคะ มีแขกมาแล้วค่ะ" คนด้านนอกพูดเข้ามา "อ่า เพื่อนแม่มาแล้ว เดี๋ยวแม่ลงไปก่อนนะ" แม่พูดก่อนจะเดินออกไปทันที ทิ้งให้ผมอยู่กับปลายฟ้า หมับ~ "จะไปไหน" ผมคว้าแขนเธอไว้เพราะปลายฟ้าลุกขึ้นยืนและทำเหมือนจะเดินตามแม่ออกไป "ก็ลงไปข้างล่างไง" เธอหันมาตอบผมด้วยสีหน้าปกติมาก "นายก็น่าจะลงไปได้แล้วนะ" "ยังไม่ลง มาคุยกันก่อนเลย" ฟลุ่บ~ ผมรั้งเธอไว้พลางทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียงของแม่แล้วดึงปลายฟ้าให้มายืนใกล้ๆ "เธอกับแม่...เล่นอะไรกัน" ผมงงนะ งงมากด้วย ก่อนหน
หลังจากอาบน้ำเสร็จฉันก็เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยการนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวอย่างช่วยไม่ได้อีกนั่นแหละ ฉันกำเสื้อผ้าไว้ในมือเพราะแม่ของวายุบอกว่าไม่ให้ฉันใส่เสื้อผ้าตัวเดิม สวบ~ ฉันหยุดชะงักเมื่อก้าวพ้นประตูห้องน้ำและแม่ของเขากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้นวมและมองมาทางฉัน "เสื้อผ้าของเธอ" ท่านบอกพลางพยักเพยิดหน้าไปที่ชุดเดรสสีครีมที่แขวนอยู่ตรงหน้าตู้ ฉันมองตามก่อนจะเดินไปใกล้ๆมัน "..." ฉันไล่สายตามองชุดเดรสชุดนั้น เป็นชุดใหม่เลยล่ะ ชุดสวยด้วย เปนเดรสกระโปรงเหนือเข่าขึ้นมานิดหน่อย ชุดดูหรูและน่ารักดี ฉันไม่ได้ใส่ชุดแบบนี้มานานแล้วล่ะ "เอาไปใส่สิ เธอจะรอให้ชุดมันลอยมาสวมที่ตัวเธอเองหรือไง" "อ่า ขะ ขอบคุณค่ะ" เมื่อถูกย้ำว่าฉันไม่ได้หูฝาด ฉันก็รีบหยิบชุดนั้นมาและเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำและใส่มัน ชุดมันพอดีกับตัวฉันเลยล่ะ สวบ~ ฉันเดินกลับออกมาอีกครั้งด้วยชุดเดรสนั่น แม่ของวายุมองฉันก่อนจะปรากฏรอยยิ้มบางๆออกมาให้ฉันเห็น ถึงจะแค่แว่บเดียว "ใส่พอดีเลยนะ" ท่านพูด ฉันหลุบตาลงมองตัวเอง แต่คำพูดต่อมาของท่านทำให้ฉันชะงัก... "มันเป็นชุดที่ฉันซื้อให้ลูกสาวฉัน" กึก~ ลูกสาว...วายุเป็
ฉันมาทำอะไรที่นี่? ฉันถามตัวเองในใจอย่างงงๆพลางหยุดเดินและสอดส่ายสายตามองหาคนที่ฉันจะมาหา วันนี้ฉันใส่ชุดที่ค่อนข้างเรียบร้อยเลยแหละ คือเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ขายาว มองหาไม่นานฉันก็เจอผู้ชายคนหนึ่งยืนโบกมือและยิ้มกว้างอยู่ไม่ไกลพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง ฟู่ววว~ ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆและพ่นออกมาเพื่อรวบรวมความกล้า ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปหาสองคนนั้นด้วยหัวใจที่เต้นแรง กึก~ "สวัสดีค่ะ..." เมื่อหยุดยืนตรงหน้าทั้งสองคน ฉันก็ยกมือขึ้นไหว้ผู้หญิงที่อายุรุ่นราวน่าจะแก่กว่าแม่ของฉันสักหน่อย ท่านยกมือขึ้นรับไหว้ตามมารยาท สวบ~ เพียงแค่รับไหว้ฉันแล้วท่านก็หันหลังเดินนำไป ฉันมองตามแผ่นหลังจนมีคนกระซิบข้างหู "แต่งตัวแบบนี้ก็น่ารักนะ" "ในวัดนะ..." ฉันง้างมือจะตีเขาพลางพูดตำหนิท่าทางของเขา แต่ก็ต้องชะงักกลางอากาศเมื่อผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ของผู้ชายคนนี้หันกลับมา "ไปสิ ยืนรออะไรกันอยู่" ท่านพูดก่อนจะเดินออกไปอีกครั้ง ใบหน้าที่เรียบนิ่งทำให้ฉันหน้าเสียไปเลยล่ะ หมับ~ "ยุ นี่วัด" ฉันหันไปปรามคนข้างๆอีกครั้งที่ประสานมือเข้ากับมือฉัน ใช่แล้วล่ะเขาคือวายุและผู้หญิงคนนั้นก็ค
พรึ่บ~ ฉันลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเพราะรู้สึกถึงการสัมผัสแผ่วเบาบริเวณเส้นผม เมื่อปรือตาขึ้นมาก็เห็นว่าฉันนอนตะแคงและวายุกำลังนั่งมองฉันพร้อมกับลูบผมฉันไปด้วย ฉันถึงดีดตัวลุกขึ้น "ตื่นแล้วเหรอ" เขาชะงักมือจากฉันและฉันเพิ่งสังเกตุว่าเขาเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ ดูท่าทางน่าจะตื่นและอาบน้ำนานแล้ว "หิวมั้ย" เขายิ้มให้ฉันพลางลุกขึ้นยืน "เดี๋ยวทำอะไรให้กินนะ" แต่เขาไม่ได้ฟังคำตอบฉัน เขาหมุนตัวจะเดินออกไปแต่ก็ชะงักแล้วหันกลับมาพร้อมกับโน้มตัวลงมาแล้วจูบริมฝีปากฉันจนฉันที่ไม่ทันตั้งตัวผงะไป "นี่..." "ขอบคุณที่นอนเป็นเพื่อนนะ^^" เขายิ้มกว้างให้ฉันอีกครั้งก่อนจะเดินออกไปเลย ฉันอ้าปากค้างเพราะต่อว่าเขาไม่ออก เมื่อประตูปิดลงฉันก็ถอนหายใจพลางกวาดตามองไปรอบห้องเขา เห็นวายุแขวนเสื้อยืดและกางเกงของเขาไว้ที่หน้าตู้เสื้อผ้าแต่ฉันก็เลือกที่จะลุกขึ้นและเดินออกไปด้านนอก เคร้ง~ เสียงของอะไรบางอย่างตกลงกระแทกพื้นดังมาจากห้องครัวทำให้ฉันรู้ว่าเขาอยู่ในนั้น "ฉันไม่หิว" ฉันหยุดยืนที่หน้าห้องพลางมองเขา เห็นวายุก้มลงเก็บกะละมังที่ทำจากแสตนเลสขึ้นมาจากพื้น เขาหันกลับมามองฉัน "หืม นี่ม







